คุกกี้สามถุง นมหนึ่งขวด และผลแอปเปิ้ลสีแดงถูกตัดเตรียมลงตระกร้า คลุมด้วยผ้าลายตารางหมากรุกแดงสลับขาว เตรียมตัวพร้อมออกเดินทาง
"อย่าเถลไถลออกนอกเส้นทางเด็ดขาดนะจ๊ะ แมทธิว" เมื่อเห็นลูกเปิดประตูบ้าน แม่อย่างเธอไม่วายเอ่ยเตือนลูกด้วยความเป็นห่วง
พยักหน้าตอบรับ "ครับ ผมไปแล้วนะครับแม่!"
"ไปดีมาดีนะจ๊ะ"
....
แมทธิวเริ่มออกเดินทางตามเส้นทางเข้าป่า ทสงคดเคี้ยว มีดินสีเนื้อลากยาวเป็นถนน
เมื่อยิ่งเข้าไปลึกถนนที่เคยเรียบเป็นทางไม่มีหญ้ากลับเริ่มหายไป เหลือเพียงพื้นหญ้าเขียวขจี รอบข้างรายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่
ดวงหน้าคมหันซ้ายแลขวา หยิบเด็ดคุณดอกไม้ที่ออกดอกบานสวยตามรายทาง สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่มีให้เห็นมากขึ้น มันทำให้เด็กหนุ่มแปลกใจ
หากเป็นทางไปบ้านคุณยายมันไม่น่าจะมีดอกไม้และสัตว์ป่าเยอะนี่นา
ดูเหมือนว่าเขาจะเพลิดเพลินกับการเก็บดอกไม้ไปหน่อย และหลงทางเข้าแล้ว
ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงดี!
สมองของเด็กหนุ่มเริ่มคิดไม่ตก ความกังวลเล็กๆน้อยๆนี่เขาไม่คุ้นชินกับมันเท่าไหร่ ดวงตากลมใสรื้นน้ำตาอย่างช่วยไม่ได้ ปากเบะเตรียมจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
"อึก ใครก็ได้ ฮือ ช่วยด้วย" เสียงสะอึกสะอื้นเบาๆ พร้อมกับเสียงร้องเรียกของเด็กหนุ่มช่างน่าเห็นใจนัก
เสียงร้องไห้ของเด็กหนุ่มทำให้หมาป่าเจ้าเล่ห์ ที่นอนพักอยู่ไกล้ๆ กระดิกหูแสดงปฏิกิริยาต่อเสียง มันจึงตัดสินใจออกมาดูสาเหตุของเสียงด้วยความสงสัย
นัยย์ตาสีแดงฉานจ้องมองหนุ่มน้อยในฮู้ดสีแดงผ่านพุ่มไม้ ก่อนที่เจ้าหมาป่าจะกระโดดออกมา สร้างความตกใจให้กับเขาจนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
โทนเสียงทุ้มต่ำ ทว่านุ่มนวลเอ่ยขึ้น "ใจเย็นๆ ข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า" หมาป่ายังคงที่จะกล่าวถามต่อ
"ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้าร้องไห้ทำไม เหตุใดหนุ่มน้อยด้อยประสบการณ์ แลดูอ่อนต่อโลกอย่างเจ้าถึงมาอยู่ในป่าลึกได้ เจ้ากำลังจะไปที่ใดหรือ?"
ผู้ถูกถามอึกอักราวกับน้ำท่วมปาก จะบอกอีกฝ่ายอย่างไรดีหากอยากออกไปจากป่าลึกนี่ โดยเลี่ยงจุดประสงค์มากที่สุด แม่ของเขาสอนมาอย่างดี เขาจดจำได้ ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า
แค่รอบนี้ เขาออกนอกเส้นทางจนตนเองเดือดร้อนเท่านั้นเอง...
"ผมกำลังจะไปหาใครสักคน แต่ดันเผลอเดินเก็บคุณดอกไม้แสนสวยตามข้างทางและหลงทางเข้ามาที่นี่ครับ"
"ไปหาใครรึ?" เจ้าหมาป่าพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจและถามขึ้น
สายตาก็ไล่สำรวจหนุ่ม แม้เด็กหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมสีแดงตรงหน้าจะตัวสูงใหญ่จนเขาต้องเงยหน้ามอง แต่อีกฝ่ายกลับมีใบหน้าใสซื่อไม่ทันโลก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะป่วย? เพราะกลิ่นยาอ่อนๆโชยมากจากร่างกายของอีกฝ่าย
หากเขาตะล่อมถามนิดหน่อยก็คงพูดออกมาจนหมดเปลือก
"..." คู่สนทนาเงียบ หลบเลี่ยงสายตา เขาไม่ต้องการตอบคำถามคนแปลกหน้า
"หากเจ้าไม่บอกว่ากำลังไปหาใครหรือที่ใด ข้าก็จะไม่บอกทางออกเช่นกัน" หมาป่าจ้องหนุ่มน้อยเขม็ง เขาออกปากขู่ และมันดูมีน้ำหนักในใจต่ออีกฝ่ายมากพอควร
แมทธิวเบิกตาตกใจ เขากลัวจะไม่ได้ออกจากที่นี่และไปหาคุณยายก่อนค่ำไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจออกปากบอกเพียงผิวเผิน "ผ- ผมกำลังจะไปหาคุณยายครับ ผมบอกได้แค่นี้ ได้โปรดบอกทางออกจากป่าให้ด้วยครับ!"
หมาป่าเจ้าเล่ห์แสยะยิ้มก่อนจะตอบรับ "ได้สิ ข้าจะพาเจ้าออกไป ตามข้ามาดีๆล่ะ" ว่าแล้วก็เดินนำทางเพื่อพาเจ้าหนุ่มน้อยไม่ทันโลกคนนี้ออกไปยังจุดเริ่มต้นทางเข้าป่า
ยังไงซะ ข้อมูลแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เจ้ามนุษย์ตรงหน้าเดินเข้าป่ามาเพื่อไปหามนุษย์อีกคน แสดงว่าบ้านหลังนั้นต้องอยู่ภายในป่านี้ ส่วนตั้งอยู่ตรงไหนนั้น ตนค่อยรีดเอาข้อมูลจากสัตว์ตัวอื่นก็ไม่ยากเกินมือ
....
"ขอบคุณที่พาออกมาครับ" แมทธิวก้มหัวโค้งขอบคุณ ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะหลอกพาเขาไปกินซะแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะใจดีขนาดนี้ แม่เคยบอกเขาว่าอย่ามองคนที่ภายนอกคงจะจริงดังว่า
"ไม่เป็นไร คราวหน้าก็อย่าหลงทางอีกล่ะ" ผู้ถูกก้มหัวขอบคุณทำเพียงโบกมือบอกปัด
"จริงสิ ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย ผมแมทธิวครับ" แมทธิวถามและกล่าวแนะนำตัวเป็นคนแรกตามมารยาท
ดวงตาสีแดงเหลือบมองหน้าเด็กหนุ่ม ก่อนจะกล่าวชื่อของตนด้วยรอยยิ้ม "ข้า คาลีดัส เรียกสั้นๆว่าคาร์ลก็ได้"
ทั้งสองจากลากันตรงนี้ หมาป่ามุ่งตรงเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างผอมเพรียวก็หายลับตาไป แมทธิวออกตัวเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่าทีหลัง มองซ้ายมองขวาอีกที สำรวจรอบข้าง
รอบนี้เขาจะไม่เถลไถล และหลงทางอีกแล้ว
แมทธิวในเสื้อคลุมสีแดงเดินหน้าไปอย่างมีจุดหมาย ไม่มีความว่อกแว่ก หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะค่ำมืดเสียก่อน
เดินไปได้ไม่นาน เสียงตัดไม้ด้วยของมีคมชิ้นใหญ่ดังแว่วเข้าหู เมื่อเดินเข้าใกล้เรื่อยๆ ก็ยิ่งได้ยินชัดขึ้นเช่นกัน
เด็กหนุ่มชะโงกหน้าดูผ่านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เห็นชายหนุ่มวัยกลางคนกำลังตัดไม้อย่างขมักเขม้น ร่างสูงใหญ่บึกบึนเต็มไปด้วยร้อยบากสะท้อนแสงวิบวับจากเหงื่อเย็น
"ลุงโจ!"
เจ้าของชื่อหันไปมองทางต้นเสียงเห็นเด็กหนุ่มผู้คุ้นหน้าคุ้นตา ไหนจะเสื้อคลุมเด่นสีแดง เป็นที่จดจำกันง่าย "อ้าวแมท มาที่นี่ได้ยังไงน่ะเรา หื้ม?"
"ผมกำลังจะไปเยี่ยมคุณยายครับ จะเอาคุกกี้ไปฝากเธอด้วย!" แมทธิวกล่าวอย่างกะตือรือร้นพลางยกตะกล้าที่บรรจุคุกกี้ให้ลุงโจดู
โจวางขวานทิ้งไว้บนตอไม้ที่ถูกตัดออกเหลือแค่ท่อนล่างที่ยึดติดไว้กับดินเขางๆเขา แขนยกกอดอกหัวเราะร่าจนแผ่นอกกระเพื่อม "ฮ่าๆๆ เป็นเด็กดีจริงๆ เลยนะเจ้าหนูนี่โตขึ้นขนาดนี้แล้วรึ เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน!"
ลุงโจนั้นสูงกว่าแมทธิวเพียงนิด แต่อีกฝ่ายก็ยังคนตรงข้ามเป็นไม่เปลี่ยน แม้เด็กที่ว่าจะตัวใหญ่กว่าวัวที่เลี้ยงอยู่ก็ตาม โจเอื้อมมือไปขยี้หัวฟูๆนั่นจนยุ่งเหยิง
"ระวังหน่อยล่ะ ช่วงนี้มีหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์มักจะออกมาจากป่าลึกบ่อยๆ หากเจอก็อย่าไปเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายเด็ดขาด เข้าใจไหม" โจเตือนด้วยความเป็นห่วง ในน้ำเสียงดูคมเข้มชัดเจน เขาเป็นห่วงเด็กน้อยตรงหน้าจากใจจริง
โจเป็นนายพราน ล่าสัตว์มามากมาย เขารู้ดีว่าสัตว์กินเนื้ออันตรายพวกนี้มันโหดร้ายและเจ้าเล่ห์เพียงใด
แมทธิวเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบรับ "ครับ ผมเข้าใจแล้ว"
"ดีมาก"
หากบอกว่าเขาเจอหมาป่าตัวนั้นแถมยังเชื่อคำพูดอีกฝ่ายอีกล่ะก็ ลุงโจต้องบอกแม่ของเขาแน่ เขายังไม่อยากโดนบ่นจนหูชาหรอกนะ ทั้งคุณแม่ คุณยาย และลุงโจอีก ใครจะอยากนั่งฟังคำบ่นกันล่ะ!
อีกอย่างคาร์ลก็ไม่ได้ทำร้ายเขาสักหน่อย แถมยังช่วยเขาออกจากป่าด้วย คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?
ทักทายกันเล็กน้อยพอประมาณ แมทธิวโบกมือบอกลาลุงโจก่อนจะออกเดินทางต่อเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา
จากท้องฟ้าที่สว่างจ้าและแดดอบอุ่นในยามบ่ายกลับกลายเป็นสีส้มแดง ลมเย็นพัดผ่านดวงตะวันจวนจะลาลับขอบฟ้า ในที่สุดแมทธิวก็เดินทางมาถึงบ้านหลังเล็กหลังเดียวในป่าแห่งนี้
ทีบีซี.
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments