ด้วยว่ามันยังไม่เย็นมากนักผมอยากสำรวจเส้นทางโดยรอบที่เป็นทางกลับของผม เพราะเมื่อเช้านี้ผมเหาะมาจึงยังไม่ได้สำรวจอะไร จึงตัดสินใจเดินกลับ
ในระหว่างทางที่เดินกลับ ผมได้เจอกับพืชผักผลไม้ต่างๆที่อยู่ตามรายทางเป็นจำนวนมาก มีแต่อันที่สามารถกินได้ทั้งนั้นแต่ไม่มีคนเก็บไปกิน มันน่าเสียดายมาก ในความคิดของผมคนที่มาจากยุคที่แม้แต่ผักก็ยังแพง
ผมจึงเดินไปเก็บไป แล้วก็กินไป เพราะอาหารที่พึ่งกินมาย่อยไปหมดแล้ว แต่ยังดีที่มีผลไม้ต่างๆข้างทางที่สามารถกินได้ มีทั้ง แอปเปิ้ล ส้ม เงาะ เต็มไปหมด ยังกะมาสวนผลไม้ จนผมเดินไปสักพักก็เจอเข้ากับอะไรบ้างอย่างจนผมอุทานออกมาด้วยความดีใจ
" นั้นมัน สตอเบอรี่หนิ อร้ายยของชอบ "
ผมกรี๊ดออกมาอย่างดีใจโดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเจ้าตัวนั้นตกอยู่ในสายตาของบุรุษสามคนที่กำลังแอบดูอยู่
นานแล้วซึ่งสามคนนั้นก็คือ ท่านอ๋องฉู่ ฉู่ฉีหมิง เป็นน้องชายของฮ่องเต้ของแคว้นฉู่ ฉู่ไท่หลง แล้วยังเป็นถึงเจ้าสำนักดาราทมิฬ 1ใน4สำนักใหญ่ และ เเม่ทัพบูรพาหานหลี่ และรองแม่ทัพบูรพาหานจิ้ง
" งดงามนัก "
ท่านอ๋องเอ่ยพึมพำขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อได้เจอกับร่างบาง ทั้งสีชุดที่สวมใส่ หน้ากากที่สวม รูปร่าง และน้ำเสียง ช่างเหมือนกันยิ่งนัก เหมือนกับคนที่ในฝันของเขา คนที่เขาฝันถึง และเป็นคนที่เขาเฝ้ารอ และตามหามาตลอด จนตอนนี้เขาอายุ30แล้วยังไม่ได้แต่งชายาเข้าจวนเพราะเขากำลังตามหาคนในฝันของเขาอยู่
"งามมากขนาดยังไม่ได้ถอดหน้ากาก หากถอดหน้ากากคงจะงามมากเป็นแน่" ท่านรองเเม่ทัพเอ่ยขึ้น
ก่อนที่จะสะดุ้งเมื้อได้สัมผัสถึงพลังงานบางอย่างที่อยู่ใกล้ๆตนเมื่อหันไปก็เจอกับท่านอ๋องที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมา
"ทะ ท่านอ๋องเป็นอะไรไปรึพะย่ะค่ะ"
ท่านรองแม่ทัพเอ่ยถามเสียงสั่น
"ไม่มีอะไร" ท่านอ๋องตอบเสียงเย็น
ท่านแม่ทัพที่สังเกตเหตุการณ์อยู่ก็ถึงกับหลุดขำขึ้นมา เห็นที่ภูเขาน้ำเเข็งจะได้ละลายลงก็คราวนี้แล้ว
ทั้งสามคนที่พึ่งกลับจากสำนักดาราทมิฬ แล้วผ่านมาเจอร่างบางพอดี และเห็นร่างบางกำลังเก็บลูกวัชพืชกินอยู่ ตอนแรกก็ตกใจ แต่พอเห็นร่างบางไม่เป็นอะไรจึงได้ แอบดู ก็เห็นร่างบาง จับนั้นจับนี้กินเข้าไปในปากไม่หยุด โดยไม่กลัวว่าจะโดนพิษของพวกมันเลยซักนิด ริมฝีปากน้อยๆขยับขึ้นลงเคี้ยวสิ่งที่อยู่ในปากที่ยัดเขาไปคำโต พร้อมกับหลับตาพริ้มราวกับว่าสิ่งที่กินเข้าไปนั้นมันอร่อยเป็นอย่างมาก ทั้งที่มันเป็นแค่วัชพืช แล้วไหนจะอาการตกตะลึงจนต้องร้องอุทานออกมาเมื่อได้เห็นกับลูกหญ้าสีแดงนั้นอีก ทั้งยังวิ่งเข้าไปเก็บขึ้นมาอย่างกับของล้ำค่า ก่อนจะกินมันเข้าไป ทุกคนเเทบอยากจะตะโกนให้ร่างบางวางสิ่งนั้นลง เพราะกลัวมันจะมีพิษ
ทางด้านท่านอ๋อง ที่เห็นร่างบางที่กำลังกัดกินลูกหญ้าสีแดงอยู่นั้นก็ได้กระโดดเข้าไปจับปากร่างบางแล้วใช้มือล้วงเอาลูกหญ้าสีแดงนั้น ออกมาจากปากร่างบาง แล้วโยนทิ้งทันที จนร่างบางนั้นตกใจกับการกระทำของท่านอ๋องจนได้สำลักน้ำของสตอเบอรี่ที่แตกออกเพราะแรงบีบของท่านอ๋อง
" อื้ออ อั่ก อั่ก นี้ เจ้าเป็นใครกัน แล้วทำอะไรของเจ้าเนี้ย"
ผมถามออกไปอย่างตกใจปนโมโหที่อยู่ๆก็มีคนกระโดดมาดึงเอาของกินคนอื่นที่กำลังกิน แล้วเอาไปโยนทิ้ง
" เจ้าน่ะสิทำอะไร ทำไมถึงได้กินอะไรมั่วซั่ว ไม่กลัวว่ามันจะมีพิษรึ "
ท่านอ๋องพูดขึ้นเสียงดังอย่างลืมตัวแต่เมื่อนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้รู้จักกับร่างบางตรงหน้าก็จึงได้ผ่อนเสียงลง
" ข้ากินอะไรมันก็เรื่องของข้า อีกอย่างใครบอกว่าสิ่งนี้มีพิษ นี้มันคือผลไม้กินได้ ไม่มีพิษ "ผมพูดออกไปอย่างหงุดหงิด
" ไม่มีพิษงั้นรึ เจ้ารู้ได้ยัง " ท่านอ๋องเอ่ยถาม
" ก็ใช่นะสิ ถ้ามีพิษข้าจะยืนพูดกับเจ้าตรงนี้ไหม "
ผมพูดออกไปอีก
ท่านอ๋องได้ยินเช่นนั้นจึงเดินไปเด็ดลูกหญ้าสีแดงนั้นเเล้วเอาเข้าปากทันที
" ท่านอ๋อง ! " ท่านแม่ทัพทั้งสองต่างตะโกนขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจเมื่อเห็นท่านอ๋องเอาลูกหญ้าสีแดงเข้าปาก
เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของสตอเบอรี่แล้วทำให้ท่านอ๋องถึงกับต้องตกใจกับรสชาติของมัน
" หวานมาก อร่อย! " ท่านอ๋องอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
" ก็ใช่น่ะสิมันอร่อย แล้วพวกนี้ก็ด้วยมันกินได้ นี้ก็กินได้โน้นก็กินได้ นั้นก็กินได้ "
ผมพูดออกมาพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือ ไปรอบๆ โดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกที่เรียกถึงตำแหน่งของผู้ที่อยู่ตรงหน้า
ท่านอ๋อง เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงได้หยิบสิ่งที่ร่างบางชี้ขึ้นมากินทันที
" อร่อย ! " ท่านอ๋องพูดออกมาทันทีเมื่อกินเสร็จ
" ข้าบอกแล้วว่ามันอร่อยทีนี้เชื่อกันรึยัง หึ " ผมพูดขึ้นอย่างงอนๆ
ท่านอ๋องเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงถามขึ้นมาว่า
" คนงาม แล้วเจ้าเข้ามาทำอะไรในป่าเทวะทมิฬในเวลาเช่นนี้ เจ้าไม่รู้รึว่ามันอันตรายแค่ไหน เพราะข้าดูแล้วเจ้าไม่มีพลังธาตุหนิ เจ้าไม่กลัวรึ"
" ข้าก็จะกลับบ้านข้าน่ะสิ " ถึงที่จริงคือมิติก็เถอะนะ
ผมพูดออกไป แต่ประโยคหลังคิดในใจ
" กลับบ้าน บ้านเจ้าอยู่ในป่ารึ " ท่านอ๋องถามออกไป
" ไม่ใช่เรื่องของเจ้า " ผมตอบออกไปยังอารมณ์เสียก่อนที่จะใช้วิญญาณยุทธ ทักษะที่1เรียกกระบี่ออกมา
" ทักษะที่3 กระบี่เร็วดุจปีกกระบี่บิน" ก่อนที่จะกระโดดขึ้นกระบี่แล้วเหาะหายไปในทันที
" ระเร็วมาก!" ทั้งสามคนอุทานขึ้นพร้อมอย่างตกใจเพราะความเร็วของร่างบาง
เมื่อกลับมาถึงที่พัก(ในมิติ)ผมก็วิ่งเข้าห้องนอนทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน
ทางด้านท่านอ๋องที่กลับไปถึงจวนแล้วก็ได้มีคนเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวต่างๆภายในเมือง
" หืม มีข่าวลือเช่นนี้ด้วยรึ " ท่านอ๋องเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อได้ยินลูกน้องรายงานข่าวสารระหว่างที่เขาไม่ได้อยู่ในเมือง
" ใช่ขอรับท่านประมุข ตอนนี้คุณชายสามตระกูลจางสามารถปลุกพลังธาตุได้แล้ว แถมยังเป็นธาตุเหมันต์ พลังธาตุหายาก และมีใบหน้าที่งดงามจริงดังข่าวลือ เพราะมีท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬช่วยเหลือไว้ ขอรับ "
ผู้รายงานข่าวตอบ
" เซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬงั้นรึ หรือว่า! "ทั้งสามคนตะโกนขึ้นพร้อมกัน
“ ข้าว่าต้องเป็นคนที่เราเจอในป่าเป็นแน่ ขอรับท่านอ๋อง”แม่ทัพบูรพาหาน พูดขึ้น
" อย่าพึ่งด่วนสรุปไป เอาละ เรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วค่อยไปตรวจสอบอีกที "
ท่านอ๋องเอ่ยขึ้น พลางคิดถึงร่างบางคนที่พบเจอในป่าที่กำลังกินลูกวัชพืชต่างไปอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับรู้อยู่แล้วว่ามันกินได้ และคิดถึงรสชาติที่เขาได้กินลูกวัชพืชเหล่านั้นแล้ว หากลูกวัชพืชพวกนั้นกินได้จริงคงจะเเก้ปัญหาความอดอยากของประชาชนในแคว้นได้เป็นอย่างมาก
" หรือว่าเจ้าจะเป็นคนเดียวกันกับท่านเซียนท่านนั้นกัน คนงาม "
ท่านอ๋องพึมพำออกมาพร้อมยกยิ้มมุมปาก ภาพนั้นสร้างความตกใจให้กับลูกน้องคนอื่นเป็นอย่างมาก แต่ยกเว้นท่านแม่ทัพและท่านรองเเม่ทัพที่ไม่ได้แสดงอาการใดออกมาเพราะรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
อีกฝั่งหนึ่งในป่าเทวะทมิฬ
ในขณะที่มีข่าวลือเรื่องท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬกำลังถูก โจทจันไปทั่วแคว้นฉู่นั้น เจ้าตัวต้นเรื่องกลับนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจในมิติของตนเอง อย่างมีความสุข โดยไม่ได้รับรู้สิ่งใดเลย
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 68
Comments
Nino
ถูกใจในทุกช่วงเวลา
2024-02-28
0