มิติรักบัลลังก์หงษ์
ตอนที่ 8 รู้คน รู้หน้า มิรู้ใจ
"ข้าต่างหากที่จะควักลูกตาเจ้า!! ผู้หญิงอะไรไร้ยางอายที่สุด!!! "
เสี่ยวเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นถึงกับควันออกหู
ไร้ยางอายอย่างนั้นหรือ!!!!!
เสี่ยวเฟิ่งขบฟันแน่นด้วยความโกรธ นางผลักร่างขององค์รัชทายาทออกก่อนจะจับหัวพระองค์กดน้ำ นางใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีคว้าหยิบชุดของตนมาคลุมร่างเอาไว้ เมื่อเงยหน้าขึ้นจากน้ำได้องค์รัชทายาทก็รีบกระโดดขึ้นมาแล้วสวมเสื้อผ้าของตนเช่นกัน ทั้งคู่จ้องกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่เสี่ยวเฟิ่งจะเหลือบไปเห็นไม้พายที่ฮูหยินลู่เอาไว้ขนผสมยา นางมองไปที่ไม้พายก่อนจะปรายสายตาที่แสนร้ายกาจมายังองค์รัชทายาท เพียงชั่วอึดใจไม้พายผสมยาก็มาอยู่ในมือนางเสียแล้ว
-ห้องเก็บยา-
ฮูหยินและแม่ทัพกำลังพูดคุยปรึษาเรื่องของเสี่ยวเฟิ่งอยู่ เพราะฮูหยินลู่สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างจากร่างกายของนาง ในตอนที่นางตื่นนั้นฮูหยินก็พลันสังเกตเห็นดวงตาที่ฉายแววสีครามวาววับ แต่ก็เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น นางจึงไม่มั่นใจ
"ข้าเห็นจริงๆนะท่านพี่ หรือนางจะเป็นพวกมีพลังจิต" ฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
"แต่จากที่พี่ดู นางก็ปกติดีมิใช่หรือ พี่ว่าเจ้าอาจจะตาฟาด"
"ข้าเองก็ไม่แน่ใจ เพราะในตัวนางเหมือนจะมีพลังบางอย่างแต่บางครั้งก็เหมือนไม่มี หากคนที่มีลักษณะแบบนางเช่นนี้ ข้าเดาได้สองอย่าง คือ นางมีพลังจิตในขั้นพื้นฐานและอาจจะยังไม่รู้ตัว ส่วนอย่างที่สองคือ พลังจิตของนางมิสามารถประเมินค่าได้..."
"พี่ว่าเจ้าคงคิดมากไปเอง ผู้ที่มีพลังจิตหรือพลังเวทย์ใช่ว่าจะพบเห็นกันได้ง่ายๆ คนเหล่านั้นต้องหมั่นฝึกฝนและบำเพ็ญตนอยู่หลายปีกว่าจิตจะนิ่งและแข็งแกร่ง จะเป็นไปได้หรือที่นางจะเป็นผู้บำเพ็ญตน ข้าดูๆแล้วนางก็เหมือนเด็กสาวธรรมดาทั่วไป"
"ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น"
ฮูหยินถอนหายใจแต่ก็ยังมิคลายกังวล เพราะหากเป็นอย่างที่นางคิดเสี่ยวเฟิ่งคงมิได้อยู่กับนางอีกต่อไป...
"ข้าจะฆ่าเจ้า!!!!"
เสียงเอะอะโวยวายดังผ่านประตูเข้ามาในห้องเก็บยา ฮูหยินและแม่ทัพมองหน้ากันด้วยความตกใจก่อนจะรีบวิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น...
องค์รัชทายาทวิ่งหนีไม้พายที่ตามฟาดมาไม่ยั่ง เสื้อผ้าของพระองค์หลุดลุ่ยเพราะยังใส่ไม่เสร็จดี แม้ปากจะสั่งให้นางหยุดแต่เสี่ยวเฟิ่งก็หาได้ฟังคำสั่งนั้นไม่ ไร้ยางอายอย่างนั้นหรือ!! นางต่างหากที่สมควรจะพูดคำนี้กับเขา ในขณะที่องค์รัชทายาทกำลังจะจนมุม ลู่อันฉีก็มาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดิบพอดีดวงตาของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นเสี่ยวเฟิ่งกำลังจะหวดไม้พายใส่บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นบุตรของมังกร จากนั้นไม่นานฮูหยินและแม่ทัพก็มาถึง ทุกคนตกตลึงมิต่างกัน
องค์รัชทายาทนั่งอยู่ที่พื้นพร้อมยกแขนขึ้นป้องศีษระส่วนเสี่ยวเฟิ่งนั้นกำลังง้างมือสุดแขนเตรียมพร้อมจะฟาดไม้พายใส่ผู้ชายชีกออย่างไม่ออมมือ แต่เสียงของท่านแม่ทัพก็ทำให้นางหยุดชะงักไปเสียก่อน
"หยุดเดี๋ยวนี้!!" น้ำเสียงนั้นดังขึ้นดั่งเสือคำราม แม่ทัพลู่เดินเข้ามาแย่งไม้พายจากมือของเสี่ยวเฟิ่งไป
"นี่เจ้ากำลังทำอะไร!" ฮูหยินถามพร้อมดึงเสี่ยวเฟิ่งเข้ามาหา จากนั้นองค์รัชทายาทจึงลุกขึ้นพร้อมใช่มือลูบปัดอาภรณ์ของตน
"องค์รัชทายาทเป็นเช่นไรบ้างเพคะ?" อันฉีรีบปรี่เข้าไปดูอาการและถามด้วยความเป็นห่วง
รัชทายาทอย่างนั้นหรือ!
"ฮูหยินลู่!เหตุใดท่านจึงปล่อยให้หญิงบ้าหน้าไม่อายเช่นนี้เข้ามาในห้องอาบน้ำของข้า!" รัชทายาทเอ่ยถามด้วยความกริ้วโกรธ แต่ไม่ทันที่ฮูหยินลู่จะได้ตอบเสี่ยวเฟิ่งก็ตอกกลับไปแบบทันควัน
"เจ้าน่ะสิหน้าไม่อาย!"
"เสี่ยวเฟิ่งเงียบปากเดี๋ยวนี้!" ฮูหยินลู่รีบห้ามนางเอาไว้
"ทำไมเจ้าคะ ชายผู้นี้แอบดูข้าอาบน้ำซ้ำยังเปลื้องผ้าลงมาให้อ่างกับข้าอีก หากมิใช่พวกบ้าตัณหาก็ต้องเป็นพวกชีกอกลับกลอกแน่ๆ!"
เมื่อเสี่ยวเฟิ่งพูดจบลู่อันฉีก็รีบคุกเข่าลงทันที สีหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิด
"โปรดประทานอภัยด้วยเพคะ นางไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใคร ถึงได้กล้ากล่าววาจาสามหาวเช่นนี้ "
"เจ้าไม่ผิดเหตุใดต้องขอโทษแทนนาง" องค์รัชทายาทยังฝังสายตาคับแค้นไปที่เสี่ยวเฟิ่ง
"ทำไมหม่อมฉันจะไม่ผิดละเพคะ ในฐานะที่นางเป็นน้องสาวบุญธรรม หม่อมฉันซึ่งเป็นพี่ต้องผิดอยู่แล้วที่ไม่ได้ตักเตือนสั่งสอนนาง ปล่อยให้นางกระทำการล่วงเกินเช่นนี้ ได้โปรดให้อภัยนางด้วยเถิดเพคะ นางพึ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจึงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง " ลู่อันฉีรีบแก้ตัวแทนเสี่ยวเฟิ่งเพราะเกรงว่านางจะถูกลงอาญา เพราะโทษที่นางจะได้รับคือประหารชีวิตสถานเดียว แต่ถึงกระนั้นเสี่ยวเฟิ่งก็ยังมิรู้ร้อนรู้หนาวใดๆ จนกระทั้งแม่ทัพและฮูหยินคุกเข่าลงทั้งคู่ เสี่ยวเฟิ่งน้อยมองพ่อแม่บุญธรรมของตนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่จะถูกฮูหยินดึงแขนและบอกให้คุกเข่าลง
"ขอประทานอภัยด้วยเถิดพะย่ะค่ะ เสี่ยวเฟิ่งผู้นี้คือบุตรสาวบุญธรรมของกระหม่อม นางพึ่งมาอยู่ได้ไม่นานจึงไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใคร เห็นแก่นางที่ยังเด็กและไม่ประสีประสา ได้โปรดไว้ชีวิตนางด้วย" คราวนี้ท่านแม่ทัพเป็นฝ่ายเอ่ยปากด้วยตนเอง มีหรือองค์รัชทายาทจะมิเกรงใจ พระองค์ถอนหายใจเสียงดังก่อนจะเชิดหน้าขึ้น
"หากมิติดว่านางเป็นบุตรบุญธรรมของท่าน ข้าคงสั่งประหารนางไม่แล้ว สตรีไร้ยางอายเช่นนี้ท่านไปเก็บมาจากที่ใด" น้ำเสียงเหยียดหยามทำให้เสี่ยวเฟิ่งร้อนผ่าวไปทั้งตัว นางมองเขาด้วยสายตาแข็งกระด้าง
"ข้าเจอนางที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในขณะที่นำกำลังออกไปปราบโจรพะย่ะค่ะ ข้าน้อยสงสารจึงพานางกลับมาด้วย"
"หึ มิน่าล่ะถึงได้มีกิริยาป่าเถื่อนเช่นนี้ท่านเองก็ระวังเอาไว้บ้างเถอะ อาจจะเอางูเห่ามาเลี้ยงโดยไม่รู้ตัว"
คำพูดเหยียดหยามออกมาจากปากของเขาคำแล้วคำเล่า หากมิติดว่าเกรงใจฮูหยินและท่านแม่ทัพ นางคงฆ่าเขาให้ตายเสียตรงนี้
"ขอประทานอภัยองค์รัชทายาท แท้จริงแล้วเป็นผิดของหม่อมฉัน...เพราะหม่อมฉันไม่ได้บอกนางให้ชัดเจน ว่าอ่างแช่สมุนไพรของนางอยู่อีกห้องข้างๆ จึงทำให้เกิดเรื่องนี้...หากจะลงโทษก็ลงโทษหม่อมฉันเถอะเพคะ" ฮูหลินลู่กล่าวเสียงอ่อนด้วยความสำนึกผิด
"แต่ยังไงนางก็ผิด! นางเอาไม้พายไล่ตีข้า!!" องค์รัชทายาทยังกล่าวด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เสี่ยงเฟิ่งได้กัดฟันดังกรอด
"นางเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่ง แต่ด้วยความที่ท่านพ่อมีจิตใจเมตตาจึงได้รับอุปการะนาง ขอทรงอย่าถือโทษเอาผิดนางเลยเพคะ หม่อมฉันสงสารนางและต่อจากนี้ไปหม่อมฉันจะสั่งสอนนางเองว่าควรวางตัวเช่นไร " อันฉีพยามพูดหว่านล้อมเพื่อช่วยเสี่ยวเฟิ่งทุกทาง ผู้เป็นพ่อและแม่ยิ่งภาคภูมิใจในบุตรสาวคนนี้ยิ่งนัก
องค์รัชทายาทเชิดหน้าสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิม พระองค์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันข่มใจที่เต็มไปด้วยโทสะก่อนจะปรายหางตาไปที่เสี่ยวเฟิ่ง
"เจ้าดูเอาเถิดว่าสตรีผู้ดีเขาวางตัวกันเช่นไร หากเจ้ายังมีจิตสำนึกก็จงดูแม่นางอันฉีไว้เป็นตัวอย่าง นางงดงามทั้งกายและใจ เหมือนดั่งดอกไม้ในแจกันหลวง ต่างจากเจ้าที่เป็นได้แค่ดอกหน้าวัว! ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาเรื่องนาง!"
"องค์รัชทายาทชมเกินไปแล้ว" อันฉีตอบกลับพร้อมก้มหัวลงต่ำ
เสี่ยวเฟิ่งขบฟันแน่นด้วยความโกรธแต่ก็ทำอะไรมิได้ ฮูหยินลู่จึงรีบเอ่ยขึ้น
"ขอบพระทัยฝ่าบาทเร็วเข้า..." ฮูหยินส่งสายตาดุๆมาที่เสี่ยวเฟิ่งก่อนจะพูดย้ำอีก "เร็วเข้า..!"
"ขอบพระทัยเพคะ...ฝ่าบาท " นางพูดด้วยความจำใจ จากนั้นองค์รัชทายาทจึงยอมถอยและเดินจากไปด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ เมื่อรัชทายาทลับสายตาไปแล้วสองสามีภรรยาก็รีบเอ่ยปากตักเตือนนางทันที
"ข้าผิดเอง แต่เจ้าก็ไม่ควรเอาไม้พายไปไล่ตีพระองค์เช่นนั้น โชคแค่ดีแล้วที่ไม่ถูกลงอาญา" ฮูหยินเป็นคนกล่าว ส่วนท่านแม่ทัพนั้นก็แสดงสีหน้าไม่พอใจแต่ก็มิได้เอ่ยอะไรออกมา ฮูหยินลู่จึงกล่าวต่อไปอีกว่า "หากมิใช่เพราะพี่เจ้าช่วยพูด ปานนี้เจ้าคงจะแย่ไปแล้ว รีบขอบคุณอันฉีที่นางช่วยเหลือเจ้าในคราวนี้ และต่อจากนี้ไปก็ให้เชื่อฟังนางและเรียนทุกอย่างจากนาง เข้าใจรึไม่?" ฮูหยินถามเสียงดุอันฉีจึงรีบแก้ต่างแทนนางอีก
"ท่านแม่อย่าดุนางเลยเจ้าค่ะ นางมิรู้ย่อมมิผิด" เสี่ยวเฟิ่งมองอันฉีด้วยความซาบซึ่งนางช่างเป็นพี่สาวที่แสนดีจริงๆ
"เอาเถอะ จบเรื่องแล้วก็ให้แล้วกันไป แต่ต่อจากนี้เจ้าต้องสำรวมเวลาอยู่ต่อหน้าองค์รัชทายาท เข้าใจรึไม่" ท่านแม่ทัพถามเสียงแข็งเสี่ยวเฟิ่งจึงรีบพยักหน้าตอบรับ
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" นางก้มหน้าลงเล็กน้อยแต่ยังแฝงไปด้วยความดื้อรั้น ท่านแม่ทัพทำได้เพียงแต่ถอนหายใจก่อนจะเดินจากไปส่วนฮูหยินนั้นก็เดินตามไปด้วย
ในตอนนี้เหลือเพียงอันฉีและเสี่ยวเฟิ่งที่ยังอยู่ในห้องอาบสมุนไพร เฟิ่งทำหน้าบึ้งพลางถอนหายใจอยู่เป็นระลอก นางกำลังจะกล่าวคำขอบคุณอันฉีอีกครั้ง...แต่ทว่า...
-เพี๊ยะ!!!-
ฝ่ามือของอันฉีฟาดเข้าที่หน้าของเสี่ยวเฟิ่งเต็มแรง ใบหน้าของเสี่ยวเฟิ่งนั้นแสบไปเกือบครึ่งหน้า
ทำไมกัน!
สีหน้าและกิริยาที่เคยดูอ่อนหวานของอันฉีก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สายตาที่นางมองเสี่ยวเฟิ่งนั้นยากแท้หยั่งถึง เหตุใดนางจึงเปลี่ยนสีหน้าได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือเช่นนี้....
-
-
-
เดินทางมาถึงตอนที่ 8 แล้ว ใครรออยู่กรุณาแสดงตัวด่วนเจ้าค่ะ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments
i love you toป่าอ้อย😁😁😁
เรา
2020-09-21
1