บทที่ 11 ข่าวฉาว
เวลาผ่านไปราวกับเรื่องสมมุติ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันสอบกลางภาคของโรงเรียนจันทบุรีพิทยาคาร
เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ต่างพากันอ่านหนังสืออย่างขันแข็งตั้งแต่เช้าจรดเย็นเพราะโรงเรียนนี้ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากและแน่นอนว่าการแข่งขันภายในโรงเรียนก็ดุเดือดไม่แพ้กัน
นักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนี้ร้อยละเจ็ดสิบจะสอบติดมหาวิทยาลัยท็อปสิบของประเทศได้แน่นอน
ช่วงเย็นเวลา 17.55 น. ณ
สนามบาสกลางแจ้งของโรงเรียนจันทบุรีพิทยาคาร
สนามบาสแห่งนี้ตั้งอยู่ข้างสนามฟุตบอล มีตาข่ายสีเขียวกั้นไว้ไม่สูงมากนักเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝั่ง
สนามแห่งนี้มีไว้สำหรับนักเรียนทุกคนให้สามารถเข้ามาใช้ได้โดยไม่ต้องทำเรื่องขอก่อนเหมือนสนามในยิม
เพราะสนามในยิมมีไว้สำหรับให้นักกีฬาของโรงเรียนซ้อมและมีไว้สำหรับแข่งขันในโอกาสต่าง
ๆ เท่านั้น
เวลานี้แสงสุดท้ายของดวงตะวันได้ใกล้จะหายลับขอบฟ้าลงไปทุกที
ๆ พอเห็นว่าเริ่มมืดมองอะไรไม่ค่อยเห็น
ภารโรงก็ได้เดินมาเปิดไฟให้กลุ่มของเด็กหกคนที่กำลังเล่นอยู่ในสนาม
มีเด็กสี่คนสวมชุดพละและเด็กอีกสองคนสวมชุดนักเรียน
ตอนนี้พวกเขาแบ่งทีมเป็นทีมละสามคน ทะเล อาทิตย์
มิ้นท์อยู่ทีมเดียวกันและตะวัน โก้ นัจอยู่ทีมเดียวกัน
พวกเขาเล่นครึ่งสนามโดยใช้แป้นบาสเดียวกัน
ผลัดกันเป็นฝ่ายรุกและรับเพื่อทำคะแนนและป้องกัน
“ไม่ไหวแล้ว ฉันขอไปพักก่อน
ฉันไม่เคยเล่นบาสสักครั้งทำไมชวนเล่นก็ไม่รู้”
นัจบ่นอาทิตย์พร้อมเดินออกไปข้างสนาม
“พี่ก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”
ทะเลพูดเสริมและเดินออกไปนอกสนามเพื่อดื่มน้ำบ้าง
ตอนนี้ทั้งสองทีมเหลือสมาชิกอยู่ในสนามทีมละสองคน
คะแนนฝ่ายอาทิตย์นำห่างตะวันมากพอสมควรเพราะทั้งอาทิตย์และมิ้นท์ต่างเป็นนักบาสมากฝีมือ
แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ตะวันเองก็มีฝีมือไม่น้อยหน้าไปกว่าทั้งสองคนเลย
ทว่าในทีมตะวันนั้นมีโก้กับนัจซึ่งทั้งสองไม่เคยเล่นบาสมาก่อน
แต่โก้และนัจก็สามารถเลี้ยงลูกและส่งบอลให้ตะวันทำคะแนนได้อยู่บ้าง
“พี่ตะวันพี่ต้องชนะให้ได้นะผมออกไปพักก่อน”
โก้บอกอีกฝ่ายพลางกำมือชกไปข้างหน้าเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจแล้วเดินออกจากสนาม
“หนูเองก็พอแล้วค่ะ เหนื่อยแล้ว
เดี๋ยวกลับบ้านต้องไปอ่านหนังสือต่อ” มิ้นท์พูด
ก่อนเดินตามโก้ออกไปหานัจและทะเลซึ่งกำลังนั่งเชียร์อยู่ขอบสนาม
ตอนนี้ในสนามเหลือเพียงตะวันและอาทิตย์
“ผมจะบุกแล้วนะ”
ตะวันยิ้มให้น้องชายเป็นการรับคำท้า
จากนั้นอาทิตย์ไม่รอช้ารีบเลี้ยงลูกบุกขึ้นมา
ทว่าผู้เป็นพี่ก็ปัดแย่งลูกจากมืออาทิตย์มาได้
ก่อนจะเคลื่อนตัวไปด้านหลังแล้วกระโดดลงห่วงไปอย่างสวยงาม
ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความสนุกสนาน
“อาทิตย์สู้เขานะ” เป็นเสียงทะเลที่ตะโกนมาจากขอบสนาม
อาทิตย์หันหน้าไปหาต้นเสียงก่อนจะหันกลับมามองเด็กหนุ่มชุดนักเรียนตรงหน้า
“ผมจะเอาจริงแล้วนะ” เอ่ยกับพี่ชายด้วยความฮึกเหิม
“เข้ามาเลย” พร้อมกับกวักมือเรียกเป็นการท้าทาย
ฝ่ายทีมอาทิตย์เองก็ไม่น้อยหน้า
นัจและโก้ต่างส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างสนาม
“พี่ตะวันจัดการอาทิตย์ให้คว่ำไปเลย” นัจเชียร์
“จัดการมันเลยพี่” โก้เชียร์พลางดื่มน้ำบนมือไปด้วย
“อาทิตย์สู้เข้านะ นายชนะอยู่แล้ว”
เป็นมิ้นท์ที่พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางมองหน้าอาทิตย์ที่กำลังยิ้มออกมาด้วยความสุข
ตอนนี้บรรยากาศอบอวลไปด้วยสนุกสนานร่าเริง รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าของเด็กทั้งหกคน
อาทิตย์และตะวันแย่งบอลกันไปมาอย่างสูสี ผลัดกันรุกผลัดกันรับ
และในระหว่างที่พวกเขาเล่นอยู่นั้นเสียงชัตเตอร์ก็ได้ดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ทว่าพวกเขาต่างไม่ได้ยินและไม่ทันสังเกตเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังโดนแอบถ่าย
ตอนนี้เด็กหนุ่มสาวทั้งหกคนรู้เพียงแค่ว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่พวกเขาจะปลดปล่อยความเครียดที่สะสมจากการเรียน
ในคืนนั้นเองหลังจากทุกคนเดินทางกลับบ้าน
เพจหนุ่มหล่อก็ได้อัพรูปลงโซเชียลอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้ยอดแชร์และยอดถูกใจเยอะกว่าครั้งไหน ๆ
เพราะรูปที่ลงไปนั้นคือรูปของอาทิตย์และตะวันซึ่งกำลังแย่งบาสกันด้วยรอยยิ้มของสองพี่น้อง
คนส่วนมากต่างตั้งคำถามว่าชายหนุ่มอีกคนที่ไม่ใช่อาทิตย์นั้นคือใคร
เพราะตลอดมาเพจหนุ่มหล่อไม่เคยลงรูปคนนี้ให้เห็นเลยสักครั้ง
และคนที่ตอบกลับความคิดเห็นเหล่านั้นก็คือเด็กในโรงเรียนจันทบุรีพิทยาคารเองนี่แหละ
พวกเขาได้บอกให้ทุกคนในโซเชียลได้รับรู้ว่าชายผู้นี้คือพี่ชายของอาทิตย์และเป็นถึงประธานนักเรียน
เหตุนี้ทำให้ยอดแชร์พุ่งทะยานขึ้นไปอีก พวกเขาเริ่มหาช่องทางการติดตามตะวัน
ทว่ากลับไม่มีช่องทางให้ติดตามในโซเชียลเลยแม้แต่เลย
เหตุนี้ทำให้พวกเขาเศร้าใจเป็นอย่างมากเพราะทั้งอาทิตย์และตะวันต่างไม่เล่นโซเชียลกันเลยสักคน
เด็กนักเรียนหลากหลายโรงเรียน
ต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา รวมถึงวัยทำงานก็ไม่เว้น
‘ลูกแก้วมีแรงอ่านหนังสือแล้ว
ขอบคุณเพจหนุ่มหล่อที่ส่งเทพบุตรมาให้ลูก’
‘ฉันน่าจะเกิดช้ากว่านี้ แม่!
เอาหนูกลับเข้าไปเรียนใหม่เดี๋ยวนี้! หนูเกิดเร็วเกินไป!’
‘แอดมินลงรูปทั้งสองคนอีกเยอะ ๆ นะคะ
หาช่องทางติดตามไม่ได้เลย ต้องหวังพึ่งแอดมินแล้วค่ะ’
คอมเมนต์หลัก1 ‘ฉันอยากได้เขาจัง’
คอมเมนต์ตอบกลับคอมเมนต์หลัก1 ‘กรุณาเช็ดน้ำลายแล้วเชิญไปต่อคิวด้านหลังจ๊ะ’
คอมเมนต์ตอบกลับคอมเมนต์หลัก1 ‘พี่ตะวันเป็นของพี่ทะเล
พวกเธอไม่มีสิทธิ์’
ด้วยเหตุนี้ทำให้ทะเลกลายเป็นประเด็นในสื่อโซเชียลขึ้นมาทันที
โดยมีนักเรียนโรงเรียนจันทบุรีพิทยาคารได้มาแสดงความคิดเห็นใต้รูปที่อาทิตย์เล่นบาสกับตะวัน
โดยได้แชร์คลิปวิดีโอที่ทะเลหนุ่มหน้าหวานกำลังเล่นเปียโนในวันปฐมนิเทศลงไป
ทำให้ผู้ที่เข้ามาเห็นต่างกดแชร์วิดีโอนั้น
ส่วนมากจะเป็นการชื่นชมในเสียงเปียโนและเสียงขับร้องของคนในคลิป
แต่ก็มีบางส่วนที่ด่าทอว่าร้ายจนเกิดการแอนตี้
คอมเมนต์หนึ่งที่อ้างตัวว่ารู้จักกับทะเลและตะวันมาตั้งแต่มัธยมต้นบอกว่าตอนนี้ทะเลกับตะวันกำลังคบหากันอยู่
เพียงเท่านี้พวกเขาก็แชร์คลิปออกไปด่าทอทะเลไม่เว้นว่าง บ้างก็ว่าพวกผิดเพศ
ขยะสังคม เสียชาติเกิด โดยที่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าทั้งสองกำลังคบหากันจริง ๆ
หรือไม่
แต่ก็มีคอมเมนต์ที่คอยแก้ต่างให้ด้วยเช่นกันบอกว่าทั้งสองคนคือเพื่อนสนิทกันที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น
ถึงอย่างนั้นคนแอนตี้ก็ยังคงไม่เชื่อและยังคงด่าทอไม่หยุด
ทะเลเคยสมัครแอ็กเคานต์โซเซียลไว้เมื่อนานมาและเขาก็ไม่ได้เข้าแอ็กเคานต์นั้นอีกเลยตั้งแต่สมัครไว้เมื่อสองปีก่อน
อยู่ดี ๆ ยอดติดตามก็พุ่งไปถึงสามหมื่นในชั่วข้ามคืน
โดยที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพราะเขาลบแอพนั้นทิ้งไปนานแล้ว
จากเหตุการณ์นี้ทำให้เพจหนุ่มหล่อรีบลบรูปภาพนั้นทิ้งทันทีเนื่องจาก
เจ้าของเพจได้รับคำขู่มาจากคนที่เธอเคยรับเงินมา
และหากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งเธออาจจะต้องเสียใจไปจนตายแน่ ๆ
วันต่อมาช่วงพักกลางวัน
ณ โรงอาหารเล็กโรงเรียนจันทบุรี
วันนี้บรรยากาศภายในโรงเรียนแปลกไปเป็นอย่างมาก
เพราะเวลาที่ทะเลจะเดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองมาด้วยสายตาเหยียดหยาม
แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังโดนมองไม่ดีอยู่
ทะเลยังคงทำตัวปกติเหมือนทุกวัน
ทว่าตะวันที่สังเกตเห็นว่ามีคนมองมาที่เขาและทะเลด้วยความเหยียดหยาม
เขาเลยมองคนพวกนั้นด้วยสายตาเย็นชาแฝงความดุดันประหนึ่งเสือซ่อนเล็บ
ทำให้คนที่มองมารีบหันหน้าหนีแล้วรวมหัวซุบซิบกันต่อ
“ตะวันจะกินอะไรเหรอวันนี้?” ทะเลหันหน้าไปถามคนข้าง
ๆ
“วันนี้ถ้าทะเลกินอะไร ตะวันจะกินด้วย”
“งั้นกินก๋วยเตี๋ยวนะ วันนี้อยากกินอะไรร้อน ๆ ”
“ได้สิตามใจทะเลเลย” ตะวันตอบ
ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนเดินไปต่อคิวร้านก๋วยเตี๋ยว
ทว่ามีสายตาของเด็กนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังมองพวกเขาด้วยความเย้ยหยันพร้อมนินทาซุบซิบเสียงดัง
ด้วยเหตุนี้ทำให้โต๊ะสาววายอีกโต๊ะที่กำลังยิ้มแล้วมองทั้งสองคนอยู่ได้ยินเข้าเลยได้เปิดศึกกับโต๊ะนั้น
“ปากเก็บไว้กินข้าวบ้างก็ได้นะ”
นักเรียนหญิงผมสั้นพูดเสียงดังพลางจิ้มข้าวบนจานเล่น
“จอยแกก็อย่าไปว่าเขาเลย พวกเขาอาจเคยกินแต่ ลูกอิจฉา!
ไม่เคยกินข้าว” นักเรียนหญิงมัดผมจุก เน้นคำว่า ‘ลูกอิจฉา’
พร้อมชำเลืองสายตามองโต๊ะข้าง ๆ
“วัน ๆ ไม่ทำอะไรนินทาแต่ชาวบ้าน คงขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่”
นักเรียนหญิงใส่แว่นหนาเปียผมพูด
“นี่ปลาย อร พวกแกก็อย่าแรงนักสิเดี๋ยวก็ร้องไห้กันพอดี”
จอยพูดพร้อมยิ้มมุมปากแล้วส่งสายตาสะอิดสะเอียนใส่โต๊ะข้าง ๆ
หลังจากเด็กสาวทั้งสี่คนซึ่งนั่งอยู่ตรงโต๊ะที่สายตาจอยมองไปได้ยิน
ก็รู้ได้ทันทีว่าโต๊ะสามสาวกำลังด่าพวกตัวเอง
“อ้าวเฮ้ยอีนี่! มึงว่าพวกกูเหรอ?!” เด็กนักเรียนหญิงที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกพูดขึ้นพร้อมตบโต๊ะเสียงดัง
“ร้อน ๆ ร้อนตัวจังเลย วันนี้อากาศร้อนเนาะ ปลายว่าไหม?” จอยพูดขึ้นพลางโบกมือพัดใส่หน้าตัวเองเบา ๆ
แต่ส่งสายตาสะอิดสะเอียนใส่คนที่ตบโต๊ะเมื่อครู่
“นั่นสิ ร้อนตัว! ร้อน! ร้อน! ร้อน! มากเลยล่ะจอย”
ปลายซึ่งมัดผมจุกตอบจอย ทว่าสายตาของเธอก็มองเหยียดไปหาคนที่ตบโต๊ะเหมือนกัน
ทำให้โต๊ะข้าง ๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง
พวกเธอหยิบจานอาหารก่อนลุกขึ้นมาล้อมโต๊ะสามสาวไว้
“พวกมึงจะเอาไง” หัวโจกถามสามสาว
“อะไรของเธอ พวกฉันก็นั่งอยู่เฉย ๆ
ทำไมถึงมาหาเรื่องกันแบบนี้ล่ะ” จอยตอบพร้อมมองหน้าอีกฝ่าย
หัวโจกเริ่มทนไม่ไหวเพราะสายตาสามสาวที่มองมาหาตัวเองนั้นเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
และสายตาของนักเรียนในโรงอาหารก็เริ่มจ้องมาที่พวกเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
หัวโจกเริ่มทนไม่ไหวหยิบจานข้าวของจอยขึ้นมาแล้วเทใส่หัวเธอทันที
สามสาวเห็นแบบนั้นไม่รอช้า
พวกเธอลุกขึ้นพรวดแล้วเริ่มตบตีกับสี่สาวอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นตะวันที่พยายามเดินเข้ามาห้ามก็ได้โดนลูกหลงไปด้วย
ชุดนักเรียนของเขาเปื้อนน้ำก๋วยเตี๋ยวมีพริกแดงดูแล้วน่าจะแสบตัวพอสมควร
ทุกคนที่เห็นแบบนั้นต่างนิ่งเงียบเพราะรู้แล้วว่าความฉิบหายมาเยือนเพราะไปหาเรื่องใครไม่ว่ากลับไปหาเรื่องประธานนักเรียน
ตะวันไม่ทันได้พูดอะไรเสียงนกหวีดพลันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
เป็นเสียงนกหวีดของครูที่คอยควบคุมความเรียบร้อยในช่วงพักกลางวันที่พึ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ
ครูพละหญิงตัดผมสั้นเดินมายืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองฝั่งถามขึ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!” เธอถามพร้อมมองเด็กนักเรียนหญิงทั้งเจ็ดคนที่เปื้อนไปด้วยเศษอาหาร
ก่อนมองไปที่ตะวันซึ่งยืนอยู่ตรงกลางเช่นเดียวกันเพราะไม่ได้คำตอบจากนักเรียนหญิงพวกนั้น
“มันเกิดอะไรขึ้นประธาน?” ครูสาวถาม
ตะวันไม่ทันได้ตอบ
จอยพลันเอ่ยขึ้นพร้อมชี้นิวไปที่กลุ่มหัวโจก
“พวกเธอสี่คนเริ่มก่อนค่ะครู
ครูไปดูกล้องวงจรปิดได้นะคะถ้าไม่เชื่อ”
“เฮ้ย! ทำไมปากหมา ๆ แบบนี้วะ
พวกมึงเป็นคนหาเรื่องพวกกูก่อนเองนะ”
หัวโจกพูดและเหมือนจะกระโจนเข้ามาตบจอยที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
ทว่าเพื่อนทั้งสามของเธอก็รั้งไว้ก่อน
“ดูสิคะครู แค่การกระทำก็ชัดพอแล้วนะคะ
ไม่รู้ว่าเข้าเรียนโรงเรียนนี้ได้เพราะเส้นสายหรืออะไรกันแน่”
จอยพูดพร้อมกอดอกมองหัวโจก
“เฮ้ย! นี่มันจะมากไปแล้วนะ!”
หัวโจกพูดพร้อมมองจอยด้วยสายตาโกรธเคือง
“พอ พอ พอ!” ครูพละพูดพร้อมกางมือออกแยกทั้งสองคน "ไปล้างตัวได้แล้วหรือถ้าไม่มีชุดเปลี่ยนก็กลับบ้านกันได้เลย
เดี๋ยวครูจะทำเรื่องให้ ถ้าเรียนคาบบ่ายในสภาพนี้คงไม่ดีเท่าไหร่”
“ฮึ!” สามสาวกับสี่สาวต่างสะบัดหน้าใส่กันก่อนเดินแยกกันไป
“แล้วเป็นไงบ้างประธาน เธอเองก็ไปล้างตัวได้แล้วนะเดี๋ยวจะแสบเอา
กินเผ็ดนะเนี่ย สีแดงเชียว” ครูพละพูดแซวในประโยคสุดท้ายขณะหันไปคุยกับตะวัน
“ครับครู ผมเดี๋ยวผมขอไปล้างตัวก่อนนะครับ”
“มีเสื้อเปลี่ยนไหม? ถ้าไม่มีครูจะไปเอาของครูคมกริชมาให้
น่าจะใส่ได้นะ”
“ไม่เป็นไรครับครู
ในล็อกเกอร์ห้องกิจการผมมีสำรองไว้เผื่อฉุกเฉินอยู่ครับ”
“อ๋อ งั้นดีเลย ไปเปลี่ยนเถอะ”
เธอพูดพลางเดินสำรวจความเรียบร้อยต่อ
“เฮ้ย!! มองอะไรกัน!! กินข้าวไปไม่หิวรึยังไง!!”
เธอตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กนักเรียนมากมายกำลังจ้องมองมาที่ตรงนั้นอยู่
ทำให้เด็กนักเรียนรีบหันหน้าไปกินข้าวต่อทันที
พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ทะเลที่ยืนอยู่ห่าง ๆ
ก็ได้รีบสาวเท้าเดินเข้ามาเช็ดเสื้อผ้าให้ตะวัน
“เป็นยังไงบ้าง รีบไปล้างตัวก่อนเลย”
ทะเลพูดพลางปัดเศษเส้นก๋วยเตี๋ยวรวมถึงเศษพริกออกให้ตะวัน
“ดีนะทะเลไม่ได้ตามเข้าไปด้วย ไม่งั้นตะวันคง...”
ตะวันเอ่ยพลางมองอีกฝ่ายที่กำลังตั้งใจปัดด้วยสายตาห่วงใย
“ก็ตะวันบอกว่าให้ยืนรอไม่ใช่หรือไง?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นสินะ” พูดจบ
ตะวันได้สังเกตเห็นว่ารอบตัวเริ่มมีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมาที่พวกเขา
เหตุนี้ตะวันเลยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพลางมองหน้าอีกคน
“ทะเลพาตะวันไปล้างตัวก่อน ตะวันเริ่มแสบแล้ว”
ทะเลหยุดเช็ดแล้วตอบออกไป
“ดะ..ได้สิ ไปกัน”
ทะเลได้พาตะวันไปล้างตัวโดยที่ทั้งสองยังไม่ได้กินข้าวเลยสักคำ
ส่วนอาทิตย์ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเช่นเคยเพราะวันนี้มิ้นท์ได้ทำอาหารมาให้ทุกคนในกลุ่มของเธอ
พวกเขาสี่คนขึ้นไปทานข้าวอยู่บนดาดฟ้ากินลมชมวิว
หากดูผิวเผินอาจจะเป็นอย่างนั้น
ทว่าความจริงแล้วมิ้นท์ได้คาดการณ์เรื่องที่ทะเลจะโดนนินทาไว้อยู่แล้วและเธอก็ได้บอกให้โก้และนัจตามน้ำเธอไป
มิ้นท์ได้ให้เหตุผลกับโก้และนัจไปว่าถ้าอาทิตย์รู้เรื่องที่ทะเลโดนว่าร้ายเขาคงจะไม่อยู่เฉยแน่นอน
และบอกอีกว่าให้ตะวันเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองเพราะตะวันเป็นถึงประธานนักเรียนเรื่องนี้ยังไงตะวันก็จัดการได้แน่นอน
โก้และนัจต่างเห็นด้วยกับมิ้นท์เลยตอบตกลงไป
รูปภาพของเจ็ดสาวและคลิปวิดีโอที่กำลังตบตีกันได้ถูกเผยแพร่ลงในอินเทอร์เน็ต
ทำให้ทางโรงเรียนนิ่งนอนใจไม่ได้
สภานักเรียนเริ่มติดต่อประสานงานกับคณะครูและได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนได้ข้อสรุปออกมา
และเย็นวันนั้นทางโรงเรียนก็ได้ประกาศลงในแฟนเพจโรงเรียนจันทบุรีพิทยาคาร
ว่าห้ามนักเรียนคนไหนพูดถึงเรื่องที่ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียงจนกระทั่งจุดชนวนก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในโรงเรียนรวมถึงก่อความวุ่นวายอีก
ถ้าหากยังเกิดเหตุการณ์เอย่างวันนี้ขึ้นอีกครั้งจะไม่มีการกล่าวตักเตือนใด ๆ
ทางโรงเรียนจะทำโทษขั้นเด็ดขาดทันที
ด้วยเหตุนี้ทำให้เสียงนินทาเริ่มน้อยลงไปเรื่อย ๆ
ตามช่วงเวลาที่ผ่านเลยไป จนในที่สุดก็ถึงวันสอบกลางภาค
ตอนนี้เด็กทุกคนต่างใจจดใจจ่อกับการสอบและไม่ได้สนใจเรื่องของทะเลกับตะวันอีกต่อไป
พวกเขาสนเพียงแค่ว่าการสอบครั้งนี้จะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตและเหตุผลอื่น ๆ
เช่นครอบครัวบังคับว่าจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวมถึงอันดับที่ห้ามตกลงไปต่ำกว่าที่เคยได้
หลังประกาศคะแนนสอบอาทิตย์ยังคงคว้าอันดับหนึ่งมาครอง
ภัทรได้อันดับสองตามด้วยมิ้นท์ซึ่งได้อันดับสาม
ส่วนตะวันและทะเลอันดับของทั้งสองติดอยู่ในท็อปสิบของระดับชั้น
วันเวลายังคงผ่านไปเรื่อย ๆ ราวกับเป็นเรื่องสมมุติ
เหตุการณ์มากมายล้วนผ่านพ้นไป
ทีมบาสชายของอาทิตย์แข่งขันชนะเลิศระดับจังหวัดเลยได้ไปแข่งต่อในระดับภูมิภาคและได้คว้าอันดับสามมาครอง
ความจริงอาทิตย์มีสิทธิ์เข้าชิงเหรียญทอง
ทว่าในระหว่างแข่งขันรอบตัดเชือกเพื่อเข้าชิง
อาทิตย์พลันเกิดข้อเท้าแพงทำให้ต้องไปนั่งพักที่ข้างขอบสนามเลยเป็นเหตุให้จังหวะการเล่นโดยรวมของทีมเกิดการติดขัดและแพ้ไปในที่สุด
อาทิตย์เสียใจมากเพราะวันที่เกิดอุบัติเหตุพี่ชายทั้งสองของเขาก็เข้ามาดูการแข่งขันด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นหลังจบการแข่งขันอารมณ์ของอาทิตย์ก็ดีขึ้นเพราะทะเลและตะวันได้พาไปเลี้ยงฉลองกันเพียงแค่สามคนเป็นการส่วนตัว
เนื่องจากมิ้นท์ โก้และนัจ
ในวันนั้นพวกเขาไม่ได้มาเชียร์อาทิตย์เพราะเหตุสำคัญ
โก้กำลังแข่งเทควันโดรอบชิงชนะเลิศอยู่อีกจังหวัด
ส่วนนัจก็กำลังแข่งวิ่งห้าพันเมตรอยู่อีกจังหวัดและมิ้นท์กลับบ้านเนื่องจากยายของเธอล้มป่วย
ต่อมาหลังจากอาทิตย์แข่งจบไปได้ไม่นาน
ทะเลก็ต้องเดินทางไปแข่งเปียโนต่อที่ต่างจังหวัดและมีตะวันตามไปด้วย
อาทิตย์อยากตามไปด้วยแทบบ้า ทั้งโทรชวนโก้ นัจและมิ้นท์
ทว่าทั้งสามคนก็ไม่ว่างกัน
ท้ายที่สุดเขาก็ตัดใจนั่งรอฟังข่าวสารของทะเลอยู่ที่บ้าน
การแข่งขันผ่านไปได้ด้วยดี
ทะเลได้คว้าอันดับหนึ่งระดับภูมิภาคมาครองและได้ไปต่อในระดับประเทศ
ชื่อของทะเลพร้อมป้ายประกาศขนาดใหญ่ได้ติดแสดงอยู่บอร์ดหน้าโรงเรียนและแฟนเพจโรงเรียนจันทบุรีพิทยาคาร
ผู้คนมากมายที่จำใบหน้าเด็กหนุ่มหน้าหวานคนนี้ได้ก็ต่างมาแสดงความยินดีผ่านคอมเมนต์
ทว่าพวกแอนตี้ก็ยังคงมีอยู่เรื่อย ๆ ตามมาเมนต์ด่าทอทะเลไม่เลิก
แต่ท้ายที่สุดคนพวกนั้นก็โดนตอกหน้าหงายไปโดยแฟนคลับของทะเลและโดนไล่บล็อกจากแฟนเพจโรงเรียนซึ่งควบคุมโดยมดรองประธานนักเรียน
ในวันที่ทะเลไปแข่งขันเปียโนระดับประเทศที่กรุงเทพมหานครและได้ผ่านเข้ารอบท็อปห้า
ผู้เข้าแข่งขันทั้งห้าคนที่ผ่านเข้ามารอบนี้ได้จะต้องเล่นเพลงอีกหนึ่งบทเพลงเพื่อตัดสินว่าใครจะได้ลำดับที่เท่าไหร่
และใครกันแน่ที่จะได้ตำแหน่งผู้ชนะเลิศระดับประเทศไปครอบครอง
วันนี้ยายน่านญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่และตะวัน
อาทิตย์ ป้านิล น้าฝน น้าเมฆก็ได้มาชมการแสดงด้วยเช่นกัน
รวมถึงกลุ่มเพื่อนของอาทิตย์ คณะครูและเพื่อนในโรงเรียน
พวกเขาต่างมาร่วมเป็นกำลังใจให้ทะเลที่กำลังยืนอยู่ตรงกลางเวทีฮอลล์ขนาดใหญ่
คณะกรรมการเริ่มทำการสุ่มวงล้อหาคนที่จะต้องขึ้นมาแสดงบนเวทีเป็นคนแรก
ผลออกมาปรากฏว่าทะเลคือผู้โชคดีคนนั้น
เด็กหนุ่มเดินขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เปียโนตรงกลางเวทีขนาดใหญ่ซึ่งมีไฟสปอตไลต์สีขาวส่องลงมาเพียงที่เดียว
เขาเงยหน้ามองผู้คนที่มาชมการแสดงก่อนสายตาหวานกวาดไปรอบ ๆ
และหยุดสายตาไว้ที่กลุ่มของยายน่าน ป้านิลและครอบครัวสกุลเมฆเรืองชัย
เด็กหนุ่มเผยยิ้มออกมาก่อนกวาดสายตามองต่อไป
พบว่าในฮอลล์ใหญ่ ณ
ที่แห่งนี้มีเพื่อนพ้องมากมายซึ่งเดินทางมาไกลจากจังหวัดจันทบุรีเพื่อมาเชียร์ตัวเองที่กรุงเทพมหานคร
เห็นแบบนั้นทะเลจึงเผยยิ้มออกมาอีกครั้งและได้ตัดสินใจเปลี่ยนเพลงที่เคยคิดจะใช้ในการแข่งขันในรอบนี้
ทะเลตัดสินใจที่จะบรรเลงเพลงใหม่ที่เขาพึ่งแต่งขึ้นมาล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้
เป็นบทเพลงที่เล่าถึงความทรงจำตั้งแต่วัยเด็กจวบจนถึงปัจจุบันของเด็กคนหนึ่งที่ชื่อว่าทะเล
เขาคิดว่านี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองที่เคยเก็บซ่อนไว้ออกมาผ่านทางเสียงเปียโนให้ทุกคนได้รับฟัง
เมื่อเด็กหนุ่มเริ่มบรรเลงนิ้วเรียวลงคีย์บอร์ด
สิ่งที่เขาถ่ายทอดออกมาผ่านตัวโน้ตนั้นลึกซึ้งมากเสียจนทำให้ผู้ที่ได้ยินต่างน้ำตาร่วง
มันเหมือนจะอบอุ่นทว่ากลับแฝงความเจ็บปวด
พวกเขาต่างบรรยายความรู้สึกที่ได้รับออกไปไม่ถูก
รู้เพียงแค่ว่ามันไพเราะมากเสียจนทำให้พวกเขาแทบหยุดหายใจและเผลอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาโดยไม่รู้ตัว
ยายน่านและตะวันต่างเข้าใจบทเพลงที่ทะเลพยายามสื่อออกมามากกว่าคนอื่น
ๆ ทั้งสองยิ้มด้วยน้ำตาพร้อมมองคนบนเวทีด้วยความยินดีและเข้าใจ
เมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นไปตามที่ทุกคนคิด
ทะเลได้คว้าอันดับหนึ่งไปครองอย่างขาดลอยเพราะตั้งแต่เขาได้ปล่อยบทเพลงนั้นออกมาเป็นคนแรก
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็รู้สึกท้อตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม
ถึงอย่างนั้นผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนที่เหลือก็ยอมรับความพ่ายแพ้ไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด
ๆ
ทะเลยิ้มทั้งน้ำตาพร้อมเดินไปรับถ้วยรางวัลบนเวที
ดอกไม้มากมายได้ถูกโยนขึ้นไปบนเวทีเพื่อแสดงความยินดีกับผู้ชนะ
ยายน่านนั่งมองอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ทว่าจู่ ๆ
เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มของทะเลที่กำลังโบกมือมา
ทำให้ภาพของคนสองคนในห้วงความทรงจำพลันผุดขึ้นมา
เห็นแบบนั้นสายน้ำตาที่เธอคิดว่าแห้งเหือดไปนานแล้วกลับมีน้ำนองขึ้นมาอีกครั้ง
เธอร้องไห้พร้อมรอยยิ้มมองหลานรักอย่างภาคภูมิใจ
‘ริน กร ทะเลเขาโตขึ้นอีกก้าวแล้วนะ
แม่อยากให้พวกลูกมาเห็นด้วยจริง ๆ’ เธอบอกคนบนฟ้าในใจ
ส่วนตะวันหลังจากทะเลรับรางวัลเสร็จ
เขาก็ได้อุ้มช่อดอกไม้ขนาดใหญ่สีแดงไปเดินไปหน้าเวทีพร้อมรอยยิ้มยินดี
พอทะเลเห็นว่าคนที่กำลังยิ้มมาพร้อมช่อดอกไม้คือตะวันเลยรีบสาวเท้าเข้าไปหา
ก่อนคุกเข่าลงโถมตัวเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายไว้แน่น เผยยิ้มออกมาด้วยความสุข
ตะวันที่กำลังโดนสวมกอดตกใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าทะเลจะมารับช่อดอกไม้แล้วเดินกลับไปที่เดิม
ทว่าไม่เป็นอย่างที่คิด ทะเลในตอนนี้กำลังสวมกอดเขาไว้แน่น
ชั่วครู่มือหนาก็ได้สวมกอดแผ่นหลังเล็กตรงหน้ากลับอย่างอ่อนโยนเช่นกัน
ในระหว่างที่ทั้งสองกอดกันอยู่
ภัทรซึ่งถือช่อดอกไม้อยู่ทางด้านหลังก็รู้สึกถึงความเจ็บแปลบบริเวณหัวใจเหมือนถูกไฟช็อต
ก่อนจะหันหลังแล้วเดินห่างออกไปพร้อมโยนช่อดอกไม้ในมือไปให้คนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ผู้ชมซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร
“ยินดีด้วยนะ” ตะวันพูดแสดงความยินดีพร้อมกอดอีกฝ่ายไว้แน่น
“อื้ม ขอบคุณนะ”
ทั้งสองค้างอยู่แบบนั้นสักระยะ
เสียงซัตเตอร์กล้องดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา
อาทิตย์ที่ยืนอยู่ห่างจากตะวันเล็กน้อยเห็นแบบนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณหัวใจขึ้นมาเหมือนกัน
แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร
เขามองทั้งสองซึ่งกำลังกอดกันด้วยสายตาเศร้าเล็กน้อย
ก่อนตั้งสติแล้วยิ้มออกมาด้วยความยินดีกับทะเลที่ชนะการแข่งขัน จากนั้นจึงค่อยเดินเข้าไปมอบช่อดอกไม้ให้
ตามหลังมาด้วยกลุ่มเพื่อนของอาทิตย์รวมถึงยายน่าน ป้านิล น้าฝน น้าเมฆ
พวกเขาต่างพากันไปมอบช่อดอกไม้ให้ทะเล
ทำให้ตอนนี้ถ้วยรางวัลหรูสีทองรูปเปียโนบนมือของทะเลได้จมหายไปกับช่อดอกไม้เป็นที่เรียบร้อย
หลังจบการแข่งขันอีกไม่นานก็เข้าสู่ช่วงสอบปลายภาค
เด็กนักเรียนทุกคนต่างตั้งใจอ่านหนังสือและตั้งใจสอบอย่างเอาเป็นเอาตายและหลังจากการสอบวันสุดท้ายจบลง
เวลานับถอยหลังของการปัจฉิมนิเทศของตะวันและทะเลก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เหลือเวลาอีกเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น
ในวันศุกร์สุดท้ายก่อนถึงวันจันทร์หน้าซึ่งเป็นวันปัจฉิมนิเทศ
เด็กวัยรุ่นทั้งหกคนได้นัดกันมาเล่นบาสด้วยกันอีกครั้งหลังเลิกเรียน
พวกเขารู้ดีว่านี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เล่นอะไรด้วยกันแบบนี้ในรั้วโรงเรียน
ภัทรในระหว่างนั่งรถกลับได้ผ่านไปเห็นทะเลซึ่งกำลังเล่นบาส
เขารีบบอกให้คนขับหยุดรถเพื่อที่จะมองดูอีกฝ่ายซึ่งกำลังยิ้มและหัวเราะออกมาด้วยความสุข
เห็นแบบนั้นรอยยิ้มของคนตกหลุมรักพลันผุดแต้มขึ้นบนดวงหน้าหล่อของเขาทันที
แต่ไม่นานหลังจากเหลือบไปเห็นว่าทะเลกำลังยิ้มให้กับตะวันและอาทิตย์
รอยยิ้มที่เคยแต่งแต้มบนใบหน้าก่อนหน้านี้ก็ได้จางหายเหลือไปเหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉย
“ออกรถ” เขาได้บอกให้คนขับออกรถด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 17
Comments