ขณะที่อยู่ที่โรงเรียน บิ๊กชื่นชอบให้คุณครูสอนเรื่องต่าง ๆ ให้เขากับเพื่อน มันดูตื่นเต้นและน่าสนุก
บิ๊กชอบที่สุดคือการเขียน ขีดเขียนอะไรไปเรื่อย หรือจะเขียนตามที่มีอยู่ ไม่ว่าอย่างไหนก็สนุกทุกอันสำหรับบิ๊ก
ถ้าได้มาโรงเรียนเพื่อน ๆ จะค่อนข้างชอบเล่นกับบิ๊กและคายะ บิ๊กแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการไม่มอง แต่สามารถระบุตัวบุคคลได้ว่าใครคือใคร
ส่วนครูปล่อยให้เด็กเล่นกันในห้อง การสอนก็แค่บทเรียน อนุบาล 1 ยังไม่มีประเมินความรู้ความสามารถ ครูเลยอยากทำอะไรก็ได้ แม้แต่ไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเด็ก
“ฉันชื่อคายะนะ” คายะยืนหน้าเด็ก ๆ เด็กทุกคนดูสนใจคำพูดของผู้หญิงตรงหน้ามากทีเดียว
“คายะ”
“คายะ”
“วันนี้เรามาเรียนเรื่องคนดีกับคนไม่ดีนะ คนดีเขาจะทำแต่สิ่งดี ๆ ส่วนคนไม่ดี เขาจะทำแต่สิ่งไม่ดี” เด็กเงียบท่าจะงงมากกว่า “ถ้าเด็ก ๆ ทำดี รู้ไหมจะได้เงินมาซื้อขนม แต่ถ้าทำไม่ดี รู้ไหมจะได้ทอง แต่ก็ถูกตำรวจจับไปด้วย”
“อยากเล่นฮีโร่” เด็กคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าน่าเบื่อ
“วิ่งไล่จับกันดีกว่า” คายะฉีกรอยยิ้มถึงหู
เด็กทุกคนลุกขึ้นพร้อม ๆ กัน บิ๊กชอบวิ่งไล่จับ เขายิ้มและรู้สึกว่าคนที่ถูกไล่จะเป็นคนที่สนุกกว่าคนที่ไล่
“เอาละเด็ก ๆ วิ่งได้”
เด็กทุกคนเมื่อได้ยินคายะพูด พวกเขาก็วิ่งออกห่างจากตัวคายะ เพราะคายะจะเป็นผู้ไล่เอง
ทุกคนวิ่งวนในห้อง ดูสนุกสนานทุกคน ไม่มีใครที่หน้าตาบึ้งตึง
เด็ก ๆ เริ่มเหนื่อย บางคนทิ้งตัวนั่งและนอนเมื่อหมดแรง
“เราจะพอกันแค่นี้ เหนื่อยกันใช่ไหม งั้นมาฟังนิทานกันนะ กาลครั้งหนึ่ง…” คายะเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟัง ก่อนที่เด็ก ๆ ทุกคนจะนอน
บิ๊กสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองไปรอบ ๆ เห็นเพื่อน ๆ นอนหลับสนิท
“บิ๊ก” เด็กคนหนึ่งข้าง ๆ บิ๊กตาเหลือกและมองมาที่บิ๊ก
“คายะเหรอ”
“ใช่แล้ว เราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน”
“แค่ได้อยู่กับคายะก็มีความสุขแล้ว”
คายะที่สิงร่างเด็กคลานมากอดบิ๊กอย่างอบอุ่น ครูเดินเข้ามาเห็นก็ถาม
“หนาวเหรอคะนักเรียน”
“อยากอยู่กับบิ๊กไปตลอด”
ครูที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกเด็กสองคนน่าจะชอบกัน แต่ถึงขั้นรักกันไหม เด็ก 3 ขวบจะมีความรู้สึกรัก ๆ ใคร่ ๆ ได้ไง แต่ที่เห็นอยู่…แค่เด็กกอดกันน่ะ ครูประจำชั้นคิดในแง่ดี
ชั้นเรียนของบิ๊กเป็นชั้นเรียนเดียวที่มีเด็กเจ็บป่วยมากที่สุดในโรงเรียน แต่คนที่มาตลอดไม่เจ็บป่วยเหมือนคนอื่นคือบิ๊ก
ตอนนี้ผู้ปกครองของเด็กในชั้นเรียนเดียวกันเริ่มคิดแล้วล่ะว่า บิ๊กอาจเป็นเด็กที่มอบโรคให้แก่เพื่อน ๆ
แต่เมื่อน้อยยืนต่อหน้าผู้ปกครอง เหล่าผู้ปกครองก็ไม่แม้แต่จะพูดต่อหน้าเธอในทางไม่ดีเลยสักนิด ผู้ปกครองเลยทำได้แค่ย้ายโรงเรียน หรือไม่ก็ขอครูให้เข้าเรียนชั้นอื่นในช่วงอายุเดียวกัน
2 ปีต่อมา เด็กผู้หญิงที่ย้ายเข้ามาเรียนใหม่ก็เข้ามาเรียนอนุบาลในชั้นปีสุดท้าย เธอมองไม่เห็นคายะ และไม่รู้สึกถึงผลกระทบของคายะเลยสักนิด บิ๊กสนิทกับเธอเพียงแค่ครึ่งวัน เด็กคนอื่นที่ยังเรียนในชั้นเรียนเดียวกันรักบิ๊กกันทุกคน
“ฉันชื่อเจน” เด็กที่เข้ามาใหม่พูดกับบิ๊ก
“ผมชื่อบิ๊ก”
“ได้ยินว่าเด็กในห้องนี้มักจะป่วย เป็นจริงรึเปล่า”
“ไม่รู้สิ บางวันก็ไม่เห็นบางคน”
“เธอคือปอบพรายเหรอ”
“มันคืออะไร”
“คนอื่น ๆ พูดกันอย่างนั้น”
คายะไม่สบอารมณ์ที่เจนมาพูดแบบนี้กับบิ๊ก เธอเลยเข้าสิงเด็กชายคนหนึ่งและเดินนั่งข้างบิ๊กในทันที
“เธอเขียนหนังสือได้ไหม”
“ไม่ค่อยได้ แต่ฉันพอจะอ่านบางคำได้”
ตั้งแต่ที่ได้พูดคุยกับเจน บิ๊กก็รู้สึกได้ว่าเจนนั้นเป็นเด็กที่น่าจะเก่ง เพราะฉลาดด้วยกันจึงทำให้บิ๊กดูสนใจเจนมากเป็นพิเศษ
“เล่นวิ่งไล่จับกันไหม”
“ได้สิ ฉันเป็นคนไล่นะ”
บิ๊กไม่เคยเห็นเด็กคนไหนที่เลือกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาก่อน
“ได้สิ”
หลังจากที่ขึ้นเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 บิ๊กก็มีเจนเป็นเพื่อนสนิทในทันที ทั้งสองกลายเป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดของห้อง พวกเขาฉลาดเกินวัย เวลาเล่นของพวกมีน้อยลง แต่พวกเขาสนุกทุกครั้งที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เหมือนกัน
ตอนนี้อลันเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 แล้ว บิ๊กเอาแต่พูดเรื่องเจนให้ฟังจนอลันอยากจะเห็นหน้าเต็มทน
อลันรู้แล้วว่าคายะเป็นผี ทุกอย่างมันบ่งชี้อย่างนั้น แต่อลันก็ไม่ได้จะอะไร เพราะคายะเป็นมิตรกับพวกเขามาก ๆ เลยล่ะ บางครั้งอลันก็ใช้คายะไปทำงานให้เขา ไปทำงานให้เขาแลกกับต้องมาเล่นกับบิ๊ก
บิ๊กลองไปรดน้ำ แต่ก็ได้ไม่นานเพราะรดน้ำมากเกินไปต่อต้น
บิ๊กกับอลันเล่นซ่อนหา บิ๊กไม่ค่อยชอบการละเล่นนี้สักเท่าไหร่ พอถึงเวลาอลันเป็นคนหา บิ๊กจะถูกจับได้เมื่อซ่อนได้ไม่นานอยู่ตลอด เหมือนอลันขี้โกง แต่บิ๊กก็จับพิรุธอลันไม่ได้ว่าเขาหาเจอได้เร็วได้ไง
น้อยเห็นลูกเล่นอยู่หลังบ้านก็ออกมาดู เข้าใจเลยการไม่มีใครมาเล่นด้วยมันเหงาขนาดไหน การเงินของเธอยังทรง ๆ อยู่ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป รายจ่ายคงไม่พอกับรายรับแน่นอน
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments