วันนี้เป็นวันหยุดไม่ได้ไปมหาลัย ฉันกับพี่เวทย์มนตร์ก็เลยจะหาทางพิสูจน์ความสงสัยพลังที่ซ่อนอยู่ในตัว วันนี้แม่อลิช กับน้าแยมโรล และน้าชูชี่ก็ไม่ได้ขายข้าวแกงด้วยเพราะวันนี้เป็นวันหยุดทุกวันเสาร์ร้านเราจะหยุดเพื่อพักผ่อน วันนี้แม่กับพวกน้าออกไปเที่ยวข้างนอก ฉันกับพี่เวทย์มนตร์เลยได้อยู่บ้านกันสองคนทางสะดวกค่าา หลังจากที่ทำงานบ้านอะไรเสร็จเราสองพี่น้องนั่งอยู่ที่ห้องโถงของบ้าน เพื่อหาทางพิสูจน์พลังที่อยู่ในตัว
"เราจะเริ่มพิสูจน์ยังไงคะพี่เวทย์มนตร์"ฉันถามพี่เวทย์มนตร์ออกไปหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน พี่เวทย์มนตร์มองหน้าฉันแล้วพูดขึ้นว่า
"พี่เคยอ่านในหนังสือนะ ว่าคนที่มีพลังพิเศษเหนือคนทั่วไป เขาจะทำให้สิ่งไม่มีชีวิตเคลี่ยนที่ได้เองโดยเหมือนสะกดจิตสิ่งนั้น เราลองทำดูไหม" พี่เวทย์มนตร์บอกพร้อมกับชวนฉันลองทำดู ฉันพยักหน้าตกลงพร้อมกับพูดว่า
"โอเคค่ะ"แล้วเราก็เริ่มพิสูจน์โดยเริ่มทำสมาธิให้จดจ่อกับสิ่งที่เราจะสะกดโดยเริ่มจากรีโมทย์ทีวีฉันจดจ้องกับรีโมทย์ทีวีอยู่นานพลางสะกดไห้รีโมทย์เคลื่อนที่มาหาฉันครั้งแรกยังอยู่นิ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เลยเริ่มทำสมาธิใหม่โดยคราวนี้ทำจิตให้นิ่งกว่าเดิม แล้วจ้องมองไปที่รีโมทย์ทีวีใหม่คราวนี้รีโมทย์เริ่มขยับเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เคลี่ยนที่มาหาฉัน แต่ฉันก็เริ่มดีใจอย่างน้อยก็พอจะรู้ว่าฉันกับพี่เวทย์มนตร์อาจจะมีพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวอย่างที่สงสัยก็ได้ ฉันหันไปมองพี่เวทย์มนตร์พี่เวทย์มนตร์กำลังสะกดให้เก้าอี้เคลื่อนที่ ชึ่งพี่เวทย์มนตร์ทำได้ เพราะฉันเห็นเก้าอี้ในห้องโถงกำลังเคลี่ยนที่ไปมาเหมือนคนกำลังเดินสวนสนาม พี่เวทย์มนตร์หันมามองฉันแล้วพูดว่า
"ลองอีกครั้งหนึ่งสิมนตร์ตราเราก็ต้องทำได้ เพราะพี่มั่นใจว่าเราสองคนต้องมีพลังอะไรบางอย่างอยู่ในตัวจริงๆ"พี่เวทย์มนตร์พูดจบฉันพยักหน้าให้แล้วหันมาทำสมาธิแล้วลองใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผลปรากฏว่ารอบนี้รีโมทย์ทีวีลอยมาหาฉันอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันหันไปมองหน้าพี่เวทย์มนตร์พี่เวทย์มนตร์ก็มองหน้าฉันอยู่พร้อมกับยิ้มให้ ฉันเลยยิ้มตอบพร้อมกับพูดว่า
"พี่เวทย์มนตร์ เราสองคนมีพลังวิเศษซ่อนอยู่ในตัวจริงๆด้วย"ฉันพูดกับพี่เวทย์มนตร์พลางก็ฉุกคิดขึ้นว่าถ้าเรามีพลังวิเศษ แล้วแม่ กับน้าทั้งสองจะมีแบบเราไหมหนา ฉันเลยถามพี่เวทย์มนตร์
"พี่เวทย์มนตร์คะถ้าเราสองคนมีพลังพิเศษพี่คิดว่าแม่กับน้าจะมีแบบเราไหม แล้วแม่จะรู้ไหมคะ"ฉันถามพี่เวทย์มนตร์ด้วยความสงสัย พี่เวทย์มนตร์มองหน้าฉันอีกครั้งพร้อมกับตอบว่า
"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆเลยนะอย่าให้แม่กับน้ารู้เด็ดขาดเลยนะว่าเรามีพลังเหนือคนอื่นเขา พี่กลัวพวกท่านไม่สบายใจหน้าตาพวกเราก็หน้ากลัวอยู่แล้วยิ่งถ้ารู้ว่าเรามีพลังอีกพี่กลัวมันจะไปกันใหญ่"พอพี่เวทย์มนตร์พูดจบฉันก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะฉันก็คิดเหมือนกันกับพี่เวทย์มนตร์ หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ฉันเดินเข้าไปห้องแม่เพื่อจะไปเอาเสื้อผ้าออกมาชัก เมื่อเช้ากวาดบ้านถูบ้านไว้ยังไม่ได้ชักผ้า ฉันเห็นสมุดบันทึกไดอารี่ของแม่อยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งเลยหยิบขึ้นมาดู ฉันอยากรู้แม่เขียนอะไรบ้าง ฉันก็มีความจุ้นอยู่ในตัวอยู่บ้างน่ะนะ ฉันหยิบขึ้นมาแล้วเปิดอ่าน
'คิดถึงเจ้าพี่เฮนรี่ คิดถึงดินแดนพลังเวทย์ ไม่รู้ว่าเจ้าพี่ จะคิดถึงหม่อมฉันกับลูกหรือเปล่า' ฉันปิดไดอารี่ของแม่ทันที ด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้เพราะอะไร ฉันรู้สึกสงสัยว่าคนที่แม่เขียนคิดถึงคือใคร แล้วไอ้เมืองดินแดนพลังเวทย์อยู่ที่ไหน มันมีชื่อเมืองประหลาดอยู่บนโลกนี้ด้วยเหรอ โดยเฉพาะบรรทัดสุดท้าย หม่อมฉันกับลูกหรือว่าพ่อของฉันกับพี่เวทย์มนตร์จะชื่อเฮนรี่ คนที่ชื่อเฮนรี่ที่แม่เขียนถึงจะเป็นพ่อของพวกเรา ฉันรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อคิดว่า เราก็มีพ่อเหมือนคนอื่นเขา แล้วก็ยิ่งใจเต้นขึ้นไปอีกเมื่อเห็นบรรทัดถัดไป
'ฉันพาลูกมาอยู่เมืองมนุษย์แล้ว ฉันไม่อยากให้ลูกรับรู้เรื่องราวในอดีต และฉันก็อยากให้เขาเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้เหมือนมนุษย์ ทั้งๆที่รู้ว่าเวทย์มนตร์ กับมนตร์ตรา เป็นพ่อมด แม่มด ที่ถูกสาปให้อัปลักษณ์ และต้องแก้คำสาปด้วยรักที่แท้จริงเท่านั้น' ฉันปิดไดอารี่แม่ลงด้วยความรู้สึกอีกหลายอย่างที่ตีกันอยู่ในหัว โดยไม่สามารถแยกออกได้
"นี่ฉันกับพี่เวทย์มนตร์เป็นพ่อมด แม่มดเหรอเนี่ย แล้วก็เป็นพ่อมด แม่มดที่ถูกสาปเสียด้วย จะหายได้ต้องเจอรักที่แท้จริงงั้นเหรอ งั้นแสดงว่าแม่กับน้าทั้งสองก็เป็นแม่มดเหมือนกันแล้วก็พาฉันกับพี่เวทย์มนตร์มาอยู่เมืองมนุษย์ แล้วพลังที่อยู่ในตัวฉันกับพี่เวทย์มนตร์ที่สงสัยก็คือพลังแม่มดพ่อมดงั้นเหรอ"ฉันพึมพำอยู่คนเดียวเหมือนเหม่อลอยจึงนั่งตั้งสติสักพักเอาไดอารี่ไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วก็ทำตัวให้ปกติที่สุด แล้วก็เอาผ้าลงไปชัก แล้วถ้ามีโอกาศค่อยบอกพี่เวทย์มนตร์ เพราะอีกสักพักแม่กับน้าก็จะกลับมาแล้ว ต้องทำตัวให้ปกติที่สุด
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 16
Comments