พลอยมายาประคองตัวเองลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า
ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เพื่อรอให้เสือขึ้นมารับไปส่งที่โรงแรม
"ไหวไหม" เสียงทุ้มของเสือทำให้เปลือกตาที่ปิดสนิทพลันเปิดขึ้น
เสือมองดูคราบน้ำตาบนใบหน้าสวย เขากวาดตามองดูรอบๆ
เห็นเพียงคราบไวน์และกลิ่นของไวน์บนผ้าปูที่นอนเท่านั้น
แต่สภาพโรยแรงของพลอยมายานั้น เหมือนว่าเธอเพิ่งจะผ่านการถูกทารุณอย่างหนักมาแน่
"ไหนบอกว่าเขาจะไม่ทำอะไรไง" เสียงแผ่วเบาของคนบนเตียงร้องว่า
"เขาก็ไม่ได้ฆ่านี่"
"แบบนี้มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าให้ตายอีก โอ๊ย"
ทันทีที่มือของเสือสัมผัสที่แผ่นหลัง
เขารีบดึงมือออกทันทีก่อนจะมองดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลังของเธอ
"ขอดูหน่อยได้ไหม" เสือหันมาเอ่ยถามเจ้าตัวเชิงขออนุญาต
เธอพยักหน้ารับพร้อมกับค่อย ๆ ตะแคงตัวให้เขาดู เสือค่อนข้างตกใจกับภาพที่เห็น
แผลจากการถูกแส้ฟาด แดงเต็มแผ่นหลังขาวนวลของพลอยมายา
เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้ตกอยู่ในสภาพโรยแรงแบบนี้
"เดี๋ยวแวะหายามาทาก่อนนะ ดูแล้วแผลก็หนักเอาเรื่องอยู่"
เสือพูดขึ้นพลอยมายาเองก็เพียงพยักหน้ารับ
หลังลงมาจากห้องแล้ว
เสือก็รีบขับรถออกมาทันที พลอยมายาไม่ได้ร้องโอดโอยกับอาการเจ็บปวดที่หลัง
นั่นไม่ใช่เพราะเธอไม่เจ็บ แต่เพราะทั้งหมดทั้งมวลมันชาจนเธอไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว
ทั้งแผลบนหลัง และที่เขากระทำอย่างป่าเถื่อนเพื่อสนองความใคร่นั่น
เธอเจ็บจนอยากจะสิ้นใจตาย
"ไหวหรือเปล่า ไปโรงพยาบาลไหม" เสือเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง
เธอส่ายศีรษะแทนคำตอบก่อนจะเอียงหน้ามองออกไปนอกรถอย่างเหม่อลอย
"โชคชะตาไม่เคยเข้าข้างฉันบ้างเลย" เสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้น
พร้อมกับน้ำตาที่รินไหล
พลอยมายาไม่เคยคิดที่อยากจะร้องไห้ให้กับความโชคร้ายของชีวิตเธอ
เสือไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแต่เงียบเพื่อรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
"ตลอดชีวิตของฉัน เกิดมาก็เจอแต่เรื่องแย่ ๆ เกิดมาจน
แถมยังมีพ่อแม่วิปริตผิดมนุษย์ หนีจากครอบครัวเฮงซวยมาได้
ก็ดันมาเจอป้าที่เลี้ยงฉันเอาไว้เป็นทาสอีก พอหนีพ้นจากป้ามาได้
ก็ดันเลือกเดินสายขายตัวให้คนแบบคุณอาชา ได้เงินมาเยอะ
แต่แลกกับเจ็บตัวปานจะขาดใจตายมันคุ้มแล้วเหรอ" เธอพูดไปพลางร้องไห้พลาง
"ไม่มีใครโชคร้ายไปตลอดชีวิตหรอก เชื่อเถอะวันหนึ่งเธอจะเจอกับเรื่องที่ดี"
เสือไม่ใช่คนที่จะสรรหาคำพูดดี ๆ มาพูดปลอบใจใคร
เขาพูดได้ดีที่สุดก็เพียงเท่านั้นเอง
"เมื่อไหร่ล่ะ ฉันเหนื่อยจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วนะ"
พลอยมายาพูดต่อ
"เกิดเป็นพลอยก็แบบนี้แหละ กว่าจะเป็นอัญมณีที่มีค่า ก็ต้องผ่านการเจียระไน
รับเหลี่ยมรับคมซะก่อน" พลอยมายาหันมองคนขับ
ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกมองหลังอย่างทุกครั้ง
"ไปจำคำพูดพวกนี้มาจากไหน" คำถามของพลอยมายา
ทำคนพูดหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
"ทำไม ไม่คิดว่าผมจะคิดได้เองบ้างเหรอ"
"ไม่รู้สิ เหมือนเคยได้ยินสำนวนภาษาอังกฤษทำนองนี้"
"อาเธอร์ คาลูซเชี่ยน
เจ้าของเหมืองแร่ที่เอจีรัสเป็นคนพูดประโยคนี้น่ะ"
เสือเฉลยพลอยมายาคลี่ยิ้มสวยเมื่อความคิดของเธอมันถูก
"ว่าแล้ว อย่างนายน่ะเหรอจะคิดอะไรแบบนี้ได้"
"อารมณ์ดีขึ้นแล้วสิ"
คนขับรถเอ่ยถามพร้อมกับมองดูคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง เธอหันมายิ้มให้เขาแทนคำตอบ
"ขอบใจนะ" ชีวิตนี้พลอยมายาเหมือนตัวคนเดียวมาโดยตลอด
พอเสือเข้ามาพูดคุยด้วยในเวลาที่เธอกำลังต้องการใครสักคน
มันทำให้เธอนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป
"อยากกินอะไรไหม เผื่อจะได้มีแรง"
เสืออาศัยจังหวะนี้ชวนคนสวยที่นั่งรถมาด้วยหาข้าวกินรอบดึก พลอยมายาคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะคิดได้ว่าถ้าเกิดอาชามาเจอเข้า เธอจะซวยอีกหรือเปล่า
"ฉันกลัวคุณอาชามาเห็นแล้ว..."
"ไม่หรอก ปกติแล้วถ้าลูกสาวของเขากลับบ้าน เขาจะไม่ออกไปไหนเลยล่ะ"
เพราะเสือทำงานกับอาชามานานพอสมควร เขารู้ดีว่าสำหรับอาชาแล้ว
"วันนี้ยังออกมาเลย" พลอยมายาแทรกขึ้นทันที
"ก็วันนี้มันไม่ปกติไง แต่เชื่อเถอะไม่เจอหรอก คุณอาชาน่ะรีบมารีบกลับ
ป่านนี้ก็คงถึงบ้านแล้ว"
"แล้วเขาจะไม่สงสัยเหรอว่าทำไมนายยังไม่กลับ"
พลอยมายายังคงไม่คลายความกังวล เธอเจ็บและเข็ดมาก ๆ ตั้งใจไว้แล้วว่าหากยังไม่ตัดขาดจากอาชาจะไม่ยอมไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่ไหนเด็ดขาด
"ผมไม่ได้พักที่บ้านคุณอาชาหรอก จริง ๆ ถ้าเขาสงสัยอะไรขึ้นมาจริง ๆ
ก็แค่บอกเขาไปว่าคุณขอให้ผมแวะซื้อของกิน เขาก็ไม่ใจดำห้ามคุณหรอกนะ
คนอื่นเคยพาไปเดินชอปปิ้ง พาไปเที่ยวทะเล ก็เคยมาแล้ว ขอแค่บอกกับคุณอาชาเขาเท่านั้นแหละ"
เสือพูดต่อ
"ก็คนมันกลัวนี่ ดูสิแผลเต็มหลังไปหมด ยังรวมที่เขา..."
"ตกลงจะแวะไหม" เสือชิงพูดขึ้น
เขาไม่อยากจะฟังเรื่องที่พลอยมายากำลังจะบอก
"ก็ได้นะหิว ๆ อยู่เหมือนกัน" พลอยมายาตอบรับ
ระหว่างทางที่ขับรถหาร้านของกิน
ทั้งคู่ก็คุยกันมาตลอด ทั้งเรื่องชีวิต เรื่องไร้สาระ จนต่างฝ่ายต่างก็เพลิน
"สรุปคุณจะกินข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว"
มัวแต่คุยกันจนเสือลืมถามไปเลยว่าพลอยมายาอยากจะกินอะไร
สำหรับเขาแล้วกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น
"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อยากซดน้ำซุปร้อน ๆ แซ่บ ๆ "
คนที่นั่งอยู่เบาะหลังร้องตอบ
"งั้นก็ดีเลย มีร้านอร่อยอยู่แถวนี้ร้านหนึ่ง เดี๋ยวผมพาไป
รับรองว่าคุณจะต้องชอบ" เขาว่าอย่าภูมิใจ
"ปกติจีบผู้หญิงของคุณอาขาทุกคนไหม" อยู่ ๆ พลอยมายาก็ถามขึ้น
คนถูกถามนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าตัวเองจะแสดงออกชัดเจนขนาดนั้น
"ไม่นะ ผมไม่เคยจีบผู้หญิงของคุณอาชาเลย" เขารีบปฏิเสธ
แต่พลอยมายาไม่เชื่อคำของเสือเลย เพราะที่เขาทำอยู่ดูก็รู้ว่าเขากำลังสนใจเธอ
"เหรอ สงสัยฉันจะคิดไปเองสินะ" พลอยมายาแกล้งว่า
"เล่นกับไฟอันตรายจะตาย ยิ่งไฟกองที่คุณอาชาเป็นเจ้าของ
ผมไม่กล้าเสี่ยงหรอก" เสือว่าก่อนจะตั้งใจขับรถและไม่พูดอะไรอีก
แต่ตาก็ยังคงมองดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเป็นระยะ
ไม่รู้ว่าพลอยมายาจะเชื่อที่เขาพูดหรือเปล่า
เมื่อถึงร้านก๋วยเตี๋ยวที่ว่าเสือก็ขับรถวนหาที่จอดที่ใกล้
และสะดวกที่สุด เนื่องจากพลอยมายานั้นเพิ่งจะหมดเรี่ยวหมดแรงมา
ไม่อยากให้ต้องเดินไกล
"ไหวแน่นะคุณ ถ้าไม่ไหว ซื้อกลับไปกินที่ห้องได้นะ"
เสือหันไปถามกับหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะหลังอีกครั้ง
เขาไม่แน่ใจว่าเธอจะอาการดีขึ้นหรือยัง เพราะตอนที่ขึ้นไปเจอเธอบนห้องของอาชา
เหมือนว่าอาการจะหนักเอาเรื่องอยู่
"ดีขึ้นแล้วล่ะ กินที่ร้านนี่แหละ ถ้ากลับไปกินที่โรงแรมฉันก็ไม่มีอะไรใส่ก๋วยเตี๋ยวหรอก"
"ก็ซื้อเข้าไปสิคุณ"
"ไม่เอา ฉันอยากกินที่ร้าน"
"งั้นก็ตามใจ"
เสือประคองผู้หญิงของเจ้านายพาไปนั่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนจะรับเอากระดาษจากมือเรียวที่เพิ่งจดเมนูที่ต้องการไปส่งให้กับแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว
"สั่งพิเศษเลยเหรอ จะกินหมดหรือเปล่า ที่นี่เขาให้เยอะอยู่แล้วนะ"
เสือแกล้งว่า เพราะแอบเห็นในกระดาษวงเล็บว่าพิเศษ
"ฉันหิว!! " พลอยมายาตอบเพียงสั้น ๆ
ก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำที่เสือวางให้เธอขึ้นมาดูด
"เห็นแก้วแบบนี้แล้วก็นึกถึงตอนที่ยังทำงานอยู่ร้านขนมจีน"
พลอยมายาพูดขึ้นก่อนจะวางแก้วน้ำในมือลง
"คุณเนี่ยเหรอทำงานอยู่ร้านขนมจีน"
"ทำไม อย่างฉันมันทำงานบนเตียงได้อย่างเดียวหรือไง"
"ก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย"เสือเองก็ไม่ได้รู้ว่าพลอยมายานั้น
ที่ตัดสินใจมาทำงานนี้เพราะเคยเป็นแรงงานทาสทำงานแลกข้าวแลกเศษเงินในร้านขนมจีนของป้าตัวเองมาก่อน
แต่เพราะงานที่ทำมันไม่ได้เงิน
แถมยังไม่ปล่อยให้ได้มีชีวิตอิสระทำให้ต้องดิ้นรนมาขายศักดิ์ศรีเป็นเด็กเสี่ยแบบนี้
"ฉันน่ะเคยตื่นตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เพื่อไปตลาด กลับมาเตรียมของให้ทันตั้งร้านก่อน 8 โมงเช้า
เพราะจะต้องเผื่อเวลาเตรียมตัวไปเรียนให้ทัน 9 โมง แล้ว 9 โมงเนี่ยคือต้องถึงห้องเรียนแล้วนะ ไม่งั้นก็ไม่รู้เรื่อง..."
ระหว่างที่รอก๋วยเตี๋ยว
พลอยมายาก็เล่าเรื่องของเธอให้เสือฟังโดยที่เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน
แต่เพราะด้วยอารมณ์มันพาไป
เธอรู้สึกไว้ใจเสือขึ้นมามากหลังจากที่เขาช่วยบรรเทาความทุกข์ใจหลังจากถูกอาชาทารุณมาจนแทบสิ้นใจ
"เพราะแบบนี้ก็เลยมาทำงานนี่เหรอ" เสือเอ่ยถามเสียงเรียบ
คนถูกถามจ้องมองหน้าของเขาและเข้าใจในความหมายของเขา เธอพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ
ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดูดอีกครั้ง
"ก็ชีวิตฉันมันเลือกอะไรไม่ได้นี่ จะไปหางานอย่างอื่นทำก็ต้องมีทุน
ไหนจะค่าหอ หากิน ค่าอยู่ ลำพังงานร้านขนมจีนวันละ 150 ฉันก็ไม่เหลือเก็บหรอกนะ"
เสือเข้าใจสิ่งที่เธอบอกดี เพราะเขาเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่เรียกว่าไม่มีมาแล้วเหมือนกัน
เข้าใจว่าหมาจนตรอกมันก็ยอมทำทุกทางเพื่อเอาตัวเองให้อด จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
"แล้วนายล่ะ จะไม่เล่าอะไรให้ฉันฟังบ้างเหรอ ฉันเล่าไปตั้งเยอะแล้วนะ"
"เรื่องของผมมันไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก"
"เรื่องของฉันมันพิเศษตรงไหน คนจะเป็นเพื่อนกันก็ควรจะรู้จักกันให้มากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ
นี่ฉันรู้แค่ว่านายชื่อเสือ เป็นคนขับรถของคุณอาชา แค่นั้นเองนะ"
เสือยิ้มแทนคำตอบ 'ให้คุณเข้าใจว่าผมเป็นแค่คนขับรถ
ก็ดีอยู่แล้วล่ะ' เขาพลางคิดในใจ
"ผมชื่อเสือ บ้านเกิดอยู่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน เข้ามาหางานทำในกรุงเทพ
หวังจะส่งเงินกลับไปให้ที่บ้าน แต่โชคไม่ดี โคลนถล่มจากภูเขาลงมาทับบ้าน
ครอบครัวผมไม่มีใครรอดเลยสักคน ทั้งพ่อ แม่ แล้วก็น้องอีก 3 คน
ผมตัวคนเดียวตั้งแต่นั้นมา..." เล่ามาเพียงเท่านี้
พลอยมายาก็รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก การที่เธอไปขอให้เขาเล่า
ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เธอไปจี้ปมในใจของเขาเลยสักนิด
"ฉันขอโทษนะ ไม่คิดว่าเรื่องของนายมันจะ..."
"ผมผ่านมาได้แล้วล่ะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย สัจธรรมของความเป็นมนุษย์
สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือเดินไปข้างหน้า ครอบครัวของผมที่จากไป
พวกเขาคงไม่อยากให้ผมจมอยู่กับความทุกข์หรอก"
"แต่นายก็ยังดีนะที่ได้มีครอบครัวปกติเหมือนคนอื่น
ฉันสิไปเกิดในบ้านที่ทุกคนเป็นบ้ากันไปหมด"
"ยังไง"
"พ่อกับแม่ของฉันเป็นร่างทรงอยู่ทางอีสาน พวกเขาบูชาผีแต่เรียกว่าเทพ
เขาเลี้ยงฉันกับน้องมาโดยให้เรียนรู้การทำพิธีมาตลอด จนถึงวันที่ฉันอายุสัก 4-5 ขวบ พ่อบอกกับแม่ว่า..." เพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
พลอยมายาก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาในหัวใจ
ส่วนเสือที่รอฟังเธอเล่าอยู่ก็ได้แต่ตั้งใจฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ
"พ่อบอกกับแม่ว่า เทพต้องการจะมีทายาทกับฉัน พ่อให้แม่ทำพิธีอะไรสักอย่าง
เพื่อที่จะให้พ่อได้..."
"เข้าใจ แล้วยังไงต่อ" เสือไม่อยากจะให้คนเล่าพูดถึงรอยแผลในอดีตอีก
"วันนั้นแม่ก็เตรียมทำพิธี ฉันถูกแม่จับแก้ผ้าจนหมด แล้วมัดแขนมัดขา
นอนกลางเสื่อที่ล้อมด้วยสายสิญจน์ ฉันถูกหยดเทียนใส่ พ่อก็เข้ามาจับฉัน
ตอนนั้นพ่อไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น...."
ความเจ็บปวดของเด็กผู้หญิงที่ถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวกระทำแบบนั้น
มันเป็นแผลที่กรีดลึกฝังรอยแผลเป็นเอาไว้ที่กลางใจ ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีวันลืม
"แต่ตอนที่เขาแกะเชือก ฉันคว้าเอามีดหมอในพิธีมาแทงพ่อก่อน
พิธีก็เลยต้องหยุดไป ฉันถูกแม่ตีปางตาย จนป้าขอฉันมาเลี้ยง นึกว่าชีวิตจะดีขึ้น
แต่เปล่าเลย สุดท้ายก็ได้มาเป็นแรงงานทาส ถูกจิกหัวใช้จนไม่มีเวลาจะหายใจ"
"มันผ่านมาแล้ว เดินไปข้างหน้าแล้วทิ้งมันไว้ข้างหลัง
ตอนนี้คุณก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพ่อแม่คุณแล้ว
กับป้าก็หนีออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ฉันกลัว...ฉันกลัวว่าฉันจะต้องกลายมาเป็นทาสของคุณอาชาต่อ
ฉันกลัวเขาจะเป็นแบบวันนี้อีก" พลอยมายาพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
"คุณอาชาเบื่อง่าย ตอนนี้ก็รีบกอบโกยเงินจากเขาเถอะ เอาให้พอตั้งตัวได้
ถึงเวลาเขาเบื่อ เขาจะไปเอง ส่วนเรื่องวันนี้ ปกติแล้วไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย
มันคงไม่เกิดขึ้นอีกแล้วล่ะ ไม่ต้องกลัวไปหรอก" พลอยมายาพยักหน้ารับ
"ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ"
เธอว่าพลางยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาชูไปที่เสือ
ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าก่อนจะยกแก้วตัวเองขึ้นมาชนกับเธอ
"แด่มิตรภาพของเรา"
เสือกล่าวก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 30
Comments