ผมยืนมองวิญญาณรปภหนุ่มใหญ่ถูกลากเข้าไปในหลุมดำที่เกิดขึันบนผนังห้องด้านในอย่างช่วยอะไรไม่ได้ แม้แต่จะหยิบยื่นความเมตตาสงสารให้ ได้แต่พยายามหักห้ามและหยุดยั้งความรู้สึกที่จะเป็นอันตรายต่อตัวผม ซึ่งมันคอยแต่จะผุดขึ้นมาอย่างเต็มกำลัว "ไม่ได้นะช่าตรี แกจะละเมิดกฎไม่ได้เป็นอันขาด! ไม่อย่างนั้น แกเองนั่นแหละที่จะขิต!" ผมพึมพำย้ำเตือนตัวเองซ้ำไปซ้ำมา และที่แน่ๆ วิญญาณดวงที่สองนี้ก็ยังไม่ได้ให้เบาะแสใดๆ แก่ผมเลยตามเคยสินะ ผมถอนใจเฮือกก่อนถอยหลังออกจากห้องไปสู่ความมืดมิดของโถงทางเดิน แล้วเริ่มส่องไฟฉายไปตามประตูห้องถัดไปและถัดไป ราวสี่หรือห้าประตูผมก็พบกับสัญลักษณ์รูปมนุษย์หัวไม้ขีดติดอยู่ที่บานประตู ผมผลักมันและเดินเข้าไปทันที อย่างไม่ทันตั้งตัว ผมเข้าปะทะกับไอเย็นของพลังงานบางอย่างที่ขวางทางอยู่หลังบานประตูนั่น และภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของผมก็ฉายขึ้นในหัว
ชายหนุ่มร่างผอมสูงโย่งแทบจะหามัดกล้ามเนื้อไม่เจอ ใบหน้าหน้าเซี่ยมแก้มตอบบอกยี่ห้อขี้ยาตัวพ่ออย่างที่ตำรวจทุกนายบนโลกนี้และบนดาวอังคารจะต้องสะดุดตากับสาระรูปของมัน ไอ้บอยเป็นหนุ่มวัยยี่สิบแปด เจ้าของประวัติร้ายกาจโชกโชนไม่ธรรมดา ผู้เดินเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น ด้วยข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทยาบ้า บางครั้งก็โดนคดีลักเล็กขโมยน้อยหรือไม่ก็ฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ ล่าสุดโดนมาตรา334 ข้อหาขโมยเงินตู้บริจาคของวัดแห่งหนึ่งย่านชานเมือง แต่เพราะโทษที่ได้รับนั้นไม่ได้หนักหนาอะไร ไม่ถึงสามปีมันก็ออกมาเดินปร๋ออยู่นอกคุกแล้ว เพราะมันรู้จักการวางตัวเป็นอย่างดีในรั้วสถาบันเรือนจำเพื่อให้ได้เลื่อนขั้นเป็นนักโทษชั้นดีที่มีสิทธิ์ได้รับการอภัยโทษเร็วขึ้น แต่อย่างน้อยมันก็ดีตรงที่ไม่คิดจะก่อคดีอุกฉกรรจ์อย่างการปล้นฆ่าข่มขืนหรือผันตัวไปเป็นเอเย่นค้ายาเสพติดเต็มตัว งานพวกนั้นมันเสี่ยงเกินไป มันต้องยอมรับกับตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบานเลยว่า คนขี้ป๊อดอย่างมันไม่มีความกล้าขนาดนั้นหร๊อก ขอเป็นโจรกระจอกชาวอีหยิบอีฉวยขโมยแด๊กส์แบบนี้ดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ
"ไอ้บอย! ไอ้เปรต...ออกมาแล้วเหรอวะ เที่ยวนี้อยู่นานเลยนะเอ็ง" ไอ้เปี๊ยกเพื่อนคู่หูร้องทักเมื่อเห็นร่างผอมกร้อวแกร้วทรงขี้ยาของไอ้บอยโผล่หัวเข้าห้องรังหนูมา "เออ...พวกแม่งเปลี่ยนผู้คุมชุดใหม่ว่ะ กว่าจะตีซี้ขอเลื่อนขั้นได้" ไอ้บอยตอบพร้อมกับนั่งลงร่วมวง "เอ้า...นี่ รุ่นใหม่ล่าสุด ของเต้าดีจริงๆ นะเว้ย" ไอ้เปี๊ยกยืนเรือกระดาษฟรอยด์ที่มีเม็ดยาสีส้มแปร๊ดส่งให้มันพร้อมไฟแช็กแบบพิเศษและหลอดกระดาษครบเซ็ต ไอ้บอยรับเอามาจัดการลนไฟและสูบเอาควันสีขาวกลิ่นฉุนเข้าปอดจนหมดรวดเดียวในหนึ่งลม ก่อนจะค่อยๆปล่อยควันออกอย่างช้า "แล้วก็นี่..." ไอ้เปี๊ยกส่งกระดาษใบปลิวแผ่นเล็กให้เมื่อควันกลุ่มสุดท้ายถูกพ่นทิ้งไป "อะไรของเอ็งวะ" มันรับมาอ่าน "สมัครงาน" ไอ้บอยพูดเสียงสูงพอๆ กับหางคิ้ว ฟาดสายตาแข็งโป๊กอันเกิดจากฤทธิ์ยานรกไปที่หน้าเพื่อนคู่ซี้ ออกฤทธิ์ออกเดชว่องไวทันใจดีแท้ ของเค้าดีจริงๆ ด้วยแฮะ...มันคิด "ก็เออสิวะ งานพนักงานทำความสะอาดอพาร์ตเม้นท์ เอ็งลองอ่านดูก่อน" ไอ้เปี๊ยกพูดยิ้มๆ แต่นัยน์ตาแข็งกร้าวไม่แพ้กัน ไอ้บอยดึงสายตากลับมาเขม้นอ่านข้อความแล้วทำตาโต "เอ็งล้อข้าเล่นเปล่าเนี่ยะ! ชั่วโมงละพันห้า...บ้าไปแล้ว!" ไอ้บอยร้องเสียงดังมองหน้าเกลอแก้ว "แล้วเอ็งสนใจป่ะล่ะ งานนี้ค่าจ้างจุกโครตๆ แถมมีโอกาสโด้ของอีกเพียบเลยนะเว้ย" ไอ้เปี๊ยกรุก ไอ้บอยพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล "สนดิ...ว่าแต่เอ็งเหอะ จะทำด้วยกันใช่ไหม ไม่ใช่แกล้งอำกันเล่นนะเว้ย ข้าเตะคอหักจริงด้วย" มันตอบและถามกลับ "แน่นอนเว้บเพื่อน เอ้า...เอาไปอีกสองเม็ด เสร็จแล้วเราไปกันเลยนะเว้ย มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวหมาคาบไปแดร๊กซะก่อน" ไอ้เปี๊ยกสรุปพลางยื่นยาสีส้มให้เพื่อนสองเม็ด "เออ" ไอ้บอยพยักหน้าพลางรับยามาจัดการสูบควันสีขาวเข้าปอด โดยที่ไม่ได้สังเกตุเห็นสายตาของไอ้เปี๊ยกที่จ้องเขม็งมองมันเลยสักนิด
"ใช่ที่นี่แน่หรือวะเปี้ยก" ไอ้บอยสะกิดสีข้างเพื่อนพลางมองเหลียวหน้าเหลียวหลังล่อกแล่กอย่างไม่สบายใจ "เออ...เชื่อมือข้าเถอะน่า เก็บทรงหน่อย หลอนยาแล้วนะเอ็ง" ไอ้เปี๊ยกตอบเสียงเรียบเฉยขณะเดินนำตรงไปที่ป้อมยามใต้ชายคาหน้าตึก "โทษทีพี่...ผมกับเพื่อนมาทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ต้องไปทางไหนพี่" ไอ้เปี๊ยกเอ่ยเสียงดังฟังชัด รปภหนุ่มใหญ่ที่กำลังยืนก้มหน้าอ่านอะไรบางอย่างในกระดาษที่ถืออยู่ในมือเงยหน้าขึ้นมองพวกมันทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสีหน้าและสายตาไม่ไว้วางใจเต็มคาราเบล ไอ้บอยถึงกับหลบตาวูบใจหายวาบ แต่รปภหนุ่มใหญ่ก็เพียงแค่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะขี้มือไปที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์์ "ไปเซ็นเอกสารให้เรียบร้อยแล้วเริ่มงานได้เลย" เขาพูดจบก็เดินไปยืนเอามือไขว้หลังกลายร่างเป็นจ่าเฉยที่ข้างประตูกระจก ไอ้บอยแอบถอนใจด้วยความโล่งอก แต่ก็อดที่จะเหลียวล่อกแล่กไปมองที่ป๋าทึบที่ล้อมรอบอยู่ไม่ได้ พอหันกลับมาอีกทีไอ้เปี๊ยกก็เข้าประตูไปแล้วและตาลุงรปภก็ยืนทื่อเป็นจ่าเฉยไปแล้วด้วย มันลนลานวิ่งตามเพื่อนเข้าประตูมา และตามทันไอ้เปี๊ยกที่ยืนพูดกับพนักงานต้อนรับสาวสวยอยู่
"อ่ะ...เอ็งเซ็นชื่อซะให้เรียบร้อย" ไอ้เปี๊ยกหันมาส่งแฟ้มเอกสารให้พร้อมปากกา "อะไรวะ" ไอ้บอยถามอย่างงงๆ เพราะ ไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับการสมัครงานที่เป็นกิจลักษณะแบบนี้ "เซ็นชื่อ...จะสมัครงานก็ต้องมีสัญญาจ้างวิวะ หรือเอ็งจะถอนตัว..." ไอ้เปี๊ยกเอียงหน้ามากระซิบตอบ น้ำเสียงขึงขังฟังแปลกหู "ถ้าจะกลับก็กลับเองนะเว้ย ข้าไม่ไปส่งนา ข้าไม่ยอมกลับมือเปล่าหรอกเว้ย" เจอเข้ามุกนี้ไอ้บอยถึงกับเหวอ มันรับแฟ้มเอกสารมาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วแล้วส่งคืน ยืนมองเพื่อนหันไปส่งแฟ้มเอกสารให้หญิงสาวหลังเคาเตอร์ มันมองหน้าเธอแล้ว มันก็รู้สึกว่าเธอดูหน้าซีดๆ ยังไงชอบกลอยู่ "เอาล่ะ...ไปเปลี่ยนชุดกัน...พี่เขาบอกว่าห้องพักพนักงานอยู่ข้างหลังตึก" ไอ้เปี๊ยกพูดจบก็หันตัวจ้ำพรวดๆ ไปที่ประตูทางออก แล้วผลักมันเปิดเกินออกไป ปล่อยให้ไอ้บอยยืนเคว้งทำหน้าเอ๋ออยู่ที่เดิม มันเหลือบมองดูหญิงสาวที่หันไปก้มหน้าก้มตาอ่านอะไรอยู่โดยไม่ได้สนใจว่าใครจะไปจะมาอีกแล้ว สายตาของมันก็เหลือบเห็นถาดทองเหลืองสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่เท่าฝามือ วางอยู่หน้าป้ายประชาสัมพันธ์สามเหลี่ยม เฉียบ! โด้แม่ม...มันคิดพลางเหลือบมองรปภหนุ่มใหญ่ที่ยืนโด่หันหลังให้ประตูทางเข้าแวบหนึ่ง ในที่สุดมันก็ตัดสินใจคว้าถาดทองเหลืองนั่นมาซุกเหน็บขอบกางเกงด้านหน้าท้องใต้เสื้อยืด ก่อนจะหันตัวเดินตามไอ้เปี๊ยกออกจากตัวตึกไป
"ห้องของเอ็งอยู่ชั้นสอง เบอร์6 รีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดแล้วลงมาหาข้า" ไอ้เปี๊ยกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสั่งเสียงแข็งเมื่อไอ้บอยวิ่งตามมาทัน "อะไรวะ...ต้องแยกห้องกันด้วยเหรอ" ไอ้บอยถามอย่างกังวลไม่ทันสังเกตเห็นน้ำเสียงของเพื่อนเลยสักนิด "ก็เออสิวะ...อย่าบอกนะว่าเอ็งกลัวผีน่ะ" ไอ้เปี๊ยกพูดทำหน้าล้อเลียน "ไอ้เวร! แล้วเอ็งจะเสือกพูดทำไมวะ" มันพูดเสียงกระซิบและหันไปมาเลิ่กลั่ก "อย่าปอดแหกหน่อยเลยน่า ไป...ไปเปลี่ยนชุดแล้วลงมาหาข้า เดื๋ยวอัดยาเพิ่มกันอีกสักเม็ดสองเม็ด จะได้ไปหาโด้ของบนตึกกัน...เร็วเข้า" ไอ้เปี๊ยกรุนหลังพลางออกปากไล่อยู่ยิกๆ ไอ้บอยจึงจำใจต้องทำตามที่เพื่อนสั่ง "แล้วเอาอะไรที่เอ็งเพิ่งโด้มาน่ะ เก็บไว้บนห้องด้วย อย่าเสือกเอาติดตัวไปด้วยล่ะเอ็ง" ไอ้บอยหยุดกึกกับคำพูดนั้น เชี่ย...แม่งทันเห็นตอนไหนวะ...ไอ้บอยคิด หันมองหน้าไอ้เปี๊ยกอย่างแปลกใจ "เอ้าๆๆ...รีบไป ฝนลงเม็ดแล้วเห็นมั้ย...เดี๋ยวค่อยมาคุยกัน" ไอ้เปี๊ยกพูดจบก็หันเดินไปที่ห้องหมายเลขสามแล้วเปิดเข้าไปทันที ทิ้งไอ้บอยทำปากเงิบงาบตามหลัง หัวคิ้วขมวดมุ่นงุนงง แต่มันก็หันกลับเดินกึ่งวิ่งหนีสายฝนที่เริ่มโปรยปรายไปขึ้นบันได อดระแวงหน้าระแวงหลังตลอดเวลาไม่ได้ จนมาถึงห้องหมายเลขหกซึ่งอยู่ด้านไกลสุดของระเบียงชั้นสอง เมื่อมันเปิดประตูเข้าไปในห้อง มันก็พบว่ามีชุดพนักงานสีฟ้าอ่อนทั้งชุดวางพาดขอบเตียงพร้อมเน็ตคลุมผมหนึ่งอันกับหมวกแก๊ปสีขาวหนึ่งใบ "ต้องใส่ชุดนี่จริงเหรอวะ แต๋วโครตเลยเชี่ย" มันบ่นอุบพลางดึงเอาถาดทองเหลืองออกมาโยนลงไปที่กลางเตียง แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าชุดเดิมออก
หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพนักงานทำความสะอาดเสร็จ มันก็รีบเผ่นกลับลงมาที่ห้องหมายเลขสามอย่างเร็ว ฝนเริ่มลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่มันเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะเรียก เจอเข้ากับร่างเปลือยล่อนจ้อนผอมแห้งเป็นไม้เสียบอึ่งตากแดดของไอ้เปี๊ยกที่กำลังตั้งท่าจะใส่กางเกงขายาวสีฟ้าอ่อน "โถ่เว้ย! ไอ้เปรต ยังเปลี่ยนชุดไม่เสร็จอีก มัวแต่เหลาดินสออยู่รึไงวะไอ้เชี่ย กางเกงในก็ไม่ใส่" ไอ้บอยร้องด่าเพื่อนเป็นชุดพลางเบือนสายตาหนีภาพอุบาทว์แสนอุจาดตาไปที่เตียงนอน ที่มีเม็ดยาสีส้มนับสิบเม็ดและอุปกรณ์เสพยาพร้อมสรรพวางอยู่ ไอ้เปี๊ยกกลับหัวเราะร่าโดยไม่คิดจะปกปิดอะไรให้พ้นสานตาเพื่อนเลยแม้แต่น้อย "ใจร่มๆ ลมมันเย็นเว้ยเพื่อน...อัดยาให้เปรมก่อนเถอะ งานของเราจะเริ่มตอนสองทุ่มครึ่งนู่น" ไอ้เปี๊ยกบอกทำเอาไอ้บอยหันขวับไปย่นคิ้วมองหน้าเพื่อน "อ้าว...แล้วทำไมถึงได้เร๋งข้ายิกๆ ล่ะวะ" มันหรี่ตามองหน้าอย่างมีคำถาม ไอ้เปี๊ยกยิ้มเผล่ "เออน่า...เอ็งไม่เห็นเหรอว่าฝนตกอยู่ รอให้มันซาๆ หน่อยก่อนเถอะ ข้าขี้เกียจเปียกว่ะ ขี้ยาสู้แดดแต่ไม่สู้ฝนเอ็งก็รู้นี่หว่า" คำตอบของเพื่อนทำให้หัวคิ้วของมันคลายตัวลง "อ๋อ...เออว่ะ" มันเออออห่อหมกฮวกเอาไปฝากป้า ก่อนจะหันไปก้มหน้าจัดการกับยาสองเม็ดในเรือรักกระดาษฟรอยด์ เลิกสนใจไอ้เปี๊ยกที่กำลังจ้องมองมันอยู่ มีรอบยิ้มที่มุมปากน้อยๆ นัยน์ตาตำหดเล็กลงเหลือเป็นจุดสีดำก่อนจะขยายขนาดขึ้นกินเนื้อที่ตาชาวไปจนหมดสิ้น และควันดำบางๆ ก็ระเหยออกมาแวบหนึ่งก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนมาเป็นปกติ
เวลาผ่านไปจนกระทั่งฝนเริ่มซาลงจวนจะขาดเม็ดลงแล้ว แต่สองเพื่อนซี้นั่งอัพยาอย่างสบายอารมณ์ "ข้าว่า เราน่าจะได้เวลาทำงานแล้วล่ะว่ะ" ไอ้บอยพูดขึ้นหลังจากพ่นควันบางเบาสีขาวออกจากปาก "เออ...ช้าก็ว่างั้นแหละ" ไอ้เปี๊ยกตอบก่อนจะหยิบยาใส่ลงในเรืออีกหนึ่งเม็ด "เห้ย...เอ็งกะจะไม่หลับไม่นอนตลอดปีเลยรึไง เหลือไว้เติมบ้างสิวะ" ไอ้บอยทักท้วง ฤทธิ์ยาทำให้มันมีอาการกัดฟันกรามกรอดๆ นัยน์ตาแข็งกร้าวจ้องหน้าเพื่อนเขม็ง ไอ้เปี๊ยกจ้องตาตอบด้วยอาการรไม่ต่างกันพลางยิ้มมุมปากส่งเสียงหัวเราะหีๆ ปากคาบหลอดกระดาษเอาไว้ "อย่าห่วงไปเลยน่ะ เอ็งได้เติมเต็มคราบแน่...เพื่อน" พูดจบไอ้เปี๊ยกก็จัดการจุดไฟแช็คลนเอาควันออกมาสูบเข้าปอดเต็มสูบก่อนจะเงยหน้าขึ้นตั้งฉากกัยลำตัวแล้วอ้าปากกว้าง ปล่อยควันออกมา แต่ควันนั่นมันไม่ใช่ควันสีขาว!
ไอ้บอยถึงกับตาเหลือก ผงะถอยหลังถีบตัวออกห่างจนหลังชนขอบเตียง อ้าปากค้างตาเบิกโพลงอย่างตื่นตระหนกมองไอ้เปี๊ยกที่เงยหน้าอ้าปากปล่อยควันสีดำสนิทพุ่งเป็นเกลียวขึ้นไปในอากาศ นัยน์ตาคู่นั้นกลายเป็นสีดำสนิท ควันดำหมุนเป็นเกลียวขึ้นไปชนกับเพดานห้อง ก่อนจะเด้งย้อนวกลงพุ่งตรงเข้ามาในปากที่อ้ากว้างของไอ้บอยอย่างไม่ปล่อยให้มีโอกาสตั้งตัว ร่างไอ้บอยดิ้นเร่าๆ ก่อนจะเริ่มเกร็ง แขนและมือสองข้างเหยียดออกและสั่นระริก ควันดำนั่นกำลังชอนไชทะลุทะลวงไปทั่วร่างของมันแล้วพวยพุ่งออกทางหูตาจมูกและผิวหนังที่กลายเป็นสีขี้เถ้าเหี่ยวแห้งแฟบลงติดกระดูก ร่างกายและแขนขาของมันเกิดการขยายขนาดใหญ่ขึ้นและยืดยาวออก มือและเท้าขยายขนาดใหญ่โตขึ้น ผมบนหัวยาวออกมาฟูฟ่องและเป็นสีเทา กระโหลกหน้าผากขยายยืดขึ้นส่วนกรามล่างยืดลงเกือบถึงอก ในขณะที่ร่างของไอ้เปี๊ยกสลายกลายเป็นกลุ่มควันดำตีเกลียวพุ่งเข้าใส่ไอ้บอยที่เปลี่ยนรูปไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่ไม่ได้เข้าไปรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว มันกลับม้วนพันรอบอกของร่างที่ขยายใหญ่โตแล้วกระชากร่างโปร่งแสงของไอ้บอยให้หลุดออกจากกายเนื้อ ตรงเข้าหาหลุมสีดำที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันที่ผนังห้อง "อย่าาาาาาา..." วิญญาณไอ้บอยร้องเสียงหลง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็คืนกลับสู่ความเงียบสงัด เหลือเพียงแค่ผมที่ยืนคาเด่อยู่ที่ประตู
ผมสะบัดหัวไล่ความมึนงงอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินเซนิดหน่อยเข้าไปในห้อง สมองเริ่มคิดทบทวนกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ รู้สึกคุ้นตากับสิ่งที่ไอ้บอยฉวยมาจากเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่นะ...ผมนึกทบทวนแล้วความทรงจำก็แจ่มชัดขึ้นมา มันคือถาดที่วางกุญแจห้องมืดในห้องพนักงานหมายเลขหกไงล่ะ หัวใจของผมพองโตคับอก รีบกระวีกระวาดหันตัวกลับมาผลักประตูออก "ต้องไปที่ห้องพนักงานทำความสะ..." ผมพึมพำค้างคาเมื่อพบว่าอีกฝั่งประตูที่เปิดออกนั้น มันกลายเป็นห้องพักพนักงานทำความสะอาดไปแล้ว และถาดทองเหลืองแวววาวนั่นก็นอนสงบนิ่งอยู่บนที่นอนที่ผ้าปูตึงเปรี๊ยะ กวักมือหย็อยๆ เรียกร้องให้ผมเข้าไปหามัน "ไม่จริงน่า...ไม่น่าจะง่ายแบบนี้ล่ะมั้ง" ผมพูดกับตัวเองเมื่อเดินไปหยิบถาดทองเหลืองขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ด้านหน้ามีเกลียวตัวเมียเป็นหลุมอยู่กลางขอบถาด และเมื่อพลิกด้านหลังก็ก็เห็นว่ามีเดือยเล็กๆ สี่อันเหมือนมีไว้สำหรับติดเข้าไปกับวัตถุอื่นใดอยู่ด้าย ไม่ผิดแน่ เจ้านี่ก็คือ 'แป้นยึดก้านเชิงเทียนสินะ' ผมพึมพำอย่างลิงโลด
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 25
Comments