มิติรักบัลลังก์หงษ์
ตอนที่ 14 คัดเลือกนางสนม #หญิงงาม
หญิงสาวทั่วแควันหลั่งไหลมาที่วังหลวงเพื่อทำการคัดตัว รอบแรกของการคัดเลือกสาวงามนั้นคือการคัดจากหน้าตามีหญิงสาวที่ผ่านการคัดเลือกนี้มาเกือบหนึ่งพันคนและเสี่ยวเฟิ่งก็เป็นหนึ่งในนั้นรวมทั้งลู่อันฉีบุตรสาวคนรองของท่านแม่ทัพลู่มู่เหยียน เมื่อหญิงงามทั้งหมดผ่านการคัดเลือกในรอบแรกก็ดำเนินมาถึงรอบที่สองนั้นคือการตรวจสอบร่างกายว่าไม่มีส่วนใดที่มีตำหนิ ร่างกายของพวกนางต้องสะอาดหมดจดแม้รอยแผลเป็นเพียงน้อยนิดก็ไม่ได้ ในรอบนี้มีคนตกรอบไปกว่าครึ่งเพราะแค่รอยขีดข่วนธรรมดาก็ไม่ผ่าน หญิงสาวหลายคนร้องไห้ร้องห่มเสียดายโอกาสที่ไม่ได้มีมาบ่อยๆแต่เสี่ยวเฟิ่งกลับมองด้วยความเบื่อหน่าย แค่คัดเลือกนางบำเรอต้องจริงจังขนาดนั้นเชียวหรือนางยืนเรียงแถวต่อคิวด้วยความเกียจคล้านพลางคิดในใจว่าเมื่อไหร่จะเสร็จเสียทียืนจนขาชารากจะงอกอยู่แล้ว
แต่ในระหว่างที่นางยืนรออยู่นั้นนางก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แขนเหมือนมีอะไรบางอย่างข่วนและเมื่อนางยกแขนของตนขึ้นมาดูก็พบว่าท่อนแขนของนางมีรอยข่วนจนเลือดไหลซึมออกมามันเป็นแผลเล็กๆเหมือนเกิดจากรอยเข้มแต่ยาวเกือบหนึ่งคืบดูเหมือนว่ามีคนตั้งใจทำให้นางเป็นแผล! เสี่ยวเฟิ่งรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเลือดที่แขนของตนนางใช้ผ้าห่อกดแผลนั้นเอาไว้ก่อนจะมองหาตัวผู้กระทำและเมื่อนางหันไปรอบๆนางก็เจอลู่อันฉีที่ยืนอยู่ไม่ไกล สายตาของอันฉีนั้นดูสะใจมากทั้งยกยิ้มมุมปากเสี่ยวเฟิ่งจึงไม่ต้องเดาหรือสงสัยผู้อื่นเพราะยังไงก็ต้องเป็นนางอย่างแน่นอน ทำถึงขนาดนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือนางคิดแต่ในจังหวะนางทำอะไรไม่ได้จะเอาคืนก็ไม่ได้จะโวยวายก็ไม่ได้เพราะรอบต่อไปก็จะถึงรอบของนางแล้ว
เสี่ยวเฟิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความเป็นกังวลถ้าเป็นเช่นนี้นางคงไม่ผ่านแน่ แล้วถ้านางตกรอบฮูหยินลู่ต้องตำหนินางอย่างแน่นอนและอีกอย่างแผนที่นางวางเอาไว้ก็จะล่มทันทีแล้วแบบนี้นางจะทำอย่างไรดี นางหันซ้ายมองขวาพลางถอนหายใจวิตกและในจังหวะนั้นเองนางก็เหลือบไปเห็นองครักษ์ลั่วที่ยืนสังเกตการอยู่ไม่ไกล นางส่งสายตาเป็นเชิงให้องครักษ์ลั่วรู้ว่านางกำลังมีปัญหา นางค่อยๆแวกฝูงหญิงงามเบียดกายของมาอย่างเนียนๆก่อนจะยกแขนที่เป็นรอยแผลให้องครักษ์ลั่วเห็น องครักษ์ลั่วตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้นางเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกังวล จากนั้นองครักษ์ลั่วก็เดินอ้อมไปด้านหลังของห้องที่ทำการตรวจร่างกาย
เสี่ยวเฟิ่งถูกเรียกตัวเข้ามา
"ถอดเสื้อผ้า" นั้นเป็นคำสั่งของนางในผู้ทำการตรวจจสอบ เสี่ยวเฟิ่งได้แต่ยิ้มเจื่อนๆและยังไม่ยอมถอดชุดของตนจนนางในคนนั้นพูดขึ้นอีก "ถอดสิเจ้ารออะไรอยู่"
"เอ่อ คือว่าข้า...."
"ช้าก่อน...." เสียงขององครักษ์ลั่วดังขึ้นเมื่อนางในคนนั้นเห็นเขาก็มีท่าทีนอบน้อมทันที นางโค้งคำนับเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านองครักษ์เข้ามาในนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ"
"ข้ารู้แล้ว..แต่ว่า.." องครักษ์ลั่วควักมือเรียกนางให้เอียงหูเข้ามาใกล้ๆ เขาเอามือป้องปากและกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง ไม่นานนางในคนนั้นก็พยักหน้าก่อนจะหันมามองเสี่ยวเฟิ่งแล้วพูดขึ้น
"การตรวจเรียบร้อย เจ้าผ่านแล้วออกไปได้"
เสี่ยวเฟิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ องครักษ์ลั่วพูดอะไรกับนางเหตุใดจึงผ่านง่ายดายเช่นนี้ เสี่ยวเฟิ่งเดินออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องด้านในสำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบ ลู่อันฉีที่กำลังรออยู่เห็นเสี่ยวเฟิ่งเดินออกมานางก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจทันที เหตุใดเสี่ยวเฟิ่งจึงผ่านไปได้แผลที่แขนของนางใหญ่เสียขนาดนั้น ลู่อันฉีเดินเบียดคนอื่นขึ้นมาก่อนจะเอ่ยวาจาประท้วง
"เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ..." ลู่อันฉีเอ่ยขึ้นต่อหน้านางในที่ทำการคัดเลือก นางในผู้นั้นจึงหันกลับมาที่นางแล้วถามขึ้น
"เจ้ามีอะไรงั้นรึ?"
"นางผ่านเข้าไปได้เช่นไร นางมีรอยแผลใหญ่ขนาดนั้น ท่านตรวจสอบละเอียดแล้วจริงๆหรือ"
"ใช่ ข้าตรวจสอบแล้ว นางไม่มีแผลเป็นใดๆ เจ้าสงสัยสิ่งใดงั้นรึ"
"ข้าสงสัยเจ้าค่ะ นางจะไม่มีแผลได้เช่นไร"
"แล้วเหตุใดเจ้าต้องมั่นใจขนาดนั้น?เจ้ารู้ว่านางมีแผลอย่างนั้นรึ"
"เจ้าค่ะ ที่แขนของนางมีรอยเข้ม เป็นแผลยาวขนาดนั้นนางจะไม่มีได้เช่นไร?" ลู่อันฉียังถล่าวต่อไปด้วยวาจาอ่อนหวานนางยังคงสงบเสงียมเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย นางในคนเดิมจึงหรี่ตามองกลับมาด้วยความแคลงใจเหตุใดนางผู้นี้จึงรู้ว่าแผลนั้นเป็นรอยที่เกิดจากเข้ม
"เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าแผลนั้นเกิดจากเข็ม..เจ้าเป็นคนถือเข้มอย่างนั้นหรือ?"
"ปละ เปล่าเจ้าค่ะ!......." นางรีบปฏิเสธลู่อันฉีชะงักไปนางเกือบพลั้งปากพูดหาเรื่องใส่ตัวเสียแล้ว นางเลิ่กลั่กอยู่ชั่วครู่นางในคนเดิมจึงพูดขึ้นอีก
"เจ้าต้องารให้ข้าตรวจสอบรอยแผลที่เจ้าพูดหรือไม่ แต่ถ้าหากที่แขนของนางมีรอยแผลอย่างที่เจ้าว่าจริงๆเกรงว่าข้าคงให้เจ้าผ่านเข้าไปไม่ได้เช่นกัน" นางในคนนั้นเดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าของอันฉีก่อนจะโน้มตัวลงมาพูดกับนางเสียงแผ่ว "หากข้าจับได้ว่าเจ้ากลั่นแกล้งผู้อื่นเช่นนี้อีก ข้าเกรงว่าคงจะให้เจ้าผ่านเข้าไปไม่ได้ แม้เจ้าจะเป็นลูกสาวของท่านแม่ทัพ แต่การกระทำเช่นนี้พ่อของเจ้าย่อมไม่เห็นดีเห็นงามด้วยอย่างแน่นอน...เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่?" น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาและเย็นเยือกอันฉีจึงรับพยักหน้า
"เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว..." อันฉีก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปที่แถวของตน เสี่ยวเฟิ่งยืนดูอยู่ถึงส่ายหัวไปมา เพราะนางคิดว่าอันฉีจะร้ายกาจลึกล้ำมากกว่านี้เสียอีกที่ไหนได้ นางเหมือนเด็กน้อยที่แสร้งทำตัวน่ารักไปวันๆและต้องการกลั่นแกล้งเสี่ยวเฟิ่งเท่านั้นเอง
แต่การคัดเลือกยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาทั้งหมดราวยี่สิบคน ต้องทำการร่ายรำให้องค์รัชทายาทดทอดพระเนตรเป็นรายคนไปซึ่งไม่ใช่เรื่องยากของเสี่ยวเฟิ่งเลยเพราะนางถูกส่งไปเรียนเต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่เด็ก แต่นางไม่อยากจะเต้นให้เขาดูนี่น่ะสิ! นางถอนหายใจอย่างหมดทางเลือกจะไม่เต้นก็ไม่ได้สุดท้ายก็ต้องจำใจเต้นให้มันเสร็จๆไป
หญิงงามทุกคนร่ายรำไปหมดแล้วเหลือเพียงเสี่ยวเฟิ่งเป็นคนท้าย
- - - - - -
..ดนตรีบันเลง..นางเยื่องย่างออกมาด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยก่อนจะหมุนไปหนึ่งรอบด้วยความชำนาญ ชุดที่นางใส่เป็นชุดสีขาวเนื้อผ้าบางเบาและพลิ้วไหวไปตามแรงลมทุกครั้งที่นางขยับกายชายผ้าจะโบกสะพัดไปมายิ่งทำให้การร่ายรำของนางงดงามและดึงดูด
ทุกครั้งที่นางกระโดดราวกับว่านางนั้นบินได้ดั่งนกเพียงชั่วอึดใจนางก็สามารถสะกดสายตาของทุกคนให้จับจ้องและจดจ่อมาที่นางเพียงผู้เดียว องค์รัชทายาทที่นั่งดูการร่ายรำมาค่อนวันด้วยความเบื่อหน่ายจนเกือบจะหลับไปแล้วถึงกับตาสว่างเมื่อเห็นการร่ายรำที่งดงามและไม่เหมือนใครของเสี่ยวเฟิ่ง หัวใจของบุรุษหยุดชะงักไป
นางมีรูปโฉมที่งดงามขนาดนี้เชียวหรือ?
เหตุใดเมื่อก่อนเขาจึงมองไม่เห็นความงามของนาง แต่ทว่า ณ ห้วงเวลานี้องค์รัชทายาทกลับมิสามารถละสายตาจากเสี่ยวเฟิ่งได้เลย....
-
-
-
ฉากฟินๆจะมาแล้วนะจ้ะกดไลค์คอมเมนท์รอด้วยน้าาา ^_^
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments
PpopP
ฮือออรอนะคะ
2020-08-29
2