ตอนที่ 15

ตอนนี้เยว่อวี้หลงกำลังเตรียมที่จะขึ้นรถม้าที่รออยู่ตรงหน้าประตูจวนแล้ว โดยมีคนในครอบครัวออกมายืนส่งอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนในครอบครัวออกมายืนส่งเพื่อออกเดินทางไปที่อื่นเช่นนี้  

ทำให้เยว่อวี้หลงอดที่จะน้ำตาคลอขึ้นมาไม่ได้ โดยพยายามห้ามไม่ให้มันไหลออกมา

"ถึงแล้วอย่าลืมส่งข่าวมาด้วยนะ..ลูกรัก"มือใหญ่ของผู้เป็นบิดาลูบศีรษะของคนเป็นลูกอย่างแผ่วเบา

"ไม่ร้องนะ คนดีของแม่ มาให้แม่กอดหน่อยเร็ว"เสียงหวานเอ่ยขึ้นพยายามกลั้นน้ำตาด้วยความเป็นห่วงไว้ แม้ตนจะเป็นห่วง หากแต่มั่นใจว่าคนเป็นลูกนั้นสามารถดูแลตัวเองได้

เยว่อวี้หลงเดินเข้าไปสวมกอดมารดาแน่น เพราะครั้งนี้อาจจะต้องจากไปนาน แต่ถึงจะคิดถึงตนก็จะพยายามส่งจดหมายมาหาเรื่อยๆเช่นเดิม (เสี่ยวอิงรอประจำการอยู่)

'ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเข้าโรงเรียนประจำยังไงชอบกลนะ  ไม่หรอก เลิกคิดน่า' หลังจากผละตัวออกจากมารดาแล้ว จึงย่อตัวลงไปกอดน้องเล็กทั้งสองคนบ้าง แม้จะงอแงไปบ้างว่าไม่อยากให้พี่ใหญ่จากไป แต่ทั้งสองคนสุดท้ายก็ยอมปล่อยตัวคนพี่ไปแต่โดยดี

"แล้วข้าจะเขียนจดหมายมาบ่อยๆนะขอรับ" หลังร่ำลาคนทั้งหมดแล้ว เรื่องของโรงน้ำชากึ่งโรงเตี๊ยมแสงจันทร์ก็ฝากให้ท่านพ่อคอยไปตรวจตราดูแลให้ ดูเหมือนตนจะเพิ่มงานให้ท่านเสียแล้ว

ก่อนจะหันหลังเดินจากมาที่หน้ารถม้าที่จอดรออยู่ เมื่อคิดว่าภายในมีชายหนุ่มที่เอ่ยชวนให้เดินทางไปด้วยนั่งอยู่อย่างสงบ  เยว่อวี้หลงจึงตัดสินใจหยุดฝีเท้าหันหน้าไปบอกกล่าวแก่ทั้งหมด

"แล้วข้าจะรีบกลับมา"แล้วก้าวขึ้นรถม้าโดยที่มีฉู่โม่ค่อยเปิดม่านประตูรออยู่ทันที

หลังจากก้าวเข้ามาภายในรถม้าก็อดที่จะตกใจกับสภาพหรูหราที่ต่างจากภายนอกยิ่งนัก แต่ที่หน้าตกใจกว่าก็คงจะเป็นสายตาคมดุของชายหนุ่มด้านหน้าที่มองมาบนตัวเขาแบบแปลกๆนั่นมากกว่า รวมถึงคนสนิททั้งสองคนที่อยู่ด้านนอกนั่นด้วยอีกที่มองตามตั้งแต่เดินเข้ามาใกล้รถม้าแล้วเช่นกัน

" บนตัวข้ามีอะไรแปลกๆรึ อาฉู่ " อวี้หลงหันไปกระซิบกับคนข้างกายที่เดินตามเข้ามาเพื่อจัดแจงที่นั่งให้ตนอย่างสงสัย ฉู่โม่มองตามสายตาของนายน้อยไปที่อีกคนที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว  จึงหันมามองสภาพความเรียบร้อยต่างๆของคนเป็นนายว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีจึงตอบกล่าวออกไป

"ไม่มีขอรับ นายน้อย" จากจึงเงียบเสียงก้มหัวขอตัวจากไป แล้วก้าวออกไปที่ด้านหน้ารถม้าซึ่งมีคนของคุณชายไป๋เป็นคนคอยคุมม้านั่งอยู่

"อะแฮ่ม…พี่ขอโทษที่มองเจ้าเช่นนั้น" คนเสียงทุ้มยกมือปิดปากก่อนจะกล่าวขอโทษคนน้องที่เสียมารยาทเมื่อครู่ออกไปแผ่วเบา ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจที่จะมองเช่นนั้น เพียงแต่ในหัวกลับคิดไปถึงนิยายที่ตนอ่านไปเมื่อหลายวันก่อนเท่านั้นเอง

"ข้าว่าท่านต้องมีอะไรจะพูดกับข้าแน่ๆ ช่างเถอะ..ข้าไม่อยากรู้แล้ว" อวี้หลงบอกปัดก่อนที่จะนั่งลงกอดอกแล้วสำรวจภายในรถม้าคันนี้ โดยเฉพาะเบาะที่ตนนั่งอยู่นั่นหนานุ่มเป็นพิเศษแถมด้านหลังยังมีเบาะไว้สำหรับอิงด้วย 'นี่มันสุดยอดไปเลยรถม้าแทบจะไม่สะเทือนก้นสักนิด' ร่างบางโครงศีรษะในใจให้คะแนนเต็มร้อยสำหรับการเดินทางในครั้งนี้

"......." คนตัวสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่งนิ่งไป ตอนนี้ถูกคนร่วมเดินทางอีกคนที่แทบจะลืมตัวตนของเขาไปแล้ว เพราะถูกที่นั่งดึงดูดความสนใจไปจนหมด

…………

สองข้างทางตอนนี้แทบจะไม่มีบ้านคนเลยสักนิดมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ต้นหญ้า นั้นเพราะพวกเขาทั้งหมดเดินทางมาได้ร่วมครึ่งวันเข้าไปแล้ว  

  มาถึงตอนนี้เยว่อวี้หลงที่แทบจะหลับไปแล้วสองรอบ ความจริงไม่ได้หลับหรอกก็แค่ใช้จิตเข้าไปในมิติเพื่อตรวจสอบของบางอย่างเพียงเท่านั้น(ขนม)ว่ามีสิ่งไหนที่อยากได้เพิ่มเติมหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็เผลอนั่งหลับไปจริงๆ จนถูกคนอายุมากกว่าสะกิดเรียกเบา ๆ เพื่อไปทานอาหารมื้อเที่ยงคนตที่เผลอหลับไปจึงค่อยรู้สึกตัวว่าตนเผลอหลับและตอนนี้ก็เริ่มบ่ายเสียแล้ว

"เสี่ยวอวี้ ลุกขึ้นมาทานมื้อเที่ยงก่อนเถอะ" ไป๋กงจวิ้นเป็นห่วงคนน้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะหิวแล้ว อีกทั้งน้องยังเด็กอยู่กลัวว่าถ้าอดจะไม่ดีต่อร่างกาย เพราะตอนนี้ก็เลยมื้อเที่ยงมานานมากโขเสียแล้ว ซึ่งปกติตนไม่ค่อยจะทานมื้อเที่ยงเสียเท่าไหร่มากนักหรอก 

…แต่ถ้ามีคนกินด้วยตนก็จะกิน…

…….

ไป๋กงจวิ้นมองใบหน้าคนน้องที่ตอนนี้ลุกนั่งนิ่งๆทั้งที่หลับตาอยู่ด้วยสภาพคนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่สักพัก เพราะตอนนี้รถม้าได้จอดพักอยู่แถวตรงศาลาที่ใช้สำหรับแวะพักได้ครู่นึงแล้ว พร้อมกับที่คนของคนน้องเอ่ยขออนุญาตเข้ามาด้านใน

" นายน้อย ท่านตื่นแล้วหรือยังขอรับ นี่ขอรับผ้าชุปสำหรับเช็ดหน้า " ฉู่โม่หลังจากเข้ามาก็จัดแจงยื่นผ้าชุบน้ำมาแล้วสำหรับซับใบหน้าให้แก่ผู้เป็นนาย เรื่องพวกนี้เขาทำจนชินแล้ว หลังจากที่ถูกพ่อบ้านตระกูลเยว่อบรมสั่งสอนมา ในเมื่อตนนั้นตัดสินใจที่จะมารับใช้นายน้อยผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเอาไว้หลังจากที่เกือบตายเมื่อสองปีก่อน แม้ตอนแรกนายน้อยจะคัดค้านก็ตามว่า..ไม่ต้องการคนคอยรับใช้

สายตาคมมองไปที่สองนายบ่าวนิ่งจนอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้สักพัก ก่อนค่อยๆตัดสินใจก้าวเท้าออกไปด้านนอกรถม้า ปล่อยใ้ห้ทั้งสองคนจัดการความเรียบร้อยต่างๆก่อนที่จะตามออกมา

เยว่อวี้หลงรับผ้าชุบน้ำมาเช็ดใบหน้าแผ่วเบา แม้ตอนแรกที่อีกฝ่ายตัดสินใจมารับใช้ตนจะปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาดแล้ว แต่เพราะอาฉู่ในตอนนั้นก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะตามรับใช้เป็นมือเป็นเท้าใช้ตนให้ได้  แรกๆก็แทบจะไม่ชินเพราะปกติคนในบ้านไม่มีเด็กรับใช้ชายเลยจะมีก็แค่คนสวนและพ่อบ้านที่ท่านพ่อไว้ใจเพียงเท่านั้น สุดท้ายท่านพ่อจึงตัดสินแนะนำให้เจ้าตัวไปเรียนรู้งานรับใช้ต่างๆจากพ่อบ้านกวนเสียก่อนแล้วค่อยมารับใช้บุตรชายตนต่ออีกที

…….

"บรรยากาศสองข้างทางช่างสดชื่นยิ่งนัก" เสียงรำพึงรำพันพร้อมกับการยืดเส้นยืดสายของคนที่เด็กที่สุดภายในรถม้าคันหรูหลังจากที่ก้าวเท้าออกจากตัวรถม้า 

 ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะตกแต่งให้สะดวกสบายทำไมเช่นกัน ไม่ว่าจะผ้าปูหนานุ่มหรือเบาะนั่งเอ่ยที่อวี้หลงนั่งอยู่ก่อนนี้หรือจะโต๊ะวางกาน้ำชาหรือขนมของว่างต่างๆ

เห็นคนยืนบ่นพึมพำที่หน้ารถม้า แล้วอดมองกิริยานั่นไม่ได้ก่อนเอ่ยเรียกคนน้องมาทานข้าวมื้อเที่ยงที่ไม่เที่ยงแล้ว

"เสี่ยวอวี้..มานี่"เสียงเข้มดุเอ่ยเรียกคนน้องเพื่อให้มานั่งที่ศาลาได้แล้ว 

หลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกเยว่อวี้หลงจึงรีบก้าวเท้าเดินเข้าไปหาคนตัวสูงที่เอ่ยเรียก แล้วนั่งลงยังฝั่งตรงข้ามทันที 

เมื่อก้มมองอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วก็ต้องตาโตกับอาหารที่วางอยู่ด้านหน้าที่มีทั้งของคาวกับขนมวางอยู่อีกด้านเรียกเสียงกลืนน้ำลายของคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี โดยทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของคนอายุมากกว่า

"มานี่..ทานเถอะ"ไป๋กงจวิ้นหยิบตะเกียบคีบเนื้อไก่ผัดขิงลงบนจานของคนน้อง เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่หยิบตะเกียบเข้าปากไปแล้วตนจึงเริ่มทานบ้าง 

แต่ทว่าทั้งสองเพิ่งทานอาหารไปได้ไม่กี่คำกลับถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าม้านับสิบควบขี่เข้ามาใกล้ยังศาลาที่พวกตนนั่งอยู่  หากแต่เยว่อวี้หลงหาได้สนใจไม่ตนยังคงคีบอาหารเข้าปากอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าม้าพวกนั้นจะมาหยุดที่ด้านข้างรถม้าของพวกเขาแล้วก็ตาม

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!