ทางฝั่งวังหลวงในห้องทรงอักษร
" เสด็จพี่เรียกข้ากลับเข้าวังมีเรื่องอันใดหรือพะยะค่ะ "
เมื่อมาถึงฉีหมิงก็ได้เอ่ยถามฮ่องเต้ขึ้นมาในทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ต้องห่างจากร่างบาง
" ถ้าข้าไม่เรียกเจ้าเข้ามาเจ้าก็จะไม่มาหาข้าเลยงั้นรึน้องรอง"
ฮ่องเต้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีท่าทีน้อยใจ
" ท่านไม่ต้องเเสร้งทำเป็นน้อยใจข้า ท่าทางแบบนี้มันไม่เข้ากันกับท่านเลยสักนิด "
ฉีหมิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอา
" เอาล่ะข้าไม่แกล้งแล้ว ข้าแค่อยากจะถามเรื่องเกี่ยวกับเซียนในป่าเทวะทมิฬ " ฮ่องเต้กล่าวขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
" แล้วเหตุใดท่านจึงมาถามข้า " ฉีหมิงถามออกไป
" เพราะข้าบังเอิญรู้มาว่ามีใครบางคนที่ได้ไปบังเอิญเจอกับบุรุษร่างบางสวมหน้ากากที่ออกมาจากป่าเทวะทมิฬ และยังได้พาเข้าไปในสำนักดาราทมิฬอีกด้วยอีกทั้งยังให้เข้าพักในเรือนพักส่วนตัว ข้าจึงสงสัยว่าคนๆนั้นอาจจะเป็นท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬก็ได้ "
ฮ่องเต้พูดขึ้นทางชำเลืองสายตาไปมองน้องชายร่วมมารดาของตนเองด้วยสายตาที่แฝงความเจ้าเล่ห์
" ในเมื่อท่านรู้เรื่องอยู่แล้วเหตุใดถึงมาถามข้า " ฉีหมิงตอบออกไปเสียงเรียบ
" คนผู้นั้นเป็นใครรึใช่ว่าที่น้องสะใภ้ข้าหรือเปล่า "
ฮ่องเต้ถามน้องชายร่วมมารดาด้วยอาการหยอกล้อ
" ข้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามท่าน ที่ท่านเรียกข้าเข้าวังเพื่อที่จะพูดกับข้าเพียงเท่านี้น่ะหรือ " ฉีหมิงถามขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย
" ยังมีอีกเรื่องเรื่องลูกไม้ที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬ สามารถกินได้ด้วยงั้นรึ " ฮ่องเต้
" กินได้ " ท่านอ๋อง
" เจ้ารู้ได้ยังไง " ฮ่องเต้
"ชิงเอ๋อบอก " ท่านอ๋อง
" ใครคือชิงเอ๋อ " ฮ่องเต้
" ไม่ใช่เรื่องของท่าน " ท่านอ๋อง
" แล้วมีอะไรที่มันกินได้บ้าง " ฮ่องเต้
" ข้าไม่รู้ " ท่านอ๋อง
" เจ้าไม่รู้แล้วใครรู้ " ฮ่องเต้
" ชิงเอ๋อรู้ " ท่านอ๋อง
" แล้วสรุปใครคือชิงเอ๋อ " ฮ่องเต้
"..........……....." ท่านอ๋อง
การถามคำตอบคำของทั้งสองพี่น้องที่สนทนากันทำให้องครักษ์เงาที่อยู่รอบๆบริเวณนั้นต่างพากันกุมขมับด้วยความปวดหัว พวกท่านคุยอะไรของพวกท่านกัน ทุกคนต่างคิดในใจ
" เฮ้ยย ข้าคุยกับเจ้าแล้วน่าปวดหัวจริงๆ " ฮ่องเต้พูดขึ้นยังหมดอารมณ์
" ทำอย่างกับข้าไม่ปวดหัวเวลาคุยกับท่าน " ฉีหมิงพูดขึ้นเช่นกัน
" แล้วสรุปชิงเอ๋อของเจ้าคือใครใช่คนนี้เจ้าพาเข้าสำนักด้วยหรือเปล่า " ฮ่องเต้ยังคงถามต่อ
" ท่านจะอยากรู้ไปทำไม " ฉีหมิงถามขึ้นเสียงเรียบ
" ก็ถ้าเขาสามารถรู้ได้ว่าลูกวัชพืชชนิดใดที่กินได้และไม่มีพิษข้าก็อยากพบเขาสักครั้งหรือข้าจะเรียกเขาเข้าพบดี "
" ข้าไม่ให้พบ " ฉีหมิงพูดปฏิเสธขึ้นเสียงเย็นทันทีพร้อมกับจ้องไปที่ฮ่องเต้ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม จนฮ่องเต้ถึงกับสะดุ้ง
" นี้เจ้า ข้าเป็นพี่ชายเจ้านะอย่าจ้องข้าแบบนี้สิ " ฮ่องเต้พูดขึ้นพร้อมทำท่าทีหวาดเสียว
" เรื่องของลูกวัชพืชพวกนั้นข้าจะเป็นคนจัดการเอง สิ่งที่ท่านต้องจัดการก็คือเรื่องของพรรคมารที่กำลังจัดตั้งกองกำลังเพื่อเข้าบุกยึดทั้ง 5 แคว้น "
" พรรคมารงั้นหรือ" ฮ่องเต้พูดขึ้นอย่างตกใจ
" ใช่ และยังได้มีคนจากตระกูลใหญ่บางตระกูลในแต่ละแคว้นเข้าร่วมกับพรรคมาร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นตระกูลใดบ้าง แต่ที่ทราบแน่ชัดแล้วแต่ยังไม่มีหลักฐานก็คือตระกูลเฟย " ฉีหมิง เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"แล้วท่านคงได้ยินข่าวเรื่องการถ้าล้างตระกูลของตระกูลสุ่ยแห่งแคว้นอี้แล้วใช่หรือไม่ นั่นคือฝีมือของพวกพรรคมาร" ฉีหมิงพูดอีก
" ตระกูลเฟยงั้นหรือ เรื่องนี้เดี๋ยวข้าจะตรวจสอบด้วยตัวเองว่าแต่เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพรรคมารกำลังจะตั้งกำลังพลและการฆ่าล้างตระกูลสุ่ยเป็นฝีมือของพรรคมาร " ฮ่องเต้เอ่ยถามขึ้น
ฉีหมิง จึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เขาได้เจอกับแม่นางสุ่ยหนิงเซียนและลูกให้ฮ่องเต้ฟัง
" ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่สามารถรักษาพิษมารได้ แสดงว่าคนผู้นั้นคือท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬจริงๆสินะ "
ฮ่องเต้พูดขึ้นด้วยความตะลึงหลังจากได้ฟังเรื่องนั้นจบ
" ชิงเอ๋อของข้าเก่งอยู่แล้ว" ฉีหมิงพึมพำออกมาเบาๆพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก อย่างลืมตัว เขามักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเมื่อได้พูดหรือคิดถึงร่างบาง
แต่มีหรือเสียงพึมพำนั้นห้องเต้จะไม่ได้ยิน
" อะไรนะ ชิงเออร์ของเจ้า คนผู้นั้นคงจะเป็นน้องสะใภ้ข้าจริงๆแล้วสินะข้าจะมีน้องสะใภ้กับเขาแล้วสินะ555"
ฮ่องเต้พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับหัวเราะออกมาจนฉีหมิงพูดขึ้นอย่างรำคาญว่า
"ในเมื่อหมดธุระของข้าแล้วงั้นข้าขอตัวไม่มีเหตุจำเป็นไม่ต้องเรียกข้า "
พูดจบก็ทะยานออกไปทันทีเลยไม่ได้อยู่ฟังคำพูดพร่ำเพ้อของฮ่องเต้สักนิด
"พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ พวกเจ้าเห็นหรือไม่ น้องของข้ากำลังมีความรักเเล้วว5555 ข้าก็กำลังจะมีน้องสะใภ้แล้วเช่นกัน "
ฉู่ไท่หลงพูดขึ้นกับองครักษ์เงาที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะวิ่งไปที่ตำหนักฮองเฮาพร้อมร้องตะโกนว่า " น้องหญิงพวกเรากำลังจะมีน้องสะใภ้แล้ว
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 68
Comments