แม่ของอลันถูกกดดันให้บิ๊กลาออกจากที่เรียนอยู่ เด็กทุกคนที่รู้เรื่องกลัวบิ๊กกันทุกคน บิ๊กรู้สึกตาม คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อลันตายไป
คายะเข้ามาคุย เมื่อรู้สึกว่าชานนอาการแย่แล้ว
“บิ๊ก ไม่มีใครเข้าใจเธอหรอก แต่ฉันเข้าใจ เธอไม่ได้ทำ มันเป็นชะตากรรมที่วันหนึ่งอลันจะต้องพบอยู่แล้ว เขาอยู่และเติบโตมาพร้อมกับเธอได้ ก็เพราะบิ๊กนะ บิ๊กคือคนที่มอบชะตากรรมที่หลีกหนีจากชะตากรรมเดิมรู้ไหม”
“ผมเป็นตัวอะไรกันแน่คายะ”
“เธอคือเด็กพิเศษไงล่ะ”
“บางครั้งผมก็คิดนะว่าผมใช่คนจริง ๆ หรือเปล่า ผมรู้ว่าคายะเป็นผี ผมเห็นคายะมาตั้งแต่เกิด คนอื่นไม่มีแบบนี้ ผมต้องผิดปรกติกว่าคนทั่วไปแน่นอน”
“บิ๊กคือคนพิเศษนะ บนโลกนี้จะหาคนแบบบิ๊กนั้นยาก”
แม่ของชานนเดินมาปลอบลูกเพราะคิดว่าคงเศร้าหนัก
“ไม่เป็นไรนะลูก” นิสาลูบหลังลูกชายเพียงคนเดียวของตน
หลายวันผ่านไป เรื่องราวแย่ ๆ กลับทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งชาวบ้านแห่กันมาที่บ้านนิสา พร้อมกับพระอีก 10 องค์ เสียงสวดดังมาจากไกล ๆ ชานนได้ยินรีบหาที่หลบ เสียงสวดทำให้เขาใจสั่น ร่างกายอ่อนยวบไม่มีแรง
ยายชานนที่ได้ยินเสียงสวดรีบออกมาดูหน้าบ้าน
“มาทำอะไรกัน” เธอตะโกนถามผู้ที่มา
“มาไล่ผี”
ยายชานนตอนแรกยังไม่ได้คิดอะไร แต่พอพระมาหยุดที่หน้าบ้านของเธอ และเปิดลำโพงหันเข้าบ้านเธอ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขามีจุดประสงค์อย่างไร
“พวกคุณมาทำอะไรที่บ้านของฉัน”
“เอาลูกกับหลานเธอออกไปจากหมู่บ้านด้วย”
“พวกเราไปทำอะไรให้พวกคุณ”
“สิ่งชั่วร้ายจงออกไปจากที่นี่เถอะ”
“ออกไป”
“ออกไป”
“ออกไป”
“แม่ หนูโทรเรียกตำรวจแล้ว” นิสาวิ่งออกมาจากบ้าน และจับแขนแม่ตนเองเพราะรู้สึกกลัวคนที่มา
“ไปไหนก็ไปไอ้พวกนี้ ฉันอุตส่าห์ทำบุญมาตลอดชีวิต แม้แต่พระก็ยังเชื่อคำพูดของปุถุชนคนธรรมดา วันนี้วันผีอะไรกัน”
พระที่ได้ยินก็สวดมนต์ต่อ มีลุงคนนึงถือขันน้ำมนต์ให้พระองค์หนึ่งพรมน้ำมนต์เดินรอบบ้าน
ตำรวจมาหลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง ซึ่งพระและชาวบ้านก็กลับไปแล้ว
“กลับไปแล้วเหรอครับ” ตำรวจนายหนึ่งถามนิสา
“ค่ะ คุณตำรวจมาช้า”
“ไม่ค่อยมีใครอยากมาที่นี่หรอกครับ ใคร ๆ ก็บอกว่าที่นี่เฮี้ยน”
“คุณตำรวจก็อีกคนเหรอคะ”
“ผมเฉย ๆ กับเรื่องนี้ เพราะผมเคยเจอเรื่องที่อัศจรรย์มาแล้ว … ทางสถานีตำรวจต้องรอผมกลับจากที่ไปปฏิบัติงาน ผมเสร็จจากงานก็เดินทางตรงมาที่นี่เลยครับ”
“ค่ะ”
“อีกอย่างนะครับ ลูกของผมก็เรียนที่เดียวกันกับลูกคุณด้วย แถมอยู่ห้องเดียวกันอีก”
“ใครคะ”
“เธอชื่อเจนครับ เป็นเด็กผู้หญิงที่เรียนหนังสือเก่ง ลูกคุณน่าจะรู้จัก”
เรื่องราวในโรงเรียน บิ๊กแทบจะไม่เล่าให้น้อยฟังเลย อาจเพราะบิ๊กเป็นคนไม่ค่อยพูดกับใคร เลยเป็นแบบนั้น
หลังจากที่อลันได้ตาย ครอบครัวอลันก็ไม่พูดคุยกับครอบครัวของบิ๊กเลย บิ๊กยังเป็นเด็กอยู่ ไม่ได้สนิทกับพ่อแม่อลัน เขาเลยรู้สึกเฉย ๆ แต่ก็เหงาที่ไม่มีคนมาเล่นด้วยในวันหยุด
สุนัขสามตัวอยู่บ้านแทบจะไม่ได้ออกไปที่ไหนไกลเลย พวกมันไม่เคยคิดจะไปหาสามี แม้แต่หมาตัวผู้ก็ยังไม่เดินมาแถวบ้านของน้อย พอมีเจ้าสามตัว น้อยก็เริ่มเชื่อว่าที่ไม่มีหมาตัวไหนเดินผ่านบ้านของเธอเลยคงเป็นเพราะบิ๊ก
ภายในโรงเรียนเด็กทุกคนรู้สึกได้ว่าบิ๊กอันตราย ทุกคนถอยออกห่างจากเขา มีเพียงแค่เจนที่อยู่กับเขาได้
ขณะพักเที่ยง เด็กในห้องรีบออกจากห้องก่อนบิ๊ก บิ๊กมักจะเป็นคนท้ายในห้องที่ออก เจนเดินมาทักทาย เธอเริ่มรู้สึกว่าบิ๊กพยายามถีบตัวเองออกห่างจากทุกคน
“บิ๊ก” บิ๊กหันมอง “ไม่ไปกินข้าวเที่ยงเหรอ ไม่หิวเหรอ”
“ไปทีหลังคนจะน้อยจะได้ไม่แย่งกับคนอื่นกิน”
“บิ๊ก เธอคุยกับผีได้เหรอ”
“อืม”
“เธอเห็นผีในโรงเรียนนี้รึเปล่า”
“ไม่เห็น ผมเห็นแค่ผีที่ชื่อคายะ”
“เธอคงจะเป็นเด็กพิเศษน่ะ เธอควรระวังหมอผีหรืออะไรทำนองนี้ด้วยนะ… ที่จริงแล้วฉัน ฉันจำอดีตชาติที่แล้วได้น่ะ เห็นว่าเธอเป็นคนพิเศษแบบฉัน ๆ เลยบอกนะ มีคนแบบเราอยู่ไม่เยอะหรอก แต่หลัก ๆ จะตายก่อนอายุ 10 ปี ฉันกังวลนะว่าอาจจะมีชีวิตไม่ถึงผู้ใหญ่”
พูดถึงความตาย บิ๊กรู้สึกว่าหากเขาไม่มีชีวิตอยู่ คนอื่น ๆ อาจจะเป็นคนดีก็ได้
บิ๊กรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย เขานั่งต่อเพื่อคิดอะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาในชีวิต มันโคตรจะแย่เลย
รัฐบาลลงพื้นที่เมื่อชาวบ้านร้องเรียนเข้าไป
“สวัสดีครับ ผมมาจากหน่วยงานดูแลความสงบสุขของประชาชนครับ”
น้อยได้รับแจ้งมาจากโทรศัพท์แล้ว เธอยังนึกไม่ออกว่าเหตุใดรัฐบาลถึงรับเรื่องราวไร้สาระของชาวบ้านอีก
“ค่ะ”
“ขอดูลูกคุณหน่อยได้รึเปล่าครับ”
ถ้าจะแจ้งเรื่องเข้ากรมเด็กและเยาวชน น้อยไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะช่วยรึเปล่า แต่ครั้งนี้คงจะต้องทำตามหน่วยงานที่มาก่อน ถ้าไม่ดี ค่อยไล่ออกไปจากบ้าน ถ้าถึงตอนนั้นเธอทำแน่
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments