พลอยนิลรีบเดินหาห้องประชุมห้องที่พ่อของเธอบอก
จนในที่สุดก็พบว่าอยู่อีกชั้นหนึ่ง ห้องประชุมนี้มีไว้เพื่อแขกที่สำคัญมากจริง ๆ
เท่านั้น ดวงตาคู่สวยก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือราคาแพงของเธออีกครั้ง
เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองนั้นไม่ได้สาย
"เหลืออีกตั้ง 5 นาที"
ริมฝีปากเรียวมันวาวด้วยลิปกรอสบ่นพึมพำก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่ประตู
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ
ห้องนี้สำหรับแขกพิเศษ กรุณาแสดงบัตร...”
“ฉันเป็นลูกสาวของคุณอาชา
ต้องแสดงบัตรอะไรเหรอ บัตรประชาชนได้หรือเปล่า?” เมื่อถูกสาวพนักงานที่หน้าห้องประชุมเดินเข้ามาห้าม
พลอยนิลจึงหันไปสวนกลับอย่างทันที
คนเข้ามาห้ามเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รีบก้มหัวกล่าวคำขอโทษยกใหญ่
“ขอโทษค่ะ
หนูไม่รู้ว่าคุณเป็นลูกสาวของคุณอาชา ขอโทษจริง ๆ นะคะ”
“ไม่รู้ก็เงยหน้าขึ้นมา
มองหน้าฉันแล้วก็จำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะว่าฉันนี่แหละ พลอยนิล อิศวรากุล
ลูกสาวคนเดียวของคุณอาชา ประธานใหญ่ของบริษัทนี้”
เพราะถูกพนักงานเข้ามาห้ามทำให้พลอยนิลต้องเสียเวลาอยู่ที่หน้าห้องประชุมอีกหลายนาที
ทำให้เธอเริ่มจะหงุดหงิดและอารมณ์ไม่ดีเสียแล้ว
เธอหมุนตัวกลับไปที่ประตูอีกครั้งก่อนจะพ่นลมหายใจออกเพื่อทำให้อารมณ์เย็นลง
ก่อนที่จะเข้าไปนั่งในห้องประชุม เมื่อพลอยนิลเข้ามาถึง
ทุกคนต่างนั่งกันจนเต็มทุกที่แล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถึงกำหนดเวลา
ส่วนหนึ่งก็เพราะอาเธอร์มาถึงก่อนเวลานัด
อาชาส่งสัญญาณเรียกให้ลูกสาวเดินเข้าไปหาเขา ก่อนจะหันไปบอกกับเลขาที่นั่งอยู่ข้าง
ๆ
“เดี๋ยวคุณไปหาเก้าอี้มาใหม่นะ
ตรงนี้ผมจะให้นิลลูกสาวผมนั่ง” คนเป็นลูกน้องก็เข้าใจและพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“นั่งสิ”
อาชาหันไปบอกกับลูกสาว อาเธอร์มองดูเหตุการณ์ตรงที่อาชานั่งอยู่
และคาดเดาว่าผู้หญิงคนที่เพิ่งลุกออกไปคงจะเป็นเลขาของอาชา
เพราะเห็นว่าเธอเข้ามาเตรียมพื้นที่และความพร้อมต่าง ๆ
ตั้งแต่ก่อนที่อาชาจะมาถึงแล้ว ส่วนผู้หญิงอีกคนซึ่งก็คือพลอยนิล
น่าจะเป็นลูกสาวตามที่เขาได้รู้มา
“ต้องขออภัยด้วยนะครับ
ที่มาถึงก่อนเวลา แต่ทุกอย่างก็ขอให้เป็นไปตามกำหนดการที่ทุกคนเตรียมไว้เลย
ครั้งนี้ผมผิดเองที่มาเร็วไป” อาเธอร์บอกกับทุกคนในห้องประชุมผ่านภาษาอังกฤษ
ซึ่งก็มีคนที่ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง
แต่ส่วนใหญ่แล้วคนที่จะได้เข้ามาในห้องนี้จำเป็นต้องมีความรู้ด้านภาษาติดตัวอยู่แล้ว
ถึงจะไม่เข้าใจทั้งประโยคแต่ก็พอเดาได้ว่าแขกคนพิเศษท่านนี้พูดว่าอะไร
“ไม่เป็นไรครับ
ทางเราพร้อมอยู่แล้ว เอกสารต่าง ๆ ก็วางอยู่บนโต๊ะคุณอาเธอร์ลองอ่านดูได้เลยนะครับ
แล้วจะยังไงต่อก็ค่อยว่ากัน” อาชาพูดขึ้น
“ผมขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนก็แล้วกันนะครับ
ผมอาเธอร์ คาลูซเชี่ยน ประธานบริษัทในเครือเอจิมิกซ์จิเวอร์รี่
ทั้งในส่วนของเหมืองขุดแร่ ฝ่ายผลิตเครื่องประดับ และแบรนด์เอจิมิกซ์ทุกสาขากว่า 17 ประเทศทั่วโลก ส่วนนี่แองเจลล่า เลขาของผม” คำแนะนำตัวของอาเธอร์สร้างความฮือฮาให้กับทุกคนในห้องอย่างมาก
เพราะเขายังดูเด็กมากสำหรับตำแหน่งที่เขานั่งอยู่
“ผมอาชา
อิศวรากุล ประธานบริษัทสยามจิวเวอร์รี่ ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี”
อาชาแนะนำตัวเองเพียงสั้น ๆ อาเธอร์มองไปที่พลอยนิล
เธอเองก็สบตากับเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาอาชาเพื่อขอความช่วยเหลือ
“นี่พลอยนิล
ลูกสาวของผมครับ
วันนี้ผมขออนุญาตพาเธอเข้ามาฟังเป็นประสบการณ์เพราะในอนาคตข้างหน้า
เธอต้องมาทำงานกับผม”
“ด้วยความยินดีครับ”
อาเธอตอบรับก่อนจะยิ้มให้กับทั้งอาชาและพลอยนิล
ความรู้สึกของอาชาเวลามองเห็นอาเธอร์มองมาที่ลูกสาวของเขา
ด้วยความเป็นผู้ชายด้วยกัน
เขารู้สึกว่าอาเธอร์คนนี้น่าจะกำลังพอใจในตัวพลอยนิลอยู่
การเจรจาตกลงกันเป็นไปอย่างราบรื่น
ข้อเสนอของฝ่ายบริษัทสยามจิวเวอร์รี่นั้นได้รับการยินยอมเห็นด้วยจากอาเธอร์ทั้งหมดอย่างไม่มีคำขัดแย้ง
และตลอดเวลาพูดคุยกันอาชาก็แอบมองเห็นว่าอาเธอร์แอบมองดูลูกสาวของเขาอยู่แทบจะตลอดเวลา
ส่วนพลอยนิลนั้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด เธอตั้งใจฟังการบรรยายอย่างตั้งใจ
และจดทุกอย่างในจุดสำคัญลงกระดาษประหนึ่งว่ากำลังทำหน้าที่เลขาฯ
ให้กับพ่อของเธออยู่
“งั้นการเจรจาในวันนี้ถือว่าผมโอเค
ในส่วนของสัญญาผมจะกลับมาเซ็นอีกทีหลังวันไปดูโรงงานกับหน้าร้านนะครับ
เผื่อมีปรับเปลี่ยนอะไร” อาเธอร์กล่าวสรุป
“ด้วยความยินดีครับ”
อาชากล่าวตอบ
เมื่อการเจรจาจบลง
ต่างฝ่ายต่างก็แยกกันออกจากห้องประชุม มีเพียงอาชาและพลอยนิลที่ยังคงนั่งกันอยู่
“ตั้งใจฟังไปหรือเปล่า”
อาชาแกล้งแซวลูกสาว แม้แต่ตอนนี้เธอก็ยังคงตั้งใจอ่านทวนสิ่งที่จดเอาไว้อีกรอบ
“นิลอยากทำให้มันดีไงคะ
คุณพ่ออุตส่าห์ให้นิลเข้ามาร่วมฟังงานใหญ่ขนาดนี้”
พลอยนิลละสายตาจากกระดาษในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปตอบกับพ่อ
“ตั้งใจจนไม่รู้ตัวเลยเหรอว่ามีหนุ่มแอบมอง”
คนฟังขมวดคิ้วยุ่ง ใครจะมาแอบมองเธอกัน
“ใครคะ?”
“ว่าที่หุ้นส่วนคนใหม่ของพ่อน่ะสิ”
“คุณอาเธอร์น่ะเหรอ? นี่เขาไม่พอใจที่นิลมาเข้าห้องประชุมช้าหรือเปล่าคะ”
พลอยนิลคิดไปอย่างนั้น เพราะถึงตัวเองจะมาทันเวลาแต่ก็มาเป็นคนสุดท้าย
ยิ่งอาเธอร์มาถึงก่อนเวลาตั้งนานทั้งที่เป็นแขกด้วย เธอกลัวว่าตัวเองจะทำเสียมารยาทได้
“ไม่หรอกสายตาที่เขามองลูกสาวพ่อ
เหมือนว่าเขาจะชอบนะ” อาชากล่าวต่อ
“นิลเนี่ยเหรอคะ
คุณอาเธอร์อะไรนั่น ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ แถมน่าจะรวยมากด้วย จะมาสนใจอะไรนิล”
พลอยนิลรีบปฏิเสธ
“พ่อเป็นผู้ชายด้วยกัน
พ่อดูออกน่า วันไปโรงงานกับไปร้านนิลก็ไปกับพ่อสิ จะได้รู้ว่าเขามองจริงหรือเปล่า”
“นี่คุณพ่อจะจับคู่ให้นิลเหรอคะ”
“คุณอาเธอร์เขาก็เป็นผู้ชายที่น่าสนใจนะ
เห็นว่ายังโสดอยู่ด้วย นิลไม่ชอบเหรอ”
“คุณพ่ออ่ะ
ไม่หวงนิลเลย”
“พ่ออยากให้นิลได้เจอกับคนดีดี
โอกาสแบบนี้มันไม่ง่าย ลองคุยดูก็ไม่เสียหายอะไร
ถึงจะไม่ได้คบแต่รู้จักกันเอาไว้เราจะได้มีเส้นสายทางนี้ด้วย
อาเธอร์คนนี้น่ะมาแรงมากนะในวงการนี้” พลอยนิลไม่ได้พูดอะไรต่อ
เธอเพียงคิดตามสิ่งที่พ่อพูดเท่านั้น
ฝั่งของอาเธอร์ทันทีที่เขาขึ้นมานั่งบนรถส่วนตัวแล้ว
ก็รีบโทรหาใครบางคนทันที
“นายทำงานได้ดีมาก
ต้องขอบคุณข้อมูลของนายที่ทำให้งานของฉันในวันนี้ง่ายขึ้นมาก
ไว้จะให้คนโอนค่าตอบแทนไปให้นะ” อาเธอร์บอกกับปลายสายก่อนจะกดวาง
เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อร่วมงานกับอาชาเท่านั้น
แต่งานหลักของเขาคือมาตามหาของสำคัญที่มีคนแย่งไปจากตระกูลของเขาต่างหาก
“แต่จะว่าไปแล้ว
นิลว่าคุณอาเธอร์อะไรนี่เขาดูจะตกลงกับเราง่ายไปนะคะ เขาไม่เห็นจะต่อรองอะไรเลย”
หลังจากเดินมาถึงที่ห้องทำงานของอาชาพลอยนิลก็พูดในสิ่งที่เธอสงสัยขึ้น
เพราะฝ่ายของอาเธอร์นั้นดูจะเออ ออ ไปหมดทุกอย่างกับข้อเสนอจากฝ่ายตน
ทั้งที่ความจริงแล้วฝ่ายที่ได้เปรียบนั้นควรจะเป็นเขามากกว่า
“เพราะข้อเสนอที่พ่อยื่นไปมันไม่น่าเกลียดไงล่ะ
ไม่ได้เอื้อทางใคร ยุติธรรมทั้งคู่ ถ้าเขาเก่งอย่างที่คนเขาร่ำลือกันจริง ๆ
อ่านดูก็น่าจะรู้แล้ว ว่าข้อเสนอของพ่อมันไม่ได้เอาเปรียบเขา”
อาชากล่าวอย่างภูมิใจ
“นี่มันธุรกิจนะคะคุณพ่อ
นิลที่ยังเรียนไม่จบอ่านดูยังรู้เลยว่าผลประโยชน์มันเอียงมาหาคุณพ่อมากกว่า
ต่อให้มันไม่น่าเกลียดแต่คนระดับนั้นจะไม่รู้เชียวเหรอ”
“นิลยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก
ธุรกิจเนี่ยมันซับซ้อน คิดเอาเองง่าย ๆ ไม่ได้หรอก”
“นิลไม่ห่วงหรอกค่ะ
มีคนสอนเก่ง ๆ แบบคุณพ่อทั้งคน” พลอยนิลกล่าว
“อืม...แล้วพ่อว่าจะรับเด็กฝึกงาน
เพราะเห็นทางฝ่ายบุคคลยื่นเรื่องมาแล้ว นิลว่ายังไง”
“ก็ดีนะคะ
เผื่อใครทำงานดีก็จะได้รับเข้ามา เพราะเห็นว่าจะขยายสาขาไม่ใช่เหรอคะ”
“พ่ออยากได้มืออาชีพมากกว่า
เด็กจบใหม่ต้องสอนงานเยอะ”
“แต่นิลว่าสอนง่ายกว่าพวกมีประสบการณ์นะคะ
พวกนั้นน่ะอีโก้สูง อวดดี
คิดว่าตัวเองเคยทำมาก่อนไม่ค่อยอยากจะเปิดใจรับฟังความเห็นนอื่น”
ฝ่ายพลอยนิลก็เถียงขาดใจ
อาชาถอนหายใจก่อนจะส่ายศีรษะแล้วยิ้มกับท่าทางของว่าที่คุณประธานในอนาคต
“งั้นเดี๋ยวตอนเลือกเด็กฝึกนิลก็มาช่วยพ่อดูก็แล้วกัน
ใครเข้าตาคุณประธานพลอยนิล ก็เรียกมาสัมภาษณ์เอา แบบนี้ดีไหม”
“ดีเลยค่ะ
นิลจะคัดเอาแต่คนดี ๆ มาให้คุณพ่อ” พลอยนิลพูดอย่างมั่นใจ
ฝ่ายพลอยมายานั้น
เธอกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำเรซูเม่เพื่อเตรียมยื่นส่งไปสมัครฝึกงานตามบริษัทต่าง
ๆ เพราะคิดว่าจะมัวฝากความหวังไว้ที่บริษัทของอาชาก็คงไม่ได้
เกิดเขาเปลี่ยนใจไม่ช่วยขึ้นมาจะกลายเป็นว่าไม่มีที่ไปเปล่า ๆ
ครืดดด
ครืดดด
-หลิว-
เสียงโทรศัพท์สั่นทำให้พลอยมายาต้องละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์
เธอกำลังนั่งทำเรซูเม่อยู่ที่ห้องสมุดของมหาลัยเพราะว่าไม่มีคอมพิวเตอร์ที่จะใช้ทำงาน
“เออว่า”
(“อยู่ไหนอ่ะ ไปกินชาบูเป็นเพื่อนหน่อยดิ วันนี้ผัวไม่ว่าง”)
“กูก็ไม่ว่างค่ะ”
(“ทำอะไรไม่ว่างวะ งานก็ไม่มีไม่ใช่เหรอ”)
“ใช่
ไม่มีงาน แต่กูทำเรซูเม่อยู่” พลอยมายาตอบทั้งที่มือยังคงพิมพ์ต่อไป
(“ทำไปทำไมวะ”)
“โอ๊ยอีหลิว
มึงนี่มันเคยรู้อะไรบ้างไหมเนี่ย ทำไปยื่นฝึกงานสิวะ”
(“ก็กูยังไม่ได้ฝึกนี่ จะไปรู้ได้ยังไง จะจบหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”)
พลอยมายาถอนหายใจเอือมระอากับเพื่อนสาวคนนี้
“ก็แน่ล่ะ
มึงเล่นไม่มาเรียนเลยนี่”
(“เออน่า มึงจะเสร็จหรือยัง ไปกินเป็นเพื่อนหน่อยนะ ๆ
นอกจากมึงก็ไม่มีใครคบกูแล้วอ่ะ”) ปลายสายทำเสียงออดอ้อน
“เออ
ๆ รอแปบจะเสร็จแล้ว นัดที่ไหนก็พิมพ์มาเลย เดี๋ยวไป”
(“น่ารักที่สุด”) เพราะคำว่านอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครเป็นเพื่อน
ทำให้พลอยมายาต้องเร่งมือทำงานให้เสร็จ และออกไปเจอกับหลิวตามคำขอ
เพราะตัวเองนั้นก็ไม่ได้ต่างกันเลย นอกจากหลิวก็ไม่มีใครมาคบค้าสมาคมด้วย
เนื่องจากไม่ได้มีเวลาไปปาร์ตี้ที่ไหน และไม่ได้ใช้ข้าวของราคาแพง
ไม่ได้เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียงและมากด้วยเงินทอง
นอกจากหน้าตาที่สะสวยราวเทพบรรจงปั้นมาให้อย่างประณีต
กับความเก่งที่มาจากการตั้งใจเรียนแม้จะไม่มีเวลาเลยแล้วนั้น พลอยมายาก็ไม่มีข้อดีอะไรที่น่าดึงดูดให้ใครเข้าหาเลย
หลิวเองแม้จะเกิดบนชะตาชีวิตที่ดีกว่า แต่การเข้ามาเรียนในมหาลัยนี้ของเธอ
ก็มาจากเงินที่เป็นเมียน้อยตั้งแต่มัธยม
ด้วยเหตุนี้หลิวจึงเดินบนเส้นทางนี้เรื่อยมา
“เดี๋ยวนี้ใช้ของแบรนด์เนมแล้วว่ะ”
เสียงของใครบางคนดังขึ้นขณะที่พลอยมายากำลังเดินออกไปหน้ามหาลัยเพื่อหารถออกไปเจอกับหลิว
ได้ยินเพียงผ่าน ๆ แต่คนถูกพูดถึงย่อมต้องรู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังถูกนินทา
“ธรรมดา
ดูด้วยสิว่าคบอยู่กับใคร” คำพูดแบบนี้
ฟังดูยิ่งมั่นใจว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงนั้นก็คือเธอเอง พลอยมายาชะลอฝีเท้าลงและฟังเสียงผู้หญิงสองคนที่เดินตามหลังมานินทาเธอในระยะเผาขนอย่างตั้งใจ
“อีหลิวอ่ะนะ
เห็นว่ามีผัวแล้วไม่ใช่เหรอ” ยิ่งได้ยินชื่อของเพื่อนสนิท ก็ยิ่งมั่นใจว่าใช่แน่
พลอยมายาพยายามข่มใจไม่ให้ราคากับผู้หญิงสองคนที่เดินตามมาด้านหลัง แต่อีกฝ่ายดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้เลย
“มีผัวแล้วก็แอบรับงานได้ไหมวะ
คนแบบนั้นจะไปทำมาหากินอะไรได้”
"คนนี้ก็เถอะ คงจะเพิ่งทำ เห็นเงียบ ๆ ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย"
"เคยได้ยินไหมล่ะ เงินมาผ้าหลุดอะมึง ฮ่าฮ่าฮ่า..."
พลอยมายาไม่อาจทนฟังต่อไปไหว เธอหยุดเดินและหันไปหาคนพูดแล้วจ้องมองพวกเธออย่างเอาเรื่อง
“ไม่มีปัญญาหาเงินมาซื้อของดีแบบคนอื่น
เลยต้องใช้ของก้อบ เก่งนักเรื่องนินทา นี่อยากพูดถึงคนอื่น รอให้เขาไปไกล ๆ
ก่อนได้ไหม เพราะถ้าเขาได้ยินแล้วสวนขึ้นมาเนี่ย รับได้กันหรือเปล่า”
พลอยมายาตัดสินใจหยุดเดินแล้วหันไปตอกหน้าหญิงสาวสองคนที่เดินคุยกันเรื่องเธอกับหลิวอย่างสนุกปาก
“เงียบทำไมล่ะ
ปากดีให้เหมือนเมื่อกี้สิ!!! ใครจะทำอะไรยังไง มันไปหนักส่วนไหนของพวกมึงเหรอ
มีปัญญาแค่ทำงานออกแรงแลกเงินแค่พอซื้อแต่ของปลอมมาใช้ก็เก็บปากไว้กินข้าวราดแกงจานละยี่สิบบาทเถอะ
ใครจะทำอะไรมันเรื่องของเขา อย่าเสือก!!” พลอยมายาหันไปโวยใส่สองสาวที่นินทาเธอ
จนต่างฝ่ายต่างช็อกและไม่ได้โต้ตอบอะไร เอาแต่ก้มหน้าเงียบ
เพราะไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนเงียบ ๆ อย่างพลอยมายานั้น
ถึงคราวของขึ้นจะด่าได้ขนาดนี้ พลองจากฉอดพวกปากหอยปากปูเสร็จ
พลอยมายาก็หันตัวกลับมาจ้ำเท้าเดินออกไปหาเพื่อนที่นัดกันเอาไว้
น่าเสียดายที่เธอในตอนนี้อารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย
พลอยมายาเดินออกมาจากมหาลัยด้วยอารมณ์หงุดหงิด
ความจริงเธอก็ทำใจมาก่อนแล้วเรื่องที่จะต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านกับการเลือกมาทำอาชีพนี้
แต่ใครเลยจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก เพราะเธอไม่มีเงินทอง ไม่มีเส้นสาย
ความดีกับความมานะสมัยนี้ก็ใช่ว่าจะช่วยอะไรได้ แม้แต่คนเก่ง ๆ
ที่ไม่มีทางลัดกว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ยังยาก ในเมื่อเธอมีทางที่ดีกว่า
ทำไมจะต้องทนเดินบนทางเดิมให้ชีวิตมันยากลำบาก
“กว่าจะมาได้นะคะ
แล้วนี่ไปโดนอะไรมาหน้าหงิกหน้างอเชียว” หลิวที่ยืนรออยู่แล้วร้องถามขึ้น
โดยปกติแล้วพลอยมายาไม่ใช่คนที่จะแสดงสีหน้าท่าทางแบบนี้
ขนาดว่าชีวิตสุดแสนจะบัดซบแต่เธอก็ยังยิ้มแย้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“เจออีแจนกับอีออยตอนเดินออกมาจากห้องสมุด
มันนินทาเรา” พลอยมายาบอกกับคนถาม หลิวถอนหายใจก่อนจะยิ้มแล้วส่ายศีรษะไปมาช้า ๆ
“ช่างแม่งเถอะ
กูชินแล้วน่า”
“แต่กูไม่ชิน
แล้วกูก็ไม่ชอบด้วย ทีพวกมันไปศัลฯ โปรสามแถมหนึ่งหาเงินหารกันแทบตายกูยังไม่เคยไปว่ามันเลย
ไหนจะกระเป๋ารองเท้าปลอมที่พวกมันเอามาใส่เดินชูคอว่าตัวเองไฮโซนั่นอีก ทำตัวหรูแต่เป็นแค่คนเก็บกวาดเช็ดถูอยู่ในร้านอาหารในห้าง
ทำงานสายตัวแทบขาด ได้เงินมาแค่พอซื้อแต่ของเกรดต่ำ ๆ จะให้กูใช้ชีวิตแบบนั้นเหรอ”
“เออน่า...ใจเย็น
ๆ ไป ๆ ไปหาอะไรกิน โมโหหิวหรือเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย”
หลิวว่าพร้อมกับจูงมือเพื่อนที่กำลังเดือดจัดให้เดินตามเธอไปที่ร้านชาบู
เพราะมาถึงก่อนแล้ว หลิวจึงได้จัดการไปจองคิวจองโต๊ะไว้เรียบร้อย
กว่าพลอยมายาจะมาถึงก็ถึงเวลาเข้าไปนั่งกินพอดี
“แล้วนี่อะไรยังไง
ฝึกงานมึงน่ะ เล็งที่ไหนไว้เหรอ” พอเริ่มนั่งกินกันได้ครู่หนึ่งหลิวก็เอ่ยถามขึ้น
“ก็ยังไม่รู้ว่ะ
ตอนแรกคุณอาชาเขาบอกจะฝากบริษัทเขาให้ แต่นี่ก็เงียบไปเลย
ไม่รู้ว่าแค่มาหลอกให้กูดีใจหรือเปล่า” พลอยมายาว่าพลางหยิบเนื้อในจานใส่ลงกระทะ
ก่อนหน้านี้เอเคยมากินชาบูโดยมีหลิวเลี้ยงเสมอ
หากไม่มีหลิวสักคนชีวิตนี้รสชาติของชาบูเป็นยังไงพลอยมายาก็คงไม่มีวันได้รู้แน่
“โอ๊ยคนอย่างคุณอาชาน่ะ
ถ้าเขาออกบอกพูดแล้ว ไม่มีหรอกคำว่าไม่จริง
เพราะอะไรที่มันไม่จริงเขาไม่พูดขึ้นมาหรอก เขาไม่ใช่พวกขี้อวด
เท่าที่มีคนเลี้ยงกูมานะ คุณอาชาคำไหนคำนั้นที่สุดแล้ว
ถ้าบอกว่าจะซื้ออะไรให้ก็คือจะได้จริง ๆ แต่ถ้าเขาไม่ให้เขาจะไม่พูดขึ้นมาเลย
ต่อให้ขอเขาก็จะไม่ตอบ” หลิวเองก็ยังนึกเสียดาย
ที่ตัวเองมีวาสนาได้เป็นเด็กเลี้ยงของอาชาเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ยังดี ที่อย่างน้อยตอนนี้เธอยังพอได้กินเงินเขาจากการเป็นนายหน้าจัดหาคนไปส่งให้เขาอยู่บ้าง
แม้ว่าค่าตอบแทนจะน้อยกว่าตอนที่เป็นเด็กเลี้ยง แต่จำนวนเงินก็ถือว่าเยอะพอที่จะเอามาใช้จ่ายได้อย่างไม่ลังเล
“แล้วตอนนี้มึงก็เลิกขาดเลยเหรอ”
พลอยมายาตัดสินใจถาม เพราะสงสัยมาตั้งแต่ตอนที่ได้ยินสองคนนั้นพูดกันแล้ว
“อืม...ไปรท์มันอยากให้เลิกอะ”
“นี่มันรู้ด้วยเหรอว่ามึง...”
ไปรท์เป็นแฟนของหลิวที่คบกันมาได้สักระยะ และเป็นคนที่ทำให้หลิวยอมเปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่
แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีเงินมาเลี้ยงดูให้หลิวได้สุขสบายเหมือนตอนเป็นเด็กเสี่ย
แต่ความรักที่เขามีให้ก็ทำให้หลิวยอมปล่อยวางไปได้มาก
“เออ
กูก็เล่าให้มันฟังหมดนั่นแหละ ไม่ได้คิดว่าจะรักกันหรอก คิดว่ามันคงมาหลอกฟันเฉย ๆ
แต่มันก็เข้าใจนะ จนตัดสินใจคบกันมันก็ขอให้เลิก กูเองก็ไม่อยากมีปัญหา
เพราะตอนเป็นเด็กเสี่ยคนเลี้ยงเขาก็ไม่อยากให้เรามีแฟนหรอก
กูรักไปรท์มันมากด้วยให้เลิกก็คงยาก เลยเลิกทำงานดีกว่า
อย่างน้อยก็ยังพอมีเงินเก็บอยู่ แล้วก็มีรายได้จากนี่แหละ หาเด็กส่งเสี่ย”
พลอยมายาพยักหน้ารับ เธอคิดตามสิ่งที่หลิวพูด
ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนหนึ่งจะยอมรับในตัวผู้หญิงที่มีอดีตได้ขนาดนี้
ยิ่งหลิวที่ผ่านอะไรมามากเหลือเกินยิ่งดูไม่น่าจะเป็นไปได้
“มึงก็เถอะนะ
อย่าหลงระเริงไปกับเงินทองข้าวของที่ได้ ทำได้ก็แบ่งเก็บด้วย
อยากได้อะไรก็ขอเขาเถอะ เงินที่เขาให้เราจะได้เก็บเอาไว้
เด็กเลี้ยงก็เหมือนลูกหมานั่นแหละ เขาเล่นจนเบื่อเดี๋ยวเขาก็ตัดหางปล่อยวัด
กว่ามึงจะได้งานใหม่เงินที่หามาได้จะช่วยมึงได้พอสมควร
แต่ถ้ามึงไม่เก็บเลย....กูบอกเลยว่าลำบากแน่”
“เออ
กูรู้น่า แต่ก่อนมีเงินใช้วันละไม่กี่บาทกูยังอยู่มาแล้วเลย”
“รู้ก็ดี
กูหวังดีกับมึงนะพลอยที่กูบอกเนี่ย”
ทั้งคู่นั่งกินกันจนกระทั่งหมดเวลา
หลิวยังชวนให้พลอยมายาออกไปเดินเล่นด้วยกันอีก
เพราะวันนี้แฟนหนุ่มของเธอไม่อยู่ห้องเลยยังไม่อยากจะกลับไปนอนเหงาคนเดียว
“ไปดูร้านเพชรกันไหมมึง”
“ไปทำไมวะ
ถึงมีเงินกูก็ไม่ซื้อหรอก” พลอยมายารีบพูดขึ้น
เครื่องประดับสักชิ้นเธอยังไม่เคยมีเลย และก็ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหนด้วย
“ก็เดี๋ยวมึงต้องไปฝึกงาน
เผื่อว่าได้ไปทำบริษัทคุณอาชาจะได้ดูเอาไว้”
“ไม่เห็นจะเกี่ยว”
“โอ๊ย!!
ก็บริษัทเขานำเข้า-ส่งขายเพชรพลอย ไปดูให้มันชินตา พอถึงเวลาไปเจอของจริงจะได้ไม่ตื่นเต้นไงวะ”
หลิวโวยลั่น
“เออก็จริง”
“เออไง
กูคงไม่ชวนมึงไปซื้อหรอก เคยเดินผ่าน เพชรเม็ดเท่าขี้ตา ราคาแพงฉิบ”
พอคุยกันได้อย่านั้นแล้ว
ทั้งสองสาวจึงได้พากันเดินไปที่โซนร้านเครื่องประดับแบรนด์ดัง ทั้งในและต่างประเทศ
ผู้คนที่มาเดินแถวนี้ล้วนดูเป็นผู้รากมากดีทั้งนั้น จนพลอยมายารู้สึกประหม่า
“สอบถามได้นะคะ”
พนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพลอยมายากับหลิวที่กำลังยืนดูเครื่องประดับในตู้กระจกด้วยสายตาชื่นชม
ถึงจะเพิ่งพูดไปว่าไม่อยากได้ ไม่อยากซื้อ แต่พอได้มาดูมาเห็นใกล้ ๆ
แล้วก็ต้องยอมรับเลยว่าของพวกนี้มันสวยงามมากจริง ๆ
มากจนเผลอนึกอยากได้มาครอบครองสักชิ้น
“อ๋อไม่เป็นไรค่ะ
อนากมาดูเฉย ๆ “หลิวหันไปตอบกับพนักงาน
“ไม่เป็นไรค่ะ
ลองดูก่อนได้ค่ะ” สองสาวถูกพนักงานหว่านล้อมให้เข้าไปในร้าน
แต่พลอยมายายืนยันว่าจะไม่ไปแน่ เธอถอยหลบจากพนักงานหน้าร้านอย่างช้า ๆ
“โอ๊ย!!
ขอโทษค่ะ....” เมื่อรู้สึกว่าตัวเองถอยไปชนกับใครเข้า
พลอยมายาจึงได้รีบหมุนตัวไปยกมือไหว้ขอโทษ
แต่เหมือนว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนั้นจะไม่เข้าใจภาษาที่เธอพูด
“ขอโทษค่ะ”
เธอกล่าวคำขอโทษอีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษ
หนุ่มหน้าฝรั่งยิ้มก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบของเขา
“มึงงั้นเราไปกันเถอะ
อยู่นี่เกะกะร้านเขาเปล่า ๆ” หลิวกระซิบบอกก่อนจะลากพลอยมายาออกมาจากร้าน
ชายหนุ่มที่ถูกหญิงสาวในชุดนักศึกษาชน มองดูเธอเดินจากไปจนลับสายตา
ก่อนจะยิ้มขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลอีกครั้ง
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments