บทที่ 12 คำสารภาพที่ขมขื่น

บทที่ 12 คำสารภาพที่ขมขื่น

เวลา 16.07 น.

หลังจากเล่นบาสเสร็จทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน

ในระหว่างที่นั่งอยู่บนรถเมล์เด็กหนุ่มทั้งสาม ทะเล

ตะวันละอาทิตย์ได้ตกลงกันว่าจะไปเที่ยวทะเลที่อยู่ไม่ไกลไม่ไกลจากป้ายรถเมล์เท่าไหร่นัก

ซึ่งเป็นทะเลที่พวกเขาเคยมาเที่ยวด้วยกันเมื่อครั้งวัยเยาว์

พวกเขาคิดว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้มีโอกาสเดินบนผืนทรายสีขาวด้วยกันก่อนวันปัจฉิมนิเทศที่จะมาถึง

วันที่เป็นเหมือนการอวยพรและเลี้ยงส่งให้ตะวันและทะเลได้ก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย

เป็นอีกก้าวย่างที่จะนำทั้งสองไปสู่โลกที่กว้างขึ้นและเป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มทั้งสามต้องแยกย้ายจากกันทั้งที่พึ่งจะได้พบกันได้เพียงแค่ปีเดียว

ณ ป้ายรถเมล์

ทั้งสามเดินลงจากรถเมล์แล้วเดินตรงไปยังที่ที่พวกเขาจอดรถจักรยานไว้

ทว่าพอเดินไปถึงรถจักรยานคันสุดท้ายสีขาวซึ่งเป็นจักรยานของทะเลก็พบว่าล้อหน้ามันไม่มีลมเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

“ทำยังไงดี” ทะเลเอ่ยขึ้นพลางก้มตัวไปดูล้อหน้าจักรยานที่แบน

“เกิดอะไรเหรอพี่ทะเล?” อาทิตย์ถามพร้อมชำเลืองมองยางรถของอีกฝ่าย

พูดต่อ

“ยางแบนเหรอพี่?”

“ใช่ สงสัยตอนเช้าขับไปเหยียบอะไรเข้า”

“งั้นเรานั่งแท็กซี่กันไหม?” ตะวันถาม

“ไม่เอาพี่ตะวันมันเปลืองตังค์

อีกอย่างเราไม่ได้ปั่นจักรยานไปทะเลด้วยกันมานานแล้วนะ”

อาทิตย์พูดพลางมองทั้งสองอย่างคาดหวัง

เพราะพวกเขานัดกันไว้แล้วว่าจะปั่นจักรยานไปด้วยกันตอนนั่งอยู่บนรถเมล์

“ให้พี่ทะเลมาซ้อนท้ายผมก็ได้เดี๋ยวผมปั่นเอง

รถพี่ตะวันไม่มีเบาะหลัง”

“อาทิตย์ปั่นไหวเหรอ มันไกลนะ” ตะวันถาม

“พี่ทะเลตัวแค่นี้เอง ผมปั่นไหวอยู่แล้ว”

“เอางั้นก็ได้ ทะเลว่าไงบ้าง?”

ทั้งสองพี่น้องต่างมองไปทางเด็กหนุ่มชุดนักเรียนซึ่งกำลังยืนถือกระเป๋าอยู่

“เอาแบบที่อาทิตย์ว่ามาก็ได้

แต่ถ้าอาทิตย์ปั่นไม่ไหวเดี๋ยวพี่จะปั่นให้เอง” ทะเลตอบ

อาทิตย์หัวเราะเล็กน้อยพลางถอยจักรยานออกมาจากที่จอดแล้วตบเบาะหลังสองที

เพื่อเป็นการบอกให้คนตัวเล็กขึ้นมานั่ง

“พี่ทะเลไม่ต้องห่วง แค่นี้เองสบายมากขึ้นมาเลย”

เมื่อทะเลขึ้นไปนั่ง

อาทิตย์พลันเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“พี่ทะเลจับเอวผมแน่น ๆ ด้วยล่ะ จะไปแล้วนะ”

ตะวันที่กำลังนั่งอยู่บนรถจักรยานตัวเองมองทั้งสองคน

ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูแล้วปั่นตามหลังไปติด ๆ

เมื่อใกล้ถึงชายหาดพวกเขาก็ได้ปั่นเข้าไปในทางปั่นจักรยาน

พวกเขาปั่นเคียงข้างกันไปอย่างช้า ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศรอบตัว

กลิ่นของทะเลและเสียงของคลื่นที่ซัดกระทบโขดหินและผืนทรายชวนให้เพลิดเพลินใจเสียจริง

ทะเลผายมือออกกว้างเพื่อรับลมที่พัดโชยมาพร้อมพูดขึ้น

“บรรยากาศดีจังเลย

ไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันสามคนนานแค่ไหนแล้วนะ เราหยุดรถแล้วเดินไปกันดีไหม?”

“ตะวันก็คิดเหมือนกันกับทะเลเลย เราจอดใต้ต้นไม้ด้านหน้านี้เลยไหม?”

“ครับพี่ ผมอยากถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำด้วย”

อาทิตย์ตอบพลางชำเลืองมองคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง

ซึ่งกำลังผายมือรับลมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ทั้งสามได้นำจักรยานมาจอดตรงใต้ร่มไม้ริมทางซึ่งติดชิดกับชายหาดพอดี

ทำให้บริเวณนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสีฟ้าครามได้อย่างชัดเจน

อาทิตย์ได้ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋านักเรียนเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมา

ก่อนจะเรียกพี่ชายทั้งสองให้มาถ่ายรูปด้วยกัน

ทั้งสามยิ้มพร้อมมองกล้องด้วยความสุข

พวกเขาถ่ายกันอยู่หลายรูปหลายมุม

“ถ้ามีคนมาถ่ายให้ก็ดีสิ”

อาทิตย์บ่นพร้อมปัดหน้าจอโทรศัพท์เพื่อดูรูปที่ถ่าย

ดั่งสวรรค์รับฟังคำขอของเขา

เมื่อมีวัยรุ่นสองคนปั่นจักรยานผ่านมาพอดี

อาทิตย์เห็นดังนั้นก็รีบโบกมือเรียกทันที

“อาทิตย์!!??” ตะวันและทะเลอุทานออกมาพร้อมกัน

ทว่าอาทิตย์ไม่ได้สนใจ

“น้องถ่ายรูปให้พี่ได้ไหม? พี่ให้ร้อยหนึ่ง”

อาทิตย์พูดพร้อมควักเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้เด็กทั้งสอง

เด็กชายสองคนก็ไม่ปฏิเสธรีบคว้าโทรศัพท์จากมืออีกฝ่ายทันที

“พี่จะถ่ายตรงไหน เดี๋ยวพวกผมถ่ายให้ จะเอากี่รูปว่ามาเลย”

อาทิตย์ยิ้ม

ก่อนมองไปที่พี่ชายทั้งสองซึ่งมองมาด้วยสีหน้าไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำ

เด็กหนุ่มเผยยิ้มร่าแล้วแทรกตัวเข้าไปตรงกลางของทั้งสองคนพร้อมเอามือกอดคอตะวันและทะเลไว้

“เอาน่าพี่ น้องเขาก็ยอมถ่ายให้แล้วนี่ไง ใช่ไหมน้อง ๆ ?”

“ใช่พี่ ไม่มีปัญหา พวกผมเต็มใจ”

พี่คู่มองหน้าอาทิตย์

ก่อนถอนหายใจอย่างปลงตก

“ฮ่าฮ่าฮ่า มา ๆ ถ่ายรูปกัน” อาทิตย์พูดพร้อมกอดคอพี่ชายทั้งสองแล้วชูสองนิ้ว

ตะวันและทะเลเห็นว่าทำอะไรไม่ได้แล้วเลยตามน้ำไป พวกเขาถ่ายกันอยู่หลายรูป

เพราะตอนที่จะหยุดถ่ายอาทิตย์ก็ได้เปลี่ยนมุมไปเรื่อย ๆ

จนเด็กผู้ชายที่ถ่ายรูปให้พูดขึ้น

“พี่พอยัง มันหลายรูปแล้วนะ?”

อาทิตย์ไม่ทันตอบ

ตะวันพลันเอ่ยขึ้น

“พอแล้ว ๆ ขอบใจน้อง ๆ มากนะ”

“โอเคพี่” พูดจบ เด็กชายก็ได้เอาโทรศัพท์มาคืนเจ้าของ

ทำให้อาทิตย์ไม่สบอารมณ์เอาซะเลย

เขามองดุใส่เด็กพวกนั้นทำให้ทั้งสองคนรีบกระโดดขึ้นจักรยานแล้วปั่นออกไป

อาทิตย์หลังจากเห็นทั้งสองปั่นจักรยานออกไปด้วยความเร่งรีบเลยเผยยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่ได้แกล้งเด็ก

แต่ในจังหวะที่เขาหันกลับมาก็พบว่าตะวันและทะเลกำลังคุยกันอย่างออกรส

เด็กหนุ่มในชุดพละสีฟ้าทำได้เพียงยิ้มฝืดออกมาพร้อมมองคนทั้งสองอยู่ด้านหลัง

เป็นรอยยิ้มและแววตาที่ให้ความรู้สึกไม่สู้ดีเอาเสียเลย

เด็กหนุ่มก้มมองดูรูปที่ถ่าย เลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ

และพบว่ามีอยู่หลายรูปที่ทะเลกับตะวันมองหน้าแล้วยิ้มให้กัน

อาทิตย์เห็นได้ชัดเจนเลยว่ารอยยิ้มของทะเลที่มีให้ตะวันนั้นแตกต่างจากที่มีให้ตัวเองอย่างเห็นได้ชัด

เหมือนกับว่ารอยยิ้มสดใสของทะเลมีไว้เพื่อมอบให้เพียงพี่ชายของเขาคนเดียวเท่านั้น

และแววตาที่อ่อนโยนของพี่ชายที่มอบให้ทะเลนั้นก็ต่างจากที่มอบให้ตัวเขาซึ่งเป็นน้องชายอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน

อาทิตย์เลื่อนสายตากลับขึ้นไปมองทั้งสองซึ่งกำลังยืนหัวเราะพร้อมมองทิวทัศน์ทะเลที่สวยงามตรงหน้า

ไม่นานพวกเขาก็หันกลับมา

“เราไป นั่งตรงชายหาดกันไหม?” ตะวันถามน้องชายของเขา

“ครับพี่”

พอทั้งสามปั่นจักรยานมาถึงชายหาดและหาที่นั่งเรียบร้อย

ตะวันเห็นว่าอากาศมันร้อนนิดหน่อยเลยอาสาไปซื้อของเย็น ๆ มาให้ทั้งสองคน

เมื่ออาทิตย์ที่เห็นว่าพี่ชายของเขาเดินห่างไปแล้วเลยขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ

คนตัวเล็ก ดูเหมือนว่าอาทิตย์พยายามพูดบางสิ่งออกมา ในตอนแรกเขาคิดว่าจะไม่พูดสิ่งนี้ออกไป

แต่คำถามที่โก้ถามเขาเมื่อคืนนั้นย้ำเตือนเขามาอยู่เสมอ

‘มึงชอบพี่ทะเลใช่ไหม?’

‘ถ้ามึงชอบพี่ทะเล ทำไมมึงไม่สารภาพรักกับพี่เขาวะ’

เขาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่

ก่อนหันมองหน้าเด็กหนุ่มข้างกาย

“พี่ทะเล”

“ว่าไง” คนถูกเรียกหันมาตอบด้วยรอยยิ้ม

ทว่ารอยยิ้มที่ส่งมาให้มันช่างต่างจากที่มอบให้แก่พี่ชายเขาเหลือเกิน

เมื่อคิดเช่นนี้หัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกบีบอัด

เขากลัวว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นจะเป็นความจริงเลยตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะพูดประโยคหนึ่งออกไปให้ได้ในวันนี้

ก่อนที่จะสายเกินไป

“มีอะไรรึเปล่า ขยับเข้ามาใกล้เชียว” ทะเลถามย้ำ

“พี่ทะเล ผมมีเรื่องจะบอก”

“ว่ามาสิ”

อาทิตย์หลบตาอย่างเก้อเขิน

ก่อนจะรวบรวมความกล้าหันมามองคนตัวเล็ก

“คือว่า....ผมชอบพี่ เป็นแฟนผมได้ไหมครับ?” ในขณะเดียวกันสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มของคนตรงหน้า

ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างรู้ตัวอีกทีริมฝีปากบางเบาของเขาก็สัมผัสได้ถึงความนุ่ม

ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงสองนิ้ว

ตอนนั้นเองก็มีแรงผลักทำให้อาทิตย์ต้องถอยห่าง

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง

ก่อนใบหน้าของเขาจะชาราวกับถูกน้ำเย็นราดหัว

เมื่อเขาเห็นสายตาตื่นตกใจของคนเป็นพี่พร้อมกับใบหน้าถอดสี

แม้ว่านั้นมันจะเป็นเพียงสัมผัสที่เบาบางราวแมลงปอแตะผืนน้ำก็ตาม และในตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ตะวันเดินกลับมาพอดี

แต่เหมือนว่าจะโชคดีที่พี่ชายของเขาไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

“ทำอะไรกันอยู่เหรอ?” ตะวันถามพร้อมนั่งลงข้าง

ๆ ทะเลอีกฝั่งแล้วยื่นไอศกรีมให้ทั้งสองคน

“ไม่มีอะไร เมื่อกี้ทรายเขาตาอาทิตย์ ทะเลเลยปัดออกให้”

“อ๋อแบบนี้เอง แล้วเป็นยังไงบ้างอาทิตย์ ทรายออกหรือยัง?” ตะวันถามพร้อมชำเลืองมองหน้าผู้เป็นน้อง ซึ่งกำลังเบือนหน้าไปอีกทาง

“ออกแล้วครับ พี่ไม่ต้องห่วง”

“งั้นเหรอ?”

บรรยากาศเงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนที่เสียงหวานนุ่มของทะเลจะเอ่ยขึ้น

“ทะเลสวยดีนะ ว่าไหม?”

“อื้ม สวยมากเลย” ตะวันตอบ พลางมองหน้าต้นเสียงด้วยรอยยิ้ม

อาทิตย์ที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะบอกพี่ ๆ ของเขาว่าปวดท้อง

ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน

ตอนนี้หัวใจของเด็กหนุ่มว้าวุ่นและสับสน

เขาไม่รู้และไม่เข้าใจว่าความรู้สึกอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ภายในใจนี้คืออะไรกันแน่

สักพักเมื่อเขาเดินกลับมาแล้วเห็นทะเลกับตะวันกำลังเล่นน้ำหยอกล้อกันอยู่ริมชายหาด

เขาเลยตัดสินใจเดินไปยืนหลบอยู่ตรงหลังต้นมะพร้าวด้านหลัง

พอเห็นว่าทั้งสองคนกลับมานั่งที่เดิมแล้วค่อยเดินกลับเข้าไป

“ทำไมไปนาน เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” ตะวันถาม

อาทิตย์มองหน้าพี่ชายก่อนเอ่ยตอบ

“ผมปวดท้องหนักนิดหน่อยครับ”

อาทิตย์บอกพร้อมมองไปยังเด็กหนุ่มหน้าหวานซึ่งกำลังทอดสายตาไปทางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

โดยที่ไม่ได้สนใจตัวเขาที่บอกว่าปวดท้องหนักเลยแม้แต่น้อย

แม้หางตาก็ไม่คิดจะมองมาเลยสักนิด

ทำให้จากตอนแรกที่คิดว่าจะกลับไปนั่งข้างอีกฝ่ายกลับกลายเป็นเดินไปนั่งข้างพี่ชายของตัวเองแทน

หลังจากเหตุการณ์นั้น

อาทิตย์และทะเลก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลยจนตกเย็น

“กลับกันเถอะ เย็นมากแล้ว เราต้องปั่นจักรยานกันอีกไกล”

ตะวันพูดพร้อมลุกขึ้นจากพื้นทราย

“อืม กลับกันเถอะ” ทะเลตอบ

“ครับ” อาทิตย์ฝืนตอบ เขายังคงไม่กล้าที่จะมองหน้าทะเลตรง ๆ

ทั้งสองหนุ่มปั่นจักรยานไปส่งทะเลจนถึงบ้านและในระหว่างทางกลับบ้านของตัวเองตะวันก็ได้พูดบางสิ่งขึ้นมา

“จริง ๆ พี่มีความลับที่ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง

อาทิตย์อยากรู้ไหม ตอนแรกพี่คิดว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครจนกว่าจะเรียนจบมหาลัย”

“เรื่องอะไรเหรอครับ?” อาทิตย์ถามพร้อมปั่นจักรยานไปข้างหน้า

“ตอนนี้พี่กับทะเลคบกันอยู่และคบกันมาได้สามปีแล้ว

พี่ก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าทะเลจะยอมตกลงเป็นแฟนพี่ พี่ดีมากใจเลย”

รอยยิ้มมีความสุขผุดขึ้นบนใบหน้า

พร้อมทั้งแววตาระยิบระยับสื่อถึงความรักที่เอ่อล้นออกมา

เมื่อยามตะวันพูดถึงเรื่องที่คบหากับทะเล

อาทิตย์ที่ได้ยินถึงกับอึ้ง

ยามนี้สีสันในชีวิตเขาได้มืดดับไปเหลือเพียงภาพขาวดำ

รู้สึกชาไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ

รู้สึกราวกับว่าถูกพี่ชายตัวเองหลอกและถูกทะเลปั่นหัว

เขาทำได้เพียงยิ้มขมขื่นสีหน้าเจ็บปวด

แล้วพูดออกอย่างยากลำบากในขณะที่ต้องตั้งสติเพื่อปั่นจักรยานต่อไป

ต้องพยายามอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหล

“ใช่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่จะคบกับพี่ทะเล

ไม่อยากเชื่อเลย" อาทิตย์พยายามพูดเสียงปกติ

เขาไม่แม้แต่จะอยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

เพราะถ้าเชื่อก็เหมือนกับยิ่งตอกย้ำตัวเองว่าทั้งสองรักกัน

สิ่งที่เขาพยายามไม่คิดมันมาตลอดกลับเป็นความจริง

ส่วนตะวันที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้น้องชายเจ็บปวดแค่ไหน

เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วพูดขึ้น

“ใช่ไหมล่ะ พี่ก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

ว่าเราสองคนลงเอยกันแบบนี้ได้ยังไง”

อาทิตย์เงียบสักพัก

ก่อนกล่าวยินดี

“ดีใจด้วยครับพี่ ผมสังเกตมาสักพักใหญ่แล้วว่าสายตาและรอยยิ้มที่พี่ทะเลมอบให้พี่มันแตกจากต่างที่มองผมเลย”

แม้ว่าอาทิตย์จะพูดแบบนั้น แต่ในใจกลับเจ็บซ้ำ

อิจฉาในสายตาและรอยยิ้มที่ทะเลมอบให้แค่พี่ชายตัวเองและไม่มีสักครั้งเลยที่รอยยิ้มหวานนั้นจะเป็นของตัวเอง

หากเขาสามารถแทนที่พี่ชายตัวเองได้ เขาคงมีความสุขมาก เขาคิดแบบนั้น

ตะวันได้ยินที่น้องชายบอกก็หัวเราะแห้งแก้เขิน

ก่อนพูดขึ้นด้วยท่าทีแปลกใจ

“จริงเหรอ!? ไม่คิดว่าอาทิตย์จะช่างสังเกตเหมือนกับเขาเป็นด้วย

ฮ่าฮ่าฮ่า”

ระหว่างทางกลับมีเพียงเสียงหัวเราะกับคำพูดที่เกี่ยวกับทะเลออกมาจากปากพี่ชายเขาจนถึงบ้าน

พอปั่นจักรยานกลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าวันนี้พ่อกับแม่มาหา

ซึ่งทั้งสองคนกำลังนั่งรอตะวันและอาทิตย์อยู่บนโต๊ะพร้อมเมนูอาหารมากมาย

สองพี่น้องยกมือสวัสดีพ่อแม่ก่อนเดินเข้าไปนั่งเพื่อกินข้าวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

“พ่อกับแม่มาวันปัจฉิมใช่ไหมครับ? ผมนึกว่าจะไม่กันมาแล้วซะอีก”

ตะวันพูด

“ทำไมพ่อกับแม่จะไม่มาล่ะ งานปัจฉิมลูกชายทั้งคน”

ผู้เป็นแม่ตอบ ก่อนจะตักข้าวชามโตยื่นให้ลูกชายทั้งสอง

“ผมมีเรื่องจะบอกพ่อแม่ครับ” ตะวันพลันพูดขึ้น

คู่สามีภรรยาต่างวางช้อนลงเมื่อเห็นว่าลูกชายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

พร้อมสีหน้ามุ่งมั่น

“เรื่องอะไรล่ะ?” หญิงสาวถาม

“ตอนนี้ผมกำลังคบกับทะเลอยู่ครับ พ่อกับแม่จะว่าอะไรไหมครับ?” เขาถามพร้อมมองหน้าทั้งสองคน

อาทิตย์ที่กำลังนั่งกินข้าวเงียบ ๆ

ก็ได้หยุดชะงักแล้วมองไปยังพ่อกับแม่เหมือนเช่นพี่ชาย

เขาอยากรู้ว่าทั้งสองคนมีความคิดเห็นแบบไหน

เพราะเขาเองก็แอบคาดหวังอยู่บ้างว่าพ่อกับแม่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้

ทว่าเมื่อพ่อแม่ของเขาทราบเรื่องกลับไม่ได้ตำหนิอะไร พวกเขากลับดีใจด้วยซ้ำ

คู่สามีภรรยาคู่นี้ต่างยิ้มออกมาด้วยความสุขพร้อมเอ่ยปากว่าจะสนับสนุนทั้งสองคนและยังเสนอช่วยส่งเสริมการเรียนทั้งสองอีกด้วย

มีเพียงอาทิตย์คนเดียวที่ไม่ยินดีกับเรื่องนี้

“พรุ่งนี้รีบตื่นแต่เช้ามาตักบาตรทำบุญกันดีมั้ย?”

“ได้ครับแม่” ตะวันตอบพร้อมรอยยิ้ม

“อาทิตย์ เราก็ต้องรีบตื่นด้วยนะ

จะเอาแต่นอนอุดอู้อยู่แต่ห้องเพราะเห็นว่าเป็นวันเสาร์ไม่ได้

พ่อกับแม่ชวนตักบาตรตอนอยู่ที่สระแก้วก็ไม่ยอมตื่นสักที”

คนเป็นพ่อหันไปพูดกับลูกคนเล็กซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ

“ครับพ่อ” อาทิตย์ตอบน้ำเสียงปกติ

ทว่าแววตาของเขากลับดูเศร้าหมอง

สองสามีภรรยาเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้อาทิตย์กำลังคิดอะไรอยู่

เพราะทั้งสองต่างคอยมองและสังเกตลูกเล็กมาตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน

พวกเขารู้ดีว่าอาทิตย์คิดยังไงกับทะเล

แต่เมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้พวกเขาก็ไม่รู้จะช่วยยังไงดี จึงทำได้เพียงมองหน้ากัน

ก่อนจะตักต้มยำกุ้งให้อาทิตย์และแกงเขียวหวานให้ตะวันด้วยรอยยิ้ม

แล้วชวนคุยเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดจนเกินไป

หลังกินข้าวเสร็จตะวันก็รีบขึ้นห้องไปบนห้อง

อาบน้ำแต่งตัวให้หอมสดชื่นแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงอุ่น

กดเบอร์โทรหาคนรักเหมือนเช่นทุกวันที่เคยทำ

“ฮัลโหล ทำอะไรอยู่ อาบน้ำรึยัง?”

“อาบแล้ว ตะวันล่ะ?”

“เสร็จแล้ว”

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูดังมาจากปลายสาย

ตะวันเลยถามออกไป

“ใครเคาะประตูเหรอ?”

“แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวทะเลมา”

พูดจบเสียงโทรศัพท์ก็เงียบไปสักพัก

ก่อนมีเสียงหวานชื่นดังขึ้นในเวลาต่อมา

“ฮัลโหล มาแล้ว ๆ เมื่อกี้ยายมาเคาะประตูน่ะ”

“งั้นเหรอ ว่าแต่คุณยายมาตั้งแต่ตอนไหน

ทะเลไม่เห็นบอกตะวันเลย”

“วันนี้แหละ พอทะเลเข้ามาในบ้าน อาหารก็วางอยู่เต็มโต๊ะเลย

ฮ่าฮ่าฮ่า”

“ฮ่าฮ่าฮ่า พ่อกับแม่ตะวันก็มาเหมือนกัน

ตอนแรกนึกว่าจะไม่มาแล้ว

แต่วันนี้พอกลับมาถึงบ้านอาหารฝีมือพ่อก็วางอยู่เต็มโต๊ะเลย”

“น้าเมฆกับน้าฝนมาแล้วเหรอ คิดถึงฝีมืออาหารของน้าเมฆจัง”

“ตะวันก็ทำอาหารอร่อยนะ

ทะเลไม่อยากกินอาหารฝีมือของตะวันบ้างเหรอ?”

พอได้ยินคนในสายพูดมาแบบนี้

คนตัวเล็กเลยเงียบไปชั่วขณะก่อนเอ่ยตอบ เพราะปกติตะวันไม่ใช่คนที่พูดอะไรแบบนี้

“อยากกินสิ”

“เดี๋ยวไว้ตะวันทำให้กินนะ”

ทั้งสองคุยกันด้วยรอยยิ้มอยู่สักพัก

ทว่าหลังจากที่ตะวันเอ่ยถามคำถามหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

“วันนี้ทะเลเป็นอะไรเหรอ?”

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนตัวเล็ก

ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน

ก่อนที่น้ำเสียงของคนตัวสูงจะเปลี่ยนไปแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

เป็นน้ำเสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยของความไม่สบายใจ

“วันนี้ตอนไปเที่ยว ทำไมทะเลถึงไม่ค่อยยิ้มเลย

เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?”

“เปล่า ไม่มีอะไร ตอนนั้นทะเลแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย

แต่ไม่ได้บอก”

“งั้นเหรอ อย่าลืมกินยาด้วยนะตะวันเป็นห่วง”

“อื้ม ขอบคุณนะ”

“ตะวันต้องนอนแล้ว ฝันดีนะทะเล” ในประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

“ตะวันไม่สบายรึเปล่า? เสียงดูไม่ดีเลย”

“เปล่า ฝันดีนะ” เขาพยายามทำเสียงให้เหมือนปกติ

แต่มันกลับยังคงสั่นเครืออยู่หน่อย ๆ

“อื้ม แต่ถ้าตะวันรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย ตะวันต้องรีบกินยานะ

ทะเลเป็นห่วง”

“ขอบคุณนะ”

“เมื่อกี้ยายมาเรียกเหมือนมีเรื่องจะคุย ทะเลไปหายายก่อน

ฝันดีนะตะวัน”

“ฝันดีนะทะเล เจอกันพรุ่งนี้”

หลังจากวางสายไป เด็กหนุ่มก็ได้แต่นึกถึงภาพเมื่อตอนเย็น

ในตอนที่เขาถือไอศกรีมรสผลไม้กลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ทว่าภาพตรงหน้าที่มองเห็นคือภาพของคนรักกับน้องชายกำลังจูบกันอยู่

สมองของเขาอื้ออึงไปช่วงหนึ่ง

เวลานี้ความรู้สึกคิดลบมากมายพลันพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิด

เขาพยายามเก็บความรู้สึกและพยายามไม่แสดงมันออกมา

แต่หัวใจกลับให้ความรู้สึกอึดอัดทรมานเหลือเกิน

ไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟังหรือจะไประบายที่ไหนดี

ทำได้เพียงเก็บความขมขื่นไว้ภายในใจและตะวันก็เข้าใจทะเลดี

ถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้

มันเป็นเพราะทะเลเป็นห่วงความรู้สึกของเขา และเขาก็ไม่โทษน้องชายเพราะคิดว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ทำเรื่องทั้งหมดให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

ตะวันเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานในห้องที่มืดสนิท

ก่อนจะยกแขนขวาพาดปิดตาทั้งสองข้าง

ไม่นานสายน้ำตามากมายพลันพรั่งพรูออกมาอาบชโลมไปทั่วแขนและใบหน้าของเขา

แม้แต่หมอนที่หนุนก็เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตา

เป็นการร้องไห้ที่ไม่มีแม้แต่เสียงร่ำร้อง เขาได้แต่เก็บความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ในหัวใจ

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องของอาทิตย์

มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนเงยหน้ามองเพดานพร้อมหวนนึกถึงภาพความทรงจำมากมายเกี่ยวกับคนที่ตัวเองรักและพี่ชายที่แสนดี

เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง แต่ก็ไม่อยากกล่าวโทษทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย

แม้เด็กหนุ่มจะคิดแบบนั้น

แต่ความรู้สึกด้านลบต่อทะเลและพี่ชายก็ถาโถมขึ้นราวกับกระแสคลื่นลูกใหญ่ที่สาดซัดเข้าฝั่งอยู่ตลอดเวลา

เขาทั้งหยิกแขน

ทุบตีร่างกายตัวเองเพื่อหวังให้ความคิดเหล่านั้นหายไป ทว่าความคิดแย่ ๆ กลับไม่แม้ท่าทีจะหยุดผุดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

มีแต่จะเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ

อาทิตย์ได้แต่นอนกัดฟันร้องไห้เสียใจอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง

เมื่อไร้ที่พึ่ง

ความอัดอั้นมากมายก็ทะลักออกมาเป็นสายน้ำนองหน้า

น้ำตามากมายหยดไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง สีหน้าเจ็บปวดยากจะอธิบาย

ช่วงเวลาแห่งความสุขที่เคยได้รับในตลอดเวลาที่ผ่านมาราวเป็นเพียงแค่ภาพความฝันของเด็กหนุ่ม

ทรมานเหลือเกิน ทรมานจนอยากหายไป

เขาทุบตีร่างกายตัวเองจนช้ำไปหมด

ทั้งจิตใจและร่างกายของเขาตอนนี้เหนื่อยล้าเหลือเกิน ร้องไห้เสียใจจนแทบบ้า

คนที่ตัวเองหลงรักตั้งแต่พบหน้ากลับกลายเป็นแฟนพี่ชายแท้ ๆ

โดยที่ตนไม่เคยรู้เรื่องเลย

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน

ตอนนี้เขาเริ่มทนความรู้สึกหนักหน่วง อึดอัดทรมานไม่ไหวเลยผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ภายในห้องของคู่สามีภรรยา

“ว่าแต่คุณบอกจะใส่บาตร พรุ่งนี้เรามีของมาใส่บาตรแล้วรึยัง?” เมฆถามฝนซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ

“เอ๊ะ!? ... นั่นสิ ลืมไปเลย

ไว้พรุ่งนี้ชวนลูกไปซื้อของที่ห้างพร้อมกันเลยดีไหม? ให้ตะวันโทรชวนทะเลไปด้วยกันเลย”

“อืม ผมว่า ก็ดีนะ”

“งั้นก็เอาตามนี้นะคุณ

วันอาทิตย์ค่อยตื่นแต่เช้าให้ตะวันไปรับทะเลมาตักบาตรด้วยกัน

ว่าที่สะใภ้คนโตของบ้านเรา” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มมองคนข้าง ๆ

“ฮ่าฮ่าฮ่า คุณนี่ก็จริง ๆ เลย”

เมฆพูดพร้อมเอื้อมตัวสวมกอดอีกฝ่ายไว้แน่น

แม้ว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้จะแต่งงานกันมาเวลานานแล้วก็ตาม

แต่ความรักของทั้งสองยังคงหวานชื่นไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เลือกตอน

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!