มิติรักบัลลังก์หงษ์
ตอนที่ 5 ชนเผ่าหลานอี้ .3 #คนทรยศ #กองโจรโฉดชั่ว
เมื่อได้ล่วงรู้ทุกอย่างเสี่ยวเฟิ่งก็ยังทำใจให้เชื่อกับเรื่องนี้ไม่ได้ นางภาวนาขอให้เรื่องทั้งหมดป็นเพียงความฝัน ขอให้นางนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาเสียที ขอให้ทุกอย่างที่นางเห็นไม่เป็นความจริง แต่ท้ายที่สุดแล้วคำขอของนางก็ไม่เป็นผล เพราะทุกอย่างยังคงสภาพเช่นเดิม นางยังคงอยู่ที่หมู่บ้านของชนเผ่าหลานอี้ และยังคงนั่งอยู่ตรงหน้าของอี้หลงและอี้เฟย นางอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตาที่จะไหล เมื่อลองตรองดูอีกครั้ง นี่นางทะลุมิติมาอย่างนั้นหรือ หนังสือนิยายที่นางชอบอ่าน ดึงนางให้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในตัวละคร แต่ทว่าทำไมเหตุการณ์จึงไม่เหมือนกับนิยายเรื่องอื่นๆที่นางเคยอ่านมา เพราะปกติแล้วคนที่ทะลุมิติมาในอดีตหรือบทนิยาย ต้องได้อ่านหรือรับรู้เรื่องราวก่อนมิใช่หรือ จึงจะสามารถหลีกเลี่ยงภยันตรายได้ แต่นี้นางกลับไม่รู้อะไรเลย แล้วแบบนี้นางจะต้องดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด
เสี่ยวเฟิ่งพยายามคิดว่าต้องทำยังไง คนที่ถูกบทนิยายเหล่านั้นดูดเข้ามาจึงสามารถหาทางกลับบ้านได้ เมื่อมาก็ต้องมีเหตุอันสมควร เมื่อลองตรองดูให้แน่ชัดนางก็ได้พบว่าทุกครั้งที่ตัวละครของเรื่องจะกลับบ้านได้นั้น มักจะเป็นตอนจบของเรื่องเสมอ หรือว่านางต้องใช้ชีวิตต่อไปจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบสิ้น
แต่ไม่สิ!
หากต้องทำเพียงแค่นั้นแล้วนางจะมาที่นี่ทำไม...หรือว่า...
หากเรื่องนี้ตัวเอกคือองค์หญิงน้อยผู้มีนัยน์ตาสีครามดุลน้ำทะเล นางจะต้องตามหาองค์หญิงผู้นั้นใช่หรือไม่ และต่อจากนั้นก็ช่วยให้นางได้ขึ้นครองราช เนื้อเรื่องทั้งหมดก็จะจบสมบรูณ์ ประตูมิติก็อาจจะเปิดอีกครั้งและเมื่อนั้นนางก็จะกลับบ้านได้
ใช่แล้วมันต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน!
นี่คือความคิดที่นางสุ่มเดาเอาเองล้วนๆ ความรู้ที่สั่งสมมาจากการอ่านนิยายใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ซะทีเดียว เสี่ยวเฟิ่งขบฟันฮึดสู้ หากชะตาต้องการให้นางเล่นบทนี้นางก็จะทำ
"เสี่ยวเฟิ่งเจ้าเป็นอะไรไป!" เสียงของอี้เฟยเอ่ยถามพร้อมกับมือที่เขย่าตัว เสี่ยวเฟิ่งได้สติคืนมาอีกครั้งหลังจากที่นิ่งเงียบอยู่นาน นางยิ้มเจื่อนๆให้กับอี้หลงและอี้เฟยก่อนจะบอกว่าไม่เป็นไร เมื่อมั่นใจแน่ชัดว่าตนนั้นหลุดเข้ามาในโลกของนิยายจ้าวเสี่ยวเฟิ่งก็เริ่มจริงจังขึ้นมาทันที อย่างแรกเลยก็คือนางต้องไปที่แคว้นฉางอิ๋นเพื่อตามหาองค์หญิงที่หายไป
"ท่านพี่ทั้งสอง ท่านรู้หรือไม่ว่าฉางอิ๋นต้องไปทางไหน" เสี่ยวเฟิ่งหุนหันลุกขึ้นราวกับคนเสียสติเพราะนางยังควบคุมจิตใจของตนมิได้ อี้หลงและอี้เฟยมองนางด้วยความเป็นห่วงอยู่ๆทำไมนางถึงแปลกไปเช่นนี้
"เสี่ยวเฟิ่งเจ้าเป็นอะไรไป ทำไมอยู่ๆถึงถามหาหนทางไปแคว้นฉางอิ๋น หรือว่าบ้านของเจ้าอยู่ที่นั่น" อี้หลงถามด้วยความใคร่รู้
"นั่นสิ ทำไมอยู่ๆเจ้าถึงมีท่าทีแปลกๆเช่นนี้ มีอะไรก็บอกพวกข้าเถิด..." อี้เฟยพูดเสริมขึ้นอีกคน
เมื่อเสี่ยวเฟิ่งมองเห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของทั้งคู่ จิตใจนางก็เริ่มเย็นลง นางมาคิดทบทวนอีกครั้ง หากโผงผางบอกออกไปทุกคนคงตกใจและคงหาว่านางบ้าเป็นแน่ เพราะฉะนั้นนางจำต้องใจเย็นกว่านี้ เสี่ยวเฟิ่งรวบรวมสติสัมปชัญญะของตนให้เป็นปกติ นางต้องทำทุกอย่างด้วยความรอบครอบ
"ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร ท่านพี่ทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วง เอ่อ...ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ข้าว่าเราไปนอนพักผ่อนกันดีกว่าข้าเองก็ง่วงเต็มที" เสี่ยวเฟิ่งบอกพร้อมทำทีหาวหวอดๆอยู่สองครั้งจากนั้นนางก็เดินเลี่ยงสองพี่น้องนั้นไป ทั้งพี่ชายน้องสาวต่างงุนงงกับท่าทีของเสี่ยวเฟิ่ง แต่เมื่อนางบอกว่าไม่เป็นไรทั้งคู่ก็ยอมเชื่อเช่นนั้น
--เช้าวันต่อมา--
เสี่ยวเฟิ่งตื่นขึ้นมาพร้อมคิดหาทางไปแคว้นฉางอิ๋น แต่แผ่นดินกว้างใหญ่ภยันตรายมากมี การจะเดินทางไปถึงที่นั้นโดยสุขสวัสคงเป็นไปได้ยาก แล้วแบบนี้นางต้องทำเช่นไรจึงจะตามหาองค์หญิงพบ นางพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดมิตกซ้ำยังทำให้ปวดประสาทมากขึ้นกว่าเดิม แต่แล้วอยู่ๆนางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แม่เฒ่าญาณทิพย์อย่างไรเล่า! ท่านแม่เฒ่าผู้นั้นอาจจะช่วยนางคิดหาวิธีได้แน่ๆ เช่นนั้นเสี่ยวเฟิ่งจึงรีบปรี่ไปที่เพิงพักของท่านแม่เฒ่าทันที และเมื่อมาถึงก็เจอท่านแม่เฒ่านั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้หน้าเพิงพักที่สร้างจากไม้ไผ่ เสี่ยวเฟิ่งนั่งลงไปกับพื้นก่อนจะเอ่ยปากพูดถึงจุดประสงค์ที่มาหา..
"ท่านแม่เฒ่าเจ้าขาได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด"
ท่านแม่เฒ่าลืมตาขึ้นแล้วหันมามองจ้าวเสี่ยวเฟิ่ง "เจ้ามีสิ่งใดอยากให้ข้าช่วยงั้นรึ?" เสียงชราเอ่ยถามกลับมา
"ข้ารู้นะว่าท่านรู้"
"รู้? เจ้าหมายถึงเรื่องอันใด?" แม่เฒ่ายังถามต่อสีหน้าชรายังคงนิ่งเฉย
"ท่านรู้ใช่มั๊ยว่าแท้ที่จริงแล้วข้าไม่ใช่คนของที่นี่"
"เรื่องนั้นใครๆก็รู้ ว่าเจ้าเป็นชนเผ่าอื่นที่พลัดหลงมา"
"ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น ข้าหมายถึงที่ที่ข้าจากมาจริงๆต่างหาก แท้จริงแล้วท่านรู้ใช่หรือไม่?"
"รู้หรือไม่ สำคัญไฉนเหตุใดเจ้าต้องเดือดร้อน" แม่เฒ่าบ่ายเบี่ยงมุมปากเหนี่ยวย่นโค้งขึ้นเล็กน้อย เสี่ยวเฟิ่งยิ่งมั่นใจว่าท่านแม่เฒ่าผู้นี้ต้องล่วงรู้ทุกอย่างเป็นแน่
"ข้าต้องเดือดร้อนสิ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเลยนะเจ้าคะ มันคือชีวิตข้าทั้งชีวิต"
"แล้วชีวิตเจ้าประสงค์สิ่งใด"
"ข้าต้องการกลับบ้านเจ้าค่ะ"
ท่านแม่เฒ่าผู้ชราหลับตาพริ้มพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก หญิงแก่ดูใจเย็นมิทุกข์ร้อนใดๆ ต่างจากเด็กสาวที่มีจิตใจร้อนรุ้มจนอยากจะนอนดิ้นตายเสียตรงนั้น
"เมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล จุดประสงค์ที่เจ้าต้องมาเป็นเรื่องของโชคชะตา แม้ข้าจะรู้แต่ใช่ว่าข้าต้องพูดทุกอย่าง บางสิ่งแม้จะรู้อยู่เต็มอกก็มิอาจปริปากบอกผู้ใด เฟิ่งน้อยเอ๋ย สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด ชะตาฟ้าลิขิตแต่ชีวิตเป็นของเจ้า"
แม่เฒ่าพูดจบก็พุดลุกเดินจากไป เสี่ยวเฟิ่งไม่ได้ถามอะไรต่อแม้จะแคลงใจมากก็ตาม ความลับสวรรค์ห้ามผู้ใดเปิดเผยสินะ...
-------
ด้านหลังหมู่บ้านของเผ่าหลานอี้ มีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งยืนทำลับๆล่อๆอยู่ ดูจากการแต่งตัวแล้วก็น่าจะเป็นคนในชนเผ่า ชายผู้นั้นยืนชะเง้อมองต้นทางอยู่ตลอด ก่อนจะปรากฏชายปริศนาในชุดรัดกุมสีดำ ชายชุดดำผู้นั้นยื่นขวดกระเบื้องเหลือบแก้วขนาดเล็กมาให้ ก่อนจะหายลับกลับเข้าไปในป่า ชายฉกรรจ์ผู้เป็นคนของชนเผ่ามองขวดยาพิษนั้นด้วยดวงตาที่สั่นระริก เพราะความลโมบโลภมากชายผู้นี้จึงคิดทรยศคนในเผ่าของตน เขาร่วมมือกับพวกโจรภูเขาวางยาหมู่บ้านหวังปล้นสะดม แต่ของมีค่าทั้งหมดเขามิอยากได้ เขาต้องการของเพียงชิ้นเดียว นั่นคือ หินหยกขาวจากต้นเทวะศักดิ์สิทธิ์
----
ตกค่ำ หลังจากผ่านคืนบูชาเทวาอารักษ์ โดยธรรมเนียมแล้วในคืนถัดมาจะต้องมีการเฉลิมฉลองแด่ความยืนยาวของชนเผ่า ผู้คนมารวมตัวกันดื่มกินและเต้นรำ เสียงเพลงร้องเป็นทำนองชาวบ้าน ผู้คนสนุกสนานโดยหารู้ไม่ว่าภัยร้ายกำลังมาเยือน ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นถูกหยดผสมในเหล้าทุกไห ผู้ที่ไม่รู้ว่าตนนั้นได้กลืนกินความตายลงไปก็ยังยิ้มได้และหัวเราะ
เสี่ยวเฟิ่งยังอยู่ในเพิงพักอี้หลงและอี้เฟยมาตามนางให้ไปร่วมงานฉลอง
"เร็วเข้าเสี่ยงเฟิ่งทุกคนรอเจ้าอยู่" อี้เฟยเร่งนาง เมื่อนางแต่งตัวเสร็จจึงรีบวิ่งออกมาหา จากนั้นทั้งสามคนก็เข้าร่วมในพิธีฉลอง เมื่อมาถึงหญิงสาวในหมู่บ้านก็ลากเสี่ยวเฟิ่งไปหาทันที หญิงสาวเหล่านั้นโฮ่ร้องก่อนจะเต้นรำและหมุนไปรอบๆตัวนาง เสี่ยวเฟิ่งฉีกยิ้มกว้างลืมความกังวลไปจนหมดสิ้น อี้หลงดื่มเหล้าไปหนึ่งจอกก่อนจะร่วมเต้นรำกับนางทั้งหลาย
เสี่ยวเฟิ่งมองรอยยิ้มที่แสนงดงามพร้อมดูดซับความทรงจำดีๆเหล่านี้เอาไว้ แม้นางจะจากบ้านมาไกลแต่ ณ ช่วงเวลานี้นางมีความสุขมากจริงๆ
แต่แล้ว.....ภัยร้ายก็คืบคลานออกมาจากเงามืดกลุ่มโจรปิดล้อมหมู่จัดการเวณยามที่เฝ้าอยู่ ความสุขรื่นเริงก็พลันเปลี่ยนเป็นแตกตื่นเมื่อมีลูกดอกธนูพุ่งเข้ามาปักที่กลางอกของหญิงสาวนางหนึ่ง ผู้คนตื่นตระหนกก่อนที่กองกำลังโจรจะจู่โจมอย่างฉับพลัน!
"โจรภูเขาปลุกปล้น!!!!" เสียงของอี้หลงแผดร้องก้องกังวาลเขาชักดาบออกมาตั้งกาจต่อสู้ บุรุษผู้ห้าวหาญนัยน์ตาดุลพระยาเสือโคร่ง ชายฉกรรจ์ทุกคนรีบต้อนหญิงสาวเด็กและคนแก่ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ทุกอย่างในตอนนี้กลับโกลาหลจนควบคุมไม่อยู่ กองโจรปลุกห้ำหั่น ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีสตรีกรีดร้องเด็กน้อยโหยหวย เพิงพักต่างๆถูกไฟสุ่มเผาจนหวอด กลุ่มควันพวยพุ่งทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นเกิดเร็วมาก มิมีผู้ใดได้ทันตั้งตัว ท่านหัวหน้าเผ่าผู้เกรียงไกรก็ถือหอกอันใหญ่พร้อมต่อสู้กับโจรป่า ด้วยพละกำลังที่มีมหาศาลแม้มือเปล่ายังล้มคู่ต่อสู้ได้ เดิมทีสถานการณ์ตอนนี้คงไม่เพลี่ยงพล้ำหากพิษในสุราไม่ออกฤทธิ์เสียก่อน กำลังที่เคยมีดั่งช้างสารก็พลันหดหาย บุรุษร่างกายใหญ่กำยำนั้นเริ่มหายใจฝืดเคือง อาการโดนพิษเริ่มออกฤทธิ์เสียแล้ว
ท่านแม่เฒ่าญาณทิพย์มองเห็นจุดจบของตนเอง เมื่อคนทรยศเดินเข้ามาหาพร้อมบอกให้นางเปิดม่านบังบด แต่หญิงชรามิมีความหวั่นเกรงนางเพียงแต่ยิ้มและกล่าวตักเตือนไปไม่กี่คำ
"เจ้ามิควรทำเช่นนี้เลย"
สิ้นเสียงหญิงชราคมมีดก็เฉือนเข้าที่ลำคออย่างอำมหิตเสี่ยวเฟิ่งกรีดร้องเมื่อเห็นภาพสยองตำตา ชายทรยศผู้นั้นมีชื่อว่าไห่หลาน เขาพุ่งเข้ามาหวังจะฆ่าเสี่ยวเฟิ่งอีกคน แต่อี้หลงก็มาขว้างไว้ได้ สายตาผิดหวังคละปนอาฆาตมองไห่หลานมิวางตา คำถามมากมายพุดขึ้นในหัว อี้หลงเค้นเสียงพูดอย่างคับแค้น ว่าเหตุใดไห่หลานจึงทำเช่นนี้
"เหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้!"
ไห่หลานมีท่าทางหวาดกลัวเพราะรู้ว่าอี้หลงเก่งกาจเพียงใด เขาถอยออกไปสองก้าวก่อนจะพูดในสิ่งที่อัดอั้น
"เพราะพวกเจ้าไม่แยแสเมียของข้าอย่างไรเล่า นางล้มป่วยปางตาย แต่เพื่อรักษานางข้าขอเพียงผงจากหินหยกขาวสักน้อยนิด แต่นางเฒ่าผู้นี้ก็ปฏิเสธ หาว่าเมียข้าสิ้นอายุไขแล้ว ใครๆก็รู้ว่าหินหยกจากต้นเทวะศักดิ์สิทธิ์มีอำนาจวิเศษเพียงใด หากข้าได้มันมาทั้งหมดข้าจะสามารถปลุกนางให้ตื่นจากความตาย!"
"เจ้าสมองมดผู้โง่เขง่า มิมีผู้ใดฟื้นจากความตายได้หรอก เมียของเจ้าสิ้นอายุไขไปแล้วจริงๆต่อให้มียาวิเศษแค่ไหนก็ฉุดรั้งวิญญาณของนางเอาไว้ไม่ได้!"
"เจ้าโกหก!! นางคงไม่ตายหากข้าได้หินหยกมารักษา วันนี้ข้าจะต้องช่วยนางให้ได้!!"
"ช่วยด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ของตนอย่างนั้นหรือดูสิ่งที่เจ้าทำเถิด เจ้าทรยศทุกคนในชนเผ่า ความชั่วช้าของเจ้าต่อไปลงขุมนรกก็ไม่สาสม!!"
อี้หลงพุ่งเข้าไปต่อสู้กับไห่หลาน แต่อย่างที่รู้กันฝีมือของไห่หลานน่ะหรือจะสู้ท่านรองหัวหน้าเผ่า ไห่หลานพลาดท่าโดนคมดาบฟาดฟัน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่สาแก่ใจ ชนเผ่าของเขาพินาศย่อยยับ เสี่ยวเฟิ่งมองทุกอย่างด้วยดวงที่สั่นไหว นางกรีดร้องเมื่อเห็นโจรภูเขาคนหนึ่งพุ่งคมดาบมาที่อี้หลง ในตอนนี้ยาพิษได้เริ่มออกฤทธิ์แล้ว ชายหนุ่มเริ่มหายใจติดขัดแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังกัดฟันสู้
บุรุษผู้ห้าวหาญมองเห็นบิดาและน้องสาวถูกฆ่าตายอย่างน่าอนาถ หากไม่ใช่เพราะยาพิษผู้คนเหล่านี้คงมิถูกปลิดชีพได้อย่างง่ายดาย ความโกรธแค้นยิ่งโหมกระพือโชติช่วง แต่เพราะพิษในกายทำให้อี้หลงอ่อนกำลังและเพลี่งพล้ำในที่สุด แผ่นหลังของเขาถูกลูกดอกธนูปักนับสิบดอก ลมหายใจของเขาเริ่มโรยริน เขาหันไปตวัดดาบใส่โจรผู้นั้นจนแน่นิ่งไป ก่อนจะเดินมาหาเสี่ยวเฟิ่งที่กำบังยืนตัวสั่น ดวงตาของนางแดงก่ำความหวาดกลัวแสดงชัดบนใบหน้า นางมิเคยเห็นคนถูกฆ่าเช่นนี้มาก่อน ความตกใจทำให้นางลืมวิชาการต่อสู้ไปจนหมด
แต่เพื่อช่วยให้นางรอด อี้หลงเอาเลือดของตนทาตามเนื้อตัวของเสี่ยวเฟิ่งเอาไว้ เขาดันตัวนางให้นอนราบกับพื้นก่อนจะใช้ร่างของตนบดบังร่างกายที่บอบบาง..ลมหายใจสั่นเครือดังอยู่ที่ข้างหู เสี่ยวเฟิ่งรู้ดีว่าอีกไม่นานลมหายใจอุ่นๆนี้คงสงบนิ่งไป นางสะอื้นร้องไห้ปานใจจะขาด ฝ่ามือหนาๆของอี้หลงจึงเลื่อนขึ้นมาปิดปากนางเอาไว้
"อยะ อย่าส่งเสียง อึก อยะ อย่าให้พวกมันรู้ว่าเจ้ายังมี ชะ ชีวิตอยู่..อัก เจ้าต้องรอด.....อึก~"
"อึก ฮือๆๆ ฮือออออๆๆ" เสี่ยวเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นหัวใจนางยิ่งเจ็บปวดเหตุใดชายผู้นี้ถึงดีกับนางมากเหลือเกินและในลมหายใจเฮือกสุดท้ายนางก็ได้รับรู้ความจริง
"ขะ ข้ารักเจ้า สะ เสี่ยวเฟิ่ง....."
สิ้งเสียงนั้นร่างกำยำก็แน่นิ่งไป เสี่ยงเฟิ่งสะอื้นร้องไห้แต่มิอาจส่งเสียงร้อง กลุ่มโจรเหล่านี้โฉดชั่วเหลือเกิน มันฆ่าทุกคนไม่เว้นแม้แต่เด็ก หญิงสาวหลายคนถูกกระทำชำเราอย่างโหดเหี้ยม แล้วเช่นนี้เสี่ยวเฟิ่งจะรอดได้อย่างไร!
-
-
-
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments