ทางบังคับ

นี่ขนาดตายไปแล้วยังจะไม่ทิ้งลายนางพญามือปลาหมึกอีกเหรอวิ! ให้ตายเถอะ! ผมถลาเข้าไปเพื่อจะช่วยแกะปิศาจลินดาออกจากตัวคุณราเมศโดยมีลุงมานะตามติดหลังมาด้วย ทันทีที่มือของผมสัมผัสกับแขนและมือขาวซีดเซียวอมเขียวนิดๆ ที่แถมพกด้วยความเย็นชืดนั้น ใบหน้าอันแสนสยองของเธอก็หันขวับมาหาผมอย่างทันทีทันใดทำเอาหัวใจผมหล่นวูบเกือบจะวายตายไปเลยในบัดดล

ดวงตาที่เบิกโพลงไร้ชีวิตชีวาและแข็งกร้าวของเธอจ้องประสานตากับผมเหมือนกับจะบอกว่าอย่าเผือกจะได้ไหมอะไรประมาณนั้น ผมถึงกับต้องรีบหลับตาปี๋เพราะเกรงว่าอาจจะถูกสายตานั่นสะกดจิตให้หลงเข้าไปในภวังค์อีก สองมือของผมรู้สึกได้ถึงความแข็งกระด้างเหมือนกำลังจับท่อนเหล็กกลมที่ส่งความเย็นยะเยือกให้ไหลบ่าทะลักเข้าสู่ไขสันหลังอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต ทำเอาขนหัวผมลุกชี้ฟูเป็นปลาปักเป้าพองลมไปเลยอย่างไม่มีทางเลี่ยง อันที่จริงผมก็อยากจะตอบเธอไปหรอกนะว่าไม่เผือกไม่ได้หรอก มันเป็นหน้าที่น่ะวิ!...แต่ก็นั่นแหละ ใครจะมีอารมณ์จะไปพูดอะไรอย่างนั้นในตอนหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้กันล่ะวะ อ๊ะ!...อย่าวะสิโว้ย!

ถึงแม้จะมีลุงมานะเข้ามาช่วยอีกแรง แต่กระนั้นเราทั้งสามปุ่มสามปมก็ยังแกะพี่ล่ำของเราออกจากการกอดรัดของปิศาจลินดาได้อย่างยากเย็นเสียเหลือเกิน เพราะนอกจากแขนและมือแล้ว เธอยังใช้สองขาตวัดรัดหนีบกลางลำตัวของเขาแถมด้วยการไขว้เท้าขัดกันเอาไว้กลายเป็นตัวล็อคที่แน่นหนาเสียอีกด้วย และที่บันไดข้างหลังนั่น ฝูงตุ๊กตาลูกเทพก็กำลังปีนป่ายขึ้นมาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องระเบ็งเซ็งแซ่ยังกับพวกมันคิดว่ากำลังอยู่ในคอนเสิร์ตของพี่ฮายกับพี่เซนงั้นแหละ "ยัยนี่มือเหนียวยังกับหนวดปลาหมึกยักษ์เลย!" ผมกัดฟันพูด พยายามดึงมือปิศาจลินดาออกจากการพันรอบอกหนาของพี่ล่ำราเมศโดยที่ไม่ยอมจะมองสบตาเบิกโพลงที่เอาแต่จ้องมาตลอดเวลาของนาง

"พวกมันขึ้นมาถึงชานบันไดแล้ว!" ลุงมานะตะโกนบอก เขากำลังง่วนอยู่กับการแกะเท้าที่ไขว้กันแน่นหนานั่นอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน ผมลองชะเง้อคอมองไปทางบันไดก็เห็นว่า พวกตุ๊กตาหลายตัวตะกายปีนขึ้นบันไดขั้นบนสุดขึ้นมาได้แล้ว "พวกคุณไปกันก่อนเลย ไม่ต้องห่วงผม!" คุณราเมศแหกปากตะโกนโชว์แมนเสียงลั่นพร้อมกับพยายามสะบัดตัวไปมา สองมือก็พยายามแกะมือปลาหมึกเป็นพัลวัน นั่นมันยิ่งทำให้งานของผมยากเย็นยิ่งขึ้นไปอีก "อยู่นิ่งๆ ก่อนจะได้มั้ยคุณ!" ผมตะโกนใส่หูเขา ทันใดนั้นเอง อีกเสียงที่กังวาลลั่นสนั่นห้องจนกึกก้องกว่าเสียงใดๆ ที่กำลังอึ้ออึงอยู่ในตอนนี้ก็ดังขึ้น มันดังมากพอที่จะกลบเสียงกรี๊ดกร๊าดโกลาหลของฝูงตุ๊กตาให้หยุดลงไปได้แบบทันทีทันใด "โฮ่งโฮ่ง!"

เหมือนเวลาถูกกดปุ่มพอส...ทุกสิ่งทุกอย่างชะงักงันลงไปพร้อมกับความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนทำให้เกิดวิ้งขึ้นในหู ความเงียบงันเข้าครอบคลุมทั่วบริเวณที่พวกเรากำลังมะรุมมะตุ้มกันอยู่ชั่วครึ่งอึดใจ ก่อนที่ความโกลาหลจะหวนกลับคืนมาอีกครั้ง เสียงหวีดกรี๊ดกร๊าดระเบิดสนั่นขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเหมือนภาพที่ถูกกดปุ่มเล่นกลับหลัง ตุ๊กตาทั้งฝูงพากันกลับหลังหันแล้วกระโดดลงบันไดที่พวกมันเพิ่งจะปีนขึ้นมาถึงหยกๆ โดยไม่สนว่าข้างหลังของพวกมันนั้นมีความมืดมิดไร้มิติที่กำลังไล่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งพวกมันด้วยเลยสักนิด แม้แต่ปิศาจลินดาเองก็ยอมละสายตาไปจากการจ้องเขม็งอยู่กับผมตลอดเวลาหันขวับไปหาต้นเสียงเห่านั่น ก่อนที่เธอจะแหกปากร้องกรี้ดสนั่นโหยหวนยาวนานและทรมานแก้วหูของผม ตาเหลือกถลนยิ่งกว่าเดิมอีกสองเท่า พลันปล่อยมือปลาหมึกยักษ์ออกไปจากตัวพี่ล่ำราเมศแล้วกระโดดผลุงถอยหลังออกไปหาบันได และกระโจนพุ่งหลาวราวกับนักว่ายน้ำทีมชาติถีบตัวลงสระไปหาฝูงตุ๊กตาและผืนพรมดำสนิทที่ไล่ตามพวกมันมาติดๆ นั่นอย่างรวดเร็ว

"ปิดประตูนั่นซะ!" ลุงมานะแหกปากสั่งเสียงดังลั่นอยู่ข้างหูผม คุณราเมศที่ได้สติกลับคืนมาจากเสียงตะโกนนี้ รีบหันกลับไปคว้าบานประตูเหวี่ยงปิดโครมใหญ่ก่อนจะกระแทกแผ่นหลังพิงไว้อีกชั้นยังกับว่านั่นจะช่วยทำให้ประตูมันปิดได้แน่นหนายิ่งขึ้นงั้นแหละ เราทั้งสามก้มหน้าก้มตาหอบหายใจเร็วแรง พยายามอย่างเต็มที่ที่จะลดระดับอะดรีนาลีนของตัวเองลง ความตื่นระทึกกับสิ่งที่เพิ่งผ่านพ้นไปแบบใจหายใจคว่ำนั้นมันทำให้ผมถึงกับอ้วกออกมาเป็นลมเลยทีเดียว ผ่านไปได้ไม่ทันถึงนาทีดี...ยังหายใจไม่เข้าที่เข้าทางดีเลย จู่ๆ คุณราเมศก็อุทานออกมาเสียงดังขึ้นมา "ให้ตายเถอะ!" ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาก็เห็นว่าเขาทำตาโตมองข้ามหัวผมไปทางด้านหลัง ผมย่นหัวคิ้วเข้าชนกันโครมใหญ่แล้วหันหลังกลับมองตามสายตาของเขาไป "บรู๊ค!" ผมอุทานตามเขาไปอีกคน

เจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ หมาหน้ายิ้มขนยาวสีน้ำตาลยืนแล่บลิ้นพร้อมกับแกว่งหางไปมาแสดงความดีใจอยู่ตรงเกือบกึ่งกลางของทางเดินที่ทอดยาวไปจบตรงที่ช่องบันไดทางขึ้นที่ฝั่งตรงข้าม "บรู๊ค..." คุณราเมศแงะหลังของเขาออกจากบานประตูแล้วเริ่มออกวิ่งแบบลืมไปว่ากำลังเหนื่อยแทบจะรากเลือดอยู่ตรงเข้าไปหาเจ้าหมาหน้ายิ้มในอึดใจต่อมา "โฮ่ง..." ในขณะเดียวกันกับที่เจ้าบรู๊คก็เริ่มออกวิ่งตรงเข้ามาหาเขาเช่นกัน ในมุมมองของผม...ไม่รู้ทำไมภาพนั้นมันกลายเป็นภาพสโลโมชั่นไปได้ฟะนั่น!? ทั้งคนทั้งหมาวิ่งเข้าหากัน ฟิลประมาณว่าทั้งสองได้กลับมาเจอกันหลังจากที่พลัดพรากจากกันไปนานอย่างงั้นแหละ "บรู๊คคคค..." พี่ล่ำร้องเรียกเสียงยืดดดดด "โฮ่งงงงงง..." เจ้าบรู๊คเห่าตอบเสียงยานนนนน...และมีแอคโค่ซะด้วย "บรู๊คคคค..." เขาเรียกอีกครั้ง "โฮ่งงงงง..." มันก็เห่าตอบอีกครา...มาครบทั้งภาพและเสียงดนตรีประกอบเดอะกลอรี่ออฟวิคทรี่ อึดใจต่อมาทั้งสองก็โผเข้ากอดกันกลมและล้มกลิ้งหลุนๆ เป็นขนุนตกมอเตอร์ไซค์อยู่บนพื้น ให้ตาย...นี่ผมต้องซาบซึ้งจนต่อมน้ำตาแตกด้วยรึเปล่าวะเนี่ย!

ผมกับลุงมานะลุกขึ้นแล้วเดินตามไปสบทบ "แกหายไปอยู่ไหนมา...ไอ้หนู" ผมถามพร้อมกับนั่งลงลูบไปตามขนหนานุ่มของเจ้าหมาหน้ายิ้มในอ้อมแขนอันแสนจะกล้ามปูของพี่ล่ำราเมศ มันตอบคำถามผมด้วยการหันมาเลียหน้าเลียตาผมแผล็บๆ จนผมต้องรีบผลักมันออกด้วยความแหยงน้ำลายหมา "แปลกเนอะ... ทำไมพวกมันถึงได้กลัวแกได้ขนาดนั้นนะ หือ...บรู๊ค?" ผมอดที่จะพูดออกมาลอยๆ กับสิ่งที่อยู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจออกมาไม่ได้ คุณราเมศมองหน้าผมพลางลูบขนบนหลังของเจ้าหมาหน้ายิ้มอย่างรักใคร่ "คุณหมายถึงใครน่ะ" เขาถาม "เอ๋า...ก็พวกตุ๊กตาผีพวกนั้นไง พอเจ้าบรู๊คเห่าปุ๊บพวกมันก็พากันแตกกระเจิงไปเลยน่ะ อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้ไม่เห็น" ผมพูดพร้อมกับมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะถามอะไรอย่างนั้น "ผมเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน" ลุงมานะพูดแทรกขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองเจ้าบรู๊คด้วยท่าทีไม่ไว้วางใจ "พวกคุณมีใครคิดบ้างไหมว่า บางทีพวกเราก็ควรที่จะต้องกลัวเจ้าหมาตัวนี้ด้วยเหมือนกันน่ะ" เขาจับกรอบแว่นขยับไปมาแต่สองตาก็ยังไม่ละไปจากเจ้าหมาหน้ายิ้ม...เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหมาซะแล้วสิเน้อ...ลุง

"ฮะฮะฮ่า ทำไมล่ะลุง เจ้านี่มันก็แค่หมาน่ารักตัวนึงเท่านั้นเอง ทำไมเราจะต้องกลัวมันด้วยล่ะ นี่ลุงเป็นพวกเกลียดหมารึเปล่าเนี่ย" ผมแค่นหัวเราะประชดแล้วตั้งคำถามไปพร้อมกับมองแรงใส่ชายผมสีดอกเลาอย่างไม่สงวนท่าที ลุงมานะส่ายหน้าน้อยๆ เหลือบตามองผมแวบหนึ่งก่อนจะขยับแว่นกลมของเขาให้เข้าที่ "ก็...ไม่รู้สิ ผมแค่คิดว่ามันออกจะแปลกไปหน่อยที่จุ่ๆ เจ้าหมานี่มันก็โผล่มาอยู่ข้างบนนี่ได้ อย่าลืมนะว่าเราปีนบันไดขึ้นมาตั้งกี่ชั้น และผมก็ไม่คิดว่าจะมีทางด่วนพิเศษให้มันใช้ไต่ตามเราขึ้นมาได้ด้วยหรอกนะ" ตลอดเวลาที่เขาพูด สายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่เจ้าบรู๊คแบบไม่ละสายตาเลย แต่สิ่งที่เขาพูดมานั้นมันก็ฟังดูมีเหตุมีผลจนผมต้องลองคิดตาม และผมก็ชักจะคล้อยตามความคิดของเขาไปด้วยอย่างง่ายๆ เสียด้วยสิ... ถ้าโดเรม่อนจะมีพี่น้องเพิ่มอีกสักคนก็คงต้องเป็นโลเลม่อนอย่างผมในตอนนี้นี่แหละ!

"เออว่ะ...จริงของลุงแฮะ" ผมชะงักและชักมือที่กำลังลูบขนนุ่มนิ่มของเจ้าบรู๊คกลับอย่างเร็วด้วยความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน ซึ่งก็คงจะไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของคุณราเมศได้ เพราะเขามองแรงเข้าใส่ผมโครมเบ้อเร่อ "ไม่เอาน่า...มันก็อาจจะเจอทางที่เราไม่รู้ว่ามีอยู่แล้วปีนขึ้นมาก็ได้นี่ มันเป็นหมานะ พวกหมามีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทุกตัวนั่นแหละ โดยเฉพาะเจ้าบรู้คตัวนี้น่ะ มันฉลาดกว่าคนบางคนด้วยซ้ำไป" นายล่ำแรมโบ้เถียงแทนหมารักของเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจแถมยังมาจบประโยคคำพูดของเขาที่หน้าของผมเสียอีก นี่ถ้าผมเป็นพวกคิดมากกว่านี้สักหน่อย ผมก็คงจะคิดว่าประโยคท้ายของเขานั่นคือการจงใจฟาดกบาลผมเข้าจังเบอร์แน่เลยเชียว โทษฐานบังอาจไประแวงหมาของเขาเข้า "แถมคุณก็เพิ่งจะพูดมาเองนะว่ามันเห่าไล่ตุ๊กตาผีพวกนั้นไป นั่นก็เท่ากับว่ามันมาช่วยชีวิตเราไว้ไม่ใช่รึไง" เขาดึงตัวเจ้าหมาหน้ายิ้มเข้าไปกอดอย่างปกป้องเต็มคาราเบล "ก็เพราะอย่างงี้ไง ขนาดผีที่กระโดดเกาะหัวคุณนั่นยังกลัวจนลนลานรีบเผ่นหนีไปเลย คำถามก็คือ มันกลัวอะไรกับอีแค่หมาเห่าแค่โฮ่งสองโฮ่งล่ะ" ผมเริ่มเถียงแทนลุงมานะ "ก็นั่นมันเป็นผี! เอ่อ...ลินดา" พี่ล่ำราเมศมีสีหน้าสดลงนิดหน่อยเมื่อหลุดพูดชื่อนี้ออกมา

"ลินเขาเป็นโรคกลัวหมามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะแปลกอะไรถ้าตอนนี้เธอก็ยังกลัวมันอยู่" น้ำเสียงของเขามีแววเศร้าสลดเจืออยู่ "หือ...ไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่าหนูลินเป็นไซโนโฟเบียด้วย" ลุงมานะพูดแทรกขึ้น สีหน้าของเขาดูออกจะประหลาดใจเอามากๆ กับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งจะได้รับรู้ "อะไรนะ? ไซโคโนเมียเหรอ! มันคืออัลไล!?" ต่อมสะเหร่อของผมเกิดจะทำงานขึ้นมาทำไมตอนนี้ก็ไม่รู้ ชายผมสีดอกเลากลอกตาพลางถอนใจเฮือกๆ "ไซโนโฟเบีย...โรคกลัวสุนัขน่ะคุณ ว่างๆ ก็หัดถามอากูหาความรู้ใส่หัวบ้างนะ อย่ามัวแต่เสิร์ชหาดูแต่คลิปโป๊โชว์เว็บแคมให้มันมากนักเลย" เหมือนโดนคุณพ่อเชือดเฉือนอารมณ์ด้วยดาบซามูไรคมกริบ เล่นเอาผมหน้าเสียทรงไปหลายสเต็ปเหมือนกัน...แต่ผมไม่ได้ชอบหาดูคลิปโป๊นะ! โชว์เว็บแคมก็ไม่เคย...จริงจริ๊งงง! "แต่ก็...เอาเถอะนะ ถึงยังไงพวกเราก็ผ่านมันมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ก็คือ หาทางไปต่อ...มาดูกันหน่อยมั้ยว่าตอนนี้เราอยู่ไหนกันแล้ว" ลุงมานะตัดบท ในที่สุดเขาก็ยอมละสายตาไม่ไว้วางใจออกไปจากเจ้าบรู๊คจนได้เสียที และมองข้ามหัวผมไปยังโถงทางเดิน

มันไม่ได้ปูไม้ปาร์เก้หรูหราอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นพื้นหินอ่อนสีดำขัดมันวาววับและดูแข็งโป๊กเช่นเดียวกันกับผนังทั้งสองด้านที่ไม่มีสิ่งใดประดับเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แสงสว่างแบบไม่รู้ที่มาของชั้นนี้เป็นแสงมัวๆ ที่เรื่อเรืองออกมาจากเพดานเปลือยฝ้าสไตล์ลอฟท์ซึ่งมีท่อเหล็กแบบเดียวกับท่อส่งแก๊สที่ทาสีแดงสดเหมือนย้อมด้วยเลือดสดๆ เพียงท่อเดียวพาดยาวผ่าตรงกลางไปตลอดความยาวของเพดาน ดูเท่แต่ก็น่าอันตรายไปพร้อมๆ กัน มันนำพาสายตาของผมให้มองลึกเข้าไปจนสุดทาง "นั่นไง...ทางไปต่อของเรา" ผมพูดพลางชี้ไปที่ช่องบันไดที่อยู่ด้านไกลสุดนั่น "ใช่... หวังว่าจะไม่มีอะไรโผล่มาให้ต้องวิ่งตูดแป้นกันอีกหรอกนะ" คุณราเมศพูดพร้อมกับลุกขึ้นมายืนข้างผมโดยมีเจ้าหมาหน้ายิ้มคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง "อย่าไปหวังอะไรให้มันมากเกินไปก็แล้วกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ที่นี่...อย่าลืมซะล่ะ" ลุงมานะขยับมายืนเรียงหน้ากระดานกลายเป็นสามกุมารกับหนึ่งหมาไปซะอีกแล้ว อึดใจต่อมาพวกเราก็เริ่มการเดินทางตามหาทางออกสู่อิสรภาพกันอีกครั้ง

พวกเราจำเป็นที่จะต้องกลับมาใช้ไฟฉายส่องทางกันอีกครั้งเมื่อเริ่มปีนบันได จนกระทั่งเปิดประตูหมายเลข -32 เข้ามาได้โดยที่ไม่มีอะไรที่น่าสยองโผล่มาเขย่าขวัญแต่อย่างใด อันที่จริงมันควรจะเรียกว่าเปิดออกไปน่าจะเหมาะกว่า เพราะนอกจากมันจะปราศจากแสงสว่างใดๆ แล้ว แทนที่จะเจอโถงทางเดินเหมือนที่เคยเจอ แต่มันกลับกลายเป็นบันไดทางขึ้นต่อไปชั้นบนซะงั้น รูปแบบของมันก็กลับมาเป็นเหมือนบันไดปกติทั่วไปมี่มีขั้นบันไดขึ้นไปสิบเอ็ดขั้นจากนั้นก็เป็นชานพัก ก่อนจะวกเลี้ยวขึ้นบันไดชุดต่อไปเพื่อที่จะพบและเปิดประตูหมายเลข -31 -30 -29 เพียงเพื่อจะพบว่ามันเป็นประตูหลอกที่หลังบานประตูพวกนั้นเป็นผนังอิฐถือปุนเปลือยที่ทึบตันจนพวกเราพากันมึนตื้บหัวจะปวดกับความแปลกประหลาดของสถานที่บ้าบอคอแตกนี้ "อีกแล้วเหรอ!" พี่ล่ำราเมศสบถออกมาดังลั่นอย่างชักจะหัวร้อนเมื่อเขาเปิดประตูหมายเลข -28 ออกแล้วเจอเข้ากับกำแพงอิฐมอญเข้าเป็นครั้งที่สี่ "จะได้ออกไปกันมั้ยวะเนี่ย...บ้าเอ๊ย!" เขาเหวี่ยงบานประตูปิดเข้าที่เสียงดังโครมใหญ่จนเจ้าบรู๊คสะดุ้งโหยงร้องเอ๋งพร้อมกระโดดตัวลอยถอยห่างด้วยความตกใจแบบหมาๆ "มาเร็วบรู๊ค!" เขาเรียกเจ้าหมาหน้ายิ้มเสียงห้วนๆ ก่อนที่พี่ล่ำของเราจะหน้าหงิกหน้างอเป็นหมออ้อยคิงคองอารมณ์เสียเดินตึงๆ ไปปีนบันไดขึ้นชั้นต่อไป

ต้องยอมรับล่ะว่าผมรู้สึกโล่งใจที่มันเป็นอย่างนี้ อย่างน้อยพวกเราก็จะได้ไม่ต้องเดินผ่านเข้าประตูไปผ่านโถงทางเดินที่ไม่รู้ว่ามีอะไรที่น่ากลัวรอไล่งาบไข่ของพวกเราอยู่หรือเปล่านั่น แต่ในความเงียบสงบเงียบที่เรียบลื่นเกินไปนี้ ในใจลึกๆ ผมก็อดที่จะคิดกังวลกับสิ่งที่ลุงมานะพูดเอาไว้ไม่ได้ ความสงบเสงี่ยมของเจ้าหมานั่นมันจะเหมือนกับความเงียบสงบของท้องทะเลก่อนที่จะมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำหรือเปล่านะ... ดูเหมือนว่าลุงมานะก็กำลังรู้สึกแบบเดียวกันกับผม ภายใต้กรอบแว่นตากลมบ๊อกสไตล์โนบิตะนั้น ผมแอบสังเกตุเห็นความไม่สบายใจฉาบฉายออกมาจากแววตาของเขาแทบจะตลอดเวลา และทุกครั้งที่คุณราเมศซึ่งทำหน้าที่เป็นคนสุ่มหากุญแจออกมาเปิดประตูด้วยความหวังว่าจะผ่านเข้าไปได้ ลุงมานะจะต้องมีท่าทีหวาดระแวงเจ้าหมาหน้ายิ้มที่ยืนแกว่งหางดุ๊กดิ๊กมองดูนายของมันทุกครั้งไป และเขาก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะขอเป็นคนเดินระวังหลังเองแม้ว่าผมจะพยายามคัดค้านด้วยเกรงว่าเราจะทิ้งเขาไว้ข้างหลังเพราะเขาอาจจะตามพวกเราไม่ทันก็ตาม...คิดอะไรของเขานะ ไม่เข้าใจคนวัยเฉียดสว.อ่ะ...บ่องตง

คุณราเมศเดินกระแทกส้นตึงๆ นำขึ้นไปข้างบนโดยมีเจ้ามะหมาสี่ขาครับวิ่งตามตูดเขาไปไม่ยอมห่าง ส่วนผมก็เดินสะโหลสะเหลตามตูดหมาไปอีกทีด้วยความยากลำบากกับการยกขาและเท้าขึ้นวางลงบนบันไดขั้นต่อไปและต่อไปอย่างมุกข์ทรมาน จนขึ้นมาถึงชานพักที่มีประตูหมายเลข -27 แต่กลับไม่เห็นนายล่ำราเมศยืนสุ่มหากุญแจเปิดประตูเหมือนชั้นที่ผ่านๆ มา "อ้าว...คุณ ไม่เปิดประตูนี้อ่ะ!" ผมตะโกนถามขึ้นไป "เสียเวลาเปล่า ประตูบ้าพวกนี้ก็คงจะเหมือนกันหมดนั่นแหละ รีบขึ้นไปให้ถึงชั้นบนเลยเถอะ!" พี่ล่ำราเมศตะโกนตอบกลับมา เออ...นั่นน่ะสิ มันก็จริงของเขาแฮะ นี่เราโง่หรือบ้ากันแน่ฟะเนี่ย!? มัวแต่เสียเวลาไล่เปิดประตูพวกนี้อยู่ได้ ทั้งที่ก็เห็นกันอยู่โต้งๆ ว่าบันไดนี่ก็กำลังพาเราขึ้นไปชั้นบนแบบสะดวกโยธินอยู่แล้วแท้ๆ "พากันโง่มาตั้งสี่ชั้นเชียวนะ...หน็อย!" ผมพึมพำงึมงำพลางมองประตูนั่นอย่างเคืองๆ แวบหนึ่งก่อนละสายตาจากประตูนั่นอย่างไม่ไยดีอีกต่อไป แล้วเดินขาลากขึ้นบันไดชุดต่อไปทันที

อีกนิดเดียวผมก็จะถึงชานบันไดประตูหมายเลข -26 แล้ว ไม่ต้องพูดถึงนายล่ำราเมศเลย...นายนั่นไม่รู้ไปเอาลูกฮึดมาจากไหนถึงได้เดินนำลิ่วๆ เหมือนไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยอย่างนั้นจนขึ้นไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ "เป็นไงบ้างลุง...ไหวมั้ย" ผมหอบหายใจอย่างบ้าคลั่งแต่ก็เอ่ยถามขึ้นมาดังๆ โดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองคนที่ตั้งใจจะถามเพราะเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำอย่างนั้น เงียบสนิท...ไม่มีการตอบรับจากลุงมานะที่ท่านเรียก ทำให้ผมต้องชะงักเท้ากึกอยู่กับบันไดขั้นก่อนจะถึงชานพัก "ลุงมานะ!" ผมเรียกซ้ำเสียงค่อนข้างดังพร้อมหันกลับไปมอง ไม่มีร่างของชายผมสีดอกเลาเจ้าของแว่นตาสไตล์โนบิตะเดินตามขึ้นมาด้วย "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงคุณราเมศที่เดินนำหน้าไปอยู่ที่บันไดที่อยู่เหนือหัวผมไปสองชุดยื่นหน้าข้ามราวบันไดตะโกนถามลงมา "ลุงมานะหายน่ะสิ" ผมตอบก่อนจะชะโงกหน้ามองและส่องไฟฉายลงไปที่บันไดชุดล่าง "ว่าไงนะ! หัวใจวายตกกะไดไปแล้วล่ะมั้งน่ะ!" โอ่ย...ปากช่างเป็นมงคลยิ่งนักเลยเถอะพ่อคุณ...พี่ล่ำหน้าหนวดของเราทำเสียงตื่นวิ่งย้อนกลับลงมาและผ่านผมลงไปข้างล่างพร้อมกับเจ้าบรู๊ค ขณะที่ผมเพิ่งจะกำลังเกาะราวบันไดเพื่อหมุนตัวกลับหลังอย่างเชื่องช้าเหมือนตัวสล็อตเมายานอนหลับเพื่อจะตามเขาลงไป...อายหมามันมั้ยล่ะงานนี้

ผมเดินโผเผเกาะราวบันไดตามลงมาได้อย่างทรมานทรกรรมสังขารตัวเองสุดๆ พร้อมกับส่องลำแสงไฟฉายนำหน้าไป และผมก็ได้พับกบลุงมานะนั่งเหยียดขาพิงประตูหมายเลข -27 อย่างหมดสภาพ และกลายเป็นโนบิตะอย่างสมบูรณ์ทั้งสไตล์แว่นตาและคาแร็กเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว คุณราเมศกำลังช่วยบีบนวดไปตามแขนขา ส่วนเจ้าหมาหน้ายิ้มยืนแลบลิ้นให้กำลังใจอยู่ข้างๆ "เป็นไงบ้างลุง" ผมถามทั้งที่สภาพของตัวเองก็เกือบๆ จะใกล้เคียงกับลุงมานะเต็มแก่แล้วเหมือนกัน "ยังไม่ตาย...ไม่ต้องห่วง" ชายวัยเฉียดแซยิดโบกมือไปมาอย่างอ่อนระโหย ผมเดินเข่าอ่อนป้อแป้ปวกเปียกเข้ามาทรุดตัวลงนั่งหมดแรงข้างๆ ลุงมานะ เจ้าบรู๊คขยับเอาจมูกมาดุนแก้มผมพลางส่ายหางไปมาเหมือนจะห่วงใยไถ่ถามว่า 'เป็นไงบ้างฮะลูกเพ่' ผมทำทีเป็นลูบหัวมันแต่ที่จริงแล้วมันเป็นการตีเนียนแอบผลักหัวมันออกห่างจากตัวต้างหากล่ะ ด้วยเหตุผลสองประการคือผมรู้สึกแหยงจมูกเปียกๆ ของมันและ...ระแวงในสิ่งที่ลุงมานะได้พูดไว้

อยู่ๆ ชายวัยเฉียดแซยิดก็เกิดอาการตื่นเต้นดีดตัวจนหลังตรงแน่วขึ้นมา "จะมีเวลาให้นั่งพักสักสองสามนาทีได้มั้ยเนี่ย!" เขาโอดครวญพร้อมกับขยับตัวยักแย่ยักยันหน้าตื่นและตาเบิกกว้าง ยื่นไฟฉายโทรศัพท์ออกไปข้างหน้าและสองตาจ้องมองขึันไปที่บันได "อะ...อะไรลุง?!" ผมพลอยตื่นตัวตามไปด้วย มองตามสายตาของเขาไป ที่ชายขอบเขตของแสงไฟฉายที่ผมวางไว้ข้างตัวหันลำแสงไปที่บันไดอย่างไม่ได้ตั้งใจนั้น มีความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้นตรงนั้น และเมื่อผมคว้ากระบอกไฟฉายขึ้นมาส่องตรงขึ้นไปตรงๆ ผมก็มีอันต้องก็ต้องร้องลั่น "เฮ้ย! อีกแล้วเรอะ!"

ความดำมืดที่ยิ่งกว่าความมืดทั้งหมดในโลกมารวมกันกำลังไหลทะลักออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า เข้ากลืนกินบันไดจากบนชานพักลงมาอย่างช้าๆ ทีละขั้นลงมาเรื่อยๆ "บ้าชะมัด!" คุณราเมศสบถพร้อมกับลนลานลุกขึ้นคว้าพวงกุญแจขึ้นมาสุ่มหาลูกกุญแจเพื่อเปิดประตูหมายเลข -27 "ถอยหน่อยลุง!" เขาถลันเข้าไปสอดลูกกุญแจใส่รูลูกบิดมือไม้สั่นระริก "ช่วยส่องไฟหน่อย!" พี่ล่ำร้องขอ ลุงมานะขยับถอยออกจากประตูพร้อมกับลนลานลุกขึ้นส่องไฟฉายโทรศัพท์ไปที่ลูกบิดประตูอย่างรู้งาน "ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ แต่เร่งมือหน่อยก็พอ" ลุงมานะพูดเหมือนจะปลอบ แต่ผมสงสัยว่าไอ้คำพูดแบบนั้นมันจะช่วยอะไรได้ตรงไหนวะน่ะ...กดดันกันชัดๆ! ความดำมืดอันน่าสะพรึงนั่นมันไล่ตามพวกเราไปทุกที่มาจนถึงที่นี่ แม้แต่เจ้าบรู๊ค หมาผู้สยบผีตุ๊กตามาแล้วเองก็ยังหันไปมองและถอยหลังเอาตัวมาเบียดเข้ากับขาของผมและส่งเสียงหงิงๆ ด้วยความตื่นกลัวเลย นั่นน่าจะแปลว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในที่แห่งนี้...ถ้าไม่ใช่เจ้าหมาตัวนี้แล้วล่ะก็ มันก็ต้องเป็นความมืดนี่สินะ "มันใกล้เข้ามาแล้ว เร็วหน่อย!" ผมหันไปเร่งเร้า "รู้แล้วน่า กำลังเร่งอยู๋นี่ไง...ปั๊ดโธ่เว้ย!" นายล่ำราเมศตอบและตามด้วยสบถอย่างขัดใจขณะเปลี่ยนดอกกุญแจอันใหม่

นับจากชานพักลงมา บันไดขั้นที่สิบกำลังหลอมละลายกลายเป็นความดำมืดไปแล้วและก็ยังคงกำลังไล่ลามลงมาเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด อีกเพียงขั้นเดียวก็จะลงมาถึงชานพักที่พวกเรากำลังดิ้นรนกันอยู่นี่แล้ว แล้วความพีคก็กลายเป็นยกกำลังสอง เมื่อบันไดที่พวกเราเพิ่งจะปีนขึ้นมาจากข้างล่างนั่นก็กำลังถูกความดำมืดท่วมท้นเช่นกัน เกิดเป็นเสียงเหมือนของเหลวที่ไหลทะลักเข้าแทนที่มวลอากาศว่างเปล่าสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนจวนเจียนจะถึงพวกเราแล้ว เป็นอันว่าตอนนี้เราไม่สามารถที่จะกลับลงไปข้างล่างหรือขึ้นไปข้างบนต่อไปได้อีกแล้ว นั่นหมายความว่าทางเดียวที่เราเหลืออยู่...นี่คือการบังคับให้ต้องผ่านห้องหมายเลข -27 นี่ไปสินะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ...ที่ยืนของพวกเรากำลังจะหมดไปในอีกไม่ถึงห้าวินาทีนี้แล้ว "'แกร๊ก!' เสียงกลไกในลูกบิดประตูดังขึ้นเบาๆ ตามติดมาด้วยเสียงร้องตะโกนอย่างผู้มีชัยที่ดังจนน่าจะเกินเบอร์ไปหน่อยของพี่ล่ำราเมศ "ได้แล้ว! มาเร็วเข้า!"

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!