หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวันก่อนจะได้จัดแจงอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่จะออกจากมิติ เพื่อเดินทางออกจากป่าเข้าไปในเมือง ไม่ลืมที่จะสวมหน้ากากก่อนที่จะออกเดินทาง
" อยากรู้จังว่าตลาดในโลกนี้มันจะเหมือนในหนังจีนโบราณกำลังภายในที่เราเคยดูหรือเปล่านะ "
ว่าแล้วก็เหาะออกไปทันที มาถึงชายป่าเขาจึงได้ลงเดินเองเพราะถ้าจะให้เหาะไปก็กลัวว่าจะสร้างความแตกตื่น
เมื่อผมเดินมาถึงประตูเมือง ก็เห็นชื่อของเมืองมีชื่อเดียวกันกับชื่อของแคว้นคือเมืองฉู่ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นฉู่ เขาจ่ายค่าเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วจึงเดินเข้าไปทันที
ข้างในเมืองนั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คนร้านค้าร้านขายต่างๆมีทั้งของกินเครื่องประดับและเสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆมากมายซึ่งบรรยากาศเหมือนในหนังหรือซีรีย์กำลังภายในไม่มีผิด
" แต่มันเหมือนมีอะไรขาดไปซักอย่างนะ "
ผมคิดในใจ
ณ โรงน้ำชาจินหลิง
ณ มุมหนึ่งภายในร้าน มีร่างบางร่างหนึ่งกำลังนั่งกินสิ่งที่อยู่ในมือทั้งสองข้างอย่างเอร็ดอร่อย ร่างบางร่างนั้นแต่งกายด้วยชุดสีเขียวอ่อน รูปร่างเรียวบาง มีหน้ากากปิดบังใบหน้ามือทั้งสองข้างมีของกินถืออยู่เต็มมือทั้งสองข้าง มือข้างหนึ่งถือน่องไก่ ส่วนอีกข้างมีถังหูลู่ กำลังนั่งหลับตาพริ้มเคี้ยวเคียวอาหารอยู่เต็มปาก เหมือนกับกระต่ายน้อยกำลังเคี้ยวอาหารอยู่ก็ไม่ปาน
" อื้มมม อย่อยย งั่มๆๆๆ "
เสียงสดใสพูดพึมพำของร่างบางเมื่อได้กินของอร่อยถูกปาก โดยไม่ได้สังเกตุรอบข้างของตนเองว่ามีใครมองอยู่
บุรุษรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน แต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวสวมหน้ากากสีดำครึ่งใบหน้า หน้าตาหล่อเหลา ที่จ้องมองร่างบางอยู่นานเเล้วจึง เดินเข้ามาทักร่างบางว่า
" นี้ๆเจ้าน่ะ ข้าขอนั่งด้วยได้หรือไม่ " เสียงหนึ่งทักขึ้นด้านหลังของร่างบาง
ผมที่กำลังแทะน่องไก่อยู่ อยู่ๆก็มีคนเข้ามาถาม
" หืม เจ้าพูดกับข้าหรอ " ผมเอียงคอถาม
ฮึกกก นะนี้มันน่ารักเกินไปแล้วว! ร่างสูงคิด
" ชะใช่ ข้าพูดกับเจ้าข้านั่งด้วยได้หรือไม่ "
" เอาสิๆ เชิญเลยๆ " ผมพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง
" เจ้าชื่ออะไรงั้นรึคนงาม " ชายสวมหน้ากากถามขึ้น
" หืม เขาว่ากันว่าก่อนจะถามชื่อคนอื่น ต้องบอกชื่อตัวเองก่อนไม่ใช่หรือไงกัน" ผมพูดขึ้น
" อะ เป็นข้าที่ลืมไป ข้าชื่อ เซียนเจ๋อ เจ้าหละคนงาม "
ชายหนุ่มตอบออกไปพร้อมถามกลับ ความจริงเเล้วเขานั้นเป็นบรรพบุรุษของสำนักเทพกระบี่ที่เป็นถึง1ใน4สำนักใหญ่และมีระดับการฝึกฝนอยู่ที่ระดับ เซียนเทวะ ซึ่งถือได้ว่าสูงสุดในทวีปแห่งนี้ก็ว่าได้ ที่ออกมาท่องเที่ยวหลีกหนีความวุ่นวายจากเรื่องต่างๆของสำนัก สำนักเทพกระบี่นั้นตั้งอยู่ที่แคว้นฉี ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของแคว้นฉู่ จนวันนี้เขาได้เขามาที่โรงน้ำชาแห่งนี้จนได้เจอกับร่างบาง ทำให้เขารู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก
" ข้าชื่อ ไป๋ชิง " ผมตอบ
" ไป๋ชิง เป็นชื่อที่เหมาะสมกับเจ้าดี " ร่างสูงพูด
"เจ้าเป็นศิษย์สำนักไหนหรอ" เซียนเจ๋อถามอีก
"ข้าไม่มีสำนัก "
" เจ้าหละ มาจากสำนักไหน " ผมถามกลับบาง
" ข้ามาจากสำนักเทพกระบี่ "
" แล้วเจ้าเป็นอะไรกับสำนักเทพกระบี่ " ผมถามออกไป
" ข้าเป็นแค่ศิษย์เล็กๆคนนึง " เซียนเจ๋อตอบ
" ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นตาแก่บรรพบุรุษของสำนักเทพกระบี่ที่มีอายุจะสามพันปีอยู่แล้ว มีระดับพลังถึงระดับเซียนเทวะ แต่แอบออกมาเที่ยวเล่นหรอรึ "
ผมกรอกตาพูดขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย กับชายชรา?ตรงหน้าที่ชอบทำตัวเป็นหนุ่มน้อย
ผมรู้ตั้งแต่ที่คนตรงหน้าเดินเข้ามาทักผมแล้ว ด้วยทักษะตรวจสอบของหอแก้ว9สมบัติ ที่ผมมี
" นะนี้เจ้ารู้ได้ยังไงกันเจ้าเป็นใครกันแน่ แล้วอีกอย่างข้ายังไม่ได้แก่นะเฟ้ย เจ้าไม่เห็นรึหน้าตาข้าออกจะหล่อเหลา จะเป็นตาแก่ได้ไงกัน "
เซียนเจ๋อโวยวายขึ้นมาทันที่
" ชิ~ " ผมเบ้ปากให้กับคนตรงหน้า
" เจ้าจะโวยวายทำไมกันไม่ใช่ว่าเจ้าแอบออกมาไม่ใช่รึไงเดี๋ยวคนอื่นก็รู้กันพอดีว่าเจ้าเป็นใคร "
" อุ้บ! เอ่อ จริงของเจ้า " เซียนเจ๋อที่พึ่งรู้ตัวจึงเอามือสองข้างปิดปากด้วยความตกใจ แล้วจึงโน้มตัวไปถามไป๋ชิงเสียเบาว่า
" เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมองถึงตัวตนข้าออกทั้งที่ผู้ฝึกตนคนอื่นๆไม่มีผู้ใดมองออกเลยสักคน ทั้งๆที่เจ้าเองก็ไม่มีพลังธาตุ "
ที่เซียนเจ๋อพูดเช่นนี้เพราะเค้ามองไม่เห็นระดับการบ่มเพาะและพลังธาตุของร่างบาง นั้นก็เพราะจะว่าเขาไม่ได้มีพลังธาตุ มีแต่พลังวิญญาณยุทธ ร่างบางจึงโน้มตัวไปกระซิบข้างๆหูเซียนเจ๋อว่า
" ข้าเก่งน่ะ ฮ่าๆๆ " ผมพูดจบก็หัวเราะออกมา
" นะนี้เจ้า "
การกระทำเมื่อกี้ของร่างบางทำให้เซียนเจ๋อได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆชวนหลงไหลจากตัวของร่างบาง บวกกับรูปร่างหน้าตาของร่างบาง แม้จะมีหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่ก็ยังสามารถทำให้เซียนเจ๋อหน้าแดงด้วยความเขิน
" อันตรายเกินไปแล้ว " เซียนเจ๋อคิดในใจ
" แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี้ "เซียนเจ๋อเปลี่ยนเรื่องถาม
" เจ้าไม่เห็นว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่งั้นรึ มาโรงน้ำชาจะให้ข้ามาซักผ้าหรือยังไง " ผมตอบไปอย่างรำคาญๆ
" ข้าแค่ถาม ยังไงซะเราก็ยังเป็นสหายกัน" เซียนเจ๋อพูด
" ห้ะ! ข้าไปเป็นสหายเจ้าตอนไหนไม่ทราบขอรับไอ้ท่านผู้อาวุโส " ผมถามไปอย่างยียวน
" ก็ตอนที่ข้าเข้ามาคุยกับเจ้านั้นแหละเพราะข้ารู้สึถูกชะตากับเจ้า ถือว่าเจ้าเป็นสหายข้าแล้ว ห้ามเปลี่ยนใจ แล้วก็ห้ามปฏิเสธ แต่ว่านะ ถ้าเจ้าจะเรียกข้าขนาดนี้ไม่ต้องเรียกว่าผู้อาวุโสต่อท้ายก็ได้ "
เซียนเจ๋อพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
" ชิ ~ "
ผมบุ้ยปากอย่างไม่สบอารมณ์แล้วหันกลับไปแทะน่องไก่ต่อโดยไม่สนใจ เซียนเจ๋อที่นั่งอยู่ด้วย เซียนเจ๋อ เองก็ได้สั่งขนมที่ตนเองชอบ มากินด้วยเช่นกัน
" ว่าแต่เจ้าพักอยู่ที่ไหนรึ "เมื่อนั่งไปซักพักเซียนเจ๋อจึงได้ถามขึ้น
" เรื่องของข้า "
" ก็ข้าอยากรู้หนิ" เซียนเจ๋อ
" เรื่องของเจ้า "
เมื่อทั้งสองกินข้าวเสร็จจึงได้จ่ายเงินแล้วออกจากโรงน้ำชาทันที
จากนั้นผมก็ได้เดินเที่ยวชมตลาดอย่างสบายใจโดยลืมไปว่าตนมากับใครอีกคนหนึ่งด้วย
ในขณะที่ผมกำลังเลือกดูสินค้าต่างๆ อยู่นั้น ก็ได้มีสิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่ง?กำลังชี้มือชี้ไม้ไปทางตัวเองคล้ายอยากจะบอกอะไรบ้างอย่าง แต่ผมไม่ได้สนใจ
"เจ้าไม่สนใจข้าเลยอะ" เซียนเจ๋อที่พยามเสนอตัวเอง ทนไม่ไหวจึงพูดขึ้น
" อะไรของเจ้ากัน " ผมถามออกไปผมพลางคิดในใจว่านี่ข้าออกมาเดินตลาดแล้วเจอกับตัวอะไรเข้าเนี่ยต้องวุ่นวายนัก
" เจ้าไม่สนใจข้า " เซียนเจ๋อถามอีก
" คนแก่มีอะไรให้สนใจ " ผมบอก
"นะนี้เจ้า ใครว่าข้าแก่ อายุข้าก็ไม่ได้มากมายอะไร" เซียนเจ๋อโวยวาย
"ช่างกล้าพูด " ผมพูดพลางกรอกตา
และการที่ผมได้เข้าไปเดินตลาดในเมืองวันนี้นั้นทำให้ผมได้รู้แล้วว่าสิ่งที่มันขาดไปไปคืออะไร โลกนี้นั้นยังขาดความรู้เรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก เพราะคนในโลกนี้แม้จะรู้จักการทำอาหารแต่ก็รู้จักวัตถุดิบแค่บางชนิด บางชนิดที่เป็นอาหารได้เมือนกันกลับถูกมองว่าเป็นขยะบ้าง เป็นวัชพืชบ้าง ไม่ได้มีการเก็บมาทำกินแต่อย่างใด
วัตถุดิบที่คนในโลกนี้รู้จัก มีแค่วัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์ที่เป็นสัตว์ที่เห็นกันบ่อยๆคือ ไก่ หมู และเนื้อต่างๆที่ล่าได้เท่านั่น ซึ่งจะล่าได้ครั้งละมากๆเพราะป่าที่นี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่คนที่นี้ไม่นิยมนำปลาทำอาหาร เพราะมันจับยาก และมีกลิ่นคาวกว่าสัตว์บก ยิ่งเป็นสัตว์น้ำชนิดอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนที่นี้ไม่รู้จัก บ้างก็เรียกมันว่าตัวประหลาด
ส่วนเรื่องผักผลไม้นั้น แทบจะไม่ต้องพูดถึง หลายชนิดถูกมองว่าเป็นวัชพืช เพราะไม่รู้จักวิธีกิน ทำให้ผักผลไม้จึงมีขายในตลาดน้อยมาก และไอ้พวกที่มีขายในตลาดคุณพี่แกก็นำเข้ามาจากแคว้นอื่นทั้งนั้น ซึ่งผมได้ยินครั้งแรกก็คือ what! แล้วไอ้ที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่ในป่าตามทางที่ผมเห็นตอนออกมาเนี้ยคืออะไร
พอตกเย็นผมจึงได้บอกลาเซียนเจ๋อกลับ ตอนเเรกเซียนเจ๋อจะตามผมมาด้วย แต่เหมือนว่าจะมีคนส่งสารอะไรบางอย่างมาให้ทำให้ร่างสูงต้องกลับไป ก่อนจากกันเซียนเจ๋อได้มอบหยกสื่อสารไว้ให้ชิ้นหนึ่ง พร้อมบอกว่าให้ติดต่อกลับไปหา และหากมีโอกาสให้ไปเยี่ยมเขาที่สำนักเทพกระบี่บ้าง ผมก็ได้แต่ตอบตกลงไปอย่างนั้น แล้วจึงไปออกเดินทางกลับเข้าไปในป่า
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 68
Comments
👑 STEPHAN HARUKA 👑
สุดยอดมากครับ ต้องการอ่านต่อ!!! 😎
2024-02-28
0