"หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าใช่มั้ยที่เป็นคนหาเรื่องคนของข้า"เสียงตะโกนกร้าวของชายหนุ่มดังขึ้นที่ด้านหลังของทั้งสามคน ด้านหลังชายหนุ่มคนนั้นยังมีลูกน้องตามมาอีกสามสี่คน
ส่วนคนที่ถูกเรียกก็ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนั่น ก่อนจะก้าวเดินไปที่จุดหมายที่ตั้งใจมาในวันนี้ เพราะอีกประมาณสิบก้าวก็จะถึงร้านหนังสืออยู่แล้วเลยไม่อยากเสียเวลาให้มากความ อีกอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเขาสักหน่อย
"นี่พวกเจ้าไม่ได้ยินที่ข้าเรียกรึไง พวกเจ้าไปขวางมันไว้ โอ๊ย! ปึก"
เสียงแรกเสียงตะโกนหาเรื่อง ต่อด้วยเสียงบางอย่างโดนกระแทกตามด้วยเสียงคนล้มลง บรรดาลูกน้องที่ตามมารีบเข้าไปช่วยพยุงกันอย่างอนาถ เพราะพวกเขาก็ทยอยล้มไปด้วยเช่นกัน
เพราะรำคาญปนหงุดหงิด ชายหนุ่มร่างสูงเพียงหนึ่งเดียวได้แอบใช้ก้อนหินแถวนั้นดีดไปที่ขาซ้ายของคนที่คิดขัดขวาง ก่อนจะเดินตามคนน้องไปติดๆ ที่ตอนนี้ยืนรออยู่ที่หน้าร้านหนังสือแล้ว
"เถ้าแก่..ข้าต้องการกระดาษเพิ่มจากรอบที่แล้วอีกส่วนหนึ่ง ช่วยนำไปส่งที่ตระกูลเยว่ของข้าด้วยนะ"
เมื่อเข้ามาถึงภายในร้านเยว่อวี้หลงก็จัดการแจ้งความต้องการแก่เถ้าแก่ร้านหนังสือทันที แม้ว่าก่อนหน้าจะทำเป็นไม่รู้ว่าร่างสูงทำอะไรบางอย่างกับชายหนุ่มคนด้านหลังก็ตาม ซึ่งบรรดาลูกน้องที่ล้มตามไปนั้นก็เป็นฝีมือของเขาเองด้วยเช่นกัน
ซึ่งตอนนี้ตนนั้นต้องการกระดาษเพิ่มขึ้นสำหรับคัดลอก เพื่อนำไปใช้คัดลอกนิยายเพื่อวางขาย แน่นอนว่าไม่ได้เขียนเองหรอก
"โอ้ ได้ๆ ขอรับคุณชายเยว่ ข้าจะให้คนไปจัดเตรียมให้ท่านเดี๋ยวนี้ ท่านยังต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ขอรับ"
นานๆ ลูกค้ากระเป๋าหนักถึงจะเข้าร้านมาที ตัวเถ้าแก่จึงรีบบริการอย่างกระตือรือร้น
"อืม..เอาน้ำหมึกด้วยอีก10ชุด"
อวี้หลงบอกเพิ่มก่อนจะเดินไปมองบรรดาพู่กันที่วางขายรวมถึงหนังสือต่างๆ รอ
"ได้ขอรับคุณชายเยว่ โปรดรอสักครู่"
จากนั้นเถ้าแก่ก็หันไปสั่งงานแก่บรรดาลูกน้องให้รีบไปจัดการอย่างรวดเร็ว เกรงว่าคุณชายเยว่จักมิพอใจ
“เจ้าจะเอากระดาษพวกนี้ไปทำอะไรรึ”
ไป๋กงจวิ้นมองอย่างสงสัยมาสักพักแล้ว เพราะบนตัวของคนน้องมักจะมีกลิ่นหมึกกับสมุนไพรบางชนิดอยู่บนตัวเสมอ ไม่รู้ว่าอีกคนจะนำกระดาษมากมายพวกนี้ไปทำอะไรกันแน่
"ความลับ ข้าว่าท่านอย่ารู้จักดีกว่าขอรับ ฮ่าๆ "
คนเด็กกว่าตอบคำถามพลางขยิบตาให้อย่างเจ้าเล่ห์หากแต่กลับน่าเอ็นดูก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เกรงว่าถ้าอีกฝ่ายรู้เข้าจะรับไม่ได้นะสิ ฮ่าๆๆ
เสียงหัวเราะมาพร้อมรอยยิ้มของคนตรงหน้าช่างสว่างไสวยิ่ง ทำให้คนพี่อดจะยิ้มตามด้วยไม่ได้แม้จะยิ้มเพียงมุมปากเท่านั้นก็ตาม ซึ่งเรื่องที่อีกฝ่ายบอกว่าเป็นความลับเช่นนั้นเขาจักทำเป็นไม่รู้ต่อไปจะดีกว่าเผื่อสักวันอีกคนคงจะบอกออกมาเอง
ฉู่โม่หลับหูหลับตาทำเหมือนไม่เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้านี้ แล้วจัดการเดินเลี่ยงเข้าไปหาเถ้าแก่ร้านหนังสือเพื่อตรวจสอบว่าครบถ้วนหรือไม่หรือขาดเหลือสิ่งใดจะได้ซื้อไปเพิ่มและจัดการจ่ายเงินค่าสินค้าตามที่นายน้อยสั่งเอาไว้
……….
เหตุการณ์อีกด้านหนึ่งเรียกได้ว่าแตกต่างจากด้านนี้โดยสิ้นเชิง ซึ่งตอนนี้เรียกได้สถานการณ์เริ่มบานปลายจากการที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่บนถนนกลางตลาด
"เป็นเจ้าใช่มั้ยที่เป็นคนมาหาเรื่องคนของข้า" ชายหนุ่มผู้นี้คือคุณชายถัง ถังเหลียน ซึ่งเป็นคนเดียวกับคนที่ถูกกงจวิ้นใช้หินสกัดขาก่อนหน้านี้เพราะหนแรกตนเข้าใจผิด
ตอนนี้กำลังเผชิญหน้าอยู่กับกลุ่มคนห้าคนชายสองหญิงสองกับอีกหนึ่งเด็กชายวัยประมาณสิบขวบที่ตอนนี้ผู้คนกำลังมุงดูอย่างล้นหลาม
ทั้งห้าคนนั้นเป็นคุณหนูคุณชายจากสำนักมีชื่อที่มาเยี่ยมญาติ วันนี้ถือโอกาสออกมาเที่ยวเล่นยังตลาดจึงพากันมาที่โรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้เพื่อแวะพัก ไม่คิดว่าพอนั่งได้ไม่นานจะมีกลุ่มคุณชายอันธพาลเข้ามาก่อนกวนหญิงสาวในกลุ่มเช่นนี้
"คนของเจ้าเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องก่อกวนพวกข้าก่อน"ชายหนุ่มใบหน้าคมคายผู้เป็นพี่ใหญ่ของทั้งหมดกล่าวขึ้นอย่างสุขุม โดนที่ด้านหลังมีน้องๆ ยืนอย่างสงบ
"เฮอะ!เจ้าสารเลวนั้นมันคิดจะลวนลามข้า เสี่ยวเอ้อในร้านพยามเข้ามาห้ามแต่เจ้านั่นยังหันไปทำร้ายคนอีก"
พูดเสร็จสาวงามที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นก็สะบัดผมไปอีกด้านอย่างผู้ที่อึดอัดใจ โดยที่ด้านข้างมีน้องสาววัยเยาว์เกาะแขนของตนแน่น
"ไม่จริงนะพี่ถัง ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น แม่นางคนนี้มายั่วยวนข้าก่อน"
ลูกพี่ลูกน้องคนที่ไปหาเรื่องคนอื่นก่อนรีบแก้ตัวขึ้นมาอย่างหน้าไม่อาย
"เจ้า…เจ้าใส่ร้ายข้า"
หญิงสาวกระทืบเท้าหวังจะเข้าไปจัดการมันผู้นั้นซักแผล แต่ก็ถูกพี่สามห้ามเอาไว้ด้วยการส่ายหน้า
"อยู่เฉยๆ ให้พี่ใหญ่จัดการเสีย"
ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่สายตาที่มองฝั่งตรงข้ามนั้นนิ่งเรียบอย่างยิ่งด้านข้างยังมีเด็กชายอีกคนที่มองด้วยความกังวล
'โอ้..นึกว่าเรื่องราวจะจบไปแล้วเสียอีก'เจ้าของดวงตากลมโตยืนกอดพัดในมือนิ่งจับจ้องไปยังสถานการณ์ด้านหน้าอย่างลุ้นๆ ว่าจะมีเรื่องต่อยตีกันอีกหรือไม่
โดยที่ด้านหลังมีชายหนุ่มร่างสูงยืนหน้านิ่งพร้อมด้วยคนสนิทที่ตามมาของทั้งสองคนที่มองคนอายุน้อยที่สุดที่ทนความอยากรู้ไม่ไหวถึงขนาดแอบมายืนดูปนกับชาวบ้านด้วย โดยที่ด้านข้างยังคงว่างถึงหนึ่งช่วงแขนไม่มีคนกล้าเข้าใกล้ ไม่รู้ว่าเรียกแอบได้อยู่หรือเปล่า
ตอนนี้สถานการณ์เริ่มจะถึงจุดที่เรียกได้ว่ากำลังจะปะทะกันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าทางฝั่งห้าหนุ่มสาวนั้นเหลียวมาเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาเสียก่อน และฝ่ายตรงข้ามมีคนเข้ามาลากคนทั้งหมดจากไปแบบงงๆนั่น
เพราะหลังจากที่เห็นสถานการณ์เริ่มกลับมาปกติอย่างแปลกๆ แล้วผู้คนก็แยกย้ายกันจากไป แต่ห้าหนุ่มสาวกลับเดินตรงเข้ามาทางนี้เสียอย่างนั้น แสดงว่าฝ่ายนั้นต้องรู้จักคนตัวสูงแล้วล่ะ
"คารวะคุณชายไป๋ขอรับ/เจ้าค่ะ"
ทั้งห้าคนทักทายคนตัวสูงอย่างสุภาพ กลับเมินเด็กชายอีกคนที่อยู่ด้านหน้าของชายหนุ่มไป โดยเฉพาะหญิงสาวที่มองมาที่อีกคนตาเป็นประกาย อวี้หลงมองคนทั้งหมดนิ่งๆ
'อืม ลืมไปเลยว่าจวิ้นเกอ มีแซ่ไป๋555'
"อืม"
คนตัวสูงพยักหน้าพอเป็นพิธี ไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม แค่มองใครๆก็รู้แล้วว่าไม่อยากต่อบทสนทนาด้วย
"คุณชายไป๋มาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าค่ะ"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นกลางปล้อง โดยที่ไม่สนใจใบหน้าของคนถูกถามเลยสักนิดว่าตอนนี้เป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่คุณชายไป๋หมดแล้วจนมองข้ามสีหน้าคนอื่น
จึก จึก
"ข้าไปก่อนนะ..จวิ้นเกอ"
อวี้หลงเห็นว่าคนอื่นไม่สนใจตนจึงสะกิดบอกคนตัวสูงแผ่วเบาแล้วผละตัวออกมาพร้อมกับฉู่โม่
"เดี๋ยว.."
คนตัวสูงก้าวเท้าตามคนเด็กกว่าไปอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งให้สองหนุ่มคนสนิทจัดการด้านหลังให้แทน
"พวกข้าต้องขอตัวก่อนนะขอรับ คุณชายหยาง คุณหนูหยาง"
จิ้นหยางกล่าวลาแก่คนทั้งห้าอย่างรวดเร็วก่อนจะตามผู้เป็นนายไป ทำให้คนทั้งหมดหน้าเสีย
.............
มีความทำตัวเป็นชาวเผือกร่วมกับชาวบ้าน555
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments