ผลงานชิ้นโบว์แดง

อากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้าผมกระเพื่อมสั่นไหวเหมือนมีแผ่นพลาสติกใสแจ๋วขึงเอาไว้แล้วมีวัตถุบางอย่างที่ค่อนข้างมีน้ำหนักและมองไม่เห็นด้วยตาพุ่งเข้าไปกระทบทำให้มันกระเด้งกระดอนดึ๋งดั๋งไปมา แล้วก็มีบางอย่างโผล่ออกมาจากความว่างเปล่านั้นอย่างรวดเร็วจนผมต้องใจหายวาบและคิดจะกระโดดถอยหลังหนีออกห่างตามสัณชาตญาณ แต่เอ๊ะ!...ทำไมผมถึงขยับเขยื้อนตัวเองไม่ได้อย่างนี้ล่ะ! ที่ผมทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงแต่เบิกตากว้างจ้องมองสิ่งที่โผล่ออกมาจากอากาศนั่นด้วยหัวใจที่สั่นระทึกเท่านั้น มันคือกลุ่มควันสีเทาเข้มที่ตีเกลียวหมุนวนอยู่กลางอากาศโดยปราศจากที่มา และกำลังขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเคลื่อนที่เข้ามาหาผมอย่างช้าๆ ปลายแหลมของมันยกขึ้นและเลื่อนไหลเหมือนงูที่เลี้อยเป็นวงกลมเข้ามาหยุดอยู่ใกล้กับหน้าของผมไม่ถึงฟุต ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศอย่างนั้นราวครึ่งลมหายใจ แล้วจู่ๆ มันก็พุ่งเข้ามาใส่หน้าผมแบบตรงๆ ทำเอาผมตกใจสุดขีดจนต้องเผลอร้องออกมาดังลั่นพร้อมกับผวาสุดตัว!

ผมลืมตาขึ้นมาก็พบว่ากำลังนอนคว่ำหน้าแนบอยู่กับพื้นปูนเย็นเฉียบนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เมื่อผงกหัวขึ้นก็ให้รู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังโคลงเคลงและสั่นไหว ถึงจะไม่รุนแรงมากนักแต่ผมก็จำเป็นต้องหลับตาลงและนิ่งอยู่อีกเป็นครู่ใหญ่ เพื่อสกัดกั้นอาการคลื่นเหียนเวียนเกล้าที่จู่โจมเข้าใส่ จนกระทั่งค่อยยังชั่วแล้วจึงลืมตาขึ้นมองอีกครั้ง ห่างจากตรงที่ผมนอนอยู่ราวๆ สองช่วงตัว ร่างกายใหญ่โตล่ำบึ๊กของชายในชุดกางเกงยีนส์เสียยืดที่เคยเป็นสีขาวซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีกระดำกระด่างไปแล้ว กำลังนอนตะแคงข้างด้วยอาการสลบไสลไม่ได้สติเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในสุขานิทรารมย์ ถัดไปอีกหน่อยก็มีร่างของชายผมสีดอกเลานอนแผ่หราอยู่กับพื้น แว่นตาทรงกลมสไตล์โนบิตะของเขาตกอยู่ข้างๆตัว "คุณราเมศ...ลุงมานะ" ผมพูดชื่อของพวกเขาด้วยเสียงแหบแห้ง พลางยันตัวลุกขึ้นก่อนที่จะคลานสี่ขาเข้าไปหาพี่ล่ำราเมศแล้วเริ่มปลุกเขา "คุณ...คุณราเมศ" ผมเขย่าแขนล่ำของเขาด้วยเรี่ยวแรงที่พอจะมีเหลืออยู่ แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากนายล่ำที่ท่านเรียกแต่อย่างใด สลบหรือตายกันแน่วะเนี่ย...อะไรจะขี้เซาได้ถึงขั้นนี้นะ ผมคิด เป็นจังหวะเดียวกับที่ความคิดหนึ่งแว่บขึ้นมาในหัว นั่นทำให้ใจผมหายวาบรีบยื่นนิ้วชี้ไปอังที่จมูกของเขาทันที

"เออ...ก็ยังไม่ตายนี่หว่า!" ผมพึมพำด้วยความโล่งใจก่อนจะเขย่าตัวเขาอีกครั้งและคราวนี้หนักมือขึ้นกว่าเดิม "คุณ...คุณราเมศ...ตื่นสิวะ! เฮ้ย ไอ้คุณราเม็ง...ตื่นโว้ย!" ผมก้มลงไปตะโกนข้างหูเขาซ้ายของเขาพร้อมกับหวังว่าเสียงของผมคงจะไม่ทะลุออกหูขวาไปอย่างไร้ความหมายหรอกนะ แต่มันได้ผลเว่บ...เขาสะดุ้งเฮือกพร้อมกับหัวที่ผงกขึ้น ตาทั้งสองข้างหรี่ปรือ "ใครมันชื่อราเม็งฟะ! เห็นเรียกกันจัง" เสียงอู้อี้ของเขาแผ่วเบาแต่ก็ฟังชัด "ได้แปรงฟันบ้างมั้ยเนี่ย กินรถดูดส้วมเข้าไปทั้งคันเลยรึไง!" เขางัวเงียพึมพำเบาๆ พลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงพร้อมกับยันร่างล่ำลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะมองมาที่หน้าผมอย่างงงๆ "อ้อ...คุณเองเหรอ เกิดอะไรขึ้น..." เขาถาม ท่าทางของเขาเหมือนคิงคองเมายาธาตุขณะที่นวดต้นคอตัวเองไปด้วย

ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาแต่ผละออกแล้วคลานเร็วไปหาร่างเล็กของลุงมานะแทน แต่ชายวัยเฉียดแซยิดเริ่มรู้สึกตัวแล้วโดยที่ผมยังไม่ได้แตะโดนตัวเขาเลยสักนิด น่าจะเป็นเพราะเสียงที่ผมตะโกนใส่นายล่ำราเมศนั่นเองที่ปลุกเขา "ลุง...โอเคมั้ยครับ" ผมส่งเสียงนำไปก่อนที่จะคลานมาถึงตัวเขาและตรงเข้าช่วยพยุงให้ลุกขึ้นนั่งหลังพิงผนังข้างกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ห้อยร่องแร่ง มันเป็นภาพสุสานภายใต้แสงจันทร์เกือบเต็มดวงสีแดงเหมือนสีเลือดที่ไม่ได้น่าดูชมเลยสักนิด "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!" นี่มันกลายเป็นคำถามสุดฮอตอิหยังคิดฮอดแต่กอดบ่ได้ไปเสียแล้วสินะ ลุงมานะเอ่ยถามพลางเอื้อมมือไปหยิบแว่นตาโนบิตะบนพื้นขึ้นมาสวมแบบผิดๆ ถูกๆ จนน่ากลัวจะจิ้มตาเข้าสักดอก ดูๆ ไปแล้วเขาก็ยังเอ๋อๆ เบลอๆ ไม่ได้ต่างอะไรกับพี่ล่ำเลย ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกมา

"ลินดาล่ะ...เธออยู่ไหน!" อยู่ๆ คุณราเมศถามเสียงตื่นพร้อมกับผุดลุกยืนด้วยเข่าหันมองไปรอบๆ ตัว ดูๆ ไปก็เหมือนคิงคองมองหากล้วยยังไงก็ไม่รู้ แต่นั่นเองที่ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าภาพสุดท้ายที่ได้เห็นก่อนที่ทุกอย่างจะตัดฉับลงไปก็คือ ร่างของลินดาถูกพวกตุ๊กตาผีพวกนั้นแบกเทินหัวไป "ตุ๊กตาพวกนั้น!" ผมทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้วมองไปยังช่องบันไดที่อยู่ด้านไกลสุดของโถงทางเดินที่เละเทะอีเหละเขละขละพร้อมกันกับที่อะดรีนาลีนพุ่งปรี๊ดปร๊าดขึ้นสมอง "พวกมันเอาตัวเธอไป!" ผมพูดจบก็ดีดตัวออกเดินตรงไปทางบันไดนั่นทันทีโดยที่ลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขนาดไหน "นั่นคุณจะไปไหนน่ะ" พี่ล่ำราเมศที่คงยังไม่หายเอ๋อคว้ามือผมไว้ได้ไวยังกับลิงก่อนที่ผมจะทันได้ผ่านเขาไป "ก็ไปช่วยแฟนคุณไง...ถามได้!" ผมตอบพร้อมกับหันมาก้มหน้ามองหนวดเฟิ้มของเขาเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งพร้อมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมเช่นกัน เราสบตากันนิ่งอยู่ราวเสี้ยววินาที "เธอไม่ใช่แฟนผมซะหน่อย" เขาอ้อมแอ้มพูดออกมาเบาๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำท่าทำทางให้เหมือนกับว่ากำลังถูกผมจับผิดอยู่ด้วยล่ะเนีย นี่ถ้าเป็นซีรีย์วายล่ะก็... คงจะมีคนฟินจิกหมอนกับซีนนี้กันเป็นแถบเป็นแถวแน่เลย แต่สำหรับผม...ช่างเป็นโมเมนต์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจยังไงพิกล "นี่คุณไม่ได้กำลังจะขอผมแต่งงานหรอกใช่ไหมฟะ!" ผมทำหน้าเลิกลั่กถามพลางดึงมือออก และถ้าจะมีเรื่องที่น่าขนลุกยิ่งกว่าความสยองของค่ำคืนนี้ทั้งหมดมารวมกันล่ะก็...บอกเลยว่านี่แหละ สยองสุดๆ!

กลายเป็นว่าผมต้องเป็นคนที่วิ่งตามตูดรั้งท้ายไปซะงั้น เมื่อลุงมานะที่ดูจากสภาพแล้วน่าจะมีอาการน่าเป็นห่วงมากที่สุด กลับผุดลุกขึ้นแล้วออกเดินกึ่งวิ่งตรงไปหาบันไดอย่างคล่องแคล่วว่องไวได้อย่างกับนักกีฬาทีมชาติที่ลืมความแก่ของตัวเองไปเสียสนิท ในขณะที่ผมเกือบจะถูกสวมแหวนหมั้นอยู่รอมล่อ ตามด้วยคุณราเมศที่ลุกขึ้นวิ่งตามไปติดๆ ปล่อยให้ผมยืนเคว้งคว้างกางนิ้วรอแหวนอยู่เป็นครู่ก่อนที่จะได้สติกลับคืนมาแล้วหันตัววิ่งตามพวกเขาไป "พวกมันออกมาจากรูปพวกนี้จริงง่ะ...นี่มันจะบ้าบอหนักข้อไปหน่อยแล้วมั้ง" คุณราเมศเหลียวหน้ามาถามผมเมื่อพวกเราวิ่งมาถึงกึ่งกลางของทางเดิน "ไม่รู้...ถามลุงมานะสิ มันเป็นความคิดของเขานี่" ผมโบ้ย "ก็ถ้าไม่ใช่แล้วคุณคิดว่ามันมาจากไหนล่ะ" ลุงมานะตะโกนตอบโดยที่ไม่หันกลับมา "ก็อย่างที่รู้ๆ เห็นๆ กันนั่นแหละ อะไรที่เราคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้มันก็เป็นไปแล้วทั้งนั้นไม่ใช่รึไง" เขาพูดพร้อมกับออกอาการเหนื่อยหอบ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับผมเลย เพราะนี่เราก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาจนถึงครึ่งทางแล้วซึ่งมันก็เป็นระยะทางตั้งครึ่งสนามฟุตบอลแล้ว...ไม่เหนื่อยก็ให้มันรู้ไปสิ

อีกสองสามก้าวต่อมาลุงมานะก็ชะลอฝีเท้าลงพร้อมกับก้มมองบนพื้นปาร์เก้ที่หลุดร่อนจนเห็นพื้นปูนข้างใต้ก่อนที่จะหยุดวิ่งอย่างกะทันหัน ทำให้ผมกับพี่ล่ำราเมศวิ่งแซงล้ำหน้ามาหลายก้าวก่อนที่จะพากันเบรคตัวโก่งจนหัวแทบคะมำโชคดีที่ไม่มีผู้ตัดสินมาเป่านกหวีด "อะไรกันลุง!" คุณราเมศถามเสียงขุ่น น่าจะเป็นเพราะถูกขัดจังหวะจ็อกกิ้งซะก็ไม่รู้ "นี่มัน...มือถือของหนูลินดาใช่ไหม" ชายผมสีดอกเลาถามพร้อมก้มลงหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในกองเศษแก้วของโคมระย้าที่ร่วงลงมาแตกกระจายเกลื่อนพื้นขึ้นมา "ใช่จริงด้วย! แล้ว...เธออยู่ไหนล่ะ!" คุณราเมศดึงโทรศัพท์ไปดูแล้วทำหน้าตื่น "ผมคิดว่าพวกมันแบกเธอไปที่บันไดนะ" ผมพูดพลางชี้ไปที่ช่องบันไดที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบกว่าเมตร "งั้นจะรอช้าให้หญ้างอกอยู่ทำไม ไปต่อสิ...เร็วเข้า" นายแรมโบ้ราเมศพูดอย่างร้อนรนแล้วกลายเป็นคนวิ่งนำหน้าไปแทน โดยมีลุงมานะขยับตัวออกวิ่งตามไปติดๆ "ห่วงหาอาทรกันขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่ใช่แฟนอีกเนอะ...พ่อคุณ" ผมอดใจไม่ไหวที่จะแซะเสียหน่อย

เราทั้งสามวิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางบนพื้นมาหยุดยืนหอบแฮ่กๆ กันอยู่ที่เชิงบันได ผมมองตามขั้นบันไดขึ้นไปก็เห็นว่าประตูหมายเลข -33 ถูกเปิดอ้ารอคอยพวกเราอยู่ก่อนแล้ว "นั่นไง ประตูเปิดอยู่ พวกมันต้องพาเธอขึ้นไปบนนั้นแน่!" พี่ล่ำราเมศพูดพลางหอบหายใจดังฟืดฟาด ผมก็ไม่ได้คิดจะไปเถียงอะไรเขาหรอก เพราะผมเองก็กำลังหอบซี่โครงบานไม่น้อยไปกว่าเขาเลย บ่องตงเลยนะ...การวิ่งทุกประเภทไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ไม่เคยเข้าทางผมทั้งนั้นแหละ ยิ่งลุงมานะก็ยิ่งแล้วใหญ่ เขาถึงกับหอบตัวโยนเข่าทรุดจนต้องอาศัยเกี่ยวแขนคล้องคอผมไว้กันล้มเลยทีเดียว ทั้งที่ทำเป็นตัวห้าวออกตัววิ่งนำหน้าเพื่อนมาแท้ๆ "ไหวมั้ยล่ะเนี่ยลุง" ผมถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะหัวใจวายกะทันหันไปเสียก่อนที่จะหาทางออกจากที่นี่เจอ "ไหวสิ...ไหว แต่ขอพักแป๊บ!" เขาตอบพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกองแท่งไม้ปาเก้ที่หลุดร่อนอย่างไม่เกรงว่าจะโดนทิ่มตูด "ไม่มีเวลาแล้วนะลุง เธอกำลังต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรานะ!" พี่ล่ำราเมศทักท้วงด้วยอาการร้อนรน "เหมือนคนห่วงแฟนเลยนะคุณเนี่ย" อาจจะไม่ถูกกาละเทศะนัก แต่ผมก็เผลอทำปากลั่นแซะเขาไปอีกหนึ่งดอก พี่ล่ำชำเลืองมองหน้าผมด้วยหางตาอย่างเคืองๆ "ถ้างั้นผมขึ้นไปก่อนนะ ถ้าหายเหนื่อยแล้วก็ตามไปละกัน" พูดจบเขาก็เผ่นแผลวขึ้นบันไดไปทันทีโดยไม่ต่อปากต่อคำกับผมเลยสักคำ แต่ก็ดีละ...ถือโอกาสนี้ขอนั่งพักหายใจด้วยสักครู่ก็ยังดีวะ ไม่ใช่ไม่ห่วงนะ แต่ขามันป้อแป้ไปหมดแล้วต่างหากล่ะ...ผมคิดพลางเดินขาอ่อนระทวยไปหาขั้นบันได กำลังจะหย่อนก้นลงนั่งบนบันไดขั้นที่สองโดยหันหน้ามองกลับไปที่โถงทางเดิน แล้วก้นของผมต้องลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศไม่ทันได้แตะขั้นบันไดอย่างใจหวัง...วิบากกรรมซ้ำซ้อนอะไรอย่างนั้นวะเนี่ย!

จากด้านไกลที่พวกเราเพิ่งจะวิ่งมา กรอบประตูเริ่มละลายกลายเป็นของเหลวสีดำอีกแล้ว แต่คราวมันไม่ได้สลายหายไปและกลายเป็นกำแพงทึบตันเหมือนอย่างที่เคย ทว่าความดำมืดนั่นกลับขยายตัวออกไปกลืนกินผนังทั้งสองด้าน ทำให้ทางเดินเริ่มหดสั้นลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วกรอบรูปกรอบแรกก็ละลายหายไปเหมือนถูกป้ายทับด้วยน้ำยาลบคำผิดลิควิดเปเปอร์สีดำสนิท และมันก็ยังคงลามไล่กลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้ามาตามทางเรื่อยๆ ต่อไปไม่หยุด ไม่ถึงนาที... กรอบรูปกรอบที่สามและสี่ก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดอันดำสนิท ผมจึงตระหนักได้ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นมันไม่เป็นมิตรกับสุขภาพพลานามัยของพวกเราทุกคนเป็นแน่ นั่นทำให้อะดรีนาลีนขึ้นผมพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้

"เราต้องไปกันแล้วลุง!" ผมแหกปากอย่างอะเลิร์ทสุดตัวพร้อมกับดีดตัวตรงเข้าคว้าแขนลุงมานะฉุดให้เขาลุกขึ้น แต่เหมือนตูดของเขาจะงอกรากออกมายึดติดอยู่กับพื้นไปเสียแล้ว "เห็นใจคนแก่บ้างเถอะคุณ ขออีกห้านาทีได้ไหม" เขาโอดครวญขอความเห็นใจ "ไม่!...ห้าวินาทีก็ยังมากไป หันไปมองนั่นสิ!" ผมตะคอกเสียงแตกใส่เขา "อะไรอีกล่ะ" ชายวัยเฉียดแซยิดทำเสียงเหนื่อยหน่ายพลางเอี้ยวตัวหันไปมองข้างหลัง ทันใดนั้นเอง "อะไรวะนั่น!" ปฎิกริยาของเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นโอเว่อร์แอคทีฟอย่างฉับพลัน ตูดของเขาหลุดออกมาจากพื้นปาร์เก้ด้วยการดีดตัวผลึงลุกขึ้นด้วยความเร็วอันเหลือจะเชื่อ "รออะไร...ไปกันเร็ว!" กลายเป็นลุงมานะที่กลับเป็นฝ่ายฉุดลากแขนผมขึ้นบันไดไปซะงั้น เฮ้อ...ไม่เข้าใจชายวัยทองจริงๆ เลยผม

ผมวิ่งกระหืดกระหอบตามหลังชายวัยเฉียดแซยิดขึ้นบันไดและผ่านเข้าประตูมาแบบติดๆ ไม่ลืมที่จะคว้าขอบบานประตูฟาดปิดตามหลังดังโครมใหญ่ ในใจก็คิดหวังว่าเราจะพบลินดานอนสลบไสลอยู่ตรงไหนสักตรงข้างบนนี่ เพื่อที่จะได้พาเธอไปหาทางออกจากที่นี่กันต่อได้ทันเวลา ก่อนที่ความมืดที่ไล่หลังพวกเรามานั่นจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาถึงข้างบนนี้ แล้วผมก็ต้องพบกับความประหลาดใจอีกหนึ่งคำรบใหญ่ เมื่อหันกลับมาเห็นสภาพของโถงทางเดินในชั้นนี้ มันกลับมาเป็นทางเดินปูด้วยไม้ปาร์เก้สีน้ำตาลทองเสียอีกแล้ว เพดานประดับเชนเดอร์เรียคริสตัลพวงระย้าและผนังที่มีภาพเขียนตุ๊กตาลูกเทพสีน้ำมันในกรอบหรูหราหมาเห่าก็กลับมาแขวนประจำตำแหน่งของมันตามเดิม ทุกอย่างที่นี่อยู่ในสภาพดีไม่มีบุบสลายแตกหักใดๆ ให้เห็นเลยสักนิด ราวกับว่าพวกเราย้อนกลับมาเปิดประตูชั้นที่ -37 อีกครั้งยังไงยังงั้น!

ถึงแม้จะรู้สึกเข็ดขยาดกับการมองดูแล้วถูกตรึงสายตาไว้กับภาพของพวกมันเมื่อตอนเดินผ่านชั้น -35 เพียงใดก็ตาม แต่ผมก็อดที่จะกวาดตามองสำรวจรูปภาพเหล่านั้นไม่ได้อยู่ดี "เอากับมันสิ เมื่อไหร่จะไปพ้นจากทางเดินบ้าบอนี้เสียทีนะ" ลุงมานะบ่นพึมพำเบาๆ ในขณะที่ผมมองดูภาพตุ๊กตาลูกเทพภาพแรก ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกตุ๊กตาผมสีทองในชุดสีชมพูนั่นมันดูสดชื่นสดใสมีชีวิตชีวายิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สีผิวของมันก็ดูอมชมพูนวลเนียนเปล่งปลั่งเป็นประกายมีออร่ายิ่งกว่าที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ และสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างของบรรยากาศในภาพอีกอย่างก็คือฉากหลังเคยเป็นสุสานที่มืดทึมทึบภายใต้ดวงจันทร์เสี้ยวสีเลือดที่ชวนให้ขนแขนสแตนอัพนั่น ตอนนี้มันกลับกลายเป็นทุ่งดอกเดฟโฟดิลสีเหลืองสดใสกว้างไกลสุดสายตาภายใต้ท้องฟ้าสีครามขึ้นมาแทน คล้ายกับว่าศิลปินได้รีเพ้นท์ขึ้นมาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ยังไงยังงั้น

"คุณราเมศ!...เป็นอะไรไปน่ะ!" ผมสะดุ้งและหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองด้วยเสียงตะโกนลั่นของลุงมานะที่ดังขึ้นข้างๆ หู และเมื่อผมหันมองตามสายตาของเขาไปก็เห็นว่านายล่ำราเมศกำลังคุกเข่าก้มหน้าอยู่ที่ด้านไกลของโถงทางเดินเกือบสุดทางตรงแถวๆ หน้าภาพเขียนภาพที่สิบสามก่อนที่จะถึงช่องบันไดทางขึ้นชั้นต่อไป และผมคิดว่าเห็นร่างล่ำบึ้กถึกหนาของเขากำลังสั่นไหวและกระตุกเป็นจังหวะแปลกๆ ด้วย "นั่นเขาไปคุกเข่่าขอใครแต่งงานอยู่ตรงนั้นน่ะ" ผมถามขึ้นลอยๆ เมื่อเดินตามหลังชายผมสีดอกเลาที่ออกเดินนำตรงไปหา "คุณนี่...พูดเป็นเล่นอยู่เรื่อยเลยนะ" ลุงมานะหันมาเอ็ดผมก่อนจะเริ่มออกเดินกึ่งวิ่งตรงไปหาพี่ล่ำแรมโบ้ของเรา

แต่ละภาพที่ผ่านตาผมไปนั้นมันก็ยังคงเป็นภาพของตุ๊กตาลูกเทพที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่เคยเป็น แต่จะต่างกันตรงที่ตอนนี้พวกมันกระจายตัวออกไปตามจุดต่างๆ ในทุ่งดอกเดฟโฟดิลภายในภาพอย่างมีมิติสมจริงและมีชีวิตชีวา เป็นการจัดคอมโพสิชั่นที่ลงตัวดูแล้วสบายตาถึงแม้ว่าจะมีพวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นในทุกภาพที่ผ่านไปก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้มายืนอัดยัดเยียดกันเป็นปลากระป๋องจนดูน่ากลัวชวนขนหัวชี้โด่เด่อีกต่อไปแล้ว สีหน้าของพวกมันแต่ละตัวก็ดูน่ารักสวยสดใสและมีความสุขอย่างที่ตุ๊กตาควรจะเป็นอีกด้วย "เออ...ค่อยดูเป็นงานศิลปะขึ้นมาหน่อย" ผมพูดก่อนจะละสายตามามองไปที่พี่ล่ำราเมศ อีกสี่ห้าก้าวเราก็จะเดินไปถึงตัวเขาแล้ว นั่นเองที่ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมเขาถึงดูสั่นไหวแปลกๆ เมื่อแรกเห็น และแน่นอนสิ... การเดินกึ่งวิ่งอย่างเร่งรีบในระยะทางที่ไกลเท่าเดิมอย่างนี้ มันก็ทำให้ทั้งผมและลุงมานะจำเป็นต้องหอบหายใจแข่งกันมาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

"เป็นอะไรไป...เกิดอะไรขึ้นรึ คุณราเมศ" ลุงมานะเอ่ยถามเมื่อเข้าถึงตัวพี่ล่ำพลางคุกเข่าลงข้างคุณราเมศที่ก้มหน้าก้มตาทำเสียงสะอื้นฮักๆ ตัวสั่นสะท้าน ที่พื้นตรงหน้าของเขามีกองอะไรบางอย่างที่น่าจะเป็นอ้วกของเขาที่ถูกสำรอกออกทิ้ง "คุณ...เป็นอะไรไป นั่นอ้วกคุณเหรอ แพ้ท้องกลางอากาศรึไง?" ผมถามขึ้นบ้างเมื่อเดินตามมายืนมองอยู่อย่างสงสัยเช่นกัน ลุงมานะตวัดสายตาเขียวปั๊ดเข้าใส่ผม แต่นายล่ำราเมศก็ไม่ได้ตอบคำถาม เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองใครเลยด้วยซ้ำ แต่กลับยกมือชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่ภาพที่อยู่ตรงหน้า ผมกับลุงมานะมองตามไป แล้วความตื่นตะลึงก็จู่โจมเข้ามาพร้อมกับความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วทั้งแผ่นหลัง

ทุ่งดอกเดฟโฟดิลที่ควรจะเป็นสีเหลืองสดใสภายใต้ท้องฟ้าสีครามเหมือนกับรูปอื่น แต่บัดนี้มันได้เปลี่ยนไปเป็นดอกไม้สีแดงฉานประดุจชุบย้อมด้วยสีเลือดสดๆ มีหมู่มวลตุ๊กตาลูกเทพจำนวนมากมายกำลังเก็บดอกไม้เหล่านั้นและทำท่าเหมือนกับว่ากำลังดูดกินของเหลงสีแดงที่มาจากใจกลางกลีบดอกนั่นด้วยสีหน้าที่อิ่มเอมเปรมสุข ลูกเทพตัวที่เป็นจุดโฟกัสของภาพกำลังยืนยิ้มน้อยๆ พร้อมส่งสายตาบ้องแบ๊วกลมโตมาประสานสายตากับผู้เสพผลงานศิลปะ ราวกับมันจะบอกคนดูว่านี่คือที่สุดของผลงานของจิตกรผู้เขียนพวกมันขึ้นมาซึ่งได้ตั้งใจรังสรรค์ออกมาอย่างสุดฝีมือจนกลายเป็นผลงานชื้นโบแดงชิ้นนี้

สองเท้าเล็กๆ ของมันเหยียบยืนอยู่บนร่างขนาดเท่าคนจริงของผู้หญิงผมดำยาวคนหนึ่งที่นอนกึ่งคว่ำกึ่งตะแคงหันหัวและเงยหน้ามองออกมาออกมา ดวงตาของเธอเหลือกลานเบิกโพลงและปากอ้าค้าง ดูคล้ายกับว่าเธอจะถูกจับข้อเท้าแล้วกระชากลากตัวเข้าไปในภาพยังไงยังงั้น สองมือของเธอเหยียดยื่นและกางออกราวกับพยายามจะไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะก่อนที่เธอจะหลุดเข้าไปในเฟรมภาพทั้งตัว! เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาจากสองตาสองหูและปากไหลลงไปรวมตัวกันเป็นหยดอยู่ที่ปลายคาง ที่ใต้ร่างของเธอมีแต่กองเลือดแดงฉานนองเต็มพื้นและไหลเป็นทางทะลุออกมานอกกรอบ และมันก็ยังคงไม่หยุดเยิ้มหยดติ๋งๆ ลงบนพื้นไม้ปาร์เก้ที่แสนจะหรูหราหมาเห่าต่อหน้าต่อตาของพวกเรา ผมจ้องมองตาค้างอยู่ที่ใบหน้าที่ขาวซีดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีดทาบทับฉาบฉายอยู่บนใบหน้าของเธอด้วยความรู้สึกสยดสยองสุดบรรยาย... ปอยผมปอยเล็กๆ ปอยนั้น ย้อยสวาทลงมาปรกอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวปากตะไกรสก๊อยรุ่นใหญ่คนนั้น... ลินดา!

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!