Episode 12

เพราะพลอยนิลลูกสาวสุดที่รักของอาชายังคงอยู่ที่ไทย

ทำให้เขาต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาว

จนไม่มีเวลาว่างได้แวบมาเจอกับพลอยมายาเท่าไหร่นัก มีติดต่อกันบ้างก็แค่ถามไถ่เล็ก

ๆ น้อย ๆ พลอยมายานั้นเธอก็ดำเนินชีวิตไปตามปกติก็เหมือนกับว่าได้พักผ่อน

เธอยังคงขวัญผวากับครั้งล่าสุดที่ไปเจออาชาไม่หาย

แต่เพราะเงินของเขาเป็นสิ่งล่อตาล่อใจ ให้เธอยังคงอยู่และทำงานนี้ต่อไป

รอเวลาให้เขาถีบหัวส่งเท่านั้น

“เป็นไง

หอใหม่ดีป่ะ” มือเรียววางแก้วกาแฟราคาแพงลงบนโต๊ะก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง

หลายวันที่หลิวไม่ได้มาเรียน วันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ที่เธอได้มาเจอกับพลอยมายา

พอเลิกเรียนแล้วจึงได้ชักชวนกันมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าต่อ

ตอนนี้พลอยมายาไม่ได้อยู่ที่โรงแรมแล้ว

เธอย้ายเข้าไปอยู่ที่หอพักซึ่งอาชาเป็นคนจัดหาให้

แต่เธอก็เลือกที่ที่ราคาถูกที่สุด เพราะสำหรับเธอนั่นก็ดีที่สุดแล้ว หากนำไปเทียบกับห้องนอนเก่าที่แบ่งมาจากห้องเก็บของที่บ้านป้า

“ดีเลยแหละมึง”

คนถูกถามตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะยกแก้วน้ำปั่นขึ้นดูด

“แล้วนี่ติดต่อกลับบ้านบ้างหรือยัง

มึงหนีออกมาหลายวันแล้ว เขาจะไม่ห่วงมึงแย่เหรอ” หลิวเอ่ยถามขึ้น

เพราะเธอไม่รู้ว่าเรื่องที่พลอยมายาเจอมานั้นมันรุนแรงแค่ไหน

“กูไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกับคนพวกนั้นอีกแล้ว”

พลอยมายาว่าพลางมองค้อนคนถาม เธอไม่อยากจะเอ่ยถึงคนพวกนั้นเสียด้วยซ้ำ

เพียงนึกถึงเรื่องร้าย ๆ ที่เจอก็รู้สึกขยะแขยง

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ

มึงต้องทะเลาะกับเขาหนักแค่ไหน ถึงได้ทำท่าเหมือนกับตายจะไม่ไปเผาผีแบบนี้”

หลิวพูดตามที่ตาเห็น เธอพอรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพลอยมายากับป้าอยู่บ้าง

แต่ไม่คิดว่าคนที่ทนมาเกือบทั้งชีวิตอยู่ ๆ จะทนไม่ได้และหนีออกมาแบบนี้

“มึงคิดว่ากูควรจะกลับไปคุยกับคนที่ขู่จะขังกูไว้บนห้องเก็บของไม่ให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันไหมล่ะ”

พลอยมายาถามขึ้นบ้าง

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ

แล้วลุงมึงล่ะ ไม่ว่าอะไรบ้างเหรอ” พูดถึงคนคนนี้มือเรียวที่ถือแก้วน้ำอยู่นั้น

ก็พลันกำแน่นจนแก้วแทบจะแหลกคามือ

“ไอ้ลุงเขยนี่สิตัวดี

มันจะข่มขืนกู” พลอยมายาว่า

“เชี้ย!!

ทำไมชีวิตมึงเจอแต่เรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยเลยวะ ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อนกูนะ

กูคงคิดว่ามึงอ่านนิยายมากเกินจนอินแล้วเนี่ย”

“ชีวิตกูมันยิ่งกว่านิยายอีกอีหลิว

ตั้งแต่เกิดมาจนโตโชคไม่เคยยืนฝั่งกูเลย แม่งอยู่ตรงข้ามกูตลอด”

คิดแล้วมันก็น้อยใจ ทั้งที่เธอก็พยายามต่อสู้กับโชคชะตาตัวเองมาตลอด

แต่ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนเท่าไหร่ ทุกอย่างที่ทำไปก็เหมือนจะมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

“เออช่างแม่งเหอะ

ตอนนี้ชีวิตมึงก็ดีแล้วนี่ รีบกอบโกยเงินจากคุณอาชาให้ได้มาก ๆ เถอะ”

“กูรู้”

“แล้วนี่...ถ้าเกิดว่าเขาเบื่อมึงขึ้นมา

จะให้กูหาเสี่ยใหม่ให้ไหม หรือจะพอแล้วกับทางนี้” เพราะพลอยมายานั้นไม่ได้เดินสายนี้มาตั้งแต่แรก

ทำให้หลิวต้องถามก่อนว่า เธอยังอยากจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไปหรือเปล่า

เพราะหากให้พูดกันตรง ๆ

สายอาชีพนี้ก็ถูกจัดให้เป็นการขายเกียรติขายศักดิ์ศรีแบบหนึ่งเหมือนกัน

เพียงแค่ตัวนักศึกษาจะขายตรงให้กับเสี่ยที่จะเลี้ยงเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ก็ต้องดูว่าเงินที่กูได้มันพอจะหยุดหรือเปล่า

ถ้าไม่ก็คงต้องต่อ” พลอยมายาตอบอย่างไม่ลังเล

จริงอยู่ที่เดิมทีนั้นเธอไม่ได้ตั้งใจจะมากอบโกยเงินจากอาชีพนี้

เธอเพียงแค่ต้องการหาเงินเพื่อจะนำไปฝึกงาน แต่พอได้มาทำจริง ๆ

แล้วก็รู้สึกว่ามันก็ง่ายดี เจอกันไม่ได้บ่อย แต่ได้เงินเยอะจนเหลือเก็บเหลือใช้

อยากอีกาหาเศษเนื้อกิน ได้มาเป็นพญาหงส์เดินชูคอในห้างหรู

ได้มีโอกาสใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ได้ใช้ของแพง ๆ ได้กินของดีดี

หากตัดเรื่องศักดิ์ศรีออกไปแล้วนั้น อาชีพนี้มันก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเสียหายตรงไหน

“แล้วเป็นไง

คุณอาชาเขาโอเคไหมวะ” หลิวถามต่อ

ตั้งแต่ที่พลอยมายาไปทำงานเธอไม่เคยได้มีโอกาสถามไถ่ถึงเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ

สักที

“ก็โอเคนะ”

“โอเคนี่คือเรื่องไหน

เรื่อง...นั้นอ่ะเหรอ”

“เรื่องเงินสิวะ

เรื่องนั้นน่ะกูไม่ได้สนใจอยู่แล้ว กูสนใจก็แค่เงินของเขาเท่านั้นแหละ”

ถึงจะบอกว่าอาชาดูดี และจัดจ้านในเรื่องบนเตียงยังไง

แต่พลอยมายาก็ไม่คิดอยากจะได้เขามาดูแลตลอดชีวิต

เพราะหลังจากที่ถูกทารุณไปครั้งนั้น

มันทำให้เธอกลัวเขาเสียจนอยากจะเลิกทำงานวันนี้พรุ่งนี้

“เรื่องเงินน่ะ

คนนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงอยู่แล้ว ถ้ามึงทำดีเขาจ่ายไม่อั้น”

“เออ

กูถามอะไรหน่อยสิ” พลอยมายาเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้

เดิมหลิวนั้นก็เคยเป็นเด็กของอาชามาก่อน

ถ้าสงสัยเรื่องการทารุณนั้นถามเอาจากหลิวก็น่าจะได้

“อะไร?”

“มึงเคยโดนคุณอาชาเขาทำแบบซาดิสม์ป่ะ”

“แบบไหนวะ

แบบตบ ตี อะไรแบบนี้เหรอ”

“ไม่ขนาดนั้น!!

แบบโซ่ แส้ กุญแจมืออะไรแบบนี้”

“อ๋อ...ไม่เคยว่ะ

ทำไมมึงโดนเหรอ ตื่นเต้นป่ะ” หลิวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ผิดกับพลอยมายาที่ทำหน้าเหยเกไม่ชอบนัก

“ไม่ว่ะ

น่ากลัว”

“มึงไปทำอะไรเขาถึงได้ลงมือกับมึงแบบนั้นวะ”

“วันนั้นกูบังเอิญไปเจอกับพี่ภพเข้า

พี่ที่เขายังเรียนซ่อมพร้อมรุ่นเราอะ แล้วเขาชวนกูไปกินข้าว แต่ดันไปเจอคุณอาชา

แล้วเขาก็นัดกูไปหา แล้วก็นั่นแหละ กูก็โดนทารุณเหมือนหมูเหมือนหมาเลย”

“มึงจำเอาไว้เลยนะอีพลอย

คุณอาชาไม่ชอบให้เด็กของเขายุ่งเกี่ยวกับคนอื่น ไม่ใช่แค่คุณอาชาหรอก

เสี่ยทุกคนที่เลี้ยงเด็กนั่นแหละ ถ้ามึงอยากจะเดินสายนี้

มึงห้ามมีความรักเด็ดขาดเลย แล้วยางเสี่ยมึงเป็นคุณอาชาแล้วด้วยเนี่ย

กูบอกเลยอย่าหาทำ!!! บทเขาจะร้ายขึ้นมา น่ากลัวฉิบหายเลย”

แม้ว่าหลิวนั้นจะไม่เคยถูกกระทำรุนแรงอย่างพลอยมายา

แต่เธอก็เคยถูกเขาด่าเหมือนหมูเหมือนหมามาเพราะเรื่องแอบไปคบคนอื่น

แต่ส่วนของพลอยมายานั้น เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

เพราะกับภพธรเธอไม่ได้มีอะไรเกินเลยมากไปกว่าแค่กินข้าวกันเท่านั้น

อย่างเธอน่ะหรือจะไปมีความรักอะไรกับใคร

ชีวิตนี้เกิดมาความรักคืออะไรก็ยังไม่เคยได้รับได้รู้เลย

ฝ่ายอาชานั้น

นอกจากจะยุ่งเรื่องลูกสาวแล้ว

เขายังต้องยุ่งกับการเตรียมต้อนรับว่าที่หุ้นส่วนคนใหม่ที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทของเขา

แขกคนนี้สำคัญมากเพราะเขาเป็นถึงเจ้าของเหมืองแร่และมีแบรนด์อัญมณีชื่อดังจากประเทศเอจีรัส

อาเธอร์ คาลูซเชี่ยน หากเป็นคนที่อยู่ในวงการอัญมณีนั้นต้องรู้จักเขาคนนี้เป็นอย่างดี

เพราะเขามีชื่อเสียงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ด้วยอายุที่ยังถือว่าน้อยมากในวงการ แต่เขากลับประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ

แม้แต่เศษแร่ชิ้นเล็ก ๆ ที่ขุดจากเหมือง

เขายังสามารถพลิกมูลค่าของมันได้อย่างมหาศาล แต่อัญมณีที่อาเธอร์คนนี้ต้องการกลับเป็นพลอยนิลกาฬที่ถูกขุดพบจากเหมืองกัมพูชา

และเป็นพลอยโบราณที่มีมูลค่ามาก นักสะสมอัญมณีทุกคนจะรู้จักดี

“ลูกค้าคนนี้สำคัญนะ

อยากให้ดูแลเขาให้ดีที่สุด แล้วก็ของที่ให้เตรียมเรียบร้อยหรือยัง”

อาชาหันไปถามเลขาของเขา การเตรียมตัวเพื่อต้อนรับอาเธอร์นั้นถูกเตรียมการไว้เป็นเดือนตั้งแต่ที่เขาติดต่อมา

อาชาไม่อยากจะพลาดโอกาสสำคัญนี้ และหากอาเธอร์ตกลงเป็นหุ้นส่วนได้สำเร็จ

เขาอาจจะเจรจาส่งอัญมณีไปวางขายในร้านของอาเธอร์ด้วย

เพราะเขารู้ดีว่าอัญมณีที่ได้เข้าไปที่นั่นมูลค่าจะสูงลิบแต่กลับขายออกไปได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ”

“อย่าให้พลาดเชียวล่ะ

คนนี้สำคัญมากเข้าใจใช่ไหม”

“ค่ะ”

หลังจากที่ถูกอาชาย้ำอยู่หลายรอบ ในที่สุดเลขาของเขาก็ต้องย้อนกลับไปดูความเรียบร้อยอีกครั้งเพราะเธอกลัวว่าหากมีข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมา

เธอจะซวยเอาได้

“ใครเหรอคะคุณพ่อ

ทำไมดูซีเรียสจัง”

พลอยนิลที่อ้อนจะตามมาด้วยเอ่ยถามพ่อของเธอขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปที่ห้องทำงานของอาชาด้วยกัน

“เขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่

คนนี้มาแรงมากในวงการอัญมณีเป็นคนเอจีรัส เขาจะมาร่วมลงทุนกับบริษัทเรา”

อาชาหันไปบอกลูกสาว

บริษัทของอาชานั้นนำเข้าอัญมณีจากต่างประเทศโดยจะเน้นไปทางอัญมณีเก่าเพราะมีมูลค่ามากกว่า

ก่อนจะนำมาตีราคาแล้วนำไปประมูล แต่ก็มีอัญมณีจากเหมืองไทยวางขายด้วยเช่นกัน

เพราะลำพังแค่อัญมณีโบราณกว่าจะขายได้ก็ใช้เวลาพอสมควร

ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงของมันนั่นเอง

“เดี๋ยวนี้บริษัทของพ่อนิลเนี่ยโกอินเตอร์แล้วเหรอคะ

เอจีรัสนี่เขาขึ้นชื่อเรื่องเหมืองไม่ใช่เหรอ

ทำไมถึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลถึงนี่” ลูกสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะแม้ว่าเธอนั้นจะไม่ได้อยู่ในวงการอัญมณีโดยตรง

แต่ก็พอรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง ยิ่งหลายปีมานี้เอจีรัสขึ้นชื่อเรื่องราคาอัญมณีมาก

ต่างกับฝั่งไทยที่ราคาสูงเป็นแบรนด์ ๆ

“ก็เขาคนนี้นี่แหละ

ที่บุกเบิกวงการอัญมณีที่เอจีรัส จากประเทศที่เห็นเพชรเป็นแค่ก้อนกรวด กลายเป็นว่าพลิกชีวิตร่ำรวยกันครึ่งค่อนประเทศ”

อาชาพูดต่อ

“อยากจะเห็นตัวจริงแล้วสิ

ทำคุณพ่อของนิลตื่นเต้นได้ขนาดนี้ จะสักแค่ไหนกัน”

“จะเข้าไปกับพ่อไหมล่ะ

จะได้ช่วยพ่อฟังเขาด้วย” อาชาเอ่ยชวน เพราะถึงยังไงหากพลอยนิลเรียนจบแล้ว

เธอก็ต้องมาสานต่องานของพ่ออยู่ดี และไหน ๆ

วันนี้ก็มาบริษัทแล้วแถมยังมาในจังหวะสำคัญ

อาชาจึงคิดว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะพาลูกสาวเข้าไปเรียนรู้งาน

“จะดีเหรอคะ

เห็นว่าเป็นงานสำคัญไม่ใช่เหรอ จะพานิลไปด้วยทำไม”

“นิลจะได้ดูเอาไว้ไง

ถึงเวลามาทำงานแทนพ่อจะได้ไม่ตื่นเต้น”

“แต่นิลเป็นคนนอก

คนอื่นจะยอมเหรอคะ”

“นิลเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ

และสำคัญกับพ่อที่สุด ไม่มีใครกล้ามีปัญหาหรอก”

อาชากล่าวพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของลูกสาวอย่างเอ็นดู

“ถ้างั้นก็ได้ค่ะ

กี่โมงคะพอดีนิลอยากจะไปชงกาแฟหน่อย”

“เดี๋ยวพ่อให้เลขาพ่อทำให้ก็ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะ

นิลชอบชงเอง คนอื่นชงไม่ได้อย่างใจสักที เดี๋ยวจะทำให้นิลอารมณ์เสียเปล่า ๆ”

“งั้นก็ตามใจ 9 โมงตรงเจอกันห้องประชุมใหญ่ ถ้าหาไม่เจอก็ถามพนักงานดูนะ”

“ค่ะ”

พลอยนิลเดินออกมาที่ส่วนห้องครัว

โดยมีแก้วจากในห้องของอาชาติดมือมาด้วย

“ลูกสาวคุณอาชาน่ะ...”

เสียงผู้หญิงกำลังคุยกันอีกอีกฟากดังเข้ามาในห้อง

พลอยนิลยืนนิ่งและรอฟังว่าคนพวกนั้นจะพูดอะไรต่อ

“เห็นว่าตั้งแต่คุณพราวท่านเสียคุณอาชาไม่เคยยุ่งกับใครเลย

เพราะลูกสาวไม่ยอม”

“ถึงว่าเลขาของท่านแต่ละคน

ทั้งสาว ทั้งสวย คุณอาชายังไม่เคยชายตามองเลย” ได้ยินแบบนั้นพลอยนิลก็คลี่ยิ้มทันที

เอรู้สึกดีใจมากที่พ่อของเธอยอมทำตามคำขอที่เคยขอเอาไว้

“น่าเสียดายคุณอาชายังหล่อ

ยังหนุ่มอยู่เลย แถมรวยขนาดนี้อีก”

“ท่านก็คงจะรักลูกสาวมากนั่นแหละ

เพราะมันไม่ง่ายเลยนะที่จะบังคับให้ผู้ชายยอมครองโสดได้เนี่ย” พลอยนิลแอบยืนฟังจนเสียงเงียบไปจึงได้เดินออกมาจากครัว

เธอเดินออกไปที่ระเบียงส่วนที่จัดเอาไว้เป็นสวน

ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะกลางสวนบนตึกในชั้นเดียวกับห้องทำงานของอาชา

แก้วกาแฟถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะส่วนเจ้าของแก้วนั้นลุกขึ้นเดินออกไปยืนเกาะระเบียงชมวิวทิวทัศน์ด้านล่าง

คิ้วเรียวขมวดยุ่งเมื่อมองเห็นชายในชุดสีดำ คล้ายว่าจะเป็นคนขับรถคนเมื่อเช้า

ยืนทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หลังต้นไม้ข้างลานจอดรถของตึก

พลอยนิลจ้องมองลงไปที่เขาแต่ด้วยความสูงของตึกทำให้เห็นไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่

บวกกับต้นไม้ที่บดบังทำให้เธอไม่แน่ใจว่าใช่คนที่เธอคิดหรือไม่

ครืดดด

ครืดดด

แต่ในระหว่างนั้น

เสียงโทรศัพท์สั่นก็ดังขึ้นมาแทรกทำให้พลอยนิลต้องละสายตาจากด้านล่างแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดตอบรับแทน

“ค่ะคุณพ่อ”

(“อยู่ไหนลูก พ่อไปหาที่ครัวไม่เห็นเจอ”)

“อ๋อนิลออกมานั่งเล่นตรงระเบียงที่จัดสวนค่ะ”

(“คุณอาเธอร์เดินทางมาถึงแล้วนะ”)

“ค่ะ

ๆ เดี๋ยวนิลจะรีบไป” หลังจากวางสายเรียบร้อยแล้ว

พลอยนิลย้อนกลับไปมองหาชายปริศนาที่ด้านล่างอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นเขาแล้ว

เธอส่ายศีรษะไปมาเพื่อสลัดความข้องใจออกจากหัว 'ถึงจะใช่เขาจริง

ๆ ก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกยังไง เขาเป็นคนขับรถของพ่อนี่ จะอยู่ที่นี่ก็ธรรมดา' พลอยนิลคิดในใจก่อนจะเดินกลับไปที่แก้วกาแฟแล้วคว้าเอาเดินไปกินต่อที่ห้องทำงานของอาชาพ่อของเธอ

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!