บทที่ 15 ลางสังหรณ์

บทที่ 15 ลางสังหรณ์

ณ วัดฤดีแสงจันทร์ เวลา 6.00 น.

ยามนี้ดวงอาทิตย์ใกล้โผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้าเต็มที

ในวัดเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเนื่องจากวันนี้เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ

ซึ่งเป็นวันพระผู้คนเลยมากันเยอะกว่าปกติ

พวกเขาล้วนเดินทางเข้าวัดมาทำบุญตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมกับเมนูอาหารมากมายเพื่อนำมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

“อาทิตย์มาขนของช่วยพ่อกับแม่เร็ว”

เมฆเรียกลูกชายของเขาซึ่งกำลังยืนเหม่ออยู่เหมือนคนไม่ได้นอน

เมื่อเจ้าของชื่อได้ยินเลยรีบเดินเข้าไปช่วยถือ

ส่วนตะวันได้เดินถือของบางส่วนเข้าไปก่อนแล้ว

หลังขนของเข้ามาด้านในศาลาเรียบร้อย ยายน่านและทะเลก็ได้นำขนมผลไม้และอาหารต่าง

ออกมาจัดใส่ถาดหลายถาดตามจำนวนพระภิกษุสงฆ์ซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าและจัดอาหารขนมนมเนยที่เหลือแบ่งใส่จานหกจานเท่า

ๆ กัน

ตะวันและทะเลนั่งอยู่ใกล้กัน

ส่วนอาทิตย์ขยับไปนั่งข้างพ่อซึ่งนั่งห่างออกไปหลังสุด

เด็กหนุ่มคนนี้เพียงมองตะวันและทะเลอยู่ห่าง ๆ

“ไหว้พระกันหรือยัง?” ยายน่านถาม

อาทิตย์ที่ยังไม่ได้ไหว้พระอยู่คนเดียวพลันก้มกราบลงพื้นสามครั้งเมื่อได้เช่นนั้น

ไม่นานพระท่านก็ได้พาสวดมนต์ เมื่อสวดเสร็จ

ยายน่านก็ได้บอกให้ทะเลยื่นจานอาหารหกจานที่จัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้แจกจ่ายให้กับทุกคนที่มาด้วยกัน

วันนี้ทะเลทำตัวปกติ ยิ้มร่าเหมือนเช่นเคย

ดูเป็นตัวของตัวเองเหมือนกับว่าความรู้สึกที่เคยค้างคากับอาทิตย์ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีหรือเคยเกิดขึ้นมาก่อน

“อันนี้ของอาทิตย์นะ”

เขาพูดพร้อมยื่นจานที่เต็มไปด้วยขนมและอาหารนานาชนิดไปวางตรงหน้าอีกฝ่าย

อาทิตย์ที่เห็นว่าทะเลพูดกับตัวเอง

หัวใจของเขาก็ชุ่มชื่นขึ้นมาเล็กน้อย

“ขอบคุณครับพี่ทะเล”

ขั้นตอนต่อไปเป็นการใส่บาตร

ผู้คนที่นั่งอยู่ต่างถือจานของตัวเองแล้วลุกขึ้นไปต่อคิวใส่บาตรพระหลายอันซึ่งวางเรียงกันอยู่ตรงกลางศาลา

ยายน่านเดินเข้าไปใส่เป็นคนแรกตามด้วยทะเลและตะวันที่เดินชิดมาติด

ทั้งสองคนใส่บาตรพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม

ทว่าอาทิตย์ที่ยืนถือจานอยู่เป็นคนสุดท้ายถัดจากบิดา

ทำได้เพียงจ้องมองจนใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย

“นี่อาทิตย์ ตะวัน ทะเล หลาน ๆ ไปช่วยกันยกประเคนข้าวเร็ว”

ยายน่านหันไปพูดกับทั้งสามคน

ตะวันและทะเลได้ลุกขึ้นพร้อมยกถาดที่จัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้เดินตรงไปนั่งตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์คนละรูป

อาทิตย์ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพราะเขาไม่เคยเข้าวัดทำบุญมาก่อน

เลยยกถาดแล้วถือตามพี่ชายไป เข้าไปนั่งต่อท้ายตะวัน

ตะวันที่เห็นว่าน้องชายนั่งอยู่ด้านหลังเลยยิ้มออกมา

เอ่ยขึ้น

“อาทิตย์ ไปประเคนให้พระท่านอีกรูปสิ”

“อาทิตย์ มาประเคนให้พระท่านข้าง ๆ พี่นี่” ทะเลกวักมือเรียก

เช่นนี้เด็กหนุ่มชุดนักเรียนเลยรีบลุกขึ้นพร้อมถาด

เดินไปนั่งตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์อีกรูปข้าง ๆ ทะเล

“ผมไม่เคยทำมาก่อน ไม่รู้ว่าต้องประเคนยังไง”

ทะเลเผยยิ้ม

“ไม่เป็นไร เราทำตามพี่นะ”

“โยมจะกลัวอะไร หลวงพี่ไม่ใช่ผีนะ ทำไมมือถึงสั่นแบบนั้น”

พระภิกษุสงฆ์ที่อาทิตย์ประเคนให้เอ่ยขึ้นเสียงดังพอสมควรทำให้

ผู้คนที่มาทำบุญต่างหัวเราะออกมา

ใบหูของเด็กหนุ่มขึ้นสีจากความเขินอาย

เขาชำเลืองมองไปยังทะเลซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วเห็นว่าอีกฝ่ายก็กำลังหัวเราะ

กลับกลายเป็นว่าเหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจเด็กหนุ่มกระชุ่มกระชวยขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ตะวันเองก็เผยยิ้มออกมาไม่แพ้กัน

เขามองไปยังอาทิตย์ผู้น้องด้วยความเอ็นดู

ก่อนที่พระรูปหนึ่งอายุราวหกสิบซึ่งเป็นพระที่ตะวันต้องประเคนอาหารให้ได้เอ่ยออกมา

“วันนี้วันปัจฉิมใช่ไหมเรา หลวงตาจำได้”

“ใช่ครับหลวงตา” ตะวันตอบ

“อืม ดีดี ยินดีด้วยนะโยม”

ท่านกล่าวพลางตบมือลงบนหัวของตะวันเบา ๆ สองที

“ขอบคุณครับหลวงตา”

เมื่อยกประเคนอาหารเสร็จเรียบร้อย

ในตอนที่ทะเลเดินผ่านหลวงตาหรือก็คือเจ้าอาวาสเพื่อกลับไปนั่งที่ ท่านพลันเอ่ยขึ้น

“โยมได้เอาของมากรวดน้ำไหม?”

ทะเลหันหน้าไปหาหลวงตาก่อนนั่งลงแล้วขยับเข้าไปใกล้

“เอามาครับหลวงตา”

“อืม ตั้งใจกรวดน้ำนะ ตั้งจิตให้มั่น”

“ครับหลวงตา” เขาดูกังวลเล็กน้อย ก่อนจะลุกแล้วกลับไปนั่งที่

ตะวันเองก็ได้ยินเรื่องที่หลวงตากล่าวมาเช่นกันเพราะตอนที่ทะเลคุยกับหลวงตาตะวันก็ยังไม่ได้ลุกไปไหน

หัวใจของเขาเริ่มกระสับกระส่ายเมื่อได้ยินสิ่งที่หลวงตาพูด

เมื่อทั้งสองกลับมานั่งที่ตะวันได้มองหน้าทะเลซึ่งนั่งอยู่ข้างกายก่อนจะกุมมือบางข้างซ้ายของทะเลไว้มั่น

“ตะวันเองก็จะตั้งใจกรวดน้ำเหมือนกัน”

“อื้ม เรามาตั้งใจกรวดน้ำกันนะ” คนตัวเล็กตอบด้วยรอยยิ้ม

ไม่นานพระภิกษุสงฆ์ก็ได้พาสวดมนต์ก่อนจะให้กรวดน้ำ

“อย่าให้สายน้ำขาดนะ” ยายน่านพูด

ในตอนกรวดน้ำอาทิตย์ได้กรวดน้ำหมดก่อนที่บทสวดมนต์จะจบเนื่องจากเขารีบกรวดจนเกินไปเพราะความไม่รู้ว่าบทสวดมนต์มันยาวแค่ไหน

หลังกรวดเสร็จเรียบร้อย

หลวงตาก็ได้เอ่ยขึ้น

“อย่าลืมท่องบดสวดมนต์ก่อนตั้งจิตให้มั่นเพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลด้วยนะโยม”

หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มทยอยลุกออกจากศาลาเพื่อไปเทน้ำให้พ้นจากใต้ชายคา

ทว่าในตอนที่ทะเลเทน้ำลงบนพื้นดินทันใดนั้นก็มีลมหมุนพัดแรงขึ้นบริเวณรอบ ๆ ตัวเขา

ตะวันเห็นแบบนั้นเลยรีบวิ่งเข้ามากอดทะเลไว้แน่น

“นี่มันอะไรกัน?” ยายน่านพูดพร้อมแสดงสีหน้ากังวลมองดูหลายชายที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก

“เป็นอะไรมากไหมทะเล โดนกิ่งไม้บาดหรือเปล่า?” น้าฝนถามพร้อมจับตัวอีกฝ่ายพลิกไปมา

“ไม่เป็นไรครับน้าฝน ทะเลไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน

เราไปโรงเรียนกันเลยไหมครับ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเอา”

ตะวันก้มมองนาฬิกาตรงข้อมือตัวเอง

เอ่ยขึ้น

“นั่นสิครับแม่ สายแล้วตะวันกับทะเลต้องไปเตรียมตัวก่อน

ทะเลมีแสดงเปียโน ตะวันก็มีกล่าวสุนทรพจน์ด้วย”

“โอเค ๆ งั้นรีบไปกันเถอะ”

โรงเรียนจันทบุรีพิทยาคาร

ในโรงเรียนเต็มไปด้วยริบบิ้นสีแดงและสีฟ้าผูกติดไปทั้งอาคารเรียนรวมทั้งต้นไม้เล็กใหญ่ก็ไม่เว้น

ลูกโป่งหลากสีลอยอยู่ทุกพื้นที่

เสียงเจื้อยแจ้วของหนุ่มสาวดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

พวกเขาต่างอยากที่จะแลกของกันเต็มทีทว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร

กิจกรรมแลกของขวัญต้องรอหลังจากงานพิธีด้านในหอประชุมใหญ่จบสิ้นเสียก่อน

“เวลานี้เป็นเวลาอันสมควรแล้ว

ขอเรียนเชิญนักเรียนที่ได้จบการศึกษาในปี 2558 เข้าร่วมทำพิธีปัจฉิมนิเทศในหอประชุมหลัก

ขอเรียนเชิญ”

สิ้นเสียงประกาศเด็กนักเรียนหนุ่มสาวต่างพากันทยอยเข้าไปในหอประชุมพร้อมทั้งคณะผู้ปกครองและคนที่มาร่วมยินดี

โดยส่วนมากแล้วเด็กที่มาจะเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งทำพิธีจบในวันนี้และคณะผู้ปกครองของพวกเขาแต่ละคน

“พี่ทะเล! พี่ตะวัน! อย่าพึ่งไป!”

เป็นเสียงของอาทิตย์ที่เรียกพี่ชายทั้งสองของเขา

ทั้งสองคนหันมามองต้นเสียง

“มีอะไรหรือเปล่า?” ทะเลถาม

“ผมมีของจะให้พวกพี่ ผมอยากให้ก่อนคนอื่น”

เด็กหนุ่มพูดพลางหยิบของในกระเป๋าออกมา

“อันนี้ของพี่ทะเล”

เขายื่นกล่องใบหนึ่งสีขาวขนาดประมาณกระดาษ A5 ให้อีกฝ่าย

ทะเลเอื้อมมือออกไปรับด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณนะอาทิตย์”

“อันนี้ของพี่ตะวัน” เป็นกล่องของขวัญที่เหมือนกับของทะเล

ต่างกันเพียงสีของริบบิ้นที่ผูก ของทะเลจะเป็นเหลืองอ่อน

ส่วนของตะวันจะเป็นสีน้ำตาลทองแดง

“ขอบคุณนะ” เขาพูดขอบคุณพร้อมเอามือยีหัวน้องชาย

“พี่ก็มีของจะให้เราเหมือนกัน ไว้หลังพิธีจบพี่จะเอาให้นะ”

“ครับพี่ตะวัน”

“แต่พี่คิดว่าพี่จะให้อาทิตย์เลยนะ อยากได้มั้ย?” เป็นเสียงของทะเลที่เอ่ยขึ้น

อาทิตย์ได้ยินจึงตอบกลับในทันที

“อยากได้ครับ พี่ทะเลจะให้อะไรเหรอครับ?”

เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนเอามือซ้ายล้วงในกระเป๋าก่อนนำกล่องเล็กเท่าฝ่ามือออกมายื่นให้คนตรงหน้า

“ไว้เปิดดูตอนถึงบ้านนะ อาทิตย์ต้องชอบแน่ ๆ”

อาทิตย์เอื้อมมือไปรับทว่าสายตากก็ปะทะเข้ากับกำไลเหล็กขาวเส้นบางที่ทะเลสวมอยู่

มันสลักคำว่า ‘ตะวันรักทะเล’

หัวใจของเด็กหนุ่มเจ็บปวดแต่ทำอะไรไม่ได้

เขาเพียงยิ้มออกมาแล้วขอบคุณอีกฝ่ายสำหรับของขวัญที่มอบให้

“ขอบคุณครับพี่ทะเล”

“พวกพี่ต้องไปแล้ว เราก็อย่าลืมตามมานะ”

“ครับพี่ตะวัน”

ในหอประชุมใหญ่ที่สามารถจุคนได้ราวแปดร้อยคน

ยายน่านและครอบครัวสกุลเมฆเรืองชัยได้นั่งอยู่ทางด้านหลังเนื่องจากแถวหน้าจะเป็นที่นั่งสำหรับนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษา

ผู้ปกครองและคนที่มาร่วมยินดีจะมีที่นั่งอยู่ทางด้านหลัง

ทว่าตรงด้านหน้ากลับมีแขกผู้มีเกียรติสองท่านที่ไม่ได้เป็นนักเรียนหรือคณะครูนั่งอยู่

ดูท่าจะเป็นคนใหญ่คนโตที่มีอิทธิพลมากล้นพอที่จะมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่น

ทั้งสองนั่งข้างกันทว่าสายตากลับเชือดเฉือนกันยิ่งกว่าคมมีด

กิจกรรมได้ดำเนินผ่านไปด้วยดีจนมาถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของตะวัน

ชายชราที่นั่งอยู่ด้านหน้าตบมือดีใจออกนอกหน้าพร้อมชำเลืองสายตาแห่งชัยชนะมองหญิงชราอีกคนที่นั่งอยู่ข้าง

หญิงชราได้แต่กัดฟันก่อนหันมองภัทรซึ่งนั่งอยู่ข้างกาย

แต่ภัทรก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาทำหน้านิ่งเฉยมองตรงไปบนเวที

หญิงชราที่เห็นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันกลับไปมองฟาดฟันกับชายชราซึ่งกำลังส่งสายตาเย้ยหยันมาที่เธอ

“วันนี้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของเพื่อน

ๆ ชั้นม.6ทุกคน ...”

หลังจากตะวันกล่าวสุนทรพจน์จบ

เขาก็เดินลงไปนั่งเก้าอี้ที่เตรียมไว้ด้านหน้าเวทีข้าง ๆ ชายชราฝั่งซ้ายมือ

“ผมนึกว่าคุณปู่จะไม่มาแล้วนะครับ” ตะวันถาม

“หลานปู่ทั้งคน ทำไมปู่จะไม่มา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของหลาน

ปู่คงเอาหลานไปอยู่ด้วยตั้งนานแล้ว ไม่ปล่อยให้ลำบากแบบนี้หรอกนะ”

ตะวันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มออกมาแล้วมองไปด้านหน้า

“อาทิตย์ไปไหนแล้วล่ะไม่ได้มาเหรอวันนี้?” ชายชราถาม

“น้องนั่งอยู่ด้านหลังกับพ่อแม่ครับ”

“หึ!”

เขาถอนหายใจแรงก่อนพูดบอกคนที่นั่งอยู่หลังให้ไปตามหลานรักมา

“พงเดินไปเรียกหลานคนเล็กมาที บอกว่าปู่คิดถึง”

“ครับ” ชายผมสั้นสวมสุดสูทสีดำอายุราวสามสิบต้น ๆ รับคำ

ดูเหมือนว่าจะเป็นบอดี้การ์ด

ไม่นานพงก็ได้พาอาทิตย์มานั่งข้างพี่ชายของเขา

“มาแล้วครับปู่ ผมก็นึกว่าปู่ไม่มาแล้วซะอีก”

“ไอ้หลานคนนี้! มานั่งนี่มา มานั่งใกล้ ๆ ปู่ให้หายคิดถึงหน่อย

ไม่ได้เจอตั้งนาน”

ชายชราพูดพลางกวักมือเรียกให้อาทิตย์ไปนั่งเก้าอี้ว่างทางฝั่งขวามือของตัวเองซึ่งอยู่ติดกับที่นั่งของหญิงชรา

“ครับปู่” อาทิตย์ตอบรับด้วยรอยยิ้ม

เวลาผ่านล่วงเลยจนในที่สุดก็ถึงชุดการแสดงเปียโนในช่วงปิดงาน

“ต่อไปจะเป็นการการแสดงเปียโนของตัวของแทนนักเรียนชั้นปีที่ 6 นายชลธาร ดาวฤดี ซึ่งในการแข่งขันระดับประเทศล่าสุด

เด็กคนนี้ได้คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอบครอง ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ”

สิ้นเสียงโฆษกสาว

เสียงปรบมือของผู้คนที่มาร่วมงานพลันดังขึ้น

เด็กหนุ่มหน้าหวานที่นั่งอยู่แถวด้านหน้าได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนเดินขึ้นไปบนเวที

สายตาของคนเหล่านั้นต่างจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวรวมทั้งตะวันอาทิตย์และภัทร

เด็กหนุ่มทั้งสามต่างจ้องมองคนบนเวทีด้วยรอยยิ้ม

หญิงชราและชายชราที่เห็นหลานของตัวเองแปลกไปก็ได้แต่คิดสงสัย

‘อืม หรือว่าเรื่องที่ให้คนตามสืบจะเป็นความจริง’

ชายชราคิดในใจ

‘นี่เด็กคนนั้นเล่นเปียโนเพราะมากเลยเหรอ?’ หญิงชรากล่าวในใจเมื่อเห็นภัทรผู้เป็นหลานชายยิ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ระหว่างที่ทั้งสองคิดก็มีเด็กเสิร์ฟเอาของมาบริการ

แต่ในตอนที่เดินเอาน้ำมาให้ตะวันเด็กเสิร์ฟคนนี้เกิดสะดุดขาทำให้น้ำที่วางอยู่บนถาดล้มลงไปโดนชุดนักเรียนของตะวันเปียกหมด

ยังดีที่ว่าเป็นน้ำเปล่า

“นี่เธอ!?” ชายชราขึ้นเสียงเมื่อเห็นว่าหลานชายโดนน้ำหกใส่

“ไม่เป็นไรครับคุณปู่ แค่นี้เอง” ตะวันพูดขึ้น

มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำบนเสื้อ

“รอบหน้าก็ระวังด้วยนะ” เขาพูดกับเด็กเสิร์ฟอย่างใจดี

แต่จิตใจของตะวันกลับวิตกกังวลว่านี่เป็นลางไม่ดี

ยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าตอนที่ช่วยพ่อทำอาหารไปถวายพระที่วัด

เขาหั่นผักอย่างระมัดระวังแต่มีดก็ยังบาดมือของเขา ยิ่งทำให้เขาไม่สบายใจ

แต่นั่งคิดได้ไม่นาน

ไฟในหอประชุมขนาดใหญ่ก็ได้ดับลงจนหมด

เหลือเพียงเวทีที่สว่างด้วยไฟสปอตไลท์สีขาวสาดแสงมาที่เปียโนสีดำกลางเวที

เด็กหนุ่มหน้าหวานในชุดนักเรียนเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเปียโน

เขาทอดสายตามองมาที่ตะวันและอาทิตย์ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงที่ตัวเองใช้ในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

ผู้คนที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างนิ่งเงียบมองคนบนเวที

พวกเขาตั้งใจฟังบทเพลงที่บรรเลงอย่างเคลิบเคลิ้ม

ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะและมีความหมายอะไรเช่นนี้

บางคนที่ได้ฟังถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา

เสียงเพลงยังคงดังไปเรื่อย ๆ

ตะวันมองคนบนเวทีด้วยรอยยิ้มก่อนเหลือบไปเห็นคานเหล็กที่ติดไฟสปอตไลท์อีกตัวซึ่งไม่ได้ใช้งาน

เขามองเห็นคานนั้นแกว่งไปมาและใกล้จะหล่นลงมาเต็มที ตะวันใจหายวาบ

เขารีบตั้งสติก่อนจะวิ่งตรงไปยังเวที

“ทะเล!!!!!” ตะวันตะโกนเรียก

ทะเลที่กำลังเล่นเปียโนหันมามองอย่างแปลกใจ

เลือกตอน

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!