ประตูแฝด

กว่าที่ผมจะนึกขึ้นได้ว่าต้องทำอะไรต่อก็กินเวลาไปตั้งหลายวินาที ผมรีบกระชากประตูปิดอย่างแรงและกดล็อคลูกบิดอย่างเร็ว ก่อนจะเอาเทียนขึ้นปักลงบนเชิงเทียนที่มีหน้าตาคล้ายกับอันที่อยู่ในห้องมืดของปิศาจหมึกแวมไพร์ เอ่อ...รึเปล่าก็ช่างหัวมันเหอะ ผมมือสั่นอย่างลนลานพยายามที่จะจุดไฟให้ติด 'แช็ค...แช็ก...เช็ค' "ให้ตายสิวะ!" ผมสบถอย่างเดือดดาลด้วยความขัดใจ "ไอ้ไฟแช็คบ้าเอ๊ย! เกิดจะมาจุดยากจุดเย็นอะไรตอนนี้วะเนี่ยะ!" ผมร้องด่าไฟแช็คเจ้ากรรม เหงื่อแตกพลั่กๆ ด้วยความร้อนรนเหมือนคนปวดขี้ที่หาห้องส้วมจะเข้าไม่ได้

มีเสียงกึงๆ หนักๆ ดังลงมาจากข้างบนเหนือหัว ทำให้เพดานเกิดการสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงกราวๆ ผ่านหัวผมไป ผมเงยหน้ามองตามเสียงที่มันเคลื่อนที่ไปทางด้านระเบียงทางเดินแล้วหัวใจผมก็มีอันต้องหล่นวูบอีกครั้ง จากด้านบนขอบชายคาระเบียงตึกผมเห็นแขนงยุ่บยั่บสีแดงสดกำลังเลื้อยไต่ลงมา ผมรัวหัวแม่โป้งปัดเฟืองหมุนจุดประกายไฟอย่างบ้าคลั่ง "ติดสิ...ติดสิวะไอ้ไฟแช็คส้นตึก!" ผมเช่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสบถก่นด่า แต่มันก็ยังคงไม่ได้ผลอยู่เหมือนเดิม "โถ่...ติดซะทีสิจ๊ะตัวเธอ" ลองเปลี่ยนมาใช้มธุรสวาจาดูดิ๊ 'แช็ค...พรึบ!' หน็อย...ไอ้ไฟแช็คตอแหลแช่แฟ้บ!

ในที่สุดแสงเทียนก็สว่างเรืองรองขึ้นจนได้ด้วยคำพูดหวานหยดย้อยนี่เอง เฮ้อ...เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ตั้งสี่สิบกว่าปีก็เพิ่งจะเคยเจอนี่แหละ ไม่ยักกะรู้มาก่อนเลยว่าไฟแช็คก็ตอแหลได้ด้วย แต่เอาเหอะ...ตอนนี้จะอยู่รอใครมาตัดริบบิ้นอีกล่ะครับ...เผ่นดิวะ! ว่าแล้วผมกระโจนลงจากชานพักบันไดลงสู่ทางเดินอย่างรวดเร็ว แต่ดันเสียหลักถลาไปข้างหน้าเข้าหาราวระเบียง โชคดีที่ใช้มือยันไว้ทันไม่งั้นคงมีอันต้องดั้งยุบบุบบู้บี้เป็นแน่ ตอนนี้รยางค์แส้นั่นกระดึบคืบคลานเข้ามาในตัวอาคารครบทั้งสี่เส้นแล้ว มันเลื้อยเกาะไปตามเพดานระเบียงราวกับมือที่คลำหาอะไรสักแย่าง แล้วดวงตาที่เรียงรายบนหัวกลมฟูก็ห้อยตามลงมาจากความว่างเปล่าของนอกระเบียงพร้อมกับเสียงแตกหักของคอนกรีตที่ทำให้เศษปูนร่วงกราวลงไปเบื้องล่าง ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่มันใช้ปลายก้ามแหลมแทงผนังปูนเพื่อยึดพาตัวเองลงมานั่นเอง

ผมตาเหลือกรีบลุกขึ้นและออกตัวโกยอ้าววิ่งกลับมาถึงหน้าประตูลิฟท์อย่างไว ด้วยความเร็วเกือบเทียบเท่าความเร็วแสงเลยมั้งน่ะ เหลียวหลังกลับไปมองข้างหลังพร้อมกับรัวนิ้วจิ้มลงบนปุ่มเรียกลิฟต์อย่างไม่สนใจว่าปุ่มจะทะลุหรือนิ้วจะหักไปเสียก่อนหรือเปล่า ตอนนี้ไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งกำลังยื่นขาก้ามของมันลงสู่พื้นระเบียงทางเดินได้แล้ว ไม่ถึงอึดใจ มันก็เริ่มขยับรยางค์แส้เลื้อยยึกหยึยนำหน้าตัวมันมาตามทางเดินเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว 'ติ๊งงงงง!' เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก ผมพุ่งตัวเข้าไปทันทีก่อนจะหันมารัวนิ้วใส่ปุ่มปิดย่างบ้าคลั่งอย่างโนสนโนแคร์อะไรทั้งนั้น ตาก็มองออกไปที่ระเบียงทางเดิน

ในความมืดข้างนอกนั่น ดวงตาแดงก่ำนับสิบดวงสะท้อนกับแสงไฟฉาย ไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งนั่น มันปีนเข้ามาอยู่ใต้ชายคาได้ทั้งตัวแล้ว และมันเริ่มเคลื่อนที่ตามผมมาทันที ในชนะที่ประตูเลื่อนเข้าหากันและยังไม่ทันจะปิดสนิทนั้น มันก็ส่งแขนงปลายรยางค์เล็ดลอดเข้ามาข้างในได้ แต่ก็ดันถูกประตูหนีบเอาไว้ซะงั้น และเมื่อลิฟต์เริ่มเคลื่อนตัวลง แขนงสีแดงสดสามเส้นสั่นระริกอยู่ชั่วครู่พร้อมกับเสียงคำรามที่แผดขึ้นดังลั่นลงมาจากด้านบนนอกตัวลิฟต์ ก่อนที่มันจะขาดและหล่นลงพื้นดิ้นดุ๊กดิ๊กด๊อกแด๊กไปมาเหมือหางจิ้งจกที่ถูกสลัดทิ้ง ผมยืนพิงผนังลิฟต์ด้านในหอบหายใจจนตัวโยนด้วยความเหนื่อยผสมผสานเข้ากับความตื่นระทึก ตามองจ้องจับอยู่กับตัวเลขบอกระดับชั้นเหนือประตูสลับกับปลายรยางค์ที่ขาดสะบั้นและยังคงดีดดิ้นไม่ยอมหยุดนั่น ในใจก็ภาวนาขอให้มันพาผมลงไปถึงชั้นGรวดเดียวด้วยทีเถิ๊ดดดด...เจ้าประคู๊ณณณณ!

และก็เป็นอีกครั้งที่เจ้าปรคู๊ณมองเมินไม่ยอมเข้าข้างผม เมื่อตัวเลขเลื่อนลงมาถึงเลขสามนั้น อยู่ๆ ตัวลิฟต์ก็สะดุดหยุดลงฉับพลันส่งเสียงดัง 'กึง' จนผมหัวแทบคะมำ "เย็บเข้! ไอ้ลิฟต์รูตูส!" ผมหลุดสบถผสมคำด่าออกมาอย่างลืมตัว ก่อนที่ประตูจะเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นความมืดสลัวของระเบียงทางเดินชั้นสาม ตามมาด้วยเสียงคอนกรีตแตกกระจุยกระจายดังลงมาจากด้านนอกระเบียงชั้นบน เศษปูนและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาตามจังหวะการเคลื่อนตัวของเสียงแตกนั่น ซึ่งผมก็ตระหนักได้ในทันทีเลยว่ามันกำลังตามมาแล้ว! ตกลงแกเป็นแมงง่องแง่งผสมสไปเดอร์แมนหรือไงวะ...ผมคิดอย่างแพนิคนิดๆ

รอช้าไม่ไหวแล้ว! ผมเผ่นพรวดออกวิ่งไปหาบันไดกลางตึกทันที แสงสว่างจากลิฟต์ถูกตัดฉับไปเพราะประตูเลื่อนปิดตอนที่ผมวิ่งมาถึงมุมเลี้ยวไปหาบันไดทางลง แต่ก่อนที่จะเลี้ยวไปหาบันไดนั่นเอง ที่ทางเดินข้างหน้าผม ตอนที่หันแสงไฟฉายไปที่บันใด อยู่ดีๆ ที่หางตาผมก็เห็นร่างร่างหนึ่งของใครก็ไม่รู้ ปรากฏตัวขึ้นมายืนตะคุ่มอยู่บนทางเดินระเบียงมืดๆ นั่น ดูจากรูปทรงแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงเพราะเธอดูเหมือนว่าจะสวมชุดกระโปรงอยู่นะ แต่ใครจะสนล่ะ...ที่นี่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะสมควรมีใครโผล่มายืนตะคุ่มในความมืดในตึกที่เต็มไปด้วยปิศาจบ้าเลือดอย่างนี้ซะหน่อย ดีไม่ดีนั่นอาจจะเป็นผอสระอีของคนที่ตุยไปก่อนหน้านั้นก็ได้ แค่คิดก็เย็นสันหลังวาบแล้ว! จากทางด้านหลังของผม นอกจากเสียงคอนกรีตแตกกระจายแล้ว มันยังมีเสียงประตูห้องพักถูกกระชากเปิดออกกับเสียงบานประตูกระแทกเข้ากับผนัง ตามด้วยเสียงหวีดร้องโหยหวนน่าขนลุกอีกต่างหาก ถ้าจะมองเสียงพวกนั้นในแง่บวกก็คือมันช่วยเร่งให้ผมเพิ่มความเร็วขึ้นมาได้อีกอย่างน่าเหลือเชื่อเลยแหละ ผมกระโจนลงบันไดทีละสองขั้นโดยที่ไม่ยอมเสียเวลาหันกลับไปมองเด็ดขาด ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไรก็ตาม...แต่แช่แป้งได้เลยว่ามันไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผมแน่ๆ

ครั้นผมวิ่งลงมาถึงเชิงบันไดจะลงไปชั้นสอง ทันใดนั้นไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งก็โหนร่างใหญ่ดำทมึนของมันเข้ามาในทางเดินหน้าลิฟต์เสียงดัง'โครม' ซึ่งน่าเกิดจากการแตกหักของประตูไม้อัดของห้องพักที่รยางค์ของมันหวดเข้าใส่นั่นแหละ และมันก็อยู่ห่างจากตัวผมไปเพียงไม่ถึงสิบเมตรเท่านั้น นั่นทำให้ผมตัดสินใจกระโจนรวดเดียวจากบันไดขั้นบนสุดลงไปที่ชานพักได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นก็รู้ตัวเลยว่ากรูนี่มันโง่บัดซบเลยที่ทำอย่างนั้น เมื่อรู้สึกเจ็บแปลบหัวเข่าขึ้นมาอย่างรุนแรง โชคยังดีที่มันไม่แตกหักเสียหายแต่แต่อย่างใด แต่ไม่ว่าจะยังไงข้อเข่าของผมน่าจะมีปัญหาในอนาคตอันใกล้ซะแล้ว ทีนี้ก็เหลือบันไดอีกแค่เพียงชุดเดียวเท่านั้น ผมก็จะลงไปถึงโรงรับรองที่ชั้นGแล้ว ผมวิ่งลงบันไดทีละสองขั้นมาถึงชานพักชั้นสองตอนที่ราวบันไดที่ข้างบนหัวหล่นลงมาเฉียดหัวผมไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ดูดู๊ดู...ดูมันทำ วินาศสันตะโรบรรลัยวายป่วงกันไปหมดแล้ว! ผมชะงักพร้อมกับแหงะหน้ามองขึ้นไปข้างบน ก็เห็นว่ามันโผล่มาทมึนอยู่แทนที่ราวบันไดที่มันเพิ่งจะจงใจทำหล่นใสหัวผมแล้ว แถมตอนนี้หัวเข่าของผมก็กำลังประท้วงยกใหญ่ด้วยความเจ็บแปลบและขัดยอก แต่ผมก็กัดฟันข่มความเจ็บโจนลงบันไดทีละสามขั้นลงมาสู่แสงสว่างจากฟลูออเรสเซ้นท์ในห้องโถงจนได้

ผมกัดฟันสับขาวิ่งงอย่างสุดชีวิตถลาผ่านเคาน์เตอร์และลิฟต์ไปจนเกือบจะถึงทางเลี้ยวเข้าโถงทางเดินไปออฟฟิศแล้ว กระจกบานเดิมก็สะท้อนภาพของไอ้แมงง่องแง่งที่เหวี่ยงรยางค์ว่อนไปในอากาศโผล่พ้นมุมเคาเตอร์มา ระยะห่างแค่นี้น่าจะพอให้ผมมีเวลาวิ่งไปถึงออฟฟิศทันก่อนที่จะถูกมันจับฟาดกับพื้นล่ะน่า สมองผมคิดคำนวนอย่างรวดเร็ว ทว่า...ทันใดนั้นเองก็มีอะไรบางอย่าง เลื้อยเข้ามาพันรอบข้อเท้าขวาของผมเอาไว้ ทำให้ผมเสียหลักหัวทิ่มหัวตำคะมำพุ่งเข้าหาบานกระจกเงา แว่บหนึ่งที่มองเห็นผ่านกระจกคือแขนงรยางค์แส้เส้นหนึ่งของมันนั่นเองที่ตวัดมารัดข้อเท้าผมไว้ ผมยกแขนขึ้นปิดหน้าหลับตาปี๋เตรียมรับการปะทะเมื่อพุ่งเข้าหาผนังคอนกรีตที่อยู่ข้างหลังบานกระจก

เกิดเสียง 'วึง' ดังขึ้นในหัวอยู่ชั่วครู่พร้อมกับความรู้สึกเสียววูบที่ท้องน้อยและเย็นวาบไปทั่วทั้งสารร่าง จากนั้นผมก็พบว่าตัวเองกำลังกลิ้งหลุนๆ เป็นขนุนตกรถจนหลังไปกระแทกกับปลายด้านหนึ่งของเคาเตอร์ประชาสัมพันธุ์ โดยที่มีประตูลิฟต์ทั้งสามตัวตั้งอยู่ข้างหน้า เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่งลงผมก็รีบพลิกตัวลุกขึ้นนั่งสะบัดหัวด้วยความมึนงง 'เกิดอะไรขึ้นวะ' คำถามผุดขึ้นมาวิ่งวุ่นวายอยู่ในหัว อยู่ๆ ผมก็นึกขึ้นได้ "เชี่ยแล้ว!" ผมร้องอย่างตื่นตระหนก พร้อมกับหันขวับมองไปที่กระจกอย่างไว นั่นทำให้อะดรีนารีนพุ่งปรี๊ดฉีดขึ้นหน้าอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างสยองแมงง่องแง่งยืนทมึนอยู่ในกระจกนั่น ผมรีบหันขวับกลับไปมองข้างหลังทันที อ้าวเฮ้ย...อะไรของมันแว๊!

ที่ข้างหลังผมไม่มีอะไรเลยนอกจากประตูกระจกใสบานสวิงที่ปิดสนิทยิ่งเงียบอยู่ ไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งนั่น...ไม่ได้อยู่ข้างหลังผมนี่นา แล้วนั่น...ผมหันกลับไปที่กระจกอีกครั้งก็ยังเห็นมัยยังอยู่ในนั้นอนู่เลย "อะไรวะเนี่ย!" ผมร้องด้วยความสับสนกับสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืนหันรีหันขวางไปรอบตัว แล้วผมก็เห็นตัวเลขบอกระดับชั้นของลิฟต์ว่ามันกลับด้านอยู่ เคาเตอร์ที่เคยตั้งอยู่ทางซ้ายก็กลับมาอยู่ทางขวาและป้ายสามเหลี่ยมบนเคาเตอร์ที่เขียนคำว่าประชาสัมพันธ์มันก็กลับสลับด้านจนอ่านไม่เป็นภาษา เช่นเดียวกับประตูลิฟต์ที่สลับกลับข้างกันไปหมด หรือว่า...นี่ผมหลุดเข้ามาอยู่ในกระจกงั้นเหรอ!

เมื่อตระหนักรู้ถึงความแปลกประหลาดนี้ได้ อุณหภูมิเลือดในร่างกายของผมก็พลันลดวูบ เย็นเยียบลงอย่างเฉียยพลัน ไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งในกระจกนั่นกำลังตั้งท่าจะกระโจนตามเข้ามาแล้ว ทำเอาผมผวาสุดตัว ตัดสินใจออกวิ่งไปตามโถงทางเดินตรงไปยังออฟฟิศของผมทันที แต่ความรู้สึกมันยอกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมคุ้นเคยกับมันเลยสักนิด เมื่อมาถึงประตูออฟฟิศ ผมก็พบว่าลูกบิดของมันอยู่กลับด้านอยู่เช่นกัน แต่ผมก็คว้ามันแล้วบืด ซึ่งก็แน่นอนว่ามันเปิดไม่ออกเพราะบิดลูกบิดไปตามปกติไม่ได้ หรือว่ามันต้องบิดไปอีกทางรึเปล่านะ...สมองของผมคิดเร็วจี๋แต่กลับไม่ได้มีเวลาทากพอที่จะทำตามที่คิด หางตาผมเห็นแขนงรยางค์แส้สีแดงของมันทะลุผ่านกระจกเข้ามาได้และกำลังเลื้อยตรงมาหาผม พร้อมกับเสียงคำรามคำรณแสนจะเกรี้ยวกราดดัวสนั่นลั่นตึก "โกรรรรรรว์!"

ด้วยอารามตกใจ ผมจึงผละออกจากประตู แล้วหันตัวรีบวิ่งเข้าไปยังประตูเหล็กของห้องมืดแทน โซ่และแม่กุญแจยังกองอยู่บนพื้น เพียงแค่อยู่กลับด้านกัน ผมออกแรงผลักประตูเหล็กเปิดออกด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเหลือ ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปสู่ความดำมืดภายในแล้วดันปิดทันที โดยไม่สนว่าข้างในนั้นก็ยังมีไอ้ปิศาจหมึกแวมไพร์อีกตัวที่เร้นกายอยู่ในความมืดรอผมอยู่ ผมหันหลังเข้าพิงประตูพลางหอบหายใจแรงเหมือนท่อไอเสียสำลักควัน หันแสงไฟฉายแรงสูงส่องไปทั่วห้อง แต่กลับไม่มีวี่แววของไอ้ตัวในความมืดนั่นเลย ประตู...ในห้องนี้มีประตูอีกบานและผมต้องหาประตูทางออกให้เจอแม้จะไม่รู้ว่าหากเปิดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปก็เถอะ แล้วผมก็หันไปเห็นมัน เปลวแสงสีส้มจอมแวมจอมแวมจากเทียนไขสีแดงที่ถูกจุดไว้บนเชิงเทียนทองเหลือง ติดอยู่ตรงกึ่งกลางของประตูเหล็กอีกบาน

เกิดแรงกระแทกประตูเหล็กเสียงดังสนั่นสะท้านแผ่นหลังของผม ไม่มีเวลาแล้ว...มันต้องพังเข้ามาได้ในอีกไม่กี่วินาทีนี้แน่! ผมรีบตรงไปยังประตูแฝดนั้นทันที ในขณะที่ประตูห้องก็ถูกกระหน่ำทุบด้วยแรงมหาศาล ผมจับที่จับแล้วออกแรงดึงเต็มที่จนเกือมทำขี้ทะเล็ด แต่ก็พบว่ามันฝืดกว่าคู่แฝดของมันมาก อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีใครได้ผ่านมาเปิดมันบ่อยๆ ละมัง เสียงโครมดังขึ้น คราวนี้ขอบประตูทั้งด้านบนและล่างเผยอเปิดออก มีแสงสว่างสีขาวขุ่นจากโถงทางเดินขเางนอกสาดเข้ามา "ไอ้บ้าเอ๊ย! เปิดสิวะ!" ผมสบถอย่างลนลานแล้วออกแรงให้มากขึ้นกว่าเดิม

'โครม!' เสียงกระแทกครั้งนี้มันคือหายนะของผมอย่างแท้จริง ประตูเหล็กนั้นถูกกระแทกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่มันมันจะยอมหักพับลงตรงกลางและกระเด็นหวือไปปะทะกับผนังห้องมืดด้านในอย่างแรงแล้วร่วงลงบนพื้นเสียงดังโกร่งกร่าง พร้อมกับเงาร่างทมึนของไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งพาดเข้ามา ผมรีบจับที่จับด้วยสองมมือใช้เท้ายันผนังข้างประตูแล้วออกแรงดึงสุดกำลัง "เปิด...สิ...วะ" ผมออกแรงสุดกำลังแต่มันก็ยังไม่ยอมขยับ ตอนนี้เรี่ยวแรงมีเท่าไหร่ผมใช้มันในการดึงประตูเหล็กนี้เท่านั้น แต่ก็ดูจะไม่เป็นผลเอาเสียเลย "เปิด...ให้...พี่... หน่อย...สิ...จ๊ะ" ผมลองเปลี่ยนมาใช้ไม้นวมอย่างคนจนตรอกที่ความหวังกำลังจะมอดดับลงพร้อมกับดวงชัวิตในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว

เสียงบานพับสนิมจับร้องครวญรางอย่างแสนทรมานหูดังลั่นและบานเหล็กก็เปิดแง้มออกตามแรงได้ในที่สุด อุบ๊ะ!...ประตูนี่ก็ตอแหลเหมือนกันหรือวะเนี่ยะ! ถึงจะเปิดอ้าได้แค่คืบกว่าๆ แต่มันก็กว้างพอที่ผมพาตัวเองแทรกผ่านลอดออกสู่แสงสว่างของหลอดฟลูออเรสเซนต์ได้สำเร็จก่อนจะดึงประตูปิดตาม ขังเจ้าของเสียงคำรามกราดเกรี้ยวที่ดังลอดออกมาไว้ข้างใน จากนั้นก็รีบก้มลงคว้าเอาโซ่เส้นใหญ่ที่กองอยู่ข้างๆ มาพันคล้องที่จับเข้าด้วยกันก่อนจะเอาแม่กุญแจมาคล้องกับแล้วล็อคมันทันที ผมถอนใจด้วยความโล่งอกเมื่อหันกลับมาพบว่า โถงทางเดินที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว ประตูห้องออฟฟิศและกระจกเงากลับมาอยู่ด้านขวามืออย่างที่ควรจะเป็นแล้ว "เย็บเข้...นึกว่าจะขิตซะแล้วสิ" ผมพูดกันตัวเองและเดินโซเซไปที่ประตูห้องออฟฟิศ

ยังจะได้เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเลบ เสียงโซ่ที่ผมเพิ่งใช้คล้องประตูก็ดังขึ้น 'เคร๊งงงง!' และเมื่อหันไปมองก็เห็นปลายแส้ระยางค์สีแดงทะลุกลางบานประตูเหล็กออกมา ก่อนที่จะถูกแรงแรงโคตรมหาศาลกระชากจนพับงอและผลุบหายเข้าไปข้างในห้อง "ไอ้อิ๊บอ๋ายเอ๊ย!" ผมร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งโผล่หัวและก้นที่เมีปากติดอยู่ออกมาแผดเสียวคำรามดังสนั่น "โกรรรรรว์!" พร้อมกับส่งแส้รยางค์เลื้อยตรงมาหาผมและพันแขนงของมันไว้รอบลูกบิดประตูอย่างรวดเร็ว เขี่ย...ผมกลับเข้าห้องไม่ได้เสียแล้ว! ผมรีบตั้งสติแล้วหันตัววิ่งออกไปทางห้องโถงรับรองอีกครั้ง แน่นอนว่าไอ้ปิศาจนั่นก็จะต้องตามตูดผมมาติดๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ทันทีที่โผล่พ้นหัวมุมออกมาผมก็เห็นพวกปิศาจก่อนหน้านี้พากันยืนออกันอยู่ที่ระเบียงด้านนอกประตูกระจก ทั้งไอ้ปิศาจรปภ ทั้งปิศาจตั๊กแตนปูปลาร้าและไอ้เปรตพนักงานทำความสะอาด มันแทคทีมกันเลยหรือวะเนี่ยะ!...ผมคิดพลางหันรีหันขวางมองหาทางไปต่อ ในขณะที่ไอ้ปิศาจแมงง่องแง่งก็กำลังขยับเข้ามาทางด้านหลัง ส่งแส้รยางค์เลื้อยนำทางมาจวนจะถึงตัวผมอยู่แล้ว "เอาทาวนี้ล่ะวะ!" ผมตัดสินใจวิ่งจู๊ดไปที่บันไดแล้วกระโจนขึ้นไปทีละสองขั้น

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!