Episode 15

วันนี้ถือเป็นวันแรกของการกลับมาไทย

แล้วพลอยนิลไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับอาชาพ่อของเธอ เนื่องจากเธอนัดเจอกับเพื่อน ๆ

ที่รู้จักกันในแวดวงไฮโซของเธอ ทั้งยังเป็นสมัยมัธยมของเธอด้วย

พลอยนิลนั้นเพิ่งจะไปเรียนต่อเมืองนอกหลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิต

จึงไม่แปลกที่เธอจะยังพอมีเพื่อนในไทยบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

เพราะเธอค่อนข้างที่จะเลือกคบคน ไม่ได้เลือกจากฐานะ ชาติตระกูล

แต่เลือกจากความจริงใจที่มีให้กันมากกว่า

“ไม่น่าเชื่อเลยนะ

ว่าแกจะเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มที่ยังโสดอยู่แบบนี้” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น

และคนที่กำลังถูกพูดถึงก็คือพลอยนิล ตั้งแต่สมัยมัธยมนั้น พลอยนิลมีผู้ชายมาตามจีบมากมาย

แต่เธอไม่เคยสนใจใครเลย อาจจะมีบ้างแต่พอได้คุยก็ไม่ทันได้คบกัน

พลอยนิลก็จะเป็นฝ่ายจบความสัมพันธ์และเดินออกมาอย่างไร้เยื่อใย

“ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นตรงไหนเลย

ไอ้ผู้ชายเนี่ย คุยกี่คนก็เหมือนกันหมด อวดรวย อวดฉลาด ทำตัวให้อยู่สูงกว่าเรา

พยายามจะทำให้เราดูอ่อนแอกว่า” พลอยนิลว่าพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

“โถ...แม่คุณ

ผู้ชายเขาก็อยากจะมาปกป้องดูแลเราไง

ก็เลยอยากจะแสดงให้เราเห็นว่าเขาน่ะจะดูแลเราได้”

“แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครมาปกป้องดูแลนี่

ฉันแค่อยากจะมีแฟนไว้คุยเรื่องที่เราชอบ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่เราเจอในแต่ละวัน

ไปเที่ยวบ้าง อะไรแบบนี้”

“แบบนี้ไง

แกถึงไม่มีแฟนสักที”

“เฮ้อ...ช่างเถอะ

ฉันไม่ได้นัดเจอกับพวกแกเพื่อมาเปิดคลับฟรายเดย์นะยะ ฉันอยากมาเจอเพื่อน”

พลอยนิลตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง เพราะเบื่อเหลือเกินกับเรื่องหัวใจ

“จ้า

ๆ แล้วนี่เป็นไงบ้าง มีแผนว่าจะเรียนต่อหรือว่าจะกลับมาทำงาน”

“สองจิตสองใจอยู่

ใจหนึ่งก็อยากจะเรียนต่อ เพราะยังสนุกกับชีวิต แต่อีกใจก็คิดถึงคุณพ่อ

อยากกลับมาอยู่ใกล้ ๆ ท่าน” พลอยนิลเป็นคนที่รักครอบครัวมาก

ยิ่งตอนนี้เธอเสียแม่ไปแล้ว หัวใจทั้งหมดจึงถูกเทไปอยู่ที่อาชาพ่อของเธอเพียงคนเดียว

“กลับมาอยู่กับพ่อก็ดีนะ

ท่านยังโสดอยู่ไม่ใช่เหรอ คงเหงาแย่”

“นิล!!

นี่แกยังไม่ยอมให้ท่านแต่งงานใหม่อีกเหรอ” สาวผมสั้นนหนึ่งโวยขึ้น

“ทำไม

ก็ฉันไม่อยากให้ใครมาแทนที่แม่ของฉัน

อีกอย่างนะคุณพ่อก็เป็นคนพูดเองด้วยว่าไม่ได้อยากจะมีใคร อยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”

“ก็แกเล่นไปห้ามท่านแบบนั้น

ท่านก็ต้องบอกแบบนี้สิ นิล...แกอาจจะอยู่ได้เพราะแกโสดมาตั้งแต่เกิด

แต่คุณพ่อน่ะท่านเคยมีแล้วไม่มี มันไม่เหมือนกันนะเว้ย” เพื่อนอีกคนเสนอความคิด

พลอยนิลกลอกตาก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบแล้วเบือนหน้าหนี เวลาคุยกับเพื่อนสาว ๆ

ทีไรเป็นต้องวนเวียนคุยแต่เรื่องหัวใจมันทุกที แต่ในขณะเดียวกันนั้น

สายตาของพลอยนิลก็มองเห็นใครบางคนเข้า

เธอเพ่งมองดูคนที่นั่งห่างออกไปอีกมุมหนึ่งของร้าน

ใต้แสงไฟสลัวก่อนจะมั่นใจว่าใช่เขาจริง ๆ

“แก...เดี๋ยวฉันมานะ”

พลอยนิลว่าก่อนจะลุกขึ้น

“ไปไหน”

“ไปห้องน้ำ”

เพราะไม่อยากให้เพื่อนสงสัยอะไร และเธอก็มีจุดหมายเป็นห้องน้ำจริง ๆ

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงหนึ่งในแผนเดินเฉี่ยวโต๊ะของคนรู้จักก็ตาม

ร่างบางลุกจากโต๊ะตัวเองแล้วเดินดิ่งไปที่โต๊ะซึ่งมีอาเธอร์นั่งอยู่กับชาวต่างชาติอีก 2 คน เธอไม่ได้จะเข้าไปทักเขา แต่เพียงจงใจเดินผ่านให้เขาเห็นเท่านั้น

ซึ่งแผนเรียกร้องความสนใจนี้ก็ดูจะได้ผล

อาเธอร์หันมาสบตากับเธอขณะที่เธอกำลังเดินผ่านและตรงไปที่ห้องน้ำ

พลอยนิลไม่ได้ทำกระโตกกระตากเธอแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจก่อนจะเดินผ่านไปและหายเข้าไปในห้องน้ำ

สักพักหลังจากยืนส่องกระจกจนพอใจกะเวลาสมควรจึงได้เดินกลับออกมา

“ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่”

อาเธอร์ที่มายืนดักรอพลอยนิลอยู่ที่หน้าห้องน้ำเอ่ยขึ้นขณะที่ร่างบางกำลังจะเดินผ่าน

“คุณอาเธอร์....

ฉันหรือเปล่าคะ ที่ต้องเป็นคนพูดประโยคนั้น”

พลอยนิลทำทีเป็นตกใจเล็กน้อยที่เห็นเขา แม้ว่าเธอจะไม่ได้ชอบที่จะมีความสัมพันธ์ลักษณะแฟนกับใคร

แต่พลอยนิลคนนี้ก็สนุกกับการหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่ม ๆ ให้มาตกหลุมพรางรักของเธอ

ก่อนจะแหกอกของพวกเขาเหล่านั้นและเดินทางบนเส้นทางสาวโสดต่อไป

“ผมแค่ไม่คิดว่าจะเจอคุณ...ที่ร้านนี้”

“ทำไมคะ

ฉันดูเหมือนคนไม่ดื่มเหรอ” พลอยนิลแกล้งถาม คนถูกถามหัวเราะแทนคำตอบ

“แล้วนี่เราจะยืนคุยกันตรงนี้เหรอครับ”

อาเธอว่าพลางมองไปรอบ ๆ

“อืม...ออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยดีไหมคะ”

พลอยนิลไม่สะดวกจะพาเขากลับไปที่โต๊ะของเธอและก็ไม่ได้อยากจะไปนั่งที่โต๊ะของเขาด้วย

เธอจึงเลือกที่จะชวนเขาออกไปเดินเล่นนอกร้านดีกว่า อาเธอร์เองก็พยักหน้ารับก่อนจะผายมือเชิญให้คนชวนเดินนำออกไปก่อน

พลอยนิลเดินออกมาที่สวนหน้าร้าน

ซึ่งตรงนี้ก็มีม้านั่งสำหรับให้นั่งคุยกัน และก็มีแสงไฟส่องสว่างดูปลอดภัยดี

“คุณคงไม่ได้มากับพ่อใช่ไหม”

อาเธอร์เอ่ยถามขณะกำลังหย่อนตัวลงนั่งบนม้านั่งโดยเว้นระยะห่างจากร่างบางที่นั่งอยู่อีกฟาก

“เปล่าค่ะ

ฉันมากับเพื่อน คุณล่ะ”

“ผมก็มากับเพื่อน

พวกเขาอยู่ที่ไทย ทำธุรกิจกันอยู่ที่นี่หลายปีแล้ว”

“คุณทำไมถึงอยากจะมาลงทุนที่ไทยล่ะคะ

ฉันคิดว่าแบรนด์คุณตีแต่ตลาดประเทศใหญ่ ๆ”

พลอยมายาศึกษาเกี่ยวกับแบรนด์ของอาเธอร์หลังจากวันที่ตกลงเจรจากันและพบว่าเขาเปิดสาขาและลงทุนกับแต่ประเทศใหญ่

ๆ ทั้งนั้น ซึ่งในเอเชียก็มีเพียงที่จีนที่เดียว

“ผมมีเพื่อนที่นี่หลายคน

มาเที่ยวหลายครั้งก็รู้สึกว่าไทยเป็นประเทศที่น่าสนใจ”

ทั้งคู๋พูดคุยกันเรื่องงานอยู่ครู่หนึ่งจนไม่รู้จะพูดอะไรกันต่อ

ต่างฝ่ายก็ต่างเงียบไป

“ชื่อพลอยนิล

คือ Pleonaste (พลอยสีดำ) ใช่ไหมครับ”

อาเธอร์เอ่ยถามขึ้นในขณะที่กำลังเงียบกันอยู่

“ค่ะ...แต่คุณรู้ได้ยังไง”

พลอยนิลเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ ถึงเขาจะรู้จักพลอยสีดำ

แต่เขาก็ไม่น่าจะรู้ว่าชื่อของเธอแปลว่าพลอยสีดำ

"เพราะผมชอบไงครับ" เขาตอบเพียงสั้นๆ

แต่ทำเอาหญิงสาวหน้าชาจนพูดอะไรไม่ออกได้แต่จ้องหน้าคนพูดอยู่อย่างนั้น

“เอ่อ...ผมหมายถึงผมชอบพลอยสีดำน่ะครับ

ที่เหมืองไม่ค่อยเจอเท่าไหร่

สีเข้มเต็มที่ก็จะเป็นไพลินมากกว่าน้อยมากที่จะเข้มจนเป็นพลอยนิล” อาเธอร์พูดต่อ

คนที่นิ่งอึ้งถึงได้ขยับตัว

“อะ....อ๋อค่ะ”

แม้ว่าเขาจะแก้ตัวไปอย่างนั้น แต่หัวใจดวงน้อย ๆ

ของพลอยนิลก็ยังคงเต้นแรงปานจะหลุดจากอก นี่เธอพลาดเสียอาการไปกับคำพูดเพียงแค่นั้นได้อย่างไรกัน

“จริง

ๆ ผมเคยได้ยินมาว่าคุณอาชามีพลอยนิลงามอยู่ ไม่คิดว่าคนจะหมายถึงคุณกัน

เข้าใจมาตลอดว่าเป็นอัญมณี” อาเธอร์พูดต่อ

“อ๋อ...ถ้าเรื่องนั้น

พ่อของฉันมีจริง ๆ ค่ะเป็นสร้อยประดับพลอยนิล ที่จี้จะมีพลอยเม็ดใหญ่สีดำวาว

เป็นพลอยเขมรโบราณ เห็นว่าท่านประมูลมาได้ตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด

น่าจะชอบมากถึงขนาดว่าเอามาตั้งเป็นชื่อของฉันเลย” คนฟังพยักหน้ารับ

‘แสดงว่าอยู่ที่นี่จริง ๆ สินะ’ เขาพลางคิดในใจ

“ไม่เคยมีคนขอซื้อบ้างเหรอครับ

เห็นว่าอัญมณีโบราณราคาค่อนข้างสูง” พอเป็นเรื่องของอัญมณีอาเธอร์ก็มีหัวข้อมากมายที่จะหยิบเอามาพูด

“ฉันก็ไม่แน่ใจนะคะ

แต่ว่าพ่อคงไม่ขายง่าย ๆ เห็นขายไปตั้งเยอะแล้ว

แต่กับเส้นนี้อยู่มานานกว่าอายุฉันซะอีก”

“อ๋อครับ”

“ฉันคิดว่าคุณจะรีบกลับซะอีกนะคะ

เห็นว่าคุยงานกับพ่อเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ” พลอยนิลอาศัยจังหวะนี้เปลี่ยนเรื่อง

เพราะเธอเบื่อจะคุยเรื่องงานกับเขาแล้ว

“ก็ว่าจะอยู่เที่ยวต่อสักพัก

เอจีรัสกับไทยอยู่ไกลกันมากนะครับ อีกอย่างผมก็ไม่ได้มีโอกาสมาบ่อย ๆ ด้วย”

“ฉันก็คิดว่าคุณจะห่วงงาน

ต้องรีบกลับไปดูแลงานซะอีก”

“ฮ่า

ๆ งั้นเหรอ” อาเธอร์หัวเราะชอบใจกับประโยคของพลอยนิล แต่คนพูดกลับทำหน้าสงสัย

คิ้วสวยของเธอขมวดยุ่ง ไม่เข้าใจกับท่าทางของอาเธอร์เลยสักนิด เขาหัวเราะอะไร

เธอพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ

“ฉันใช้คำไม่ถูกเหรอ”

หญิงสาวนักเรียนนอกรีบถามขึ้น เธอมั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเองมาก

แต่พออาเธอร์ทำท่าทางแบบนี้ความมั่นใจที่มีก็แผ่วลงไปไม่น้อย

“ไม่

ๆ คุณน่ะพูดถูกแล้ว ภาษาอังกฤษคุณดีมาก อย่ากังวลเลย”

อาเธอร์รีบพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่สู้ดีนัก

“ถ้างั้น...แล้วทำไมคุณ....”

“ผมตลกที่คุณบอกว่าผมจะรีบกลับไปดูแลงานน่ะ

เชื่อไหมใคร ๆ ก็คิดแบบนี้กันหมด ทุกคนคิดว่าผมประสบความสำเร็จแพราะทำงานอย่างหนัก

ทั้งที่จริง ๆ แล้วผมก็แค่....ฟลุ๊กน่ะ”

“ฟลุ๊ก?” พลอยนิลไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เขากำลังจะพูดเท่าไหร่นัก

เธอทวนคำพูดของเขาอีกครั้งพร้อมทั้งขมวดคิ้วสงสัย

เธอรู้สึกว่าอาเธอร์คนนี้แปลกไปจากคนอื่น ๆ ที่เธอเคยคุยด้วยเอามาก ๆ

เพราะหากเป็นคนอื่นที่ประสบความสำเร็จ เป็นเจ้าของธุรกิจแบบนี้

ก็คงจะอวดโอ้ไปแล้วว่าตัวเองเก่งกาจสามารถบริหารธุรกิจจนรุ่งเรืองได้

แต่อาเธอร์คนนี้ไม่ได้พูดแบบนั้นเลยสักนิด

เขาแทบจะไม่กล่าวถึงความสำเร็จนี้เสียด้วยซ้ำ

“ใช่

จริง ๆ เรื่องมันยาวมาก ถ้าคุณอยากรู้ ผมขอชวนให้คุณไปเที่ยวเอจีรัสดู

แล้วผมจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย” คนที่กำลังตั้งใจฟังพลันหลุดหัวเราะออกมาทันที

‘นี่มุกจีบสาวของหนุ่มเอจีรัสเหรอ’ พลอยนิลคิดในใจ

“ฉันตั้งใจฟังคุณมากเลยนะ

คุณรู้หรือเปล่า” พลอยนิลบอกกับคนตรงหน้า เขายักไหล่ก่อนจะหัวเราะขึ้นบ้าง ทั้งคู่พูดคุยกันอีกเล็กน้อย

พลอยนิลถึงได้รู้ตัวว่าเธอออกมานานเกินไปแล้ว ป่านนี้เพื่อน ๆ ของเธอคงจะตามหาแล้ว

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว

ฉันคงต้องขอตัวนะคะ เพราะว่าออกมานานแล้ว เดี๋ยวเพื่อนจะหา”

พลอยนิลกล่าวก่อนจะลุกยืนขึ้นเตรียมตัวที่จะเดินกลับไปหาเพื่อนๆ ของเธอ

“ครับ”

อาเธอร์ตอบเพียงสั้น ๆ และยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้มีท่าทีจะขยับไปไหน

“แล้วคุณยังอยู่ที่ไทยอีกนานหรือเปล่า”

“คงอีกหลายวัน”

ใจหนึ่งพลอยนิลอยากจะเสนอตัวพาเขาเที่ยว

แต่อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทางว่าอยากเจอกับเธออีก เธอจึงเลือกที่จะไม่พูดมันออกไป

“ถ้าคุณอยากจะพาผมเที่ยว...ก็มีเวลาอยู่นะครับ”

เมื่อร่างบางหมุนตัวเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว

เธอก็ต้องชะงักเท้าและหยุดฟังประโยคที่อีกฝ่ายตะโกนตามหลังมา

พลอยนิลหมุนตัวหันกลับไปยิ้มให้เขา

แต่ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะหันหลังกลับเข้าร้านและเดินจากไป

ทิ้งให้อาเธอร์นั่งอยู่เพียงลำพัง

“ฮัลโหล...พลีโอนาสต์ยังอยู่ที่นี่จริง

ๆ” หลังพลอยนิลลับตาไปแล้ว

อาเธอร์ก็กดโทรหาใครบางคนก่อนจะพูดคุยกับเขาคนนั้นด้วยภาษาไทย

เขาตามหาพลอยนิลเส้นนี้มานานแล้ว

ตั้งแต่ก่อนจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงติดอันดับโลกเสียอีก

เขาเคยได้ยินมาว่ามันอยู่ที่ประเทศไทย

และพยายามสืบหาจนกระทั่งรู้ว่าผู้ครอบครองคนสุดท้ายคืออาชา

แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะยังอยู่ที่เขาหรือเปล่า

เพราะสร้อยเส้นนี้มีอายุนานนับร้อยปีมาแล้ว

นักสะสมอัญมณีโบราณต่างก็อยากได้กันทั้งนั้น หากมีคนเสนอราคาสูง ๆ

มันก็ไม่แน่ว่าอาชาอาจจะขายไปแล้ว แต่วันนี้เขาได้รู้จากปากของพลอยนิลว่ามันยังอยู่ที่อาชาพ่อของเธอ

นั่นก็แปลว่า พลอยนิลเส้นนี้อยู่ห่างไปแค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น

“ฉันรู้มาจากลูกสาวของอาชา

แต่คิดว่าเขาคงไม่ขายให้ง่าย ๆ คงต้องทำตามแผนต่อไป”

(“แล้วเรื่องที่คุณจะ...”)

“ก็พยายามอยู่

ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ช่องทางการติดต่อแบบส่วนตัว คงต้องอาศัยนายไปก่อน”

(“ครับ ถ้าคุณพลอยนิลจะไปไหนผมจะรายงานคุณอีกที”)

“อืม

เป็นไปได้ก็อยากจะเจอกันแบบนี้มากกว่านะ

คุยกันได้สะดวกมากกว่าตอนที่เธออยู่กับอาชามาก”

(“เธอไม่ค่อยห่างพ่อน่ะสิครับ”)

“ช่างเถอะ

ฉันยังอยู่ที่นี่อีกสักพัก คิดว่าก่อนกลับเอจีรัส ต้องได้คอนแท็กต์ กันก่อน ฉันก็ยังไม่กล้าออกตัวแรงมาก กลัวจะไปทำให้เธอเบื่อฉันเปล่าๆ”

การเจอกันในคืนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

แต่มันเป็นแผนการที่อาเธอร์ตะเตรียมล่วงหน้ามาแล้ว

เขารู้ว่าพลอยนิลจะมาที่นี่กับเพื่อน โดยที่ไม่มีอาชามาด้วย เขาจึงมาดักรออยู่ก่อน

เพื่อที่จะได้เจอกับเธอ

ฮอต

Comments

Duck

Duck

คนที่อาเธอร์คุยด้วยใช่เสือหรือเปล่า

2020-11-08

5

ทั้งหมด

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!