บทที่15 นาทีชีวิต เกือบช่วยไม่ทัน

   กลับมาที่เวทย์มนตร์ มนตร์ตรา

มนตร์ตราหันไปมองช้ายขวา  มองหน้าเวทย์มนตร์ที่มองหน้าแม่อลิชที พลางพูดขึ้นว่า

"นี่เราจะนั่งรอความตายอย่างนี้เหรอคะ เราจะไม่ทำอะไรเลยเหรอ"มนตร์ตราถามทุกคนขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน 

"จะทำอะไรได้ละคะหนูมนตร์ตราเชือกที่พวกมันเอามามัดพวกเราก็เป็นเชือกที่ลงมนตร์ และดูเหมือนว่าเชือกนี้มันจะดูดพลังพวกเราไปหมดแทบจะไม่มีแรงเลยค่ะ"น้าแยมโรลพูดขึ้น.

"บวกกับที่เรามาอยู่เมืองมนุษย์นานทำให้ไม่มีพลังที่จะทำอะไรได้เลยบวกกับเชือกนี้มันดูดพลังอีก"น้าชูชี่พูดขึ้นบ้าง 

"อะไรจะเกิดมันต้องเกิดละลูก"แม่อลิชพูดขึ้นบ้าง ฉันหันไปมองหน้าพี่เวทย์มนตร์พี่เวทย์มนตร์ก็มองหน้าฉันอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับพูดขึ้นว่า

"ถ้าโชคชะตาไม่โหดร้ายกับเรานักเราต้องรอด"  ฉันทำหน้าเศร้าคอตก แล้วถ้าโชคชะตาไม่เข้าข้างเราแล้วเราจะรอดไหมนี้"มนตร์ตราได้แต่สบทในใจจนเผลอหลับไปด้วยความออ่อนล้า.   

หลายชั่วโมงผ่านไปจนตอนนี่เป็นเวลากี่โมงก็ไม่รู้  ฉันได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา ฉันเลยลืมตามองดูเห็นเดือนเด่นยืนอยู่ข้างยายของเขาพร้อมกับรอยยิ่้มสีหน้าเยาะเย้ยอย่างมีความสุขใจ  ข้างๆยายหลานสองคนนั่นมีผู้ชายร่างใหญ่ยืนอยู่สี่คนจ้องมองมาที่พวกเราอย่างหน้ากลัว. เดือนเด่นยืนจ้องพวกเราอยู่สักพักพร้อมกับพูดขึ้นว่า

"ไงยังไม่ตายอีกเหรอ ฉันก็นึกว่าจะชิงกลั้นลมหายใจตายไปเสียก่อน555"พอเดือนเด่นพูดจบก็หัวเราะพวกผู้ชายและยายคนนั้นก็หัวเราะไปด้วย แต่พวกเราเงียบไม่โต้ตอบอะไร ยายคนนั้นเลยพูดว่า

"พวกแกก็ใจแข็งดีนิ  สมกับเป็นพ่อมดแม่มด ดีเหมือนกันฉันก็อยากจะรู้นักว่าเวลาโดนไฟเผาพวกมันยังจะทำตัวเงียบอยู่อีกไหม ให้มันตายพร้อมกันมันทุกคนนั่นแหละรวมไปถึงพ่อหรือผัวของพวกมัน รวมไปถึงเมืองดินแดนพลังเวทย์ด้วย

"ยายคนนั้นพูดจบก็หันไปหาลูกน้องที่ยืนอยู่.  "หมายความว่ายังไงเกิดอะไรขึ้นกับเมืองดินแดนพลังเวทย์ กับเจ้าพี่เฮนรี่"เสียงอลิชถามขึ้นด้วยความร้อนใจและเป็นกังวลนึกห่วงคนที่รักมาตลอด

ยายคนนั้นหันมาอีกครั้งพร้อมกับยิ้มอย่างสะใจพร้อมกับพูดว่า.

"ก็หมายความว่าป่านนี้ลลิตาลูกสาวของฉันคงจะเผาผัวเอ็ง กับเมืองเมืองดินแดนพลังเวทย์ไหม้เป็นจุณแล้วมั้ง" ยายคนนั้นตอบพร้อมกับหันไปมองลูกน้องอีกครั้ง แต่สิ่งที่ยายคนนั้นพูดทำไห้พวกเราหดหู่และรู้สึกใจหาย แม้จะไม่มีความทรงจำกับที่นั่นแล้วก็พ่อก็ตามแต่อย่างน้อยเขาก็คือพ่อก็รู้สึกเศร้าใจอยู่ดีแม้ท่านแทบไม่อยากจะนับเป็นลูกก็ตามแต่พวกเราก็ไม่โกรธท่านหรอก สงสารก็แต่แม่อลิช เมื่อได้ยินดังนั้นแม่ก็ร้องให้ออกมาน้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่พวกเรากำลังเศร้าใจอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงพูดว่า

"เอาพวกมันออกไปจัดการได้แล้ว"เสียงเดือนเด่นบอกหันไปบอกผู้ชายพวกนั้น พวกนั้นก็เข้ามาพาพวกเราออกไป. พวกนั้นพาพวกเรามาข้างนอกมัดพวกเราไว้รวมกันกับท่อนไม้ที่ถ้าจุดไฟเผาพวกเราก็พร้อมจะมอดไหม้ไปทันที  มนตร์ตราหันมองหน้าทุกคนอย่างตื่นตระหนก เธอเห็นทุกคนยิ้มให้เธอทั้งน้ำตา แม่อลิชยิ้มให้เธอกับพี่เวทย์มนตร์แล้วพูดว่า

"ลูกของแม่ยังไม่ได้แก้คำสาปเลยจะต้องจบชีวิตแล้วเหรอ" พวกเราได้ยินดังนั้นก็ยิ้มให้แม่อลิชกลับ พี่เวทย์มนตร์ก็พูดขึ้นว่า

"รูปร่างหน้าตาไม่สำคัญหลอกแม่ พวกเราชินในหน้าตาแบบนี้แล้วล่ะช่างมันเถอะไม่มีใครรักก็ช่างแต่พวกเราก็รักตัวพวกเราเอง"พี่เวทย์มนตร์ก็ยิ้มให้กับแม่อลิชและกับน้าทั้งสองหลังพูดจบฉันก็พลอยยิ้มไปด้วย  ขณะที่พวกเรากำลังพูดคุยกันท่าม กลางสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาที เพราะลูกน้องของยายคนนั้นยืนถือไฟที่จะเผาพวกเราแล้ว  ฉันหลับตาลงด้วยความกลัว ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น

"ถ้าพวกแกเผาลูกกับเมียฉันและนางกำนัลของฉันพวกแกก็เตรียมรับศพลูกสาวแกได้เลย"เสียงนั่นดังขึ้นพร้อมกับปรากฎตัวของเจ้าของเสียง ฉันลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองก็เห็นร่างของบุรุษวัยกลางคนพร้อมกับชายหญิงสองคนที่อยู่ข้างๆชายหญิงสองคนนั่นฉันรู้จักดี นั่นก็คือสองพี่น้องน้ำมนตร์ กับน้ำค้างเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ขณะที่ฉันกำลังงงอยู่ ก็ได้ยินเสียงแม่อลิชที่อยู่ข้างๆเรียกผู้ชายคนนั้นว่า.

"เจ้าพี่เฺฮนรี่"เมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันกับพี่เวทย์มนตร์ตะลึงตกใจเข้าไปใหญ่  เฮนรี่พ่อนั่น เหรอ ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นพ่อพ่อของฉันกับพี่เวทย์มนตร์ ฉันหันกลับไปมองที่สามคนนั้นยืนอยู่ ก็เห็นคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อหันมายิ้มให้ พร้อมกับน้ำมนตร์ที่ยืนอยู่ข้างๆพูดว่า. 

"พวกเราสองคนก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่ามาดี เป็นไงล่ะโดนดีเข้าให้" เสียงน้ำมนตร์พูดขึ้นยิ้มๆอย่างกับนี่มันคือเรื่องตลก 

"แกอย่าทำอะไรแม่ฉันนะ"เสียงเดือนเด่นพูดขึ้นหลังจากที่เห็นแม่ตัวเองโดนจับอยู่สภาพก็ไม่ต่างกับพวกเราเท่าใหร่หรืออาจจะแย่กว่าด้วยช้ำ 

"งั้นก็ปล่อยลูกเมียกับคนของฉันก่อน "เสียงพ่อพูดต่อรอง

"คิดดูดีๆนะพลังของนักล่ากับพลังของพวกพ่อมดแม่มดที่รวมพลังกันอันไหนมันจะรุนแรงกว่ากัน"เสียงน้ำค้างพูดขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน  พวกนั้นมองหน้ากันอยู่พักหนึ่งก็เห็นคุณยายคนนั้นพยักหน้าให้ลูกน้องมาปล่อยพวกเรา พวกเราก็เลยเดินไปหาบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าพ่อ.

"เจ้าพี่"เสียงแม่อลิชพูดขึ้น พ่อมองหน้าเราสองแฝดกับแม่อลิชแล้วพูดว่า

"เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันนะ"พอพูดเสร็จก็หันไปมองหน้าคุณยายคนนั้นต่อ พร้อมกับพูดว่า

"ขอบคุณที่ปล่อยลูกเมียและคนของเรา เราก็จะปล่อยลูกสาวของคุณเหมือนกัน แต่ขอสัจจะสัญญาได้ไหม ว่าต่อแต่นี้ต่างคนต่างอยู่ เพราะต่างฝ่ายก็สูญเสียมามากเหมือนกัน เราเลิก อาฆาตจองเวรกันได้ไหม ฝ่ายเราก็สูญเสียประชากร อันเป็นที่รักไหนจะครอบครัวของพวกเขาอีกที่เสียบุคลที่รักไปพวกเราก็สูญเสียไม่น้อยกว่าพวกคุณเลยส่วนพวกคุณก็เสียลูกชายและหลานชายไปเราจะจองเวรล้างแค้นกันไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาสู้เรายุติความแค้นทำใจให้เป็นสุขดีกว่าไหม"เฮนรี่พูดกับยายคนนั้นแล้วมองหน้า คุณยายคนนั้นพร้อมกับเดือนเด่นก็มองหน้าตอบพร้อมกับพูดว่า

"ตกลงเวรไม่จองเวรแก้แค้นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา มีแต่ความสูญเสียมากขึ้น"แล้วเฮนรี่กับยายคนนั้นก็ยิ้มให้กันพลางจับมือกันเป็นพันธะสัญญาเฮนรี่พูดว่าเพื่อให้มีหลักฐานว่าต่อแต่นี้เราจะอยู่กันอย่างสงบไม่ทำร้ายชึ่งกันและกันเรามาทำสัญญาเป็น ลายลักณ์อักษรกันด้วยนะ"แล้วเฮนรี่ก็เอาหนังสือสัญญาที่เขาทำไว้สองฉบับให้ยายคนนั้นเช็นชื่อเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับสาบานว่าจะไม่ทำร้ายชึ่งกันและกันอีกหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดคำสาบานก็ให้อยู่ไม่สุขเหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้วก็ยื่นหนังสืออีกฉบับหนึ่งให้ยายคนนั้นกับเดือนเด่นเก็บไว้. ขณะนั้นฉันรู้สึกแปลกๆกับตัวเองก็เลยก้มมองไปดูก็เห็นผิวกายที่เคยเหมือนผิวคางคกหายไปกับมีผิวพรรณที่สะอาดสดใสเข้ามาแทน ฉันหันไปมองพี่เวทย์มนตร์ก็เห็นพี่เวทย์มนตร์ก็มีสภาพผิวไม่ต่างกันกับฉัน.  นี่มันเกิดอะไรขึ้น เกิดขึ้นได้ยังไง หรือว่าคำสาปกำลังจะถูกแก้

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!