มิติรักบัลลังก์หงษ์
ตอนที่ 3 ชนเผ่าหลานอี้ .2
เสี่ยวเฟิ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวชนเผ่าหลานอี้จนเริ่มคุ้นชินกับการเป็นอยู่ ผู้คนในชนเผ่าไม่ได้น่ากลัวเหมือนเช่นที่นางคิดเอาไว้แต่แรก ทุกคนล้วนเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใสและยังชอบช่วยเหลือนางสาระพัด ผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้เอ็นดูนางเหมือนเด็กน้อยพึ่งหัดเดินไม่ว่าจะทำอะไรจะมีคนคอยช่วยประคบประคองอยู่เสมอ ร่วมทั้งอี้เฟยก็เอ็นดูเสี่ยวเฟิ่งดั่งน้องสาวในอุทร เพราะแบบนี้นางจึงสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ เป็นเวลาเดือนเศษๆแล้วที่เสี่ยวเฟิ่งเรียนรู้ทุกอย่างจากคนที่นี่ แม้จะไม่รู้ว่าตนนั้นพลัดหลงมาอยู่ที่ไหนแต่สถานที่แห่งนี้ก็ทำให้นางรู้สึกว่า นี่คือบ้านอีกหลังที่นางเริ่มมีความผูกพันแน่นแฟ้น อี้เฟยสอนเสี่ยวเฟิ่งยิงธนูและสอนขี่ม้าจนชำนาญนางเรียนรู้ทุกอย่างที่อี้เฟยถ่ายทอดให้ แต่ถึงอย่างนั้นเสี่ยวเฟิ่งก็มีดี เพราะนางมีวิชาฟันดาบและกระบองติดตัวมา นางควงกระบองอย่างชำนาญให้ชาวชนเผ่าได้ชมพร้อมกับสอนการฟันดาบให้คนในเผ่าเช่นกัน เพราะส่วนมากคนที่นี่จะใช้แค่หอกและธนูเท่านั้นการฟันดาบและกระบองจึงถือเป็นเรื่ องใหม่ เสี่ยวเฟิ่งฝึกฝนทุกวันจนชำนาญทั้งกระบี่และกระบอง และเริ่มจะกลายเป็นชาวชนเผ่าหลานอี้อย่างเต็มตัว
ในขณะที่เสี่ยวเฟิ่งและอี้เฟยกำลังพูดคุยกันเรื่องฟันดาบอยู่นั่นก็มีกลุ่มคนบนหลังม้ามุ่งหน้าเข้ามายังหมู่บ้าน อี้เฟยหันไปยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะรุดเข้าไปหากลุ่มชายฉกรร์
"ท่านพี่กลับมาแล้ว" อี้เฟยพูดด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนเต็มใบหน้าก่อนที่ชายผู้นั้นจะกระโดดลงจากหลังม้าแล้วสวมกอดนางเอาไว้ เสี่ยวเฟิ่งค่อยๆเดินเข้าไปหาเพราะอยากรู้ว่าผู้มาเยือนนั้นเป็นใคร
"เสี่ยวเฟิ่ง..นี่พี่ชายข้าเองหลานอี้หลง.."
ชายที่พึ่งดึงผ้าโพกหัวออกนั้นหล่อเหลาราวกับรูปปั้นแกะสลักผมเผ้าของเขายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสง่างามลดน้อยลงเลย จ้าวเสี่ยวเฟิ่งเดินเข้ามาพร้อมโค้งคำนับด้วยรอยยิ้ม เพียงชั่วครูที่บุรุษหนุ่มได้ยลโฉมใบหน้านวลของหญิงสาวผู้พลัดถิ่น ก็พลันตกหลุมรักในทันใดดวงตาคมจ้องนางมิวางตาจนอี้เฟยต้องใช้ข้อศอกกระทุ้งเอวของพี่ชายเบาๆ..
"ไปหาท่านพ่อเถิด ท่านพ่อรออยู่" อี้เฟยพูดแล้วยิ้มส่วนอี้หลงนั้นได้เพียงพยักหน้าแต่สายตายังจับจ้องที่เสี่ยวเฟิ่งอยู่ จากนั้นเขาจึงเข้าไปรายงานตัวกับท่านพ่อ หลังจากที่อี้หลงนำชายหนุ่มที่แข็งแกร่งของหมู่บ้านออกลาดตระเวนยังเขตแดนของตน เขาก็นำเรื่องที่พบเห็นมารายงานให้ผู้เป็นบิดาได้รับฟัง บุรุษหนุ่มผู้มีท่าทีองอาจเดินเข้ามาทำความเคารพแล้วเอ่ยขึ้น
"ข้าคำนับท่านพ่อ..."
"เจ้าออกไปลาดตระเวนครั้งนี้เป็นเช่นไรบ้าง?" ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม
"เขตแดนของเรายังไม่มีผู้ใดกล้าลุกล้ำ แต่หมู่บ้านข้างเคียงนั้นถูกโจรป่าบุกปล้นสะดมและเข่นฆ่าผู้คนในเผ่าจนสิ้นชื่อ เหลือเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตและกำลังจะย้ายถิ่นฐานไปที่อื่น.."
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นผู้เป็นบิดาจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะนับวันไอ้โจรภูป่าพวกนี้มันยิ่งเก่งกาจและแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ มันบุกปล้นชนเผ่าต่างๆจนต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น เห็นทีจะมีเพียงชนเผ่าหลานอี้กระมังที่ยังลงหลักปักฐานไม่ยอมไปไหน..เมื่อรับรู้ถึงความเป็นไปท่านหัวหน้าเผ่าก็มีคำสั้งให้ทุกคนระแวดระวังตัว เพราะชนเผ่าโดยรอบนั้นย้ายหนีกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงเผ่าของตนที่ยังอยู่และเหมือนจะเป็นเป้าหมายการปล้นในครั้งต่อไป แต่ทว่าเผ่าหลานอี้นั้นค่อนข้างมีชื่อเรื่องการต่อสู้ทั้งเหล่าชายฉกรรจ์ล้วนมีพละกำลังที่แข็งแกร่งจนพวกโจรยังหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อยจึงไม่ง่ายเลยที่จะบุกปล้นชนเผ่าแห่งนี้...
หลังจากนั้นหลายวันอี้หลงผู้มีความพึงใจต่อเสี่ยวเฟิ่งก็พยายามทำตัวใกล้ชิดสนิทสนม แม้ฝ่ายหญิงจะไม่มีท่าทีตอบรับแต่ชายหนุ่มก็ยังหลงไหลได้ปลื้มอยู่เพียงลำพัง เพราะความยังเด็กของเสี่ยวเฟิ่งนางจึงไม่รู้ว่าว่าหลานอี้หลงนั้นรักใคร่ชอบพอนางเพียงใด นางพูดคุยกับเขาและนับถือเขาดั่งพี่ชายเหมือนเช่นที่นางนับถืออี้เฟยดั่งพี่สาว แต่บุรุษผู้ที่งามทั้งกายและใจก็ยอมทำตามทุกอย่างที่เสี่ยวเฟิ่งต้องการ แม้เขาจะอยากได้นางมาไว้เชยชมแต่เมื่อนางมองเขาเป็นแค่พี่ชายเขาก็เต็มใจที่จะเป็นพี่ชายให้กับนาง แต่ถึงอย่างนั้นอี้หลงก็ดูแลเสี่ยวเฟิ่งเป็นอย่างดีเพราะนางเป็นดั่งดอกไม้งามกลางทุ่งกระทิงที่ต้องคอยประคบประหงมมิได้ให้เหล่ากระทิงถึกมาเหยียบย่ำให้บอบช้ำ
หลายวันต่อมาเสี่ยวเฟิ่งเกิดเศร้าใจเพราะคิดถึงบ้าน นางไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหนแล้วคนที่บ้านเล่าจะเป็นห่วงนางมากเพียงใด นางนั่งเหม่ออยู่ที่ริมแม่น้ำก่อนที่อี้หลงและอี้เฟยจะเดินเข้ามาหา
"เสี่ยวเฟิ่งเจ้าอยู่นี่นี่เอง พวกข้าเป็นห่วงแทบแย่" อี้เฟยพูดแล้วนั่งลงข้างๆส่วนอี้หลงนั้นยืนเอนหลังพิงโขดหินอยู่ เมื่อทั้งคู่มองใบหน้าที่แลดูเศร้าสร้อยของเสี่ยวเฟิ่งก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
"เสี่ยวเฟิ่ง เจ้ามีสิ่งใดไม่สบายใจงั้นรึ?" อี้หลงเอ่ยถาม
"เปล่า ข้าแค่คิดถึงบ้าน ไม่รู้ว่าคนที่บ้านจะเป็นห่วงมากแค่ไหน ข้าไม่รู้จริงๆว่าหนทางกลับบ้านต้องไปยังไง" เสี่ยวเฟิ่งบอกเสียงเศร้า อี้เฟยจึงโอบไหล่นางเอาไว้
"อย่าวิตกไปเลย ข้าเชื่อว่าสักวันเจ้าต้องเจอหนทางกลับบ้านของเจ้าอย่างแน่นอน แต่เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าการที่เจ้าพลัดหลงมาเจอพวกข้า อาจเป็นโชคชะตาที่เรามีร่วมกัน "
เมื่อเสี่ยวเฟิ่งได้ฟังอี้เฟยพูดเช่นนั้น คำพูดของคุณตาก็ดังแว่วเข้ามาในหู คุณตาเคยบอกเอาไว้ว่าอย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตานางต้องมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว นางต้องไม่ยอมแพ้หรือถอดใจอะไรง่ายๆ และนางจะต้องหาหนทางกลับบ้านให้ได้ในที่สุด เสี่ยวเฟิ่งหันไปยิ้มให้อี้เฟยพร้อมกล่าวคำขอบคุณ
"ขอบคุณท่านพี่ทั้งสอง การได้มาเจอพวกท่านถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตข้า" นางยิ้มด้วยความจริงใจ จากนั้นเพียงชั่วครู่นางก็เหลือบไปเห็นกลุ่มแม่บ้านของชนเผ่ากำลังย้อมสีผ้าอยู่ นางจึงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางอยากจะตอบแทนที่พวกเขาดีกับนางมากขนาดนี้ เสี่ยวเฟิ่งจึงขอให้อี้หลงนำผ้าขาวและสีย้อมผ้าทุกสีมาให้นางก่อนจะลงมือวาดภาพโดยมีอี้หลงและอี้เฟยเป็นแบบให้ สองพี่น้องตระกูลหลานอี้ไม่รู้ว่าเสี่ยวเฟิ่งกำลังจะทำอะไร แต่เมื่อนางบอกให้นั่งเฉยๆก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ผ่านไปไม่กี่ชั่วยามงานศิลปะของเสี่ยวเฟิ่งก็เสร็จสิ้น นางใช้ผ้าอีกผืนปิดภาพวาดเอาไว้ก่อนจะเรียกให้สองพี่น้องนั่นมาดู
"เสร็จแล้วพวกท่านทั้งสองมาทางนี้เร็วเข้า"
"เจ้าทำอะไรงั้นรึ?" ทั้งอี้เฟยและอี้หลงต่างฉงนสงสัย เสี่ยวเฟิ่งจึงยื่นภาพวาดให้กับทั้งคู่ และภาพวาดบนผ้าขาวสองผืนนั้นคืออี้หลงและอี้เฟยนั่นเอง ทั้งคู่ตกตลึงกับการแต่งแต้มสีบนผืนผ้าของนาง ภาพที่นางวาดราวกับมีชีวิตจิตใจ ทั้งคู่ชอบของขวัญที่เสี่ยวเฟิ่งมอบให้เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นสองพี่น้องก็นำภาพวาดที่แสนวิจิตรไปให้ท่านพ่อของตนได้ดูและท่านหัวหน้าเผ่าก็เอ่ยปากชมไม่หยุด เสี่ยวเฟิ่งจึงขอวาดรูปท่านหัวหน้าเผ่าเพิ่มอีกรูป และเมื่อวาดเสร็จก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของท่านหัวหน้าเผ่าเป็นอย่างมาก
ข่าวการวาดภาพของนางนั้นเลื่องลือไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนไม่น้อยต้องการอยากจะได้ภาพเหมือนของตนไว้เชยชม แต่เสี่ยวเฟิ่งก็ไม่ขัดข้องนางยินดีวาดให้ทุกคนเพื่อเป็นการตอบแทนที่คนในเผ่าแห่งนี้รักและเอ็นดูนาง ต่อให้มือที่จับภู่กันจะพองจนเจ็บแสบแต่รอยยิ้มที่นางได้รับกลับมามันคุ้มค่ายิ่งกว่า สิ่งเล็กๆน้อยๆที่พอจะตอบแทนได้ นางยินดีอย่างยิ่งที่จะทำ...
ภาพรอยยิ้มเหล่านั้นเป็นสิ่งที่น่าจดจำที่สุด เสี่ยวเฟิ่งมองทุกคนด้วยความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง เพราะเมื่อใดที่นางหาทางกลับบ้านได้นางจะไม่ลืมผู้คนเหล่านี้โดยเด็ดขาด แต่ทว่านางไม่รู้เลยว่านี้อาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่นางจะได้เห็น...
-
-
-
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments