“กลายเป็นว่าลูกฉันติดมือถือกับลูกคุณไปแล้ว” นิสาหรือน้อยกล่าว เธอมองเด็กชายสองคนที่เล่นมือถือด้วยกัน พวกเขาสนิทกันไวมาก
ตลอด 1 ปีที่บิ๊กเติบโต นิสาไม่เคยให้ลูกเล่นมือถือเลยสักครั้ง ตอนนี้กังวลขึ้นมาว่าบิ๊กจะติดมือถือไปอีกคน
“ตอนแรกก็เล่นของเล่นนะคะ แต่พอเหนื่อยก็จับมือถือ” เพื่อนบ้านพูดกล่าวเสริม
เสียงเด็กร้องด้วยความสนุกอยู่บนพื้น สองแม่ไม่รู้ว่าทั้งสองดูอะไร เพื่อนบ้านที่เป็นแม่ไม่ค่อยขัดใจลูกเลย เลยทำให้ลูกค่อนข้างมีนิสัยที่เอาแต่ใจ แต่กลับเข้ากันได้กับบิ๊กอย่างน่าแปลก ตอนแรกคิดว่าลูกของเธอไม่ยอมให้ลูกเพื่อนบ้านเล่นของเล่นด้วยกันเสียแล้ว
“คุณทำงานอะไรคะ เป็นแม่บ้านอย่างเดียวรึเปล่า” เพื่อนบ้านถามนิสา ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้ถามเรื่องพ่อเด็ก
“ขายนิยายออนไลน์ค่ะ ได้เงินหลัก ๆ จากตรงนั้น แต่ก่อนทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง พอคลอดลูกออกมาก็เดินทางกลับมาที่บ้านเกิด”
“ฉันเป็นแม่บ้านอย่างเดียว มีหน้าที่ทำงานบ้านและเลี้ยงลูก วัน ๆ เหงามากนะคะ ฉันรู้สึกดีที่คุณมาคุยกับฉันที่บ้านพร้อมกับลูกของคุณ”
“ลูกฉันถ้าถึงชั่วโมงเมื่อไหร่เขาจะร้องหิวนม แต่ตอนนี้เกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว ฉันคิดว่าเขาคงอดทนกับการอดนมแลกกับการต้องดูมือถือแน่ ๆ ค่ะ”
“เป็นเรื่องปกติของเด็กค่ะ ถ้าได้สนใจอะไรแล้วพวกเขาจะทำมันได้นาน”
เด็ก ๆ เงียบลง นิสาหาเรื่องคุย
“อีก 2 ปีลูกฉันก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว ฉันกังวลนะคะ ไม่เคยอยู่ห่างลูกมาก่อน”
“ตอนลูกฉันอายุครบเกณฑ์ฉันก็กังวลค่ะ แต่ได้สามีนี่แหละค่ะ ฉันเลยกังวลน้อยลง”
“ค่ะ”
“ตอนที่ไม่ได้ดูลูก ฉันว่าฉันมีอิสระเยอะขึ้นนะคะ พอ ๆ กับตอนที่ยังโสดอยู่เลย”
ส่วนน้อยรู้สึกว่ามีลูกเข้ามาในชีวิตช่วยเติมเต็มสิ่งที่เธอขาด เธอไม่อยากจะห่างจากลูกเลย แต่ก็เข้าใจว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องโต
ทั้งสองแม่คุยกันเรื่อยเปื่อยจนเวลาผ่านไป น้อยคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้ว เธอเลยเรียกลูกตนเอง
“บิ๊ก กลับบ้านได้แล้ว”
บิ๊กพอได้ยินชื่อก็เหลียวมองแม่ตนเองแต่ก็เฉยเมยมองดูมือถือที่ตั้งอยู่
“ฉันคิดว่าคงจะถึงเวลาเหมือนกันค่ะ อลัน อยากกินขนมหรือเปล่าลุก” เพื่อนบ้านหญิงลุกไปหาลูกที่ชื่ออลัน เธอแตะลูก แต่พบว่าอลันตัวแข็งตาค้างเป็นที่เรียบร้อย
“อลัน ๆ”
น้อยตกใจเหมือนกัน ลุกออกจากที่นั่งเดินมาหาลูกตนเองและอุ้ม
“บิ๊ก”
เธอมองมือถือที่ด้านล่างผลปรากฏว่าไม่มีภาพอะไรเลย เป็นจอสีดำเหมือนยังไม่ได้เปิดเครื่อง
เพื่อนบ้านหญิงเขย่าตัวลูกแรง ๆ จนแขนขาลูกอ่อนปวกเปียก เธอเห็นท่าไม่ดีรีบโทรหารถพยาบาลเพื่อที่จะนำลูกของเธอไปรักษา
น้อยทำอะไรไม่ถูก เห็นบิ๊กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“บิ๊ก รู้รึเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่เล่นด้วย”
“เล่น ๆ”
บิ๊กยังพูดเป็นประโยคยาว ๆ ไม่ค่อยได้ แต่บิ๊กเป็นเด็กที่เรียนรู้ได้เร็ว ฉลาด สามารถคัดลายมือภาษาไทยได้ตั้งแต่ 11 เดือน
เพื่อนบ้านคุยสายเสร็จก็พูดกับน้อย
“ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อลันยังหายใจอยู่ ยังกับผีเข้าเลย”
“เล่น ๆ” บิ๊กส่งเสียงอยู่นั่นแหละ มันมีความหมายรึเปล่า
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ หนูเล่นอยู่กับอลันใช่ไหม ทำไมอลันถึงเป็นแบบนี้”
“เล่นกับคายะ”
“คายะคือใคร”
บิ๊กหัวเราะคิกคัก นิสาไม่เคยเห็นชานนสนุกขนาดนี้มาก่อน สองแม่ไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กน้อยพูด อลันลุกขึ้นนั่ง หน้าตางังเงีย
“อลัน เป็นอะไรลูก” แม่เขาน้ำตาซึม อลันดูไม่ได้เจ็บปวด เธอเห็นแบบนั้นดีใจเป็นอย่างมาก
“ฉันว่าไปตรวจดูน่าจะดีกว่านะคะ” นิสาเสนอความคิด
“ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ อลันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้เป็นโรคร้ายแรงรึเปล่า”
รถพยาบาลมารับอลันและแม่เดินทางไปที่โรงพยาบาล เธอโทรบอกสามีแล้ว นิสาทำได้แค่ให้กำลังใจ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับบิ๊กละก็ เธอคงจะเป็นบ้ากว่านี้
สองแม่ลูกกลับบ้าน ชานนพอเห็นโลกภายนอกเขาก็วิ่งยกใหญ่ บางครั้งนิสาก็รู้สึกว่าชานนเล่นอยู่กับใคร แต่มองไม่เห็นตัว เธออาจคิดมากเกินไปก็ได้
วันต่อมาน้อยได้รับข่าวว่าลูกเพื่อนบ้านคงง่วงนอนมากไป แต่มันน่ากลัวมากนะนอนในขณะที่ตาลืมอยู่
อลันไปโรงเรียน ได้เล่นกับชานนอีกทีก็ตอนค่ำ ๆ บางวันไม่ได้เล่นกันเลย
บอกตามตรงว่าบิ๊กเป็นเด็กที่สุขภาพแข็งแรง ไม่เคยมีโรคภัยให้เห็นสักครั้ง นิสารู้สึกดีที่ลูกแข็งแรงตลอดเวลา เธอเลยไม่เหนื่อยมากนัก แถมตอนที่เขียนนิยาย บิ๊กยังไม่ซนอีก
‘คายะ’ ชื่อนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่ออลันกับบิ๊กเล่นวาดอะไรอยู่บนพื้นและพูดเสียงดังว่า “สวยไหมคายะ”
นิสาเริ่มรู้สึกไม่ดี ที่เธอไปขอลูกจากศาลพระภูมิและเกิดท้องขึ้นมาจริง นี่ก็เหลือเชื่อมากแล้ว ไม่แน่คายะที่บิ๊กพูดถึงอาจหมายถึงอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น ไม่รู้แหละว่ามาดีหรือมาร้าย แต่ในตอนนี้ทุกอย่างไม่แย่เหมือนกับที่กังวล
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments
Gemma
ยิ้มแย้มใจ
2023-10-04
0