เมื่อถึงวันที่กำหนดของสำนักเทพกระบี่ที่จะเปิดรับศิษย์ ที่จัดขึ้นภายในเมืองหลวงของแคว้นฉี ทำให้ภายในเมืองตอนนี้หนาแน่นไปด้วยผู้คนและร้านค้าร้านขายเป็นจำนวนมากด้วยเพราะผู้คนจากแคว้นต่างๆต่างพากันเดินทางมาเพื่อทดสอบเข้าเป็นศิษย์ของสำนักเทพกระบี่
ส่วนทั้งสองพี่น้องตั้งแต่วันที่ได้ประลองกระบี่กับผมในวันนั้นทั้งซ่งเทียนและลี่อิง ต่างก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อผมไปในทันทีทั้งยังขอร้องให้ผมสอนเพลงกระบี่ชุดนั้นให้อีกด้วย
และวันนี้เป็นวันคัดเลือกลูกศิษย์เข้าสำนักของสำนักเทพกระบี่ทั้งซ่งเทียนและลี่อิง ก็ชวนผมไปดูการทดสอบด้วยและทั้งสองคนก็ยังมีหน้าที่ในการอยู่ต้อนรับศิษย์น้องคนที่ผ่านการทดสอบของสำนักเพื่อพากลับไปยังสำนักเทพกระบี่อีกด้วย ผมเองก็ได้ตอบตกลงทั้งสองคนไปว่าจะไปดูการทดสอบ
ตอนนี้ผมก็ได้มาเดินอยู่ภายในงานเรียบร้อยส่วนสองพี่น้องตระกูลหลิงนั้นก็ได้แยกตัวออกไปทำธุระเกี่ยวกับสำนักของตนในงานวันประลองรับลูกศิษย์วันนี้
ผมได้เดินดูสิ่งของต่างๆภายในงานไปเรื่อยๆจนกระทั่งผมเดินไปเห็นร้านๆนึงเป็นร้านเครื่องประดับผมจึงเดินเข้าไปดู
ในขณะที่ผมกำลังจับสินค้าชิ้นหนึ่งขึ้นมาดูก็มีเสียงหวีดแหลมเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นด้านหลังว่า
" วางมันลงซะข้าจะซื้อสิ่งนี้ "
เมื่อผมหันหลังกลับไปดูก็พบกับสตรีนางหนึ่งแต่งตัวเหมือนผู้สูงศักดิ์ข้างๆมีบ่าวรับใช้แล้วก็ทหารคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่งคงจะมาจากตระกูลที่มีอำนาจพอสมควร และสตรีนางนั้นก็ยืนมองผมด้วยสายตาที่เหยียดหยาม?
ผมที่หันหน้ากลับไปดูก็ถึงกับ เอ๊ะ! แล้วไอ้สายตาที่เหยียดหยามนั้นมันคืออะไรกัน ทำอย่างกะว่าผมเคยไปเผาบ้านเขานั่นแหละ ผมคิดในใจ พร้อมกับมองกลับไปด้วยสีหน้าที่บอกว่า มึงเป็นใครอ่ะ?
" เจ้ากล้าดียังไงถึงได้มามองหน้าข้าด้วยสีหน้าแบบนี้
เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร "
อยู่ๆนางก็พูดขึ้นด้วยความโกรธ
" เอาแล้วไงสโลแกนอวดอ้างบารมีมาอีกแล้ว " ผมคิดในใจ
" ยังจะมายืนบื้ออยู่อีกรีบไสหัวไปได้แล้วเจ้าขยะ ไป๊ ไปให้พ้น คุณหนูของข้าจะซื้อของ "
สาวใช้ที่มาด้วยกันพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างสะใจ
นางและคุณหนูของนางออกมาเดินตลาดแต่พอมาถึงก็เจอกับคนคนนี้ ขนาดมีหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่ก็ยังดูงดงามจนทำให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่อยู่ภายในตลาดนี้หันมองกันเป็นตาเดียวไม่สนใจคุณหนูของนาง
ทำให้คุณหนูของนางไม่พอใจเป็นอย่างมากคุณหนูของนางเลยได้เข้ามาเพื่อหาเรื่องกลั่นแกล้ง
ด้วยที่ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงและไม่อยากมีเรื่องจึงได้เดินออกไปหาร้านอื่น จนผมเดินมาเจอกับร้านขายของเก่าร้านนึงเป็นร้านเล็กๆที่มีของเก่าวางเรียงรายอยู่เช่นเดียวกันกับร้านอื่นแต่มีน้อยกว่าร้านอื่นมาก ทั้งของในร้านก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ
แต่ในที่สุดสายตาของผมก็ได้ไปสบเข้ากับกำไรข้อมืออันนึงซึ่งถึงมันจะเก่าแต่ก็ดูสวยมากผมจึงเอื้อมมือไปหยิบแต่จังหวะที่จะหยิบมันขึ้นมานั้นก็มีเสียงหวีดแหลมเสียงเดิมดังขึ้นข้างหลังอีกว่า
" เจ้าจงวางชิ้นนั้นลงซะเจ้าขยะ ชิ้นนั้นข้าก็จะซื้อ "
เมื่อผมหันกลับไปมองข้างหลังก็เห็นกับแม่นางเจ้าเก่าเจ้าเดิมคนที่มาหาเรื่องผมเมื่อร้านก่อนหน้า
" เจ้าต้องการอะไรกันแน่ เหตุใดถึงได้ก่อกวนข้าไม่เลิก "
ผมถามออกไปอย่างหงุดหงิด ผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะมา กวนทรีน กันแบบนี้ผมก็ไม่ยอมเหมือนกันนะบอกเลย
" นี่เจ้ากล้าพูดกับข้าแบบนี้หรอ เจ้ารู้ไหมว่าข้าคือใคร
ข้าคือคุณหนูแห่งตระกูลมู่ มู่ชิงชิง ตระกูลอันดับ 1 ของแคว้นฉี อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ เจ้ากล้ามาพูดกับข้าแบบนี้เจ้าไม่กลัวตายหรือยังไง"
" จะตระกูลไหนก็ช่างไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน " ผมพูดออกไปอย่างเย็นชา
" กรี๊ดด เจ้ากล้าว่าข้างั้นรึ เจ้าขยะ ข้าจะฆ่าเจ้า พวกเจ้าจัดการมันให้ข้า "
" ขอรับคุณหนู " เหล่าทหารคุ้มกันรับคำ
" หึ อาศัยแค่พวกเจ้าน่ะหรอจะทำอะไรข้าได้ ถ้ายังไม่อยากตายไสหัวออกไปซะ "
ผมพูดออกไปเสียงเย็นแล้วก็เรียกกระบี่ออกมาจากมิติทันทีเหล่าทหารพวกนั้นที่เห็นผมเรียกกระบี่ออกมาตอนแรกก็ตกใจแต่พอมองดูดีๆก็รู้ว่ามันเป็นเพียงกระบี่ธรรมดา
" ฮ่าๆๆ เจ้าขยะนี่คิดจะใช้กระบี่ธรรมดาจัดการกับพวกเราช่างน่าขำนัก " หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น
" ใช่ เป็นขยะแต่กล้ามาหาเรื่องคุณหนูชิงชิง ยังไม่เจียมตัวจริงๆ แถมหน้าตาหรือก็อัปลักษณ์จนต้องใส่หน้ากาก "
ชายในกลุ่มนั้นอีกคนพูดขึ้นสนับสนุน
" พวกเจ้าจะคุยกันอีกนานไหมรีบจัดการมัน หักแขนมันมาให้ข้าข้าจะดูซิว่าตอนนั้นมันจะยังปากดีเหมือนตอนนี้ไหม "
มู่ชิงชิงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง
" ขอรับคุณหนู "
ทหารผู้ติดตามทั้งหมดต่างเกิดขึ้นพร้อมกันก่อนจะกระโดดพุ่งตรงเข้าไปหาไป๋ชิงทันที
" ถือว่าข้าเตือนพวกเจ้าแล้วนะ "
ผมพูดขึ้นก่อนจะชักกระบี่ออกแล้วใช้ออกด้วยวิชากระบี่ของสำนักง้อไบ๊ทันที
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 68
Comments