มิติรักบัลลังก์หงษ์
ตอนที่ 2 ชนเผ่าหลานอี้ .1
พื้นหญ้าเขียวชอุ่มปกคลุมไปด้วยหยาดน้ำค้างกลางคืนที่หนาวเย็นได้เลื่อนเลยผ่านไปดวงตะวันทอแสงแดดอุ่นรับรุ่งอรุณวันใหม่ หญิงสาวร่างบางนอนเอนหลังพิงโขดหินขนาดใหญ่ใจกลางป่าสนดิบชื่น นางนั่งสัปหรกอยู่หลายครั้งก่อนจะกลิ้งตกลงมาพลันปลุกให้ตื่น นางโอดครวญเมื่อร่างกายกระแทกอย่างแรง จากนั้นนางจึงลุกขึ้นด้วยความงัวเงียก่อนจะถอดแว่นตาออกแล้วใช้หลังมือขยี้ตาเบาๆ เมื่อครั้งรู้สึกตัวนางก็หาวหวอดๆอยู่สองสามทีก่อนจะสวมแว่วตากลับเข้าไปที่เดิม นางลืมตาขึ้นอีกครั้งพลางมองไปรอบๆ พงไพรที่อุดมสมบรูณ์แห่งนี้คือที่แห่งใดกัน นางใช้มือเก่าหัวที่ยุ่งเหยิงก่อนจะเพ่งสายตามองให้ชัดอีกครา...
ที่บ้านของคุณตามีสวนแบบนี้ด้วยหรอ?
ในใจยังคิดว่านี้คือบ้านที่ตนนอนพักและหลับไป ด้วยความที่พึ่งตื่นนางจึงไม่ได้เอะใจหรือตื่นตระหนกมากนัก นางก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้เหลียวมองหนทางเป็นเหตุให้นางลื่นและพลัดตกลงไปในแอ่งน้ำขนาดเล็ก ร่างกายของนางเปียกปอนและตอนนั้นเองนางถึงได้ตาสว่างเพราะน้ำในแอ่งน้อยๆนั้นเย็นเฉียบ นางลุกขึ้นพร้อมกับย่นคิ้วเข้ามากันพลางคิดทบทวนว่านางมาทำอะไรที่นี่ เมื่อคืนนางยังนอนหลับบนเตียงอยู่เลยมิใช่หรือ แล้วเหตุไฉนถึงได้มาอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพรเช่นนี้เมื่อฟื้นคืนสตินางก็รู้สึกใจหายวูบ นางปีนขึ้นมาจากแอ่งน้ำแล้วมองเคว้งไปรอบๆอีกครา
"นี่มันอะไรกัน!?"
นางครางคำพูดในลำคอเพราะเริ่มรับรู้ถึงความผิดแผกแปลกไป หัวใจของนางกระตูกวูบเมื่อทุกสิ่งที่เห็นไม่ชินตาเลยสักอย่าง นางเหยียบย่างไปบนพื้นหญ้าเขียวขจีด้วยเท้าที่เปลือยเปล่า ความเย็นจากพื้นหญ้าทำให้นางรู้ว่านี้มิใช่ความฝัน จ้าวเสี่ยวเฟิ่งเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องพลางมองหาคนที่ตนรู้จัก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีผู้ใดปรากฎตัว
"พ่อคะ? แม่คะ? อยู่ไหนกันได้ยินเสียงหนูรึเปล่า? คุณตา.."
เสียงใสๆเอื้อนเอ่ยอย่างสั่นเครือจ้าวเสี่ยวเฟิ่งเดินไปข้างหน้าโดยไม่รู้จุดหมาย นางมองไปรอบๆครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ เมื่อนางเดินมาได้สักพักก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ สติที่พยายามประคองเอาไว้ก็เตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง นางออกตัววิ่งโดยไม่รู้ว่ามีสิ่งใดตามมาด้านหลัง เท้าเปล่าๆเหยียบย่ำไปบนพื้นหญ้าหินและโคลน แต่ถึงนางจะวิ่งเร็วปานใดเสียงฝีเท้าเหล่านั้นก็ยังดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นางมุ่งตรงไปยังโขดหินใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหวังจะได้ซ่อนตัวหลบภัย แต่แล้วกลับมีกวางตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้านางไปพร้อมลูกดอกธนูที่พุ่งตามมาเฉียดใบหูของนางเพียงเส้นใยแดงผ่าแปด เสี่ยวเฟิ่งสะดุดล้มลงกับดินโคลนก่อนจะถูกฝูงอาชาล้อมหน้าล้อมหลัง
จ้าวเสี่ยวเฟิ่งเงยหน้าขึ้นมองบุรุษเกือบสิบคนบนหลังม้า คนเหล่านั้นแต่งตัวประหลาดราวกับชนเผ่าพื้นเมืองแต่นั้นยังไม่พอเพราะทุกคนบนหลังม้าต่างง้างคันธนูแล้วเลงลูกดอกมาที่นาง
"นี่มันตัวอะไรกัน ข้ามิเคยเห็นมาก่อน?" ชายร่างใหญ่หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น
"ใช่ มันเป็นสัวต์ป่าหายากงั้นรึ? " ชายอีกคนจึงเอ่ยขึ้นอีก ในตอนนั้นเสี่ยวเฟิ่งคิดว่าตนคงไม่รอดแล้วแน่ๆคงต้องตายเพราะลูกดอกธนูปักอก นางยกมือป้องศีรษะของตนทำใจยอมรับกับความเจ็บปวด จนกระทั้งมีเสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น
"หลีกไป..."
เสียงนั้นฟังดูหนักแน่น เมื่อนางมาถึงทุกคนก็พลันพลีกทางให้นาง เสี่ยวเฟิ่งทำใจเงยหน้าขึ้นมามอง นางเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยสีผิวออกน้ำผึ้งนิดหน่อย แต่งตัวเหมือนชนพื้นเมืองเช่นกันแต่แลดูมีความโดดเด่นกว่าเพราะเครื่องประดับและที่สำคัญทุกคนดูยำเกรงนางมาก นางผู้นั้นจ้องเสี่ยวเฟิ่งอย่างพินิจก่อนจะเอ่ยถามพร้อมกับง้างคันธนูใส่
"เจ้าเป็นใคร เป็นคนหรือเป็นสัวต์?" คำถามนั้นทำเอาเสี่ยวเฟิ่งตัวหดลีบ นางก้มมองร่างกายของตนที่ยังสวมชุดนอนหลายหมีพูทั้งยังสวมที่คาดผมมีหูของมิกกี้เม้าไหนจะแว่วตาหนาๆที่นางใส่อีก มันช่างดูแปลกประหลาดต่อผู้ที่พบเห็น เสี่ยวเฟิ่งยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวเพื่อบอกให้รู้ว่านางไม่มีอาวุธก่อนจะตอบกลับไปว่า
"ปะ เป็นคน ฉันเป็นคน"
-
-
ชนเผ่าหลานอี้
จ้าวเสี่ยวเฟิ่งถูกพาตัวกลับมาที่หมู่บ้านของชนเผ่าหลานอี้โดยคุณหนูอี้เฟยลูกสาวของหัวหน้าเผ่า เมื่อได้พูดคุยกันสถานการณ์จึงเริ่มดีขึ้น อี้เฟยต้อนรับเสี่ยวเฟิ่งเป็นอย่างดี หาที่พักพร้อมข้าวและน้ำให้นางดื่มกิน ก่อนที่จะพาเสี่ยวเฟิ่งไปแนะนำกับท่านหัวหน้าเผ่าผู้ซึ่งเป็นบิดาของนาง
กองไฟขนาดใหญ่ถูกจุดขึ้นกลางลานของหมู่บ้านผู้คนมากมายต่างมารอดูนางผู้แปลกประหลาด เสี่ยวเฟิ่งยังใส่ชุดเดิมแต่ตอนนี้มีผ้าห่าคลุมตัวเอาไว้ สายตาของคนในชนเผ่าจับจ้องมาที่นางราวกับว่าเป็นสัวต์หายากที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน สาวน้อยเดินตามอี้เฟยไปอย่างกล้าๆกลัวๆจนกระทั้งมาถึงเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่มีท่านหัวหน้าเผ่านั่งอยู่
ชายแก่ที่นั่งอยู่ตรงหน้ามีรูปร่างค่อนไปทางท้วมและมีสีผิวที่เข้มเหมือนผงกาแฟ ใบหน้าของเขามีสีแต่งแต้มพร้อมทั้งเขี้ยวเสือที่ห้อยประดับอยู่บนคอ ท่าทีที่เห็นนั้นน่าเกรงขามสมกับที่เป็นถึงท่านหัวหน้า เมื่อเสี่ยวเฟิ่งเดินเข้ามาใกล้และหยุดอยู่เบื้องหน้านางก็โค้งหัวคำนับทันที
"คำนับท่านหัวหน้าเผ่า"
"เจ้าเป็นใครมาจากไหน เหตุใดจึงหลุดเข้ามาในเขตแดนของข้า" เสียงทุ่มๆของท่านหัวหน้าเอ่ยถาม เสี่ยวเฟิ่งยังระแวดระวังและตื่นกลัวนางถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะตอบออกไป
"ขะ ข้าชื่อจ้าวเสี่ยวเฟิ่ง เป็นคนธรรมดาทั่วไปนี้แหละ แต่เพราะเหตุบางอย่างทำให้ข้าพลัดหลงกับครอบครัว จนได้มาพบกับอี้เฟยบุตรสาวของท่าน.."
"แล้วเจ้าจำได้รึไม่ ว่าเผ่าของเจ้าอยู่ที่ใด" ท่านหัวหน้าถามต่ออีก
"จำไม่ได้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ข้าอยากกลับบ้านแต่ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน..." เสี่ยวเฟิ่งบอกเสียงเศร้านางกลัวและคิดถึงคนที่บ้านใจจะขาดอยู่แล้ว
"งั้นรึ...เอาล่ะ ถ้าหากเจ้าไม่มีที่ไปจริงๆเจ้าก็อยู่ที่เผ่าของข้าไปก่อน อยู่จนกว่าเจ้าจะหาทางกลับบ้านของเจ้าได้"
เสี่ยวเฟิ่งได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเป็นโชคดีของนางจริงๆ
"ข้าขอบคุณท่านหัวหน้าเผ่า"
นางบอกแล้วโค้งคำนับอีกครั้งก่อนที่จะมีหญิงชราหลังค่อมเดินถือไม้เท้าเข้ามาร่วมวงสนทนา และนางชราผู้นั้นก็คือแม่เฒ่าผู้มีญาณทิพย์ของชนเผ่าแห่งนี้ เพียงครั้งแรกที่หญิงชราเห็นเสี่ยวเฟิ่ง นางก็รู้ได้ในทันทีว่าเด็กสาวคนนี้มาจากที่ที่ไกลเพียงใด แต่หญิงชราก็ไม่ได้เอ่ยปากทักท้วง คุณหนูอี้เฟยเดินเข้าไปประครองท่านแม่เฒ่าให้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของจ้าวเสี่ยวเฟิ่ง หญิงชราจ้องเด็กสาวก่อนจะพูดเสียงสั่นว่า
"เดินทางมาไกลมากเลยสินะ พักผ่อนเสียเกิดหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล.."
เมื่อพูดจบท่านแม่เฒ่าก็เดินจากไปทิ้งไว้เพียงความสงสัยที่อยู่ในใจของจ้าวเสี่ยวเฟิ่ง ท่านแม่เฒ่าผู้นี้เหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เสี่ยวเฟิ่งได้แต่เก็บงำความสงสัยนั้นไว้ พร้อมกับใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพื่อรอหาหนทางกลับบ้าน...
-
-
-
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments