" ใช่ตระกูลสุ่ย 1ใน5ตระกูลใหญ่ของแคว้นอี้ ที่โดนฆ่าล้างตระกูลนั้นเมื่อ3เดือนที่แล้วใช่หรือไม่ "
ฉีหมิงเอ่ยถาม
" ใช่เจ้าค่ะ " สุ่ยหนิงเซียนตอบกลับเสียงเศร้า
" เหตุใดถึงเกิดการฆ่าล้างตระกูลได้ " ฉีหมิงถามขึ้น
" นั่นเป็นเพราะท่านพ่อของข้าที่เป็นผู้นำตระกูลได้ไปรู้ความลับเรื่องหนึ่งเข้าโดยบังเอิญและพยามที่จะติดต่อไปยังทั้ง4สำนักใหญ่ แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก่อน เพราะคนพวกนั้นรู้ทัน จึงได้ชิงลงมือก่อนที่ท่านพ่อจะได้ติดต่อไปยัง4สำนักใหญ่" สุ่ยหนิงเซียนตอบ
" ความลับเรื่องอะไรทำไมถึงได้ร้ายแรงขณะที่ถึงขั้นต้องฆ่าล้างตระกูลกันเลย " ผมถามออกไป
" ความลับเรื่องของพรรคมารที่กำลังจัดตั้งกองกำลังและมีคนจากตระกูลใหญ่ใน5แคว้นนี้เข้าร่วมด้วย พวกมันต้องการที่จะยึดครองทั้ง5แคว้นนี้เข้าไว้ด้วยกันเจ้าค่ะ"
" หนึ่งในนั้นมีคนของตระกูลเฟยแห่งแคว้นฉู่รวมอยู่ด้วยเพียงเเต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน และคนที่ตามไล่ล่าพวกข้าและทำร้ายข้าจนได้รับบาดเจ็บก็คือคนของตระกูลเฟยเจ้าค่ะ "
" ที่ตอนนี้พวกข้าทั้งสามคนแม่ลูกยังปลอดภัยอยู่ น่าจะเป็นเพราะว่าพวกมันคงคิดว่าข้ากับลูกคงได้ตายไปแล้วเพราะโดนพิษที่พวกมันใช้ทำร้ายข้ากับลูกๆซึ่งเป็นพิษมารไม่มียาถอน " สุ่ยหนิงเซียนตอบออกมาด้วยความคับแค้น
" เรื่องนี้ช้าไม่ได้ต้องรีบแจ้งทั้ง4สำนักใหญ่ให้เร่งสืบหาต้นตอให้เร็วที่สุดไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่ลำพังคำพูดไม่อาจลากตัวพวกมันออกมาได้ " ฉีหมิงพูดขึ้นด้วยความเคร่งเครียด
ผมที่ได้มองไปที่เด็กน้อยทั้งสองก็ให้คิดสงสารจึงพูดออกไปว่า
" ฉีหมิง ท่านเองก็เป็นถึงประมุขพรรคดาราทมิฬ ที่เป็นถึง1ใน4สำนักใหญ่ เด็กสองคนนี้ล้วนแล้วแต่มีธาตุที่หายากท่านก็พาเขากลับเข้าสำนักด้วยเถอะ "
คำพูดของไป๋ชิงนั้นสร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
" ชิงเอ๋อ เรื่องนี้เจ้าก็รู้ด้วยรึ " ฉีหมิงพูดอย่างรู้สึกผิด
"ใช่ข้ารู้ แต่ข้าไม่โกรธท่านหรอก ที่ท่านไม่ได้บอกข้า ท่านไม่ต้องวิตกไป " ผมพูดออกไป
ทางด้านของสุ่ยหนิงเซียน ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้ตกใจเช่นกันจึงได้ร้องถามออกไปว่า
"ท่านเป็นประมุข สำนักดาราทมิฬงั้นรึเจ้าค่ะ"
"ใช่" ฉีหมิงตอบออกไป
" ว่าอย่างใดพวกเจ้าทั้งสองคนอยากเข้าสำนักดาราทมิฬหรือไม่ " ผมหันกลับไปถามเด็กน้อยทั้งสอง
" อยากขอรับท่านเซียน " เด็กน้อยทั้งสองพูดพร้อมกันด้วยความดีใจ
" ไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านเซียนข้าไม่ใช่เซียนอะไรหรอก ข้ามีนามว่า ไป๋ชิง " ผมตอบกับเด็กน้อยทั้งสองไป
" ขอรับท่านไป๋ชิง " เด็กทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน
" ส่วนท่านละว่าอย่างไร" ผมหันไปถามฉีหมิง
"ย่อมได้ " ฉีหมิงตอบร่างบาง
" ดี งั้นท่านก็ให้ท่านน้าและเด็กไปอยู่ที่สำนักก่อนซักพัก หรือ ท่านน้าว่าเช่นใด "
ผมหันไปถามความเห็นของมารดาของเด็กน้อยทั้งสอง
" ข้านั้นเดิมทีตั้งใจจะไปสำนักธาราเหมันต์ เพราะมีท่านพี่ใหญ่และท่านปู่ของ ข้าอยู่ที่นั่นเพียงแต่ข้ามาโดนพิษก่อนจึงไม่สามารถเดินทางต่อได้ เจ้าค่ะ " สุ่ยหนิงเซียนเอ่ยตอบ
" งั้นท่านก็จะเดินทางไปที่สำนักธาราเหมันต์สินะ " ผมพูดถามออกไป
" เจ้าค่ะท่านเซียน " สุ่ยหนิงเซียนตอบ
" ข้าบอกแล้ว่าข้าไม่ใช่เซียน" ผมพูดขัดอย่างงอนๆ ไม่ยอมฟังกันบ้างเลย
" ท่านประมุขเจ้าค่ะ " นางหันไปเอ่ยถามฉีหมิง
"เรียกข้าว่า ฉีหมิงเถอะ " ร่างสูงพูด
" เจ้าค่ะ ท่านประมุขฉีข้าขอฝากหลงเอ๋อกับเทียนเอ๋อด้วยนะเจ้าค่ะ "
" ท่านแม่! " ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
" ท่านไม่ไปกับพวกเรารึขอรับ " หนิงหลงเอ่ยขึ้น
" หลงเอ๋อ เทียนเอ๋อ ฟังแม่นะลูก นี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของสำนักใหญ่ พวกเจ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้ดี ส่วนแม่จะไปหาท่านลุงและท่านปู่ของเจ้า ที่สำนักธาราเหมันต์ พร้อมกับจะได้แจ้งข่าวด้วย หนทางอันตรายแม่ไม่อาจพาพวกเจ้าไปด้วยได้พวกเจ้าเข้าใจแม่หรือไม่ "
" พวกข้าเข้าใจขอรับ ฮือๆ " ทั้งรับคำพร้อมกับร้องให้ออกมาก่อนที่ทั้งสามจะสวมกอดกันเเน่น
" ท่านจะเดินทางตอนไหนรึ " ผมถามออกไป
"ข้าว่าจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ข้ามีทักษะพลังธาตุทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว น่าจะถึงในเวลาไม่นาน"
" งั้นข้าจะช่วยท่านอีกแรง "ผมว่าแล้วก็เรียกใช้วิญญาณยุทธทันที
" 9 สมบัติเปิดออกพร้อมเครื่องแก้ว 9 ชั้น 9สี หอแก้ว9สมบัติ 1 เรียกเร็ว 2 เรียกเพิ่มพูน "
พูดจบก็เกิดแสง9สีล้อมรอบตัวแม่นางสุ่ยหนิงเซียนไว้ก่อนที่นางจะได้ออกตัวทะยานออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น100เท่า
" เร็วมาก! " ทุกคนตะลึงด้วยความตกใจ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 68
Comments