ห้องพักพนักงาน

นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 20.13น. แล้ว ผมยกเป้ที่หนักอึ้งขึ้นพาดบ่า เวลา47นาทีเริ่มนับถอยหลัง เมื่อผมเปิดประตูออกมาที่โถงทางเดินอีกครั้งด้วยขาที่สั่นระริก แต่ครั้งนั้นกลับไม่ได้เงียบสงัดเหมือนคราวก่อน มีเสียงครางต่ำๆ ในลำคอกับเสียงกริ๊กๆ คล้ายแมลงกรีดปีกดังมาจากทางห้องโถงรับรอง ผมใจหายวาบคิดว่าต้องเป็นเสียงของไอ้ตัวในควันดำที่เคยไล่ตามผมนั่นแน่ๆ เตรียมเหยื่อล่อเดี๋ยวนี้ เราต้องใช้มัน...สมองของผมสั่งงานอัตโนมัติทันที ผมรีบควานหาชิ้นส่วนอวัยวะในเป้ ช้อนมือเอาก้อนตับออกมาอุ้มไว้ก่อน และต้องกลั้นใจเป็นพักๆ เพื่อสกัดกั้นกลิ่นคาวไม่ให้ทิ่มแทงเข้าจมูก เอาหลังแนบกำแพงด้านซ้ายค่อยๆ ก้าวไปยังหัวมุมตาจับจ้องอยู่ที่เงาสะท้อนจากกระจกมาจนถึงหัวมุม มันไม่ได้อยู่ในห้องโถงแต่เสียงของมันก็ดังใกล้หูมากๆ อยู่ในลิฟท์รึเปล่าวะ!...ผมคิดก่อนจะเผ่นย้ายมุมมาหันหลังเบียดกับเคาเตอร์

แล้วผมก็เห็นว่าประตูลิฟท์ตัวกลางเปิดอ้าอยู่ ร่างผอมสีเหมือนขี้เถ้าเปียกน้ำสูงชะลูดราวสามเมตร กำลังหันหน้าเข้าไปในตัวลิฟต์ ร่างท่อนบนของมันเป็นมนุษย์ แต่ส่วนหัว แขนและมือของมันดูคล้ายตั๊กแตนตำข้าว ส่วนท่อนล่างเป็นส่วนผสมระหว่างปูทะเลแปดขาที่ดันมีเกล็ดละเอียดเป็นมันวาวแบบปลาทูน่า กระดองแบบปูดำของมันมีบั้นท้ายแหลมรูปทรงโพธิ์ดำยังกะตูดไก่ที่ถูกถอนขน ขยับดุ๊กดิ๊กส่งเสียงกริ๊กๆ เป็นจังหวะช้าๆ มีควันดำจางๆ ลอยวนรอบตัวตลอดเวลา มันคงรับรู้ถึงการมาของผมเข้าแล้วเพราะหันร่างท่อนบนมาช้าๆ มองผมด้วยดวงตาสีเหลืองที่ปูดโปนพลางแยกเขี้ยวแหลมเปี๊ยบทักทายมา ตูดไก่ของมันสะบัดรัวถี่ขึ้นทันทีที่มันเห็นผมอย่างเต็มตา ก่อนที่มันจะคำรามดังสนั่นพร้อมกับขยับขาปูถอยหลังออกมาจากลิฟต์ จะรอให้ใครมาตัดริบบิ้นก็คงจะไม่เข้าทีล่ะมั้ง! ผมตัดสินใจรีบโยนก้อนตับใส่มันในท่าส่งลูกบาสฯทันที ก่อนจะออกวิ่งไปยังประตูทางออก หางตาเหลือบเห็นว่ามันไม่ได้ไล่ตามมาแต่กำลังก้มลงพยายามจะเก็บสิ่งที่ตกแผละลงบนพื้นตรงหน้าด้วยมือตะขอของมัน เออ...แกก็ไม่ฉลาดเท่าไหร่นี่หว่า..ผมคิด

ผมถลันพรวดออกมาที่ระเบียงหน้าตึก ตอนนี้ฝนซาเม็ดลงไปจนเหลือแค่ละอองฝอยแล้ว ผมมองไปที่ป้อมยามขณะล้วงเอาลูกนัยน์ตาออกมาจากเป้หนึ่งลูก ของชอบของครอบครัวใช่มั้ย...ผมพึมพำปากสั่นเล็กน้อย รปภปีศาจสูงวัยยืนอยู่ตรงนั้น มันกำลังจ้องเขม็งมาที่ผมพร้อมกับแสยะยิ้มเย็นเยือกขณะที่มันย่างสามขุมเข้ามาหาผม ม่านควันสีดำก็หมุนวนอยู่รอบตัวมันเร็วจี๋ ผมรีบขว้างลูกตาปลิวหวือไปโดนหน้าอกแห้งเหี่ยวของนันทันที ลูกตานั่นเด้งดึ๋งตกลงบนพื้นและกระเด้งกระดอนไปด้านตัวป้อม ไอ้ปีศาจรปภเห็นอย่างนั้นมันก็ละสายตาจากผมไปไล่ตะครุบลูกตาบนพื้นทันทีพร้อมส่งเสียงแหบแห้งที่แฝงความดีใจราวกับถูกสลากได้ช้อนส้อมเป็นรางวัลงั้นแหละ "ลูกตาของข้า...ของข้า" นี่ก็อีกตัว...นี่มันรายการติงต๊องสยองขวัญรึไงวะไอ้ปิศาจพวกนี้!

แต่นั่นเองที่เปิดโอกาสให้ผมมีเวลาออกวิ่งผ่านมันไปทางลานจอดรถที่เงียบสงัดและเฉอะแฉะด้วยน้ำที่เจิ่งนองเต็มพื้นถนนคอนกรีต ผมต้องเดินออกจากถนนไปตามรอยทางเดินบนพื้นดินเล็กๆ เลาะข้างตัวตึกเพื่อจะอ้อมไปด้านหลัง บริเวณนี้ค่อนข้างจะมืดสลัวเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าติดอยู่เลยสักดวง พื้นดินใต้รองเท้าเฉอะแฉะทำให้ผมต้องใช้ความระมัดระวังที่จะไม่ทำให้ตัวเองลื่นล้ม จนกระทั่งเดินพ้นมุมตึกก็มองเห็นตึกขนาดเล็กสองชั้นตั้งอยู่ด้านหลังตัวตึกในแสงมัวๆ ของฟลูออเรสเซนต์ที่ติดอยู่เพียงชั้นละหนึ่งหลอด ลักษณะเป็นเหมือนหอพักทั่วๆ ไปที่มองแค่ผิวเผินมันก็ดูจะสงบเงียบเรียบร้อยดี แต่ก็อย่างว่าแหละ...ถ้าถึงกับต้องแบกชิ้นส่วนและเครื่องในมนุษย์มาด้วยอย่างนี้ล่ะก็ อะไรที่ว่าสงบนั่นมันคงจะสงบอยู่อีกต่อไปได้ไหมนานหรอก แถมความเงียบที่รวมตัวเขากับความสลัวแสงสว่างน้อยอย่างนี้ด้วยแล้ว มันก็ยิ่งสร้างบรรยากาศชวนหลอนขึ้นมาเขย่าต่อมความหวาดระแวงของผมให้ทำงานหนักขึ้นไปเสียอีกด้วย ผมนับจำนวนประตูห้องบนตึกนั่นได้ทั้งหมดสิบห้อง แต่ละห้องปิดสนิทมีหมายเลขติดอยู่บนบานประตูอย่างชัดเจน ชั้นล่างมีจำนวนห้าห้องนั่นหมายความว่าห้องหมายเลข6 จะต้องอยู่ชั้นสองอย่างไม่ต้องสงสัย ผมถอนใจเฮือกมองบันไดทางขึ้นที่ด้านข้างตัวตึกด้วยหัวใจแป้วและป๊อดมาก ก่อนจะทำเป็นใจดีสู้เสือเดินตรงเข้าไป

ขณะที่ก้าวเท้าขึ้นบันไดไปถึงชั้นสองนั้น ผมก็ต้องสะดุ้งและเย็นสันหลังวาบเมื่อได้ยินเสียงประตูฝืดๆ ถูกเปิดเสียงดัง 'แอ๊ดดดดดด' แผ่วเบาแต่ยาวนานในความรู้สึก มันดังขึ้นมาจากชั้นล่างท่ามกลางความเงียบสงัดชวนขนหัวลุกนี่ แต่ผมไม่มีเวลาจะไปสนใจกับมันในตอนนี้หรอก หรือน่าจะเรียกว่าแกล้งทำเป็นไม่สนใจเสียงนั่นดูจะถูกต้องกว่า สำหรับในตอนนี้สิ่งที่สำคัญคัญที่สุดก็คือ ต้องมองหาห้องหมายเลข6ให้เจอก่อน เพื่อจะได้หากุญแจบ้านั่นให้เสร็จๆ ไป แล้วไปจากไอ้ตึกพักชวนหลอนนี่เสียที ทว่าห้องแรกที่ติดบันไดทางขึ้นคือห้องหมายเลข10 ถ้าอย่างนั้นห้องหมายเลข6ก็ต้องอยู่ด้านในสุดฝั่งกระโน้นสินะ "เย็บเข้! ไกลไปได้อีก!" ผมสบถ พลางนึกสงสัยว่าจะต้องเป็นวิบากกรรมซ้ำซ้อนเบอร์ไหน...ถึงได้ดลบัลดาลให้ซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้เนี่ย! ผมเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังห้องที่หมาย หูเหมือนจะได้ยินเสียงย่ำเท้าหนักๆ อยู่บนพื้นดินแถวๆ หน้าห้องชั้นล่าง ราวๆ ห้าวินาทีต่อมาผมก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องหมายเล6 แคกำลังเอื้อมมือจับลูกบิดประตู

ทันใดนั้นเองเสียงกรี๊ดโหยหวนยาวนานก็เข้าเสียดแทงโสตประสาทแทบจะทะลุออกรูตูดจนผมต้องทำคอย่นหันขวับกลับไปมองทางต้นเสียง เลือดในกายของผมเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีทันใด เมื่อเห็นร่างครึ่งบนคล้ายมนุษย์ที่ผอมโย่งสูงชะลูดกว่าชายคาในชุดพนักงานทำความสะอาดสีฟ้าอ่อนดูสะอาดสะอ้านสมกับอาชีพ กำลังยื่นแขนยาวและเหี่ยวลีบยื่นเข้ามาในระเบียงทางเดิน มือใหญ่โตมโหระทึกของมันชี้นิ้วไล่ตามพื้นระเบียงทางเดินด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราด ใบหน้าสีเทากระดำกระด่างของมันบิดเบี้ยวเรียวยาวดูผิดรูป หนังแห้งหุ้มกระดูกเบ้าตาลึกจมูกแบนราบมีแต่รูกลวงสองรูปากย้อยกรามห้อยยืดยาวลงมาถึงกลางอก อวดฟันซี่เท่าจอบสีเหลืองอ๋อยดูสกปรก อยู่ในโพลงปากดำมืดที่มีควันสีดำพวยพุ่งออกมาหมุนวนรอบตัว เส้นผมสีเทายาวกระเซอะกระเซิงพันกันยุ่งเหยิงอยู่ใต้เน็ทคลุมผมและมีหมวกแก็ปสีขาวสะอาดทับอยู่อีกที

แว่บหนึ่งที่ผมเหลือบตามองตามมือของมันก็ทำให้ผมรู้ตัวว่า ผมได้เผลอทำให้พื้นระเบียงทางเดินสกปรกเลอะเทอะด้วยคราบโคลนจากรองเท้าของผมเองเข้าให้แล้ว และมือหนังหุ้มกระดูกนั่นก็ชี้นิ้วกวาดตามรอยเปื้อนมาจนเกือบจะถึงตัวผมอยู่แล้ว ทำเอา ผมผวาสุดตัว มือผมบิดลูกบิดประตูไปเองโดยอัตโนมัติ โชคดีที่มันไม่ได้ล็อคเอาไว้ผมจึงผลุบเข้าไปในห้องที่มืดสลัวได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะกระแทกประตูปิดพร้อมกับเสียงกรี๊ดยาวนานดังโหยหวนอยู่ที่หน้าห้อง หัวผมแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะเสียงของมันแทรกซอนชอนไชเข้าไปในสมองจนปวดหนึบ ผมต้องใช้นิ้วอุดหูเอาไว้ทั้งสองข้าง แต่กระนั้นก็ไม่สามารถปิดกั้นเสียงอุบาทว์นั้นได้แม้แต่น้อย ผมทนปวดหูต่อมาอีกครู่ใหญ่เสียงกรีดร้องของมันจึงห่างออกจากหน้าห้องไปวนรอบตัวตึกแทน ผมถอนใจออกมาอย่างแรงด้วยความโล่งอกและรูหู "เอาล่ะ...เย็นไว้ๆ แกทำได้...ชาตรี หาลูกกุญแจเร็วเข้า" ผมพึมพำปลอบใจและสั่งตัวเองเบาๆ แล้วสูดหายใจลึกๆ คลำมือไปตามผนังห้องหาสวิทช์ไฟที่ควรจะติดอยู่ข้างประตูแล้วเปิดมัน

สภาพภายในห้อง ถึงจะเป็นห้องพักพนักงานทั่วไปที่มีเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชิ้น แต่มันก็สะอาดสะอ้านเรี่ยมแร้เรไรมากสมกับเป็นห้องพักพนักงานทำความสะอาด เอ่อ...แบบไอ้ตัวข้างนอกนั่นน่ะเหรอ?! เตียงขนาดกว้างสามฟุตดูกะทัดรัดมีที่นอนปูด้วยผ้าสีขาวขึงตึงเปรี๊ยะยังกับที่นอนในโรงแรมห้าดาววางชิดมุมห้อง กับตู้เสื้อผ้าแบบน็อคดาวน์สีโอ๊คที่ตั้งคู่กับโต๊ะเครื่องแป้งน็อคดาวน์เช่นกันที่มุมห้องตรงข้าม ผมกวาดตามองไปทั่วห้อง ในใจก็คาดคะเนไปพร้อมกันด้วยว่ากุญแจที่ว่ามันน่่าจะอยู่ตรงไหน แต่กลับต้องประหลาดใจที่พบว่ามันนอนสงบนิ่งอยู่ในถาดทองเหลืองเล็กๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดราวหนึ่งฝ่ามือกลางที่นอนสีขาวสะอาดเว่อร์เหมือนแช่ไฮเตอร์มาทั้งแกลลอน โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นข้าวของแต่อย่างใด ผมรีบคว้ามันมาใส่กระเป๋ากางเกงอย่างว่องไว และในหัวก็เริ่มวางแผนที่จะกลับออกไปทันที

'ปึง!' เสียงอะไรยางอย่างกระแทกประตูดังสนั่น ทำเอาผมสะดุ้งผวาจนตัวลอย ตามด้วยเสียงกรี๊ดยาวๆ มันกลับมาอีกแล้ว! "ไอ้เชี่ย! นี่จะไม่ให้ได้หยุดพักหายใจหายคอกันบ้างรึไงฟะเนี่ย!" ผมครางออกมาเบาๆ ด้วยความแพนิคแต่ก็พยายามตั้งสติอย่างเต็มกำลัว ปลดเป้ลงมาเปิดแล้วล้วงมือเข้าไปเจอกับนิ้วมือหงิกงอเย็นๆ ที่ทำขนคอผมตั้งชันทุกทีที่สัมผัส ผมกลั้นใจดึงมือจอมเขย่าขวัญนั่นออกมาวางบนพื้น และดึงเอาเท้าเล็บขบแข็งทื่อที่ก็น่าสยองไม่แพ้กันออกมาด้วย ขอกันเหนียวไว้ก่อนล่ะ จากนั้นก็สะพายเป้ขึ้นหลังตามเดิมก่อนจะคว้ามือและเท้ามาถือไว้ในมือ สัมผัสของพวกมันทำให้ขนทั่วทั้งตัวของผมลุกแบบเล่นเวฟ แล่นตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบแล้วรอบเล่าเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น

ผมขยับเข้าไปหาประตูและเอื้อมมือไปกำลูกบิด 'ปึง!' บานประตูถูกกระแทกซ้ำอีกครั้งจนสั่นกราว ผม สะดุ้งรีบดึงมือออกทันที "เชี่ยแม่ม!" ผมเผลอสบถออกมาซะดัง พร้อมกันนั้นความคิดในหัวก็หมุนจนปั่นเร็วจี๋ คิดวิธีที่จะออกจากห้องนี้ให้ได้ "เอาวะชาตรี แกทำได้น่า" ผมปลอบตัวเองก่อนจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดอีกครั้งและรอคอย...'ปึง!' บานประตู ถูกกระแทกอีกครั้ง และครั้งนี้ผมอาศัยจังหวะที่มันเงียบไปเปิดประตูออกกว้างทันที หัวใจผมกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเจอเข้ากับสิ่งที่รอท่าอยู่ก่อนแล้วนั้น

ใบหน้ายาวและบิดเยี้ยวของมันยื่นเข้ามาเกือบถึงประตู ห่างออกไปแค่ไม่ถึงวาและเริ่มกรีดร้องเสียงแหลมเปี๊ยวทันทีที่เห็นหน้าผมยังกับมนุษย์ติ่งกรี้ดไอดอล สองมือของมันเกาะราวระเบียง เสียงปึงนั่นคงจะเกิดจากการที่มันใช้หัวโขกบานประตูเป็นแน่ กรามบิดเบี้ยวที่แหกลงถึงอกของมันทำให้ปากถูกทำให้อ้ากว้างตลอดเวลา ควันดำพวยพุ่งออกมาจากปากของมันแม้จะไม่ได้สัมผัสกับตัวผมโดยตรง แต่ผมก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกแผ่กระจากมากระทบผิว เสี้ยววินาทีนั้นเองที่ผมตัดสินใจตะโกนขึ้นสุดเสียง "กินตีนหน่อยมั้ยรูปหล่อ!" แล้วขว้างเท้าที่ถืออยู่เข้าไปในปากของมันสุดแรง เสียงกรี๊ดพลันสะดุดหยุดลงทันทีทันใดจนเกิดเสียงวิ้งๆ ขึ้นในหูแทน ได้ผลเว่ย! มันโดนตีนติดคอเข้าจังเบอร์ถึงกับผงะหดหัวและหน้าสยองถอยออกนอกชายคา เปิดโอกาสให้ผมออกวิ่งใส่เกียร์หมาตรงไปหาบันใดอย่างไม่เหลียวหลัง ผมกระโจนลงถึงพื้นด้วยการก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าว คือถ้าเหยียบพลาดก็มีสิทธิ์ตกบันไดไปนอนคอหักตายได้ทุกเมื่อนั่นล่ะ แต่นาทีนี้ผมไม่มีเวลาจะมาคิดอะไรอีกแล้ว เพราะเสียงก้าวเท้าหนักๆ กระแทกลงบนพื้นดินนั่นกำลังตามหลังมา

เมื่อผมตั้งหลักได้ก็ถีบขาออกตัววิ่งไปที่ทางเดินโดยไม่รีรอ แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าว พลันร่างสูงชลูดราวห้าเมตรของมันก็โผล่พ้นมุมตึกมายืนจังก้าปิดทางผมไว้ และผมก็ออกตัวแรงเกินกว่าจะเบรคตัวเองให้หยุดได้ทันเสียแล้ว สงสัยหมอนี่จะเคยเป็นผู้รักษาประตูฟุตบอลละมัง ก็พี่แกเล่นยืนกางแขนขาขวางหน้าท่าเป๊ะเว่อร์ออกอย่างนั้น มันเอื้อมมืออันยาวเรียวและเหี่ยวแห้งข้างหนึ่งกางกงเล็บออกพร้อมกับโน้มร่างลงมาหาผมในขณะที่มืออีกข้างล้วงเข้าไปในปาก คงจะพยายามดึงเอาตีนออกจากคอล่ะสิพ่อ! ลมหายใจที่เป็นควันดำเย็นยะเยือกพ่นผ่านสองรูบนใบหน้าส่งกลิ่นสาบสางรุนแรงทำเอาผมต้องรีบกลั้นใจแทบไม่ทัน

ผมตัดสินใจพุ่งต้วสไลด์ร่างไปบนพื้นดินเปียกแฉะ แล้วปล่อยตัวเองให้ลื่นไถลเข้าไปตรงช่องว่างระหว่างขายาวโย่งเย่งของมัน และเล็ดลอดทะลุออกไปด้านหลังมันสำเร็จก่อนที่มันคว้าตัวผมไว้ได้ สกิลเทพโคตรๆ เลยว่ะชาตรี! ผมนึกอวยตัวเองพร้อมกับพลิกตัวลุกขึ้น หันกลับมองมันที่ก้มตัวมองลอดหว่างขาตัวเอง โว้ว!...เปรตโก้งโค้งเว้ยเห้ย! ก่อนที่มันจะยืดตัวขึ้นเอี้ยวร่างสูงหันตามมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มันดึงเท้าที่ติดคอออกมาได้แล้วมันจึงกลับมาส่งเสียงกรี๊ดได้อีกครั้ง ผมไม่รอช้าขว้างมือที่ถืออยู่เข้าใส่มัน สาบานได้ว่าผมไม่ได้เล็งเป้าเลยสักนิด แต่มือข้างนั้นมันลอยผลุบหายเข้าไปในช่องปากที่ไม่เคยหุบของมันอย่างกับจับยัด เสียงกริ๊ดสุดอุบาทว์นั่นสะดุดลงอีกครั้ง ผมไม่รอดูต่อแล้ว รีบหันหลังสับเท้าโกยอ้าวไปทางออกหน้าตึกใหญ่ทันที บนทางเดิมดินนั้น ผมมีจังหวะหนึ่งที่พลาด เหยียบลงบนโคลนเฉอะแฉะจนลื่นไถลเกือบจะล้มลงไปคลุกแแอ่งโคลน แต่สกิลยังเทพดีอยู่ จึงทรงต้วได้และรอดตัวไป ขืนล้มตอนนี้ก็เสร็จมันสิวะ! ผมคิด

เมื่อพ้นมุมตึกมาอยู่บนถนนปูน เสียงเท้าหนักๆ ของไอ้เปรตก็ดังไล่ตามมาติดๆ...ตื้อเก่งจ้งโว้ยไอ้พวกนี้...ผมหอบหายใจจนเจ็บอกเหมือนปอดจะระเบิดด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่ก็หยุดวิ่งไม่ได้ และเมื่อมองไปที่ป้อมยามที่จะต้องผ่านเข้าไปอีกครั้ง ผมก็เห็นรปภปิศาจที่ตอนนี้กลายร่างเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งหนอนยักษ์ไปแล้ว กำลังง่วนอยู่กับการพยายามติดลูกตาที่เก็บได้ใหม่เพิ่มเข้าไปในแถวเหนือปากดูดของมัน ผมรีบล้วงเป้อีกครั้งควานหาลูกตาข้างที่เหลือออกมา กะว่าจะขว้างใส่ให้มันไล่เก็บอีกครั้ง แต่ผิดคาด...เมื่อผมวิ่งเข้าไปใกล้จนมันรู้ตัวแล้วหันกลับมาหาผม แขนทั้งหกของมันกางออกคล้ายกับจะดักจับผมที่มีสภาพเป็นเหยื่อของมัน แต่ก็ไม่ใช่...ปากปลิงควายกับฟันใบเลื่อยของมันขยายวงออกกว้างพร้อมกับแผดเสียงคำรามดังกึกก้องไปในความเงียบสงัดและชื้นแฉะ 'โกรรรรรรว!'

หมอกควันดำหนาทึบพุ่งออกมาหมุนวนรอบตัว มันพุ่งตัวมาทางผมด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ เสียงการ เคลื่อนที่เร็วของมันดัง 'บร๊วกๆๆๆ' ถี่กระชั้น ผมใจหายวาบรีบกระโดดหลบออกด้านข้างแต่ไม่พ้น ช่วงล่างที่เป็นหนอนของมันกระแทกใส่ผมจนล้มกลิ้งหลุนๆ เอาหัวไปชนกับขอบบันไดระเบียงซะมึนไปเลย ลูกตาในมือก็หลุดปลิวหายไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้ ความเจ็บแล่นปราดเข้าเล่นงานหัวผมทันทีที่หายมึน แต่เสียงคำรามและเสียงกรี้ดดังสนั่นนั่น มันดึงความสนใจผมให้ผงกหัวขึ้นมอง สัตว์ประหลาดปิศาจสองตัวพุ่งเข้าฟัดกันอย่างดุเดือดอยู่ในม่านควันสีดำที่ดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้น ห่างจากตัวผมไม่กี่ก้าว ผมลนลานถีบตัวขยับถอยหนีออกห่างจากรัศมีการต่อสู้พวกมันก่อนจะฝืนใจสะกดควมเจ็บปวดพลิกตัวลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งกลับเข้าไปในห้องโถง แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อมองผ่านประตูกระจกใสเข้าไปเห็นปิศาจตั๊กแตนตำปูปลาร้ายืนตั้งท่ารออยู่ในหมอกควันดำที่หมุนวนเอื่อยเฉื่อยอยู่ที่หน้าลิฟต์ในห้องโถง

"มาเลย...ไอ้ตั๊กแตนตูดไก่ปิ้ง!" ผมพึมพำท้าทายมันพลางล้วงมือเข้าไปในปป้เพื่อจะเอาเหยื่อล่อที่เหลืออยู่ พร้อมกับเหลียวมองกลับไปมาระหว่างสองสัตว์ประหลาดที่ตีกันอยู่ข้างหลังกับไอ้ตัวที่รออยู่ข้างหน้า ก้อนหยุ่นๆ ลื่นๆ หน้าตาคล้ายเมล็ดถั่วขนาดใหญ่กว่าลูกเทนนิสนิดหน่อยที่ไม่ทราบว่ามันเป็นเครื่องกรองน้ำประจำตัวใครออกมากำไว้แน่นกันลื่นหลุดมือ ถึงแม้มันดูจะไม่น่าโดดเด่นมากพอจะเบนความสนใจของมันได้ก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมมีอยู่ในมือตอนนี้ ปิศาจตั๊กแตนขาปูเริ่มขยับขาทั้งแปดของมันเสียงดังกึกๆ พร้อมเขย่าตูดไก่กริ๊กๆ รัวๆ เข้ามาหาผมที่เปิดประตูกระจกเข้าไป

สองตาของผมจับจ้องอยู่ที่ตาตั๊กแตนสีเหลืองของมันและมันก็จ้องตาผมกลับเช่นกันไม่มีการโกง ผมกับมันเดินเป็นวงแบบคุมเชิงกันและกัน มือตะขอยาวของมันห้อยอยู่ข้างตัว ผมพยายามขยับเท้าช้าๆ จนวนมาถึงเคาเตอร์ในขณะที่ไอ้ปิศาจตั๊กแตนตำข้าววนไปขวางประตูทางออก ผมตัดสินใจปาเหยื่อล่อเข้าใส่มันเต็มแรงเหมือนพิทเชอร์ปาลูกเบสบอลใส่แบตเตอร์แล้วออกวิ่งทันที และในวินาทีนั้นมันก็แผดเสียงคำรามปนกรีดร้องตามหลังผมทันทีเช่นกัน 'กรรรรรรว!' ประเมินอารมณ์จากเสียงของมันแล้ว ผมคิดว่ามันคงอยากจะได้ไตสดๆ จากผมมากกว่าแล้วล่ะ

เงาในกระจกสะท้อนภาพให้เห็นร่างสูงของมันที่หมุนมาทางผมและเริ่มขยับขาปูออกไล่ตาม เสียงกึงๆ รัวๆ ตามผมมาในระยะประชิด มันเงื้อมือตะขอขึ้นแล้วเหวี่ยงลงมา คงเล็งที่หัวผมเป็นแน่ ผมก้มตัวหลบ เสียงขวับผ่านหัวผมไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปดจนเส้นผมกระจุย ตามด้วยเสียงคอนกรีตตรงหัวมุมแตกกระจาย ผมเผ่นเข้ามาถึงโถงทางเดินแล้วเสียหลักนิดหน่อยแต่ก็ทรงตัวไว้ได้ อีกนิดเดียวจะถึงประตูห้องแล้ว เสียงควับดังขึ้นอีกคราวนี้มีเศษปูนจากผนังฝั่งซ้ายปลิวมาโดนแผ่นหลังผมเข้าอย่างจัง และอีกครั้งที่พื้นสะเทือนกับเสียงกระเบื้องแตกกระจุย ผมกระโจนคว้าลูกบิดได้ก็เปิดผลัวะแล้วถลาเข้าไปในห้องก่อนจะกระแทกประตูปิดตามโครมเบ้อเริ่ม!

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!