บทที่ 16 เลือนราง
“ทะเล!!!!!” ตะวันตะโกนเรียก
ทะเลที่กำลังเล่นเปียโนหันมามองอย่างแปลกใจ
‘ไม่นะ ไม่ ขอให้ไปทันด้วยเถอะ’
ตะวันบอกตัวเองในใจพร้อมกับกระโจนขึ้นไปบนเวทีแล้วพุ่งตัวไปผลักทะเลออกจากที่นั่ง
ผู้คนที่กำลังนั่งฟังเสียงเปียโนต่างมึนงงว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงทำแบบนี้และเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนที่คานเหล็กขนาดใหญ่ได้ร่วงหล่นลงมาทับเปียโนพอดิบพอดี
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจพลันดังขึ้นพร้อมกันทั้งหอประชุม
พวกเขาต่างหวาดผวากับภาพที่เห็นตรงหน้า
‘นะ...นี่มันอะไร เกิดอะไรขึ้น?’ ทะเลคิดในใจด้วยความตื่นกลัว
ใบหน้าของเขาซีดเผือด มือไม้สั่นระริกอย่างหวาดหวั่น
สายตาทอดมองตะวันที่พยายามเงยหน้าขึ้นมามองที่ตัวเองด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าเปื้อนเลือดของอีกฝ่ายทับซ้อนกับภาพพ่อแม่เมื่อครั้งอดีตตอนเกิดอุบัติเหตุ
“ไม่ ไม่ ไม่!!!!!!!” ทะเลรีบถลาตัวเข้าสวมกอดตะวันไว้
“ตะวัน!! อย่าเป็นอะไรนะ มองหน้าทะเลสิ ตะวัน!!”
เด็กหนุ่มตะโกนเรียกคนในอ้อมกอดทั้งน้ำตา ภาวนาอย่างสุดหัวใจว่าจะต้องไม่เป็นอะไร
“หมอ!! เรียกหมอให้ที ใครก็ได้!!!”
เขาตะโกนพร้อมกับเขย่าตัวอีกฝ่ายหวังเรียกสติไม่ให้คนรักหลับไปก่อนที่หมอจะมาถึง
มือข้างหนึ่งที่ไม่ถูกคานเหล็กทับของตะวันได้เลื่อนขึ้นไปกุมมือของทะเลที่วางอยู่ช่วงอกของเขาด้วยแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“ตะ...ตะวัน อยากฟังเสียง เปียโน ของทะเล อีกจัง...”
เขาพยายามพูดด้วยสติที่เหลืออยู่พร้อมมองลึกเข้าไปยังนัยน์ตาของเด็กหนุ่มที่กำลังสวมกอดตัวของเขาไว้อย่างเลือนราง
ทว่าเสียงที่เขาเปล่งออกมากลับแผ่วเบาเสียเหลือเกิน
ทะเลได้ยินจึงพยายามเอาหูเข้าไปใกล้ใบหน้าเปื้อนเลือดพร้อมกุมมือคนในอ้อมอกไว้แน่น
“มะ...ไม่ต้องพูดแล้ว ตะวันแข็งใจไว้นะ อย่าทิ้งทะเลไปไหน
ทะเลจะเล่นเปียโนให้ตะวันฟังทุกวันเลย ขอร้องอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ
ทะเลอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีตะวัน ทะเลรักตะวันมาก รักมากเลย”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสั่นเครือ
กลัวเหลือเกินว่าจะสูญเสียคนที่รักไปเหมือนกับโศกนาฏกรรมเมื่อครั้งอดีต
ตะวันเผยยิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมมองหน้าทะเลด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดบางสิ่งออกมาจากใจจริง
“ตะวัน...ก...ก็...รัก...ทะเ...”
ทว่าพูดไม่ทันจบเสียงที่แผ่วเบาก็ได้ขาดหายไปพร้อมเปลือกตาที่ปิดสนิททั้งสองข้าง
“ไม่นะ ไม่นะ ไม่!!!!!! ตะวัน!! ตะวัน ตื่นสิตะวัน
ตื่นมาคุยกับทะเลก่อน ขอร้อง อย่าทิ้งทะเลไปไหนเลยนะ ตื่นมาคุยกับทะเลก่อน
ทะเลขอโทษ” เขาพยายามเขย่าตัวอีกฝ่ายด้วยมือทั้งสองข้างที่สั่นระรัวด้วยความกลัว
ขณะเดียวกันหยาดน้ำตามากมายก็ได้อาบชโลมไปทั้งใบหน้าของเขาและของคนในอ้อมกอด
ตะโกนก้องอย่างคนเสียสติ
“ตื่นสิตะวัน ตื่นสิ ไหนบอกจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไง
ตะวันสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ”
เขาพูดพร้อมซุกหน้าของตัวเองเข้าชิดใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดของอีกฝ่าย
อาทิตย์ที่วิ่งตามขึ้นมาทีหลังเห็นภาพพี่ชายตรงหน้าก็ทรุดฮวบ
น้ำตาไหลออกมาไม่ต่างกับทะเล
เขาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้พี่ชายที่นอนจมกองเลือดเพราะกลัวว่าจะรับความจริงที่เกิดขึ้นไม่ไหว
พี่ชายเพียงคนเดียว พี่ชายที่แสนดีของเขาจะจากไปแบบนี้อย่างนั้นเหรอ?
ไม่นานก็มีคนพยายามจะพาทะเลออกไปจากที่เกิดเหตุ
แต่ปู่ของตะวันก็ได้ห้ามไว้และบอกให้รอสักพักจึงค่อยเข้าไป
เพราะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปู่ของตะวันก็รับรู้ได้ว่าหลานชายไม่รอดแน่ ๆ
กว่ารถพยาบาลจะมาถึงก็ไม่ทันเวลาแล้ว การปล่อยให้คนที่เขารักอยู่กับตะวันในวาระสุดท้ายย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เมฆและฝนพยายามวิ่งฝ่าผู้คนเข้ามา
ทั้งสองมีสีหน้าหวาดกลัวและตกใจอย่างยิ่ง ได้แต่ภาวนาอย่าให้มีใครเป็นอะไร
เมื่อเมฆและฝนมาถึงก็ได้เห็นภาพของลูกชายคนโตที่ครึ่งล่างถูกคานเหล็กทับและเปียโนที่เสียหาย
ครึ่งบนของตะวันมีเลือดไหลเต็มไปหมด
และยังเห็นเศษอันแหลมคมของเปียโนแทงเข้าที่ส่วนท้อง เมฆและฝนหน้าซีด
น้ำตาไหลทะลักออกมาทันที พวกเขาถลาไปนั่งข้างร่างของลูกชาย
“ตะวัน ลูก ตะวัน ลืมตาสิลูก”
ฝนจับใบหน้าลูกชายพร่ำพูดออกมาทั้งน้ำตา
“เรียกรถพยาบาลที!! ใครก็ได้!!!” ฝนตะโกนด้วยความสิ้นหวัง
มือทั้งสองข้างที่สั่นระรัวพยายามจับใบหน้าของลูกชายอย่างอ่อนโยน
“ลูกแม่ ไม่นะลูก” เธอเอามือลูบหัวของตะวันอย่างเบามือ
ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มของคนเป็นแม่
“ตื่นสิลูก ตื่นเร็ว แม่รออยู่นะตะวัน ตื่นมาคุยกับแม่ก่อน
วันนี้แม่จะให้พ่อทำอาหารที่ตะวันชอบให้กินนะ ตื่นสิตะวัน แม่กับพ่อรอลูกอยู่”
เมฆเข้าโอบกอดภรรยาไว้แน่นก่อนจะมองตะวันที่นอนจมกองเลือด
มือหนึ่งเอื้อมมือไปจับใบหน้าของลูกชาย
“ตะวัน ลูกจะทิ้งพ่อกับแม่ไปแบบนี้จริง ๆ เหรอ
ตื่นขึ้นมาเร็ว คนเก่งของพ่อ ตะวันได้ยินพ่อไหมลูก” เมฆพูดออกมา
เวลานี้แววตาของทะเลเต็มไปด้วยความว่างเปล่าราวกับโลกทั้งใบไร้แสงนำทาง
ตะวันคนที่เคยเป็นแสงสว่างของเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว
ตอนนี้ทะเลก็เป็นได้เพียงทะเลที่ไร้แสงเท่านั้น
เขาได้แต่โทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าหากตัวเองตายไปตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งก่อน
วันนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้และตะวันก็คงจะมีชีวิตอยู่ต่อ ได้เรียนมหาวิทยาลัยดี
ๆ มีเพื่อนมากมาย มีอนาคตที่สดใส
‘ทำไมนะ ทำไม ฉันยังมีชีวิตอยู่ จากโลกนี้ไปเลยดีไหม
ไม่มีคนอยู่กับเราแล้ว เหลือตัวคนเดียวแล้วนี่ ไปเลยดีไหมนะ
หากเขารอนานเกินไปเขาต้องเหงาแน่เลย ตะวันอยากให้ทะเลไปอยู่ด้วยใช่มั้ย’
ทะเลครุ่นคิดในใจ สายตาเหม่อลอยอ้างว้าง จนกระทั่งมีอ้อมกอดของใครสักคนที่กอดเขาจากด้านหลัง
“ทะเลลูก ยายยังอยู่กับเราเสมอนะ ตะวันก็เหมือนกัน
เขายังอยู่กับทะเลเสมอ” เป็นเสียงของยายน่านที่ดึงสติของทะเลให้กลับมา
ทะเลที่กำลังดำดิ่งได้สติด้วยเสียงของยายก่อนร่ำร้องออกมาอีกครั้ง
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงบนร่างที่ไร้วิญญาณของตะวัน
“ขอโทษ ทะเลขอโทษ ทะเลขอโทษ” เด็กหนุ่มพูดทั้งน้ำตา
กำไลเหล็กขาวตรงแขนซ้ายที่ตะวันซื้อให้ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตะวัน
ไม่นานหน่วยกู้ภัยก็มาถึงพร้อมหน่วยพยาบาล
ไม่นานข่าวอุบัติเหตุก็แพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์
แต่ปู่ของอาทิตย์ใช้เวลาเพียงสองวัน ข่าวทั้งหมดก็ถูกลบออกไปราวกับไม่เคยมีข่าวนี้
ตลอดสามวันที่ทำพิธีศพให้ตะวัน
ทะเลไม่ได้หลับไม่ได้นอนนั่งเฝ้าอยู่ตรงหน้าโลงศพตลอดเวลา ใบหน้าของเขาซีดเซียว
น้ำไม่ยอมดื่ม อาหารไม่ยอมกิน ใครพูดอะไรก็ไม่ยอมฟัง จนถึงวันเผาศพของตะวัน
ทะเลไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นไปดูหน้าของอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย เขาเพียงยืนมองอยู่ไกล
ๆ จ้องมองเขม่าควันสีดำที่ลอยออกมาจากปล่องควันอย่างเหม่อลอย
อาทิตย์เห็นว่าอีกฝ่ายดูไม่ดีเอามาก ๆ
เลยเดินเข้ามาหาแล้วยืนหยุดอยู่ข้างกายพร้อมเงยหน้ามองไปที่เขม่าควันสีดำซึ่งเป็นควันเถ้ากระดูกของพี่ชายผู้เป็นที่รัก
“พี่ตะวันเคยบอกว่า พี่ทะเลเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ
และเป็นคนที่มีความฝัน ผมก็คิดเหมือนพี่ตะวัน ผมอยากเห็นพี่ทะเลคนเดิมกลับมา
พี่ตะวันก็คงอยากเห็นแบบนั้น” พูดจบอาทิตย์ก็เดินห่างออกไป
เวลานี้การปล่อยให้ทะเลอยู่ตัวคนเดียวคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
จบซีซั่น1
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 17
Comments