บทที่ 13 หนักหน่วง

บทที่ 13 หนักหน่วง

เช้าวันต่อมา เวลา 7.00 น.

“ตะวัน วันนี้โทรไปชวนทะเลหน่อยสิลูก

แม่กับพ่อจะพาไปซื้อของที่ห้าง” แม่ฝนพูดขณะวางจานอาหารที่พ่อเมฆทำลงบนโต๊ะ

“ครับแม่” เขารับคำ ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากดเบอร์โทรหาทะเลทันที

“ฮัลโหลทะเล วันนี้ว่างรึเปล่า? แม่ให้โทรมาชวนไปซื้อของที่ห้างด้วยกัน

ทะเลจะไปด้วยไหม?”

“ได้สิ ทะเลก็คิดว่าจะไปซื้อของมาให้เพื่อน ๆ

ในวันปัจฉิมด้วย”

“ตะวันก็คิดเหมือนกัน เดี๋ยวสักเก้าโมงนะ

ทะเลกินข้าวอาบน้ำให้เรียบร้อย เดี๋ยวพ่อขับรถไปรับ อย่าลืมชวนคุณยายด้วยนะ”

“ได้เลย เจอกันนะ”

“อื้ม” ตะวันตอบรับแล้วกดวางสายไป

“เรียบร้อยครับแม่ ทะเลบอกจะไปด้วย”

“แล้วยายน่านจะไปด้วยไหม?”

“ไม่รู้ครับ แต่ตะวันบอกให้ทะเลชวนคุณยายแล้ว”

“โอเค เรามานั่งกินข้าวก่อน พ่อพึ่งขึ้นไปเรียกอาทิตย์

เดี๋ยวก็คงลงมาแล้ว”

“ครับแม่” ตะวันตอบพลางดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง

“นั่นไงลงมาโน้นแล้ว

เห็นว่าวันนี้ไม่ได้ตักบาตรก็ตื่นสายเลยเชียว ลูกคนนี้”

แม่ฝนบ่นเมื่อเห็นลูกคนเล็กกำลังเดินตามหลังผู้เป็นพ่อลงมาจากบ้าน

อาทิตย์เดินมานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพี่ชายของเขา

โดยที่ไม่คิดจะเงยมองหน้ามองอีกฝ่ายเลยแม้เพียงหางตา เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว

ไม่ยอมพูดจาอะไร

ตะวันเองก็เช่นกัน เขาไม่พูดหรือกล่าวอะไรออกมาเลยสักนิด

เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว

บรรยากาศระหว่างสองพี่น้องแปลกไปจากที่เคยเป็นอย่างเห็นได้ชัด

ฝนและเมฆทั้งสองได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด

เวลานี้หากชวนคุยเรื่องของทะเลก็คงไม่ดีนัก

ทำได้เพียงชวนลูกชายคุยเรื่องเรียนและเรื่องของเพื่อน ๆ

รวมถึงมหาลัยที่ตะวันตั้งใจจะเข้าศึกษา

เวลาต่อมา ณ

บ้านของทะเล

ประตูรถยนต์สีขาวได้เปิดกว้างออก

พร้อมเสียงเรียก

“ทะเล ตะวันมารับแล้ว ไปกันเถอะ”

ตะวันพูดขณะก้าวลงจากรถเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายซึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

“รอแป๊บหนึ่งนะ ยายลืมกระเป๋าเงินพึ่งเดินเข้าไปเอาเมื่อกี้”

“ได้สิ วันนี้ทะเลจะไปซื้ออะไรเหรอ?” เขาถาม

ตอนนี้ทั้งสองยืนห่างกันเพียงหนึ่งช่วงแขน

“ก็ของขวัญวันปัจฉิม และก็...”

ในประโยคสุดท้ายเด็กหนุ่มพลันเอื้อมตัวเข้าไปกระซิบข้างหูคนตัวสูง เอ่ยเสียงเบา

“ของขวัญให้อาทิตย์น่ะ”

พอตะวันได้ยินก็รู้สึกเจ็บแปลกบริเวณหัวใจ

พยายามพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ

“งั้นเหรอ? ดีจังเลย

ตะวันก็อยากได้เหมือนกัน” เขาบอกในขณะที่ใบหน้าแสดงเศร้าออกมาเล็กน้อย

คนตัวเล็กมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างสงสัย

คิดว่าทำไมช่วงนี้ตะวันถึงดูแปลกไปทั้งสีหน้าและคำพูด เมื่อคืนนี้ก็เช่นกัน

ปกติตะวันจะไม่ใช่คนพูดอะไรทำนองนี้

“ของขวัญตะวันก็ต้องพิเศษกว่าใครอยู่แล้วสิ

ทะเลไม่บอกหรอกนะว่าซื้ออะไรให้ ความลับ”

เขาพูดพลางชูนิ้วชี้เรียวยาวขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มพร้อมขยิบตาซ้ายหนึ่งที

ตะวันเมื่อเห็นถึงความน่ารักของคนตรงหน้าและคำพูดที่เอ่ยออกมา

อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก่อนหน้านี้พลันดีขึ้นผ่านรอยยิ้มที่แต่งแต้มบนวงหน้า

“งะ..งั้นเหรอ?” เขาพูดพลางลูบต้นคอไปมา

ใบหูมีสีแดงระเรื่อทั้งสองข้าง

ทั้งสองคนคุยกันด้วยบรรยากาศหวานชื่น

แต่หากรู้ไม่ว่าสายตาของเด็กหนุ่มบนรถที่มองมานั่นไม่สู้ดีเอาเสียเลย

อาทิตย์มองทั้งสองคน

ก่อนเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกเจ็บปวดอึดอัดบริเวณหัวใจ

ไม่อยากจะไปแล้วกับไอ้การซื้อของบ้า ๆ

นี่!เขาอยากกลับบ้านไปนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางบนห้องที่มืดสนิทของตัวเอง

“อ้าวตะวันมาแล้วเหรอ? ขอโทษที่ให้รอนะ

ยายลืมกระเป๋าเงินไว้ในบ้าน พึ่งเข้าไปเอามาเมื่อกี้”

เป็นเสียงของยายน่านที่พึ่งเปิดประตูออกมาจากในบ้าน

“ไม่เป็นไรครับยาย ไม่ได้รอนานเลยครับ”

“หล่อขึ้นนะเรา ไม่ได้เจอแค่ปีเดียว”

เด็กหนุ่มเสื้อโปโลสีเขียวอ่อนได้ยินก็รู้สึกเขินอายอยู่นิดหน่อย

พร้อมปรายตามองคนตัวเล็กที่กำลังแอบอมยิ้มยืนอยู่ข้างคุณยาย

“เอาล่ะ ๆ ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเอาซะก่อน” ยายน่านพูด

ก่อนเดินนำหน้าไปขึ้นรถคันขาวที่จอดตรงหน้าบ้าน

ตามหลังมาด้วยตะวันและทะเลซึ่งเดินคู่กันมา

ยายน่านนั่งข้างเมฆซึ่งเป็นคนขับ

ส่วนอาทิตย์และแม่ของเขานั่งเบาะกลาง ตะวันและทะเลนั่งเบาะหลังสุด

ตลอดการซื้อของอาทิตย์ที่เคยพูดมากกับพี่ชายทั้งสอง

กลับกลายเป็นนิ่งเงียบไม่พูดจาอะไรออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว

เขาแยกตัวออกไปโดยอ้างว่าจะไปเดินซื้อของคนเดียว

ส่วนยายน่าน ทะเล ตะวันและพ่อแม่ของเขา

ทั้งห้าคนเดินซื้อของกันอย่างสนุกสนานตามประสาครอบครัว

สาเหตุที่ฝนและเมฆไม่รั้งลูกคนเล็กไว้เพราะทั้งคู่เข้าใจอาทิตย์ดีและไม่อยากจะบังคับเขาอีกต่อไป

ฝนและเมฆได้เอ่ยชวนยายน่านให้มาร่วมตักบาตรด้วยกันในวันอาทิตย์

ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้น

ทว่ายายน่านปฏิเสธและบอกว่าพรุ่งนี้เธอต้องเดินทางไปทำธุระที่ธนาคารตั้งแต่เช้าตรู่เพราะหากไปสายอาจรอคิวนาน

ไว้โอกาสหน้าค่อยตักบาตรด้วยกัน

เช่นนั้นฝนกับเมฆเลยเอ่ยปากขอตัวทะเลมา

บอกว่าจะให้ตะวันไปรับที่บ้าน

ยายน่านตอบตกลงเพราะรู้อยู่แล้วว่าหลานรักกำลังคบกับลูกชายคนโตของทั้งสองคนอยู่

เพราะเมื่อวานหลังจากที่ทะเลกลับมาถึงบ้านก็รีบโถมตัวเข้ามากอดเธอทันที

สารภาพทั้งน้ำตาว่าตัวเองกำลังคบอยู่กับตะวัน

เธอเองก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมหลานชายถึงร้องไห้ ทั้ง ๆ

ที่เธอก็ไม่ได้ด่าว่าอะไรเขาสักนิด หากแต่ถานการณ์อึมครึมตรงนั้น

เธอเองก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ทำเพียงแค่โอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้เงียบ ๆ

เช้าตรู่วันถัดมา

ณ บ้านของทะเล

“คุณยายไม่ให้ทะเลไปด้วยจริง ๆ เหรอครับ?” ทะเลถามยายน่านซึ่งกำลังแต่งตัวออกไปทำธุระที่ธนาคารในเมือง

“ไม่ต้องหรอก ยายไปคนเดียวไหว”

“คุณยาย! ตอนมาก็ไม่บอกไม่กล่าว

เดินทางคนเดียวมันอันตรายนะครับ อายุก็หกสิบกว่าแล้ว”

“นี่ทะเลกำลังว่ายายแก่อยู่เหรอ?” เธอถามพร้อมรอยยิ้มขณะเอื้อมมือเก็บของใส่กระเป๋าใบโต

แกล้งเย้าแหย่เด็กหนุ่ม

“คุณยาย ทะเลไม่ตลกด้วยนะ” แต่ทะเลไม่ตลกด้วย

เพราะเคยสูญเสียพ่อแม่ไปแล้วไม่อยากสูญเสียยายไปอีก

“เห็นแบบนี้ยายก็แข็งแรงมากนะ ยังอยู่กับทะเลไปอีกนาน”

เธอพูดพร้อมเดินเข้าไปลูบหัวหลานรักที่กำลังใส่ชุดนอน

ผมเผ้ารุงรังเพราะพึ่งตื่นนอน

“คุณยายยยย” ทะเลพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความไม่พอใจ

“เอาล่ะ ยายจะไปแล้ว เราก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว

เดี๋ยวอีกสักพักตะวันคงจะมารับแล้ว”

“ก็ได้ครับ แต่ถ้ามีอะไรหรือยังไงก็รีบโทรหาทะเลเลยนะ”

“จ้า ๆ เดี๋ยวยายรีบไปรีบกลับ ไปเอาน้ำได้แล้ว”

“ครับ”

ทะเลตอบพร้อมแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยมองยายของตัวเองที่กำลังเดินออกประตูไป

เวลาต่อมาหลังจากทะเลอาบน้ำเสร็จได้ไม่นานและยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย

เสียงกริ๊งประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น

เด็กหนุ่มหน้าหวานรีบวิ่งไปเปิดพร้อมใช้มือติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยังติดไม่เรียบร้อยดี

ผมเผ้าเปียกชื้นเล็กน้อยเนื่องจากยังไม่ได้เป่าผมให้แห้งสนิท

“มาแล้วเหรอ? รอทะเลแป๊บนึงนะ

เข้ามาก่อนสิ”

ตะวันในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมหลังจากเห็นสภาพแบบนั้นของคนรัก

ใบหูพร้อมดวงหน้าพลันร้อนขึ้นมาจนขึ้นสีแดงระเรื่อ ตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก

“อะ..โอเค”

เด็กหนุ่มเดินเข้าไปนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมมองอีกฝ่ายแต่งตัวตาไม่กะพริบ

หัวใจดวงโตกำลังเต้นระรัว ตึกตัก ตึกตัก กล่าวในใจ

‘นะ...น่ารักจัง’ ใบหูทั้งสองของเขาแดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม

พอตะวันเห็นคนตรงหน้ากำลังจะเป่าผม

เจ้าตัวเลยอาสาทำให้

“ให้ตะวันเป่าผมให้ไหม?”

“ได้สิ รบกวนด้วยนะ” ทะเลตอบพลางส่งยิ้มให้

บรรยากาศในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรักที่ทั้งสองมีต่อกันจนเวลาผ่านเลยไป

ไม่นานทะเลก็แต่งตัวเสร็จกลิ่นตัวหอมฟุ้ง

“ล็อกประตูเสร็จรึยัง?” ตะวันถามขณะนั่งอยู่บนรถจักรยานสีดำบริเวณหน้าบ้าน

เหลียวหลังมองเด็กหนุ่มในชุดสีขาวซึ่งกำลังยืนล็อกประตูบ้านอยู่

“เสร็จแล้ว ๆ”

“งั้นก็ขึ้นมาเลย”

เด็กหนุ่มพูดพร้อมตบเบาะหลังจักรยานสามครั้ง

เมื่อคนที่เรียกขึ้นไปนั่งเรียบร้อยก็เอ่ยเรียกอีกคน

“จับแน่น ๆ นะ ตะวันจะรีบปั่นไปเลยสายแล้ว”

“อะ..อื้ม” ทะเลค่อย ๆ

เอื้อมมือเข้าสวมกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังไว้แน่น

ตะวันเผยยิ้มก้มมองมือที่กำลังกอดอยู่ตรงช่วงเอวก่อนออกตัวปั่นอย่างชอบใจ

พอทั้งสองปั่นมาถึงที่หมาย

พระที่มาบิณฑบาตยามเช้าก็กำลังเดินมาถึงหน้าบ้านพอดี

“ตะวัน! ทะเล! มาเร็ว ๆ พระท่านมาแล้ว”

ฝนกวักมือเรียกทั้งสองคนที่พึ่งจอดรถจักรยานไว้

“ครับแม่/ครับน้าฝน” ตะวันและทะเลตอบพร้อมกัน

ในตอนตักบาตรตะวันกับทะเลยืนอยู่ใกล้กันห่างเพียงหนึ่งคืบ

ส่วนอาทิตย์ก็ยืนอยู่ทางฝั่งขวามือของตะวัน เนื่องจากพ่อของเขาบอกให้ไปยืนตักบาตรใกล้

ๆ พี่ชาย

คิดว่าการตักบาตรร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่สองพี่น้องจะคืนดีกันได้

ทว่ากลับไม่เป็นอย่างที่คิด

ตะวันไม่พูดกับน้องชายเลยแม้แต่น้อยและอาทิตย์ก็ไม่พูดอะไรกับใครเลยสักนิด

บรรยากาศที่ตึงเครียดทำให้พระรูปหนึ่งอายุราวหกสิบต้น

ๆ เอ่ยขึ้น

“สีหน้าดูไม่ค่อยดีกันเลยนะโยม

ทำไมไม่มาทำบุญที่วัดดูสักวันละ หากได้มาอยู่ในที่ร่มรื่นจิตใจจะแจ่มใสนะโยม”

“เป็นความคิดที่เลยค่ะหลวงตา

พรุ่งนี้เป็นวันปัจฉิมของพวกเด็ก ๆ ด้วย ถือเป็นการทำบุญวันฤกษ์ดี” ฝนตอบ

“อย่างงั้นเหรอโยม”

“ค่ะหลวงตา เดี๋ยวจะลงวัดพรุ่งนี้เลย”

“อืม รับพรโยม อาตมาต้องไปบิณฑบาตต่อ

เดี๋ยวเลยเวลาฉันอาหารเสียก่อน”

ทั้งห้าคนต่างพนมมือรับพรและหลังจากพระท่านเดินจากไป

อาทิตย์ก็รีบปฏิเสธทันทีว่าตนไม่อยากไปวัด

แต่พ่อกับแม่ที่ในตอนแรกบอกจะไม่บังคับแล้วกลับกลายเป็นว่ายังคงบังคับให้เจ้าตัวลงวัดไปด้วยกัน

โดยอ้างว่าการลงวัดทำบุญครั้งนี้เป็นการทำบุญในฤกษ์ยามวันดีของตะวันและทะเล

ทั้งที่ความจริงสาเหตุที่ทั้งสองบังคับอีกฝ่ายไปเพราะคาดหวังว่าการลงวัดทำบุญในครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องดีขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย

ตลอดทั้งวันอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นไปบนห้องของตัวเองเลยสักครั้งเพราะพ่อแม่อยากให้นั่งอยู่ด้วยกันด้านล่างทำกิจกรรมต่าง

ๆ เช่นทำอาหาร เล่นเกม เล่นไพ่ อื่น ๆ

เวลาผ่านเลยไปอาทิตย์เริ่มมีสติจากอารมณ์ที่ยุ่งเหยิงและพึ่งสังเกตว่าหลังจากเกิดเรื่องเมื่อวันนั้นพี่ชายก็ดูแปลกไปอย่างชัดเจน

การพูดคุยหากไม่ใช่เรื่องสำคัญตะวันก็ไม่มีแม้แต่จะเอ่ยถามหรือชวนเจ้าตัวคุยอะไรเลย

ทำให้เขาเริ่มเอะใจว่าพี่ชายอาจรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองกับทะเลแล้วหรือเปล่า?

เด็กหนุ่มได้แต่เก็บคำถามมากมายไว้ในใจ

โดยไม่ปริปากถามไถ่อะไรออกมาเลย

ช่วงบ่ายวันนี้ตะวันบอกกับทะเลว่าอยากจะไปค้างที่บ้านอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้บอกเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมถึงอยากไปค้าง

ใบหน้าของเขาตอนร้องขอเด็กหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

ทะเลที่เห็นเลยตอบตกลงไปโดยที่ไม่ได้ถามถึงเหตุผลอะไร

เป็นเวลานานมากแล้วที่ทั้งสองคนแม้จะคบกันมานาน

แต่พวกเขาก็ไม่เคยนอนค้างบ้านด้วยกันเลยสักครั้งตั้งแต่ย้ายมาเรียนมัธยมปลาย

เพราะคำเพียงคำเดียวคือคำว่า “ความลับ” ของความสัมพันธ์

เลือกตอน

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!