บทที่ 4 ตัว Top ประจำโรงเรียนวันต่อมา
ณ บ้านหลังหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากทะเลจันทบุรีมากนัก เป็นบ้านที่คุณปู่ของสองพี่น้องซื้อไว้เมื่อนานมาแล้ว
“อาทิตย์เสร็จรึยัง สายแล้วนะ!?” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนใส่ทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเงยหน้าตะโกนขึ้นไปชั้นบนผ่านทางบันไดที่ใกล้กับห้องครัว
“เสร็จแล้ว ๆ ไปกันเถอะพี่!”
อาทิตย์ตอบพร้อมสะพายกระเป๋าสีดำวิ่งลงมาจากบนบ้านด้วยความเร่งรีบ
“มากินข้าวก่อน พี่ทำอาหารไว้ให้”
“ครับพี่ตะวัน”
“รีบกิน วันนี้สายมากแล้ว เราต้องไปรับทะเลด้วย”
อาทิตย์พึ่งย้ายเข้ามาอยู่กับตะวันเมื่อวันก่อนหลังจากจบงานพิธีปฐมนิเทศ
ทำให้ทั้งสองยังปรับตัวเข้าหากันไม่ได้นัก
หลังกินข้าวเสร็จทั้งสองได้รีบปั่นจักรยานคนละคันมุ่งหน้าไปบ้านทะเลทันที
เพราะตอนนี้ได้เลยเวลาที่นัดกันไว้แล้ว
ณ
บ้านพักของทะเล เป็นบ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ก่อนที่ทั้งสองจะเสียชีวิต
อาทิตย์ปั่นจักรยานเคียงคู่กันมากับตะวัน
พอมองเห็นเด็กหนุ่มซึ่งกำลังยืนรออยู่ตรงหน้าบ้านเลยตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมโบกมือ
“พี่ทะเล!!”
คนถูกเรียกซึ่งกำลังเช็กของในกระเป๋าได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย
พลันเงยหน้าขึ้นหันมองต้นเสียง โบกมือทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม
หลังจากสองพี่น้องปั่นจักรยานมาถึง
ตะวันก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยขอโทษ
“ขอโทษนะที่วันนี้มาสาย”
ทะเลขึ้นไปนั่งบนจักรยานสีขาวของตัวเอง
ก่อนบอกให้ทุกคนออกเดินทาง
“ไม่เป็นไร ๆ นิดเดียวเอง ไปกันเถอะสายแล้ว”
“ได้เลย” ตะวันรับคำ
ทั้งสามปั่นจักรยานมาจอดไว้บนลานจอดรถซึ่งไม่ไกลจากป้ายรถเมล์มากนัก
มีค่าบริการสิบห้าบาท
หลังจากตะวันจอดรถจักรยานเสร็จก็เดินไปทักทายลุงยามวัยราวสี่สิบกำลังนั่งหลับในป้อม
“สวัสดีครับลุงลง ฝากด้วยนะครับ”
“อ้าวตะวัน! มาแล้วเหรอ! ทำไมวันนี้มาสายล่ะ?” ลุงยามสะดุ้งตื่นพร้อมเอ่ยถาม แม้จะงัวเงียแต่ก็รู้ว่าใครมา
“ตื่นสายนิดหน่อยครับลุง"
ชายหนุ่มตอบพลางหัวเราะแก้เขินไปด้วย
“ตื่นสายกับเขาเป็นด้วยเหรอเรา แล้วทะเลไม่ได้มาด้วยเหรอ?” ลุงยามถามพลางมองหาคนที่เรียกชื่อไปเมื่อครู่
“ทางโน้นครับ” ตะวันหันหน้าไปในทิศที่ทะเลกับอาทิตย์ยืนอยู่
ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังล็อกล้อจักรยาน
“อ๋อ อยู่นั่นเอง แล้วนั่นใครกันที่ยืนอยู่กับทะเลน่ะ?”
“นั่นน้องชายผมเองครับ ชื่ออาทิตย์”
“น้องชายที่เคยเล่าให้ลุงฟังใช่ไหม?”
“ใช่ครับลุง”
หลังจากตะวันพูดจบและจ่ายเงินค่าจอดรถจักรยานกับลุงเรียบร้อย
ทะเลกับอาทิตย์ก็เดินมาพอดี
“สวัสดีครับลุงลง” ทะเลยกมือขึ้นไหว้พร้อมกล่าวทักทาย
“สวัสดี ๆ” ลุงลงก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือของเขา
“เอาล่ะ ๆ ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวรถเมล์รอบต่อไปจะมาแล้ว
ช้ากว่านี้จะตกรถเอา”
“ตะวันจ่ายให้หมดแล้ว ของอาทิตย์ด้วย”
ทะเลกำลังจะล้วงกระเป๋านักเรียนเพื่อหยิบกระเป๋าเงินมาจ่ายค่าจอดรถจึงถูกตะวันห้ามเอาไว้
“ตะวันจ่ายให้แล้วเหรอ?” ทะเลถามเพื่อความแน่ใจ
ทว่ามือยังคงล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบเงินอยู่
“ใช่ ตะวันจ่ายให้แล้ว ทะเลหยุดล้วงกระเป๋าเลย
ตะวันไม่ได้จ่ายเพื่อให้ทะเลมาใช้คืน”
ทะเลได้ยินแบบนั้นเลยหยุดล้วงกระเป๋าตามที่อีกฝ่ายบอกแต่โดยดี
“ขอบคุณนะตะวัน” เขายิ้มให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณครับพี่” อาทิตย์ขอบคุณพลางมองทั้งสองคนอยู่ตรงกลาง
“รถจะมาแล้วนะ พวกเธอรีบไปกันได้แล้ว”
ลุงยามพูดพร้อมโบกมือไล่ให้ทั้งสามคนรีบไปเพราะกลัวว่าจะไปเรียนไม่ทัน
“ครับ ฝากด้วยนะครับลุง” ตะวันพูด
“ฝากด้วยนะครับ” ทะเลพูด
ส่วนอาทิตย์ไม่ได้พูดอะไร
เขาเดินตามทั้งสองไปอย่างเงียบ ๆ
เด็กหนุ่มทั้งสามกำลังเดินหน้าตรงไปที่ป้ายรถเมล์อย่างสบายใจ
แต่เมื่อทะเลได้มองไปเห็นรถเมล์สีเหลืองสาย 338 ที่จะต้องขึ้นได้มาจอดตรงป้ายแล้ว
เลยตะโกนขึ้นพร้อมออกตัววิ่งอย่างเต็มกำลัง
“รถเมล์กำลังจะออกแล้ววิ่งเร็ว!!”
ทั้งสามรีบวิ่งอย่างเต็มฝีเท้า
จนในที่สุดก็ขึ้นมาบนรถเมล์ทันแบบหวุดหวิด
“เกือบไม่ทันแล้ว”
ตะวันพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างนึกสนุกที่ได้วิ่ง
“นั่นสิ ถ้าไม่ทันนี่คงต้องรอไปอีกสักพักเลย” ทะเลพูดเสริม
เขาดูเหนื่อยเล็กน้อย
“ทำไมเราต้องมาวิ่งขึ้นรถเมล์เก่า ๆ คันนี้ด้วยก็ไม่รู้”
อาทิตย์บ่น
กระเป๋ารถเมล์ได้ยินแบบนั้นพลันกระแอมเสียงดังออกมาทีหนึ่งพร้อมส่งสายตาดุดันมายังทั้งสาม
ก่อนจะเดินเข้ามาเก็บเงินค่าเดินทาง ทำให้พวกเขานั่งนิ่ง มองตากันปริบ ๆ
ณ โรงเรียน
จันทบุรีพิทยาคาร
ลุงยามที่ประจำอยู่ป้อมหน้าโรงเรียนกำลังจะปิดไม้กั้นลง ทั้งสามคนเห็นแบบนั้นเลยพากันวิ่งหน้าตั้งพร้อมตะโกนบอกลุงให้รอก่อน
“ลุงรอพวกผมก่อน!” ทะเลตะโกน
“เฮ้ย!! ลุงอย่าพึ่ง!!” อาทิตย์ตะโกน
แต่ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปด้านใน
ประตูก็ปิดลงตรงหน้าพอดี
ทั้งสามเลยต้องลงชื่อไว้เพราะมาสายและโดนหักคะแนนความประพฤติ
“เป็นถึงประธานนักเรียนแต่มาสาย ไม่สมกับเป็นประธานเลยนะ”
ลุงยามวัยราวห้าสิบบ่น
ในขณะที่ตะวันกำลังก้มหน้าเขียนชื่อตัวเองในใบรายงานเป็นคนสุดท้าย
อาทิตย์ได้ยินเลยอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นด้วยความโมโหพลางเดินเข้าไปหา
“เฮ้ยนี่ลุง!!”
“ใจเย็น ๆ อาทิตย์ ไป เข้าไปได้แล้ว”
จับน้องชายที่กำลังเดินเข้าไปใกล้ลุงยามหมุนตัวทั้งเอ่ยห้าม
ก่อนจะดันหลังให้เดินเข้าไปด้านในโรงเรียน
“นั่นสิ ๆ เราเข้าไปกันเถอะ”
ทะเลกล่าวเสริมพร้อมเดินเข้าไปจับแขนขวาของอาทิตย์พยายามดึงอีกแรง
ลุงยามมองพวกเขาด้วยสายตาดุดันก่อนจะพูดขึ้น
“หึ! ไอ้เด็กพวกนี้”
ภายในโรงเรียน
“อาทิตย์ไปห้องเรียนถูกใช่ไหม
เดี๋ยวพี่กับทะเลจะต้องไปเรียนแล้ว” ตะวันถาม
“ครับ ผมเคยไปดูมาแล้วตอนวันปฐมนิเทศเมื่อวาน”
“งั้นก็โอเค ตั้งใจเรียนนะ”
ตะวันบอกพร้อมตบบ่าขวาของอีกฝ่ายเบา ๆ
“ตั้งใจเรียนนะอาทิตย์” ทะเลบอกพลางส่งยิ้มหวาน
อาทิตย์รีบหันหลังให้ทั้งสองคนแล้วผุดยิ้ม
ก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มพลางก้าวขาเดินห่างออกไป
“ไม่ต้องห่วงผมหรอก พวกพี่ก็ตั้งใจเรียนล่ะ”
ตะวันและทะเลต่างมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างเอ็นดูเหมือนวันวาน
“เราไปกันเถอะ” ตะวันชวน
“อื้ม” ทะเลรับคำ
ณ
อาคารเรียนสาม ห้องเรียน 401
“ตัวแทนนักเรียนชั้นเรายังไม่มาอีกงั้นเหรอ
จำได้ว่าเขาอยู่ห้องเดียวกับเรานี่นา?” นักเรียนหญิงผมยาวตัดหน้าม้ากล่าวถาม
“เดี๋ยวเขาก็มา” นักเรียนหญิงผมเปียขวาตอบพร้อมจัดแจงหนังสือบนโต๊ะตัวเอง
“นี่ผมเปีย สรุปแล้วเธอชื่ออะไรคุยกันมาตั้งนาน”
เด็กหนุ่มผิวสีแทน ใบหน้าคม คนที่คุยกับเธอในวันปฐมนิเทศถาม
“มายมิ้นท์ จะเรียกว่ามิ้นท์เฉย ๆ ก็ได้”
“ชื่อเหมือนลูกอมเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
หนุ่มผิวสีแทนพูดพร้อมหัวเราะ ทว่ามิ้นท์ก็ไม่ได้สนใจ
ไม่นานเด็กสาวผมหน้าม้าที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปด้านหน้ามิ้นท์
พลันหันมาถามเด็กหนุ่มที่หัวเราะเสียงดังซึ่งนั่งอยู่โต๊ะด้านหลังมิ้นท์
“แล้วนาย ชื่ออะไร?”
“ในเมื่อถามมาแบบนี้ จะบอกให้ก็ได้” เขากอดอก กล่าวสืบ
“ชื่อโกโก้ หรือจะเรียกว่าโก้ก็ได้”
“อุ๊บ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
นักเรียนหญิงคนที่ถามหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
“นี่เธอหัวเราะอะไร?” โก้ถามด้วยความสงสัย
เขาคิดว่าชื่อตัวเองก็ปกติไม่มีอะไรน่าขำ
“ชื่อนายก็ไม่ต่างจากมิ้นท์เท่าไหร่หรอกน่า ก๊ากก
พ่อหนุ่มโกโก้ ฮ่าฮ่าฮ่า” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะหนักกว่าเดิม
“ธะ.เธอ!!” โก้พูดพร้อมกับชี้นิ้วใส่อีกฝ่ายด้วยความเขินขาย
เพราะเสียงขำที่แปลกของผู้หญิงคนนี้ทำให้นักเรียนในห้องหันมาสนใจหัวข้อสนทนาของพวกเขา
แต่จู่ ๆ เสียงประตูพลันดังขึ้น
ปรากฏเป็นเด็กหนุ่มหน้าหล่อ คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน สูงราว 179 เซนติเมตร
เดินสะพายกระเป๋าเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ทุกคนในห้องต่างมองเขาเป็นตาเดียวด้วยความเงียบ
“นี่ อาทิตย์มานั่งนี่สิ มิ้นท์จองที่ไว้ให้แล้ว”
เสียงหวานใสดังขึ้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมเอ่ยชวนอีกฝ่ายไปนั่งโต๊ะริมหน้าต่างข้างเธอ
มิ้นท์รู้ดีว่าอาทิตย์ชอบนั่งริมหน้าต่าง
เธอเลยรีบมาโรงเรียนตั้งแต่เช้าเพื่อจองตำแหน่งที่นั่งที่ดีที่สุดไว้ให้
เด็กหนุ่มพอเห็นว่ามีคนจองที่ให้
เลยเดินตรงไปนั่งโต๊ะนั้นโดยไม่ได้กล่าวอะไร
กลุ่มผู้หญิงในห้องเริ่มซุบซิบคุยหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับเขา
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอมดำซึ่งสอบได้คะแนนอันดับสองได้ยินเลยบ่นในใจ
‘ก็ไม่เห็นเท่าไหร่นี่’
เวลาล่วงเลยไปจนครูที่ปรึกษาเดินเข้ามาทักทายพวกเขาทุกคน
และให้แต่ละคนออกไปแนะนำตัวเองหน้าชั้นเรียน
ช่วงพักกลางวัน
หลังจากครูสาวรายวิชาคณิตศาสตร์เดินออกไปจากห้อง
มิ้นท์ได้ลุกจากโต๊ะเดินเข้าไปหาอาทิตย์ เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม
“อาทิตย์ เราไปกินข้าวกันเถอะ”
“ไปสิ” เขาตอบตกลง
ในตอนนั้นเด็กหนุ่มผิวสีแทน
ใบหน้าคม สูงราว 178 เซนติเมตร ก็ได้เดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่
“เฮ้ย!! ขอไปด้วยได้ไหม?”
อาทิตย์ที่กำลังจะลุกขึ้นได้เหลือบมองต้นเสียงก่อนตอบรับ
“ไปสิ”
“งั้นฉันขอไปด้วยได้มั้ย?” นักเรียนหญิงตัดผมหน้าม้าถาม
ทั้งสามคนมองหน้าอาทิตย์แต่เขากลับนิ่งเงียบ
มิ้นท์จึงตอบแทน
“มาสินัจ มาด้วยกัน”
อาทิตย์ได้ลุกขึ้นเดินนำหน้าออกมา
ตามติดด้วย มิ้นท์ โก้ นัจ
ณ
โรงอาหารใหญ่
ทั้งสี่คนเดินมาทานข้าวด้วยท่าทีปกติของพวกเขา
แต่ในสายตาคนนอกที่มองมาให้ความรู้สึกราวกับสี่คนนี้เป็นดั่งเทพธิดา เทพบุตร
พวกเขามีใบหน้าและรูปร่างสรีระที่สมบูรณ์แบบ
ถือได้ว่าเป็นตัวท็อปของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก็ว่าได้
หลังจากซื้อข้าวเสร็จเรียบร้อยระหว่างเดินหาที่นั่ง
อาทิตย์พยายามมองหาพี่ชายทั้งสองของเขาอยู่ตลอดแต่ไม่เห็นแม้แต่วี่แวว
สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่พวกเขาตอนกินข้าว
แต่ทั้งสี่คนก็ทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ พอกินข้าวไปได้ไม่นาน
ดวงตาคมเหลือบไปเห็นพี่ชายทั้งสองกำลังยืนซื้อน้ำอยู่เลยอาสาไปซื้อน้ำให้เพื่อน ๆ
“มีใครจะเอาน้ำอะไรไหม? จะไปซื้อน้ำ”
“มิ้นท์ขอน้ำเปล่า”
“เอาน้ำเปล่า”
“นัจขอน้ำเปล่าเหมือนกัน”
เมื่อมิ้นท์ โก้ และนัจสั่งน้ำเสร็จ
อาทิตย์ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปร้านน้ำทันที
หน้าร้านเครื่องดื่ม
‘เจ้โซดา’
“จ้า ๆ พวกเธอสองนี่มันจริง ๆ เลยนะ หวานกันได้ตลอด”
เจ้โซดาพูด
หลังจากเจ้โซดาพูดจบ
เสียงของอาทิตย์ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“พี่ทะเล พี่ตะวัน ซื้ออะไรกันอยู่เหรอ?”
เสียงนี้ทำให้ทะเลสะดุ้งเล็กน้อย
เขาหันหลังไปหาต้นเสียง
“พี่พึ่งกินข้าวเสร็จ เลยแวะมาซื้อน้ำ” ทะเลตอบ
“พี่ก็เหมือนกัน” ตะวันตอบ
“อ่อ แล้วพวกพี่สั่งอะไรกันเหรอ?”
“พี่สั่งน้ำแอปเปิลเขียว ส่วนตะวันสั่งโกโก้ปั่น”
พวกเขายกแก้วบนมือให้อาทิตย์ดู ทะเลพูดต่อ
“แล้วอาทิตย์ล่ะจะกินน้ำอะไร เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอาไหม?”
“โอ๊ยย!! พวกเธอจะสั่งอะไรก็สั่ง ข้างหลังรออยู่เห็นไหมนั่น!
จะมาจู๋จี๋อะไรกันตอนนี้!” เจ้โซดาบ่นแซวขำ ๆ
อาทิตย์อยู่ดี
ๆ ก็เหมือนจะทำตัวไม่ค่อยถูก รีบหันไปสั่งน้ำทันที
“ลุงครับ เอาน้ำแอปเปิลเขียวหนึ่งแก้วกับน้ำเปล่าสามขวดครับ”
“กรี๊ดดดด!!! จะมาลุงอะไรจ๊ะ เห็นชื่อร้านไหม อ่านซิ
เจ้!-โซ!-ดา!”
ทะเลมองหน้าอาทิตย์พร้อมหัวเราะเล็กน้อย
เด็กหนุ่มเห็นแบบนั้นยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ส่วนตะวันเองก็กำลังอมยิ้มอยู่ข้าง
ๆ ทะเล
“คะ..ครับเจ้”
“โอเค เดี๋ยวเจ้จะรีบทำให้ รอแป๊บ”
หลังจากซื้อน้ำเสร็จ
“เดี๋ยวพี่กับทะเลต้องไปทำงานต่อ”
ตะวันบอกน้องชายที่กำลังถือของเต็มมือ
“ครับ งั้นไว้เจอกันหลังเลิกเรียน”
“วันนี้พวกพี่อาจกลับเย็นหน่อย อาทิตย์กลับไปก่อนเลย
กลับเองได้ใช่ไหม?” ตะวันถาม
“นั่นสิ อาทิตย์จำที่บอกไปเมื่อตอนเช้าได้หรือเปล่า
ว่าจะกลับบ้านต้องต่อรถเมล์สายไหนบ้าง?” ทะเลถามพร้อมแสดงสีหน้าเป็นห่วง
อาทิตย์เห็นใบหน้าแสดงออกของอีกฝ่ายพลันรู้สึกหงุดหงิด
เพราะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กไม่รู้จักโตสักทีในสายตาพวกพี่ ดังนั้นเลยตอบตกลงไป
แม้ว่าใจจริงจะอยากกลับพร้อมกันมากแค่ไหนก็ตาม
“ผมกลับเองได้ พวกพี่ไม่ต้องห่วง”
เขาตอบพลางหันหลังแล้วเดินไปยังโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่งอยู่
เมื่อมิ้นท์เห็นว่าในมือของอาทิตย์ถือน้ำแอปเปิลเขียว
เธอเลยถามออกมาด้วยความสงสัย
“น้ำแอปเปิลเขียว? อาทิตย์ไม่ชอบน้ำผลไม้ไม่ใช่เหรอ?”
อาทิตย์ไม่ได้ตอบ
เขายกแก้วน้ำแอปเปิลเขียวขึ้นมาดื่มทันทีด้วยความโมโห
ซึ่งแสดงออกชัดผ่านคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
ทั้งสามคนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
จึงมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าตอนไปซื้อน้ำเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ดี ๆ
ถึงโมโหมาแบบนี้
หลังเลิกเรียน
จากโรงเรียนที่เคยครึกครื้นด้วยเสียงของเหล่านักเรียนนับพัน
เวลานี้กลับเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าหลากสถานที่ในโรงเรียนแห่งนี้กลับยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นของความสุขและเสียงหัวเราะของกลุ่มนักเรียนที่อยู่ซ้อมกีฬาและกิจกรรมต่าง
ๆ คนเหล่านี้ต่างตั้งใจซ้อมเพื่อความฝันของตัวเอง
ณ
ห้องดนตรีหลังอาคารพละ เวลา 16.58 น.
“เมื่อวานทะเลทำได้ดีแล้ว ทำไมไม่พักสักหน่อยล่ะ?” ตะวันพูดพร้อมมองคนตัวเล็กซึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเปียโนสีดำขนาดใหญ่
“ทะเลต้องพยายามมากกว่านี้ เมื่อวานที่ฟังจากวิดีโอ
ทะเลเล่นผิดไปหลายโน้ตเลย แถมร้องเพี้ยนด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า”
“อย่าหักโหมนักสิ นิดเดียวเองไม่มีใครสังเกตหรอก”
ตะวันพูดด้วยความเป็นห่วง
“เดือนหน้าทะเลมีแข่ง ตะวันจะกลับไปดูอาทิตย์ก่อนไหม
เขาพึ่งย้ายมาอาจยังปรับตัวไม่ได้”
“ไม่เป็นไร ตะวันจะอยู่เป็นเพื่อนทะเลนี่แหละ อาทิตย์ก็อายุสิบหกแล้ว
คงดูแลตัวเองได้แล้วล่ะ ทะเลไม่ต้องห่วง”
"อื้ม
ขอบคุณนะ"ทะเลขอบคุณอีกฝ่ายที่มองมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปซ้อมเปียโนต่อ
เวลาผ่านไปเด็กหนุ่มตัวสูงที่เอาแต่จ้องมองคนตัวเล็กก็ได้ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
จนเวลาล่วงเลยไปนานพอสมควร
หลังจากลืมตาตื่น
เขาจึงได้ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือซ้ายของตัวเอง
“หกโมงกว่าแล้วเหรอ?”
ในตอนนั้นทะเลได้เล่นเพลงจบพอดี เขาค่อย ๆ
ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาตะวัน ยืนห่างเพียงเล็กน้อย
ก่อนจะเอื้อมบางไปเก็บผมที่ชี้ขึ้นเป็นก้นเป็ดของอีกฝ่ายให้เข้าที่
“ตื่นแล้วเหรอ งั้นเรากลับกันเลยไหม?” เขาถาม
แต่ในจังหวะนั้น ‘ตะวัน’ ซึ่งกำลังนั่งงัวเงียอยู่บนเก้าอี้
พลันซุกศีรษะเข้าไว้ตรงท้องของเขาเบา ๆ แล้วแช่ค้างไว้อย่างนั้น
“ทะเลน่ะ เก่งมากแล้ว ตะวันเชื่อเสมอว่าทะเลต้องทำได้”
คนโดนชมเผยยิ้มพลางลูบหัวตะวันเบา
ๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอบคุณนะ”
บนรถเมล์ ทะเลได้นอนซบไหล่ตะวันไปจนถึงป้ายที่ต้องลง
และต่อรถเมล์อีกหนึ่งสายเพื่อเดินทางกลับ
ตะวันแวะไปส่งทะเลก่อนแล้วค่อยกลับบ้านตัวเองเหมือนเช่นเคยทำ
เป็นแบบนี้ตลอดสองปีตั้งแต่ย้ายมาโรงเรียนใหม่
ณ
บ้านพักของสองพี่น้อง เวลา 19.40 น.
“กลับมาแล้ว” ตะวันพูดพร้อมถอดรองเท้าวางไว้ในลิ้นชัก
“กลับมาแล้วเหรอ พี่ไปไหนมา กลับมาเกือบสองทุ่ม?” อาทิตย์ขมวดคิ้วถามขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะกินข้าว
“พี่อยู่เป็นเพื่อนทะเลซ้อมเปียโน
แล้วเผลอหลับเลยกลับช้านิดหน่อย”
“นี่พี่ไปซ้อมเปียโนกับพี่ทะเลมาเหรอ!?” อาทิตย์ถามด้วยความตื่นเต้น
ทว่าก็ยังคงพยายามวางมาดนิ่งไว้อยู่ ทำเหมือนถามไปงั้น
แต่ในใจกลับอยากรู้มากว่าการซ้อมของทะเลเป็นอย่างไรบ้างและอยากไปเห็นด้วยตาของตัวเอง
“ใช่ พี่ไปนั่งเป็นเพื่อนทะเลเฉย ๆ”
“อ๋อ โอเค ผมทำอาหารไว้ให้พี่ พี่อย่าลืมกินด้วยนะ
ผมไปนอนก่อน” อาทิตย์พูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นบันไดไป
“จะนอนแล้วเหรอ?” ตะวันถามด้วยความสงสัยเพราะปกติน้องชายเป็นคนที่นอนดึกมาก
“ใช่วันนี้ผมเหนื่อย”
ตะวันเผยยิ้ม
ก่อนเดินไปเปิดดูอาหารที่น้องชายสุดที่รักของเขาทำไว้ให้
“ไข่ต้ม?” ตะวันเรียกชื่อเมนูอาหารตรงหน้าก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย
แล้วพูดติดตลก
“แบบนี้จะมีแฟนกับเขาเมื่อไหร่เนี่ย
ฮ่าฮ่าฮ่า”
ตะวันส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจบ่นเอ็นดูน้องชายก่อนนั่งลงกินไข่ต้มที่อาทิตย์ทำไว้ให้อย่างมีความสุข
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 17
Comments