" เจ้าเด็กขยะ !เจ้าขอทาน! เจ้ากล้าดียังไงมายืนขวางหน้าร้านข้า ไสหัวออกไปเลย ออกไป๊ "
เป็นเสียงของหญิงร่างอ้วนวัยกลางคนที่มีไฝอยู่บนใบหน้าซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของร้านขายบะหมี่กำลังชี้มือชี้ไม้พร้อมตวาดไล่เด็กน้อย 2 คนที่มีสภาพเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ้น รูปร่างผอมโซเหมือนไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน ด้วยคำหยาบคาย
" พวกข้าสองคนไม่ได้มายืนขวางหน้าร้านท่านแต่พวกเรามาขอค่าจ้างที่ท่านจ้างให้พวกข้าขนของไปทิ้ง ต่างหากขอรับท่านยังไม่ได้จ่ายเงินให้พวกข้าเลย " เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
" ค่าจ้างอะไรข้าไม่รู้เรื่อง กะอีแค่เอาของไปทิ้งมันจะมาเรียกร้องเอาค่าจ้างจากข้า ไปไป๊ ใส่หัวไปให้พ้น " เจ้าของร้านบะหมี่พูดเสียงดังลั่น
" แต่ท่านจ้างพวกข้า สองคนแล้วก็ควรจ่ายค่าจ้างให้พวกข้าพวกข้าขอร้องล่ะขอรับพวกข้าต้องการเงินไปซื้อยามารักษาท่านแม่ของพวกข้า "
เด็กชายทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงอ้วนคนนั้น
" นั่นมันเรื่องของพวกเจ้าแม่พวกเจ้าไม่ใช่แม่ข้า ไปให้พ้นร้านข้าประเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะให้คนมาทุบตีพวกเจ้าแล้วลากพวกเจ้าออกไป " เจ้าของร้านบะหมี่พูดขึ้นด้วยสีหน้าเหยียดหยามและดูถูก
ผมที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นานรู้สึกทนไม่ได้จึงได้เดินเข้าไปหาเด็กทั้งสองคนนั้นแล้วพูดขึ้น ด้วยอารมณ์ ว่า
" ในเมื่อเขาไล่เจ้าขนาดนี้แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงยังต้องคุกเข่าให้กับหญิงอ้วนปากวิปลาสคนนี้ด้วย "
" เจ้าว่าใครเป็นหญิงอ้วนปากวิปลาส " สาวร่างท้วมเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
" ข้าก็ว่าเจ้าไงจะไปว่าใครล่ะ " ผมพูดกลับด้วยความโมโห
" หนอยเจ้ากล้าว่าข้าหรอ วาจาอวดดีนัก เด็กๆจัดการมันหักแขนมันให้ข้า "
ก่อนที่จะมีกลุ่มคนเดินเข้ามาจัดการตามที่หญิงอ้วนคนนั้นร้องบอก ก็ได้มีบุรุษคนหนึ่งเดินมาขวางหน้าผม 3 คนไว้นั่นก็คือ ฉีหมิง นั้นเอง เขาเดินเขามาพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันระดับเซียนออกไป จนทำให้คนที่กำลังเดินเข้ามานั้นทรุดลงทันที
" พวกเจ้ากล้าหรอ" ฉีหมิงพูดขึ้นเสียงเย็น
" ไม่กล้าไม่กล้าไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะข้ากลัวแล้วปล่อยข้าไปเถอะท่านเซียน " หญิงร่างอ้วนกรีดร้องด้วยความตกใจ
" พาพวกข้าไปหาแม่ของเจ้า" ผมพูดกับเด็กทั้งสองคน
" ขะขอรับ " เด็กชายคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกักก่อนที่จะเดินนำพวกเราสองคนไปยังที่พักทันที
เมื่อไปถึงทางเข้าที่พักจึงได้ร้องตะโกนเข้าไปด้านในว่า
" ท่านแม่ขอรับพวกเราสองคนกลับมาแล้วขอรับ "
" หลงเอ๋อ เทียนเอ๋อ พวกเจ้ากลับมาแล้วใช่หรือไม่ "
น้ำเสียงแหบแห้งพูดดังออกมาจากด้านใน
" ใช่ขอรับท่านแม่พวกข้ากลับมาแล้วแถมยังพาท่านเซียนมารักษาท่านแม่ด้วยขอรับ"
" ท่านเซียนที่ใดกัน " ผู้เป็นมารดากล่าวกับบุตรชายทั้งสองก่อนที่จะหันไปเจอบุรุษ 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังลูกชายของตนจึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยความตกใจว่า
" ขออภัยด้วยเจ้าค่ะนายท่านทั้งสองไม่ทราบว่าบุตรของข้าไปสร้างความลำบากใจอันใดให้นายท่านทั้งสองหรือเจ้าคะ"
นางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นกลัวกลัวว่าบุตรชายของนางจะไปทำอันใดให้ท่านทั้งสองคนนี้ขุ่นเคืองใจจนต้องตามกลับมาถึงบ้าน
" ไม่มีอันใดขอรับท่านน้าอย่าได้วิตกกังวลเกินไปเลยขอรับพวกข้าแค่มาดูอาการท่านเท่านั้น " ผมตอบออกไป
" ท่านเป็นหมอหรือเจ้าคะ " นางถามขึ้นอีก
" ข้าไม่ได้เป็นหมอแต่ข้าเป็นเซียน " ผมพูดขึ้นอย่างนึกสนุกจนร่างสูงที่อยู่ข้างๆผมได้เอ่ยเตือนเสียงเข้มว่า
" ชิงเอ๋ออย่าซน "
" หึ ข้าไม่เล่นก็ได้ เเบร่ "
ผมหันไปแลบลิ้นใส่คนหน้าเข้ม ก่อนที่จะหันมาดูอาการของทั้งสามแม่ลูกตรงหน้า ก่อนใช้ทักษะตรวจสอบทันที
" เหตุร่างกายของพวกท่านถึงได้มีแต่พิษกัน " ผมถามขึ้นหลังจากใช้พลังตรวจสอบแล้ว
" และดูเหมือนท่านเองก็เป็นผู้ฝึกตนเช่นกันใช่หรือไม่ท่านน้า " ผมถามออกไปอีก
" ท่านรู้ได้ไง " นางถามขึ้นด้วยความตกใจและมองพวกผมสองคนอย่างระเเวดระวังพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงบุตรชายทั้งสองเข้าไปกอดไว้แน่น
" ท่านไม่ต้องกลัวพวกข้าไม่ทำร้ายท่านหรอก และข้าจะช่วยรักษาให้ท่านด้วย " ผมพูดขึ้น
" ท่านสามารถช่วยพวกเราได้จริงๆรึเจ้าค่ะ " นางถามขึ้นอย่างมีความหวังและคลายความระแวงลงไปบ้าง
" เจ้าสามารถรักษาพวกเขาได้รึ ชิงเอ๋อ " ฉีหมิงเอ่ยถามร่างบาง
" ได้สิ " พูดจบผมก็เรียกใช่ทักษะวิญญาณยุทธ ทันที
" 9 สมบัติกระจายแก้ว หอแก้ว9สมบัติ 1 เรียกรักษา 2 เรียกฟื้นฟู 3เรียกเพิ่มพูน "
เมื่อผมพูดจบก็เกิดเป็นแสง9สีปรากฎออกมาในรูปหอแก้ว9สมบัตลอยอยู่ เหนือหัวของทั้งสามคน ก่อนที่จะทำการรักษา ทำให้ร่างกายของทั้งสามคน ขับเมือกพิษสีดำออกมาจากร่างกาย จากนั้นก็ได้รักษาร่างกายของทั้งสามจนหายสนิทและยังได้เพิ่มระดับการฝึกฝนให้กับทั้งสามอีกด้วย จนเวลาผ่านไป1ชั่วยาม จึงแล้วเสร็จ
การรักษาของผมทำให้ ร่างกายของทั้งสามคนกลับมาแข็งแรงตามปรกติและยังเพิ่มระดับการฝึกฝนให้ทั้งสามคนเพิ่มขึ้นถึงคนละ5ระดับ นั้นทำให้ระดับพลังของมารดาของเด็กทั้งสองนั้น ซึ่งแต่เดิมมีระดับการฝึกฝนที่ระดับจักพรรดิขั้น9 เพิ่มขึ้นจนถึงระดับเทวะขั้น4เป็นที่เรียบร้อย และยังทำให้พลังธาตุของนางพัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นกัน ส่วนเด็กชายทั้งสองนอกจากระดับพลังเพิ่มขึ้น พลังธาตุก็ถูกปลุกขึ้นมาเช่นเดียวกัน พลังธาตุที่ทั้งคู่ได้คือ พลังธาตุหยิน และพลังธาตุหยาง ซึ่งเป็นพลังธาตหายาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้ทั้งสามคนเป็นอย่างมากร่วมไปถึง ฉีหมิง ที่ยื่นอยู่ข้างก็เช่นกัน
" ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือเจ้าค่ะ พวกเจ้าคุกเข่าคำนับท่านเซียน " มารดาของเด็กทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกับคุกเข่าคำนับ
" ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือขอรับ" เด็กชายทั้งสองคุกเข่าลงเเละพูดขึ้นพร้อมกัน
การกะทำของทั้งสามคนทำเอาไป๋ชิงถึงกับทำตัวไม่ถูก จึงได้รีบพูดขึ้นว่า
" ท่านน้า ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ข้าแค่ช่วยเพราะว่าข้าสามารถช่วยท่านได้ ไม่ถือเป็นพระคุณอันใด ท่านน้าลุกขึ้นเถอะ "
ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าเหร๋อหราทำตัวไม่ถูก ทำให้ตอนนี้หน้าของไป๋ชิงเหมือนกระต่ายที่กำลังตกใจเป็นอย่างมาก
" ไม่ได้เจ้าค่ะ หากท่านไม่รับการคำนับจากพวกข้าพวกข้าก็จะไม่เลิกคุกเข่า " มารดาของเด็กชายทั้งสองพูดขึ้น
เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนจะไม่ยอมลุกขึ้นผมจึงพูดไปว่า
" ข้ารับการคำนับจากพวกท่านแล้ว โปรดลุกขึ้นเถอะท่านน้า "
" เจ้าค่ะ / ขอรับ " ทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะลุกขึ้น
" ข้าขอถามชื่อท่านกับลูกท่านได้หรือไม่ " ผมถามขึ้นมา
" ข้าชื่อ สุ่ยหนิงเซียนเจ้าค่ะ เป็นลูกสาวคนรองของตระกูลสุ่ย ส่วนบุตรชายทั้งสองของข้า ชื่อ หนิงหลง แล้วก็ หนิงเทียน เจ้าค่ะ พวกเราสามคนแม่ลูกไม่ใช่คนแคว้นฉู่เจ้าค่ะ เพียงแต่หลบหนีมา " สุ่ยหนิงเซียนตอบ
ฝากติชมกันด้วยนะค้าบบ ^-^
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 68
Comments