บทที่ 3 หนุ่มหล่อประจำโรงเรียน
วันเวลาตลอดการพักผ่อนเกือบเป็นไปได้ด้วยดี ผิดเสียแต่ว่าอาทิตย์ได้เผลอพูดบางสิ่งที่ไม่สมควรพูดออกไปในวันสำคัญ
ทำให้ด้วยความรู้สึกผิดที่ค้างคาหลังจากกลับมาบ้าน
เมื่อเห็นหน้าทะเลทีไรเขาก็มักจะหลบหลีกอยู่เสมอ นาน ๆ
ครั้งที่ทั้งสองจะได้คุยกันสักหน
ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นความรู้สึกชอบที่อาทิตย์มีให้ทะเลกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จนวันนี้ ทั้งสามคนได้มีโอกาสเรียนที่เดียวกันในจังหวัดจันทบุรี
วันเปิดภาคเรียน
ปีการศึกษา 2558 ณ หอประชุมใหญ่โรงเรียนจันทบุรีพิทยาคาร
นักเรียนใหม่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่างรวมตัวกันอยู่ในหอประชุมใหญ่
เสียงครูท่านหนึ่งประกาศขึ้นผ่านไมโครโฟน
“ต่อไปจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ของตัวแทนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นายทิวากร เมฆเรืองชัย ซึ่งสอบเข้ามาด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง”
เมื่อเด็กหนุ่มปรากฏตัวบนเวที
เสียงซุบซิบของเหล่านักเรียนซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ด้านหน้าพลันดังขึ้น
“โห! หน้าตาดีมาก เขาเป็นดารารึเปล่า?”
“ได้ยินมาว่าคะแนนของอันดับหนึ่งปีนี้
กระโดดห่างจากอันดับสองเยอะกว่าปีก่อน ๆ ”
‘นามสกุลเมฆเรืองชัย ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้น ๆ’
นักเรียนหญิงผมยาวมัดรวบตึงไว้ด้านหลังแล้วติดกิ๊บรูปแตงโมคิดในใจ
“หมอนี้ฮอตเป็นบ้า แบบนี้คงต้องสนิทกับเขาให้ได้”
เด็กหนุ่มผิวสีแทน ดวงหน้าคมพูดเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบมากมาย
“เขาเป็นเพื่อนฉันเองแหละ แต่เขามีคนที่ชอบแล้วนะ
นายเลิกหวังเถอะ” นักเรียนหญิงหน้าตาดี เปียผมมาด้านขวาเอ่ยขึ้น
เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
เขาหันขวับมองเด็กสาวทันที
“เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว! นี่เธอคิดอะไรของเธอเนี่ย!
ผมแค่อยากเป็นเพื่อนกับเขาแค่นั้นเอง!”
ไม่นานเสียงทุ้มเข้มของเด็กหนุ่มบนเวทีก็ดังขึ้น
ทำให้คนที่กำลังส่งเสียงซุบซิบเงียบลงพร้อมจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว
“ผม นายทิวากร เมฆเรืองชัย ชื่อเล่นของผมคืออาทิตย์
วันนี้ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของเพื่อน ๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ....”
หลังกล่าวจบ
เสียงตบมือของเหล่านักเรียนและคณะครูก็ดังขึ้นเพื่อแสดงความยินดี
ก่อนจะตามด้วยเสียงประกาศของครูสาว
“ต่อไปจะเป็นการกล่าวต้อนรับของประธานนักเรียนคนใหม่
นายจิรายุ เมฆเรืองชัย”
ทันทีที่เจ้าของนามเดินขึ้นไปบนเวที
ผู้คนในที่นั้นต่างนิ่งเงียบพร้อมจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา
ชายหนุ่มเดินตรงไปยังแท่นกล่าวสุนทรพจน์
จากที่รอบข้างเงียบสงัด เมื่อเขาหันมองมาด้านหน้า
เสียงซุบซิบของเหล่านักเรียนใหม่จึงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
“นี่มันบ้าไปแล้วเขาคือใครกัน เป็นดาราจริง ๆ ใช่ไหม
หล่อเป็นบ้าเลย”
“พี่เขาดูดีจัง”
‘ฉันนึกออกแล้ว
นามสกุลเมฆเรืองชัยเป็นนามสกุลเดียวกันกับประธานนักเรียนที่พี่เคยพูดให้ฟังตอนนั้นนี้เอง
เมื่อกี้ทำไมฉันนึกไม่ออกกันนะ’
นักเรียนหญิงกิ๊บแตงโมคนก่อนหน้านี้คิดในใจอีกครั้ง
“นามสกุลประธานนักเรียน
เหมือนกับอาทิตย์ตัวแทนนักเรียนชั้นเราเลย เธอรู้จักเขาไหม?” เด็กหนุ่มผิวสีแทน
เอ่ยถามนักเรียนหญิงเปียผมไว้ด้านขวาที่เคยพูดกับตัวเองก่อนหน้านี้
“เขาเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของอาทิตย์”
เธอตอบเสียงนิ่งพร้อมมองไปบนเวที
“โห เจ๋งชะมัด!”
เมื่อเสียงพูดคุยไม่มีท่าทีจะหยุด
ประธานนักเรียนก็เริ่มเอ่ยขึ้นผ่านไมโครโฟนตรงหน้า
“สวัสดีครับน้อง ๆ พี่ชื่อตะวันนะครับ”
ด้วยเสียงทุ้มและนุ่มนวลสะกดใจคนของเขา ทำให้ผู้คนที่ไม่แม้แต่สนใจในพิธี เอาก้มหน้าเล่นโทรศัพท์จำต้องวางทุกสิ่งบนมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนเวที
หลังกล่าวสุนทรพจน์จบ
ทุกคนต่างตบมือแล้วเริ่มคุยซุบซิบกันอีกครั้ง
“พี่เขาชื่อตะวันงั้นเหรอ?”
“พี่ตะวันหล่อมาก เขามีแฟนรึยังนะ?”
“พรุ่งนี้ฉันจะทำขนมไปให้พี่เขา”
“การย้ายมาเรียนโรงเรียนนี้ ฉันคิดไม่ผิดจริง ๆ”
เด็กนักเรียนหญิงผมสั้นประบ่าใส่แว่นหนาเตอะพร้อมถือกล้องถ่ายรูปสีดำราคาแพงพูด
‘ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้กันนะ น่าเบื่อเป็นบ้า’
เด็กหนุ่มตัวสูง ผมสีน้ำตาลอมดำ
ซึ่งเป็นคนที่สอบเข้าได้ด้วยคะแนนอันดับสองเอ่ยในใจ พลางจ้องมองไปบนเวที
“ต่อไปจะเป็นการแสดงดนตรีต้อนรับนักเรียนทุกคนจากตัวแทนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6” ครูสาวประกาศ
‘แสดงดนตรี? ก็คงจะน่าเบื่อเหมือนเดิม’
เด็กหนุ่มคิดในใจ
ไม่นานม่านสีแดงที่กั้นไว้อีกชั้นทางด้านหลังเวทีพลันเปิดขึ้นอย่างช้า
ๆ ก่อนจะปรากฏเด็กหนุ่มในชุดสูทสีดำ สูงราว 172เซนติเมตร
ดวงหน้าหวานละมุนของเขาดึงดูดให้ผู้คนต้องจับจ้องไม่ว่าจะหญิงหรือชาย
แม้แต่คณะครูก็เช่นกัน เด็กหนุ่มคนนี้ดูดีมาก
หลังจากนิ้วเรียวเริ่มบรรเลงโน้ตเพลงใหม่ซึ่งแต่งขึ้นมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ
ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างเผยยิ้มออกมา
เสียงหวานนุ่มขับร้องเนื้อเพลงชวนให้เคลิบเคลิ้มและรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
“น่าสนใจดีแฮะ” เด็กหนุ่มคนเดิมพูด
พลางยิ้มอ่อนมองคนบนเวทีอย่างไม่ลดละ
‘นั่นคงเป็นพี่ทะเลที่อาทิตย์พูดให้ฟังบ่อย ๆ’
นักเรียนหญิงเปียผมด้านขวาคิดในใจ
ตัดมาที่เด็กหนุ่มสองพี่น้องซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินข้างเวที
อาทิตย์เผยยิ้มออกมาพร้อมจ้องมองคนบนเวทีด้วยความชื่นชม
“พี่ทะเลเขาเก่งมาก พี่ว่าไหมพี่ตะวัน?”
คนถูกถามหันหน้ามองต้นเสียง
ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มของพี่ชาย
“ใช่ ทะเลเก่งมาก” พูดจบ
เขาจึงหันกลับไปมองเด็กหนุ่มบนเวทีอย่างหลงใหล เผยยิ้มอ่อนพลางกล่าวในใจ
‘ทะเลต้องทำได้อยู่แล้ว สู้เขานะ’
หลังจากเล่นไปได้สักพัก
หัวใจของคนบนเวทีพลันเต้นเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ
มือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกลัว
ถึงแม้ร่างกายจะเกิดอาการเช่นนี้
แต่เขากลับยังคงสามารถประคองการเล่นไว้ได้ดี
ภาพความทรงจำของพ่อแม่ที่นอนจมกองเลือดเริ่มผุดแทรกขึ้นมาเป็นระยะ
ๆ ทว่าเมื่อเขามองไปหาตะวันซึ่งกำลังมองมาด้วยรอยยิ้มคุ้นเคย
ทำให้มือทั้งสองข้างที่เริ่มสั่นเครือ หัวใจที่เคยเต้นแรงสงบลง
เสียงดนตรีเล่นไปเรื่อย ๆ พร้อมเสียงขับร้องเสนาะหู
ทุกคนในหอประชุมต่างนิ่งเงียบตั้งใจฟังจนเพลงบรรเลงจบลง
เสียงตบมือของเหล่านักเรียนรวมถึงคณะครูทุกคนดังก้องกังวาน
สนั่นครึกโครมทั่วหอประชุม
ทะเลมองผู้ชมหน้าเวทีด้วยรอยยิ้ม กล่าวในใจอย่างตื้นตัน
‘ทำได้แล้ว เราทำได้แล้ว ตะวัน ทะเลทำได้แล้ว’
ในประโยคสุดท้ายเขาได้หันไปมองหน้าของคนที่เอ่ยถึง ทว่าสิ่งเห็นคือ
ตะวันที่พยายามทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นและโค้งตัว และอาทิตย์ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
ก็ทำแบบเดียวกัน ในตอนแรกทะเลก็ไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังทำอะไร แต่พอตั้งสติดี ๆ
แล้วตั้งใจอ่านปากของทั้งสองก็เข้าใจทันที
เด็กหนุ่มชุดสูทรีบลุกพรวดจากเก้าอี้เปียโน
ก่อนโค้งตัวแล้วกล่าวขอบคุณทุกคน
ตะวันที่มองมาเห็นแบบนั้นเลยหัวเราะออกมาเล็กน้อย
ก่อนเผยยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมปรบมือแสดงความยินดี
ส่วนน้องชายของเขาก็ยิ้มพร้อมปรบมือแสดงความชื่นชมคนบนเวทีไม่ต่างกัน
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 17
Comments