มิติรักบัลลังก์หงษ์
ตอนที่ 10 งั้นก็ถอดชุดเจ้ามาสิ
"โอ๊ยยยยย!" ชายผู้นั้นอุทานเสียงดังด้วยความเจ็บ เพราะเสี่ยวเฟิ่งใช้หมัดเล็กๆของนางอัดเข้าที่เบ้าตาของเขาเต็มแรง นางลุกขึ้นก่อนจะเอามือกอดร่างกายของตน
"เจ้าคนชั่ว เจ้าฉวยโอกาส!!" นางมองเขาด้วยความไม่พึงใจนัก แต่ชายผู้นั้นกลับยกฝ่ามือของตนทั้งสองข้างขึ้นมาดู แล้วทำท่าเหมือนกำลังบีบอะไรสักอย่าง เสี่ยวเฟิ่งเห็นเช่นนั้นก็ทั้งโกรธทั้งอายนางจึงรีบต่อว่าเขาอีก
"เจ้าหยุดทำมือแบบนั้นนะ!!หยุดเดี๋ยวนี้!"
"ทำไมเจ้าถึงเอาแต่ตะคอกใส่ข้า?" น้ำเสียงเรียบๆเอ่ยขึ้น เขายกยิ้มมุมปาก สายตาของเขาช่างแพรวแพรวยิ่งนัก มีทั้งความดุดันและความทะเล้นในเวลาเดียวกัน ชายร่างสูงสวมอาภรณ์สีดำที่ค่อนข้างรัดกุมค่อยๆเดินก้าวเท้าเข้ามาหาเสี่ยวเฟิ่ง นางมองเขาด้วยความไม่ไว้วางใจพร้อมกับถอยหนีไปหลายก้าว บุรุษผู้มีนัยน์ตาดั่งราชสีห์จ้องใบนวลพลางพิจารนา ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และสุกสกาวเช่นนี้ช่างเป็นที่ต้องใจยิ่งนัก นางช่างงดงามกว่าสตรีทุกนางที่เขาเคยพบเจอ ยิ่งรสจูบที่ได้สัมผัสเพียงชั่วครู่ ยิ่งทำให้เขาอยากลิ้มรสจูบนั้นอีก ชายหนุ่มใช้มือลูบปากของตนพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัยน์
"เจ้ามันฉวยโอกาส!!" เสี่ยวเฟิ่งแผดเสียงดังลั่น
"หึ ฉวยโอกาสงั้นหรือ..เจ้าลองทบทวนดูให้ดีว่าเรื่องนี้ใครกันแน่ที่ฉวยโอกาส"
"เจ้าพูดแบบนี้หมายความยังไง!"
"มือของข้าก็อยู่ของมันดีๆ แต่เจ้าต่างหากที่ล้มลงมาทับข้า"
เสี่ยวเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งขบฟันแน่น นางโกรธจนหน้าดำหน้าแดง "นี่เจ้าหาว่าข้าฉวยโอกาสกับเจ้า! ด้วยการเอาหน้าอกของข้าไปให้เจ้าจับงั้นรึ?"
"ฉลาดนิ"
"หยาบคาย! ข้าไม่เคยเจอใครที่หยาบคายเช่นเจ้ามาก่อน! เป็นถึงบุรุษอกสามศอกแต่กลับใช้วาจาเช่นนี้ ข้าว่าเจ้าควรไปหาชุดของสตรีมาใส่!"
"งั้นก็ถอดชุดเจ้ามาสิ ถ้าเจ้ากล้าถอดตอนนี้ ข้าก็กล้าใส่เช่นกัน"
"เจ้า!!!" เสี่ยวเฟิ่งกัดฟันดังกรอด นางหายใจถี่เพราะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เหตุใดกัน? หากเพียงเขาเอ่ยปากขอโทษนาง นางคงไม่ต่อปากต่อคำให้เสียเวลาเช่นนี้ แต่เขากลับยิ่งพูดยียวนและชวนให้นางโกรธ เสี่ยวเฟิ่งกำหมัดแน่นอยากจะเอากำปั้นยัดเบ้าตาของเขาอีกสักข้าง บุรุษแคว้นชิงหยวนวาจาร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ อาเจี่ยซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามคุณหนูของตน
"คุณหนู อย่าเลยเจ้าค่ะ คนมองเราเต็มไปหมด" อาเจี่ยกระซิบเบาๆพร้อมสะกิดแขน "คุณหนู ถ้าท่านยังเสียงดังอยู่เช่นนี้เรื่องอาจถึงหูของฮูหยินและท่านแม่ทัพ หากเป็นเช่นนั้นท่านลองคิดดูเถิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
เสี่ยวเฟิ่งคิดตามที่อาเจี่ยบอก ใช่สิ!! นางพึ่งก่อเรื่องมาหยกๆหากต้องมีเรื่องทะเลาะวิวาท์กับคนแปลกหน้าเพิ่มเข้ามาอีก นางคงถูกขังอยู่แต่ในจวนและคงถูกตำหนิไปอีกเจ็ดวันเจ็ดคืนเป็นแน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นโทสะของนางก็เริ่มเย็นลง อาเจี่ยจึงกล่าวต่อไปอีกว่า..
"อันที่จริงชายผู้นี้ช่วยคุณหนูไว้นะเจ้าคะ หากมิได้เขาท่านคงตกลงไปในกะทะน้ำมันเดือดแล้ว "
เสี่ยวเฟิ่งพึ่งนึกขึ้นได้ เขาช่วยนางไว้ก็จริงแต่สีหน้ายียวนกวนประสาทนี่สิทำให้นางขอบคุณเขาไม่ลง นางถอนหายใจเสียงดังก่อนจะดึงมือของอาเจี่ยแล้วเดินเลี่ยงหนีไป ชายผู้นั้นมองตามแผ่นหลังของนางและยิ้มอย่างนึกสนุก
"องค์ชาย..ท่านถูกใจนางงั้นหรือ" น้ำเสียงเรื่อยเฉื่อยหากแต่ฟังแล้วระรื่นหูเอ่ยขึ้น ชายอีกคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีชะม้อยชะม้ายเยื่องย่างคล้ายกับแมวบุรุษผู้มีรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์และแฝงไปด้วยความขี้เล่น
"นางเกรี้ยวกราดดี" องค์ชายจุดประกายยิ้มขึ้นบนใบหน้า
"ท่านชอบสตรีเช่นนี้หรอกหรือ ข้าไม่เคยรู้มาก่อน"
"หึ น่าสนใจดีมิใช่หรือ" องค์ชายหนุ่มเปรยยิ้มพลางมองนางผู้เกรี้ยวกราดเดินห่างออกไปเรื่อยๆ
"เฮ่อเป้า เจ้าจงตามนางไป หากรู้ว่าบ้านเรือนนางอยู่ที่ไหนให้รีบมาบอกข้า"
"พะย่ะค่ะ"
--------------------
เสี่ยวเฟิ่งเดินฮึดฮัดมาด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นมัว ทั้งๆที่ตั้งใจจะมาเที่ยวชมเมืองให้สนุกแท้ๆกลับมาเจอเรื่องไม่เป็นเรื่องเข้า นางก้าวเท้าเร็วมากจนอาเจี่ยเดินตามไม่ทัน
"คุณหนูเดินช้าๆก็ได้เจ้าค่ะ" อาเจี่ยขมวดคิ้วพลางหายใจหอบเหนื่อย "คุณหนูข้าจะตามไม่ทันแล้วเจ้าค่ะ"
เสี่ยวเฟิ่งชะงักพร้อมกับยั่งฝีเท้าก่อนจะหันมาหาสาวรับใช้ของตน
"ข้าข้อโทษ ข้าโมโหมากไปหน่อย เจ้านั่งพักก่อนก็แล้วกัน"
"เจ้าค่ะคุณหนู..." เสี่ยวเฟิ่งดึงแขนอาเจี่ยให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ใกล้ๆ "คุณหนูอย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ ยังไงเขาก็ช่วยคุณหนูไว้" อาเจี่ยพูดขึ้นอีก
"ข้าก็ไม่อยากจะโกรธหรอก แต่เจ้าก็ดูชายผู้นั้นสิ เขาตั้งใจกวนประสาทข้า!"
"แต่คุณหนูก็ไปต่อว่าเขาก่อนนะเจ้าคะ"
"อาเจี่ย! เจ้าเป็นสาวรับใช้ของใครกันแน่! เจ้าควรเข้าข้างข้าสิ" เสี่ยวเฟิ่งทำหน้าบึ้งอาเจี่ยจึงยิ้มพร้อมกับจับดึงชายเสื้อของคุณหนู
"ข้าก็ต้องเข้าข้างคุณหนูสิเจ้าคะ.."
เสี่ยวเฟิ่งมองอาเจี่ยอย่างมั่นไส้ช่างสอพลอรู้งานเสียจริง นางพ่นลมหายใจไล่ความโกรธก่อนจะหันมองไปรอบๆ ณ ที่ที่นางยืนอยู่เป็นจุดที่ไม่มีผู้คนมากนักเพราะเลยตลาดมาออกมาไกลแล้ว ในใจนางก็หมดสนุกขี้เกียจจะเดินต่อ นางจึงชวนอาเจี่ยกลับจวน แต่ระหว่างที่นางกำลังจะเดินย้อนกลับไปนั่น สายตาของนางก็สะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า
"อาเจี่ย เด็กคนนั้นนี้"
"ใครเจ้าคะ?" อาเจี่ยมองตามที่คุณหนูบอก ก็เห็นเด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ซอกไม้พังๆ หากจำไม่ผิดเด็กคนนั้นคือคนที่ผลักเสี่ยวเฟิ่งจนเกือบล้ม
เด็กชายหน้าตามอมแมมนั่งขดตัวอยู่ใต้ซอกไม้คล้ายๆกับโต๊ะอาหารเก่าๆแต่มีแผ่นไม้อีกหลายแผ่นวางทับซ้อนกันอยู่เหมือนจะเป็นเพิงพักอาศัย เมื่อเสี่ยวเฟิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่า มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอายุราวๆ5ขวบอีกคนนอนขอตัวอยู่ด้านใน เสื้อผ้าของทั้งคู่ขาดหลุดลุ่ยทั้งยังสกปรก แต่เมื่อเด็กคนนั้นเห็นเสี่ยวก็มีท่าทีหวาดกลัวแต่สายตานั้นกลับแข็งกร้าว เมื่อเห็นเช่นนั้นนางจึงรีบแจ้งว่าตนนั้นมาดี
"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า" นางนั่งลงพร้อมกับจ้องใบหน้าของเด็กน้อย มันมีรอยฟกช้ำจากการถูกร้าย เสี่ยวเฟิ่งใจหายวูบใครกันช่างกล้าทำกับเด็กได้เช่นนี้
"เจ้าถูกทำร้ายมางั้นหรือ?" นางถามพร้อมขมวดคิ้ว แต่เด็กน้อยไม่ตอบซ้ำยังถอยห่างออกไป
"ใครทำร้ายเจ้า? ไม่ต้องกลัวข้าบอกข้ามาเถอะเหตุใดจึงมีแผลฟกช้ำทั้งตัวเช่นนี้" นางมองเด็กคนนั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยนคละปนกับสงสาร เด็กชายกล้าๆกลัวๆก่อนจะหยิบหมั่วโถวออกมาให้นางดู แต่หมั่นโถวลูกมันนั้นกลับเลอะดินและสกปรกไปหมดแล้ว เมื่อเห็นเช่นนั้นเสี่ยวเฟิ่งจึงพอจะเข้าใจ
เด็กคนนี้ไปขโมยหมั่นโถวมาสินะ..
"เจ้าขโมยมาใช่มั๊ย?"
"........." เด็กชายพยักหน้า
"แล้วพ่อแม่เจ้าไปไหน เหตุใดจึงปล่อยเจ้ากับน้องไว้เช่นนี้"
"พ่อแม่ข้าตายแล้ว" คำพูดแรกหลุดออกมาจากปากของเด็กชาย เมื่อรู้เช่นนั้นนางจึงไม่กล้าถามต่อไปอีก นางผ่อนลมหายใจเบาๆและมองด้วยความสงสาร
"เด็กน้อย ข้าอยากจะช่วยเจ้านะแต่ว่าข้าในตอนนี้ แค่ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด หากจะเอาเจ้ามาอยู่ด้วยก็คงจะเกินกำลังมากไป...แต่ว่า" นางเว้นลมหายใจไปชั่วขณะก่อนจะห่อเงินออกมาแล้วยื่นให้เด็กคนนั่น
"นี่เป็นเงินของข้า ข้าให้เจ้าทั้งหมด"
"คุณหนู!" อาเจี่ยกำลังจะห้ามแต่กลับถูกสายตาดุๆของเสี่ยวเฟิ่งฟาดเข้าใส่ นางจึงเงียบปากในทันที
"ต่อจากนี้ข้าจะมาหาพวกเจ้าสองพี่น้องบ่อยๆ หากขาดเหลืออะไรก็บอกข้า ถ้าข้าช่วยได้ข้าจะช่วยทันที แต่ตอนนี้เจ้าจงรับเงินห่อนี้ไปก่อน แล้วอย่าไปขโมยใครเขาอีกเข้าใจมั๊ย?"
นางพูดด้วยรอยยิ้มสิ่งที่นางทำทำให้เด็กชายคนนั้นน้ำตาไหล เขาก้มหมอบคำนับเสี่ยวเฟิ่งด้วยความซาบซึ้ง
"ขอบพระคุณคุณหนู~ฮือๆๆ~บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม~"
"ไม่ต้องคิดมากหรอก ดูแลน้องให้ดีและที่สำคัญต้องเก็บห่อเงินไว้ให้ดีๆ อย่าทำหายเข้าใจมั๊ย"
"ขอรับคุณหนู~"
"ถ้างั้น ข้าไปก่อนนะแล้วจะมาหาอีก" นางลุกขึ้นและกำลังจะเดินจากไป แต่เด็กคนนั้นก็เรียกนางเอาไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวขอรับ ขอให้ข้าได้รู้จักชื่อของคุณหนูด้วยเถิด ข้าจะได้จำใส่ใจเอาไว้"
เสี่ยวเฟิ่งหันกลับมาพร้อมกับเปรยยิ้มหวาน ใบหน้านวลสะคราญของนางสะท้อกับแสงของดวงตะวัน รอบๆกายนางคล้ายกับมีแสงเรืองรองเปล่งออกมา เฉกเช่นนางฟ้าผู้มาจุติบนโลกมนุษย์และโปรดผู้ตกทุกข์ได้ยาก
"จ้าวเสี่ยวเฟิ่ง นั่นคือชื่อข้า" นางตอบแค่นั้นแล้วเดินจากไป
...
"จ้าวเสี่ยวเฟิ่งงั้นหรือ? " เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก สายตาคมคู่นั้นจับจ้องแต่นางผู้เดียว เขายิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นสิ่งที่นางทำ ก่อนจะหันไปหาผู้ติดตามของตน
"นางมิได้มีดีเพียงหน้าตาหรอกนะ เฮ่อเป้า"
-
-
-
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments