พรึบ พรึบ
เสียงกระพือปีกของนกพิราบสื่อสารดังขึ้นบริเวณริมหน้าต่างห้องทำงานเกือบทุกๆ เดือนหลังจากที่อี้หลงบุตรหัวแก้วหัวแหวนหายไปในช่วงสองปีแรก สามารถเรียกความสนใจจากเจ้าของห้องให้รีบหันไปมองทันทีก่อนจะรีบเดินตรงไปหากจดหมายออกจากกระบอกไผ่เล็กสีมรกตตรงข้อเท้าของนกพิราบสื่อสารมาอ่าน โดยไม่ลืมให้เมล็ดพืชแก่เจ้านกพิราบตัวนี้เป็นรางวัล
เยว่เทียนฟงมองข้อความในจดหมายเล็กนี้ด้วยรอยยิ้มกว้างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก
ถึงท่านพ่อสุดหล่อ ท่านแม่สุดสวย
ข้าอวี้หลงบุตรชายผู้หล่อเหลาของพวกท่าน ตอนนี้พวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง ข้าหวังว่าพวกท่านคงจักสบายดีนะขอรับ ตอนนี้ข้าเริ่มเบื่อป่าแถวนี้เสียแล้ว และท่านปู่ทั้งหลายก็เริ่มเข้าบำเพ็ญในเดือนหน้า ข้าเลยตัดสินใจว่าจะเดินทางกลับมาเยี่ยมพวกท่านเสียหน่อย อ่า...ว่าแต่น้องชายและน้องสาวที่น่ารักของข้าแข็งแรงหรือไม่ ข้าเสียใจยิ่งนักที่ไม่ได้ไปดูแลท่านแม่ด้วยตัวเอง แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าก็ได้เจอพวกท่านและน้องๆ แล้ว อีกสองเดือนข้าถึงจักออกเดินทาง หวังว่าพวกท่านยังจำบุตรชายคนนี้ได้นะขอรับ
รักและคิดถึง
เยว่อวี้หลงบุตรชายผู้หล่อเหลาของพวกท่าน
ฮ่าๆๆๆๆ!!!
เสียงหัวเราะดังกังวานไปทั่วห้องทำงาน ทำให้ฮูหยินเยว่รีบมาดูว่าเกิดเรื่องยินดีอะไร ถึงทำให้สามีของนางหัวเราะดังจนมาถึงห้องด้านข้างถึงเพียงนี้ หลังจากที่นางกล่อมให้บุตรทั้งสองนอนแล้ว จึงเดินออกมาดูเสียหน่อย
"ท่านพี่เกิดเรื่องน่ายินดีอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ น้องได้ยินเสียงหัวเราะของท่านไปถึงห้องด้านในเลย"
ฮูหยินเยว่กล่าวขึ้นด้วยความสงสัยยิ่งว่าคนรักของนางยินดีในเรื่องอะไรกันแน่
"อ่อ นี่จดหมายน้องหญิง อวี้หลงส่งจดหมายมาให้เรานะ เห็นว่าจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกสองเดือนนี้แล้ว" เทียนฟง เดินเข้าไปประคองฮูหยินรักของตนก่อนจะยื่นจดหมายให้นางอ่านบ้าง
"จริงรึเจ้าค่ะ ดีจริงๆ น้องคิดถึงอวี้หลงลูกเรายิ่งนัก"
นางกล่าวด้วยน้ำตาแห่งความยินดี เพราะตลอดหกปีมานี้นางเฝ้าคิดถึงบุตรชายตัวน้อยของนางยิ่งนัก สองปีแรกนางเศร้าโศกจนสูบผอมดีที่มีสามีที่รักนางคอยให้กำลังใจตลอดเวลา จนวันหนึ่งนางก็ได้รับจดหมายจากบุตรที่หายไปสองปีทางเหยี่ยวขาวตัวหนึ่ง (เสี่ยวไป๋) วันนั้นทั้งวันนางนั่งกอดจดหมายจนหลับด้วยความสบายใจเป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่อี้หลงหายไป จากนั้นมานางก็ได้รับจดหมายเกือบทุกๆ เดือน
......................................
สายลมยามเช้าพัดปลิวดอกเหมยบนยอดผาสูงให้ร่วงหล่นจนมาสัมผัสกับร่างเด็กชายชุดขาวผู้มีใบหน้างดงามราวรูปสลักผู้หนึ่ง ที่แม้ยามนี้กำลังนั่งหลับตาบรรเลงขลุ่ยไผ่มรกตใต้ต้นเหมย เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติที่สงบเงียบ รวมถึงมีเจ้าอินทรีย์ดำนามเสี่ยวอิงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่เก็บมาเลี้ยงเมื่อสามเดือนก่อนและบรรดานกต่างๆ พากันบินเข้ามาเกาะตามกิ่งไม้ โขดหิน หรือบนพื้นหญ้าด้านหน้าของเขาเพื่อรับฟังเสียงขลุ่ยที่บรรเลง
เสียงฝีเท้าที่ดังแผ่วเบาใกล้เข้ามาในระยะห้าสิบก้าว ถึงไม่หันไปมองก็พอเดาออกว่าเป็นใคร เพราะถ้าเป็นพวกตาแก่ทั้งหลายแล้วล่ะก็ไม่ว่าเสียงฝีเท้าหรือแม้แต่เสียงชายผ้าอย่าหวังว่าจะได้ยินเลย
หลังจากที่เด็กหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาวัยสิบห้าปีนั่งลง ก็เอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าที่เปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆ ของตนเสียงนุ่ม
"เสี่ยวหลงข้าได้ยินจากท่านปู่ว่าเจ้าจะกลับไปเยี่ยมบ้านเพียงผู้เดียวจริงหรือ" อู่เทียนหลางอดถามออกมาด้วยความกังวลไม่ได้ เมื่อคราแรกที่รู้เรื่องก็รีบตรงมาหาทันทีเพื่อถามไถถึงเรื่องราว
"หึหึ ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวลหรอก ข้าเพียงกลับไปแค่เยี่ยมเยือนเท่านั้น " อวี้หลงยิ้มนิดๆ กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พลางใช่มือลูบขนเจ้าเสี่ยวอิงอย่างเบามือ เรียกเสียงถอนหายใจจากผู้ที่อายุมากกว่าได้เป็นอย่างดี
"ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั่น ที่ข้ากังวลกลัวว่าเจ้าจะไปปั่นหัวผู้คนเล่นมากกว่า " หลังจบคำ อวี้หลงก็หันขวับไม่มองแว่บหนึ่งอย่างเคืองๆ ที่หาว่าตัวเขาชอบปั่นหัวคนเล่นจากเจ้าศิษย์พี่จอมซื้อบื่อที่ตอบหน้าตาย
"ข้ารึจะไปปั่นหัวใครได้ ท่านนี่ช่างใส่ร้ายข้ายิ่งนัก ถ้าท่านกลัวว่าจะเกิดเรื่องเช่นนั้นจริง? หรือท่านจะไปกับข้าด้วย?" อวี้หลงยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้เทียนหลางอดส่ายหัวให้ไม่ได้กับความไหลลื่นของศิษย์น้องคนนี้ด้วยสายตาเอ็นดู
"เฮ้อ...! ข้าไปกับเจ้าได้ที่ไหนเล่า ก็รู้อยู่ว่าข้ายังต้องเรียนวิชาแพทย์กับท่านอาจารย์และวิชากระบี่จากท่านปู่อยู่ ไม่เหมือนเจ้าตัวแสบอย่างเจ้าที่ใช่เวลาแค่ห้าปีก็สามารถสำเร็จยอดวิชาจากบรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายได้หรอกนะ"
เทียนหลางหันมาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปลิดปลงระคนชื่นชมในตัวเด็กชายด้านข้าง ด้วยไม่มีความอิจฉาริษยาเจือปนแม้เพียงนิด
อ่า ใช่ ข้าใช่เวลาห้าปีในการฝึกยอดวิชาจากบรรดาตาแก่ทั้งหลายจริง แต่ที่ไม่ใครรู้ความจริงอย่างหนึ่งคือเด็กน้อยสามารถฝึกวิชาเหล่านี้สำเร็จเร็วขึ้นเนื่องจากความสามารถพิเศษในชาติก่อนที่ติดตัวมาหลังจากที่ออกมาจากบ่อน้ำวิเศษนั่นได้ตื่นขึ้น ทำให้มีวิธีลัดอย่างการเข้าไปอยู่ในโลกของจิตใจที่มีเวลามากกว่าภายนอกเกือบห้าเท่า และด้วยความที่สามารถมองครั้งเดียวก็สามารถทำตามหรือจดจำได้อย่างไม่ตกหล่นไม่ว่าจะอ่านครั้งเดียวหรือฟังครั้งเดียวก็สามารถเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่งมันเหมือนกับการเปิดสูตรโกงยังไงอย่างงั้น
ส่วนบรรดาพวกตาแก่ เอ้ย บรรดาท่านอาจารย์ ตอนแรกที่ออกมาจากถ้ำที่เคยนั่งแช่มาเจ็ดวันจากที่ท่านปู่อี้เล่าให้ฟัง ก็ได้ใจความสั้นๆ ว่าท่านกำลังเดินเก็บสมุนไพรอยู่ แต่บังเอิญสวรรค์นำพาให้ท่านได้ยินเสียงบางอย่างจึงมาพบกับร่างของข้าเข้านั้นแหละจบ เอ่อ สั้นไปนะนั่น
ส่วนอาจารย์คนอื่นๆ เห็นเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน ทุกปีจะนัดเจอกันหนหนึ่ง ซึ่งบังเอิญปีนี้ท่านปู่อี้ไม่ได้ไปทำให้ทั้งหมดตกลงกันมาหาถึงกระท่อมบนเชิงผาแห่งนี้แทน เลยกลับกลายเป็นว่าพอรู้เรื่องของข้าก็เกิดสนใจกันเลยพากันแย่งกันรับข้าเป็นศิษย์เล่นเอารู้สึกปวดเศียรเวียนก้าวกับความเด็กในร่างชราเหล่านั่นเสียหลายรอบจนข้าต้องรี้ยห้ายปรมป ห้ามปราบพวกท่านไว้ก่อนที่จะถึงรอบที่ต้องสู้กันว่าใครเก่งกว่าคนนั้นจะรับข้าเป็นศิษย์ จนสุดท้ายพวกท่านก็ แบ่งเวลามาสอนเขาสลับวันกันนั้นล่ะ
.........................
วันออกเดินทางเยว่อวี้หลงเดินออกมาจะที่พักที่ใช้เวลากว่าหกปีอย่างเรียบเรื่อย เพื่อไปลาศิษย์พี่และอาจารย์ปู่ที่เดินออกมารออยู่ที่ใต้ต้นไม้ ส่วนอาจารย์ปู่ท่านอื่นก็ลาไปก่อนหน้านั้นแล้วพร้อมกับได้ของมาอีกนิดหน่อย
"เสี่ยวหลงเดินทางปลอดภัยนะ มีอะไรก็ส่งจดหมายมาด้วยล่ะ"
อู่เทียนหลางหยิบยื่นอาหารแห้งให้แก่ศิษย์น้อง พร้อมกับกำชับอีกนิดหน่อย
"หลงน้อยปู่ให้นี้กับเจ้าไว้ป้องกันตัวนะ"
ชายแก่พูดพร้อมกับยื่นมีดสั้นให้แก่เด็กน้อยที่ตนคอยสั่งสอน
"ขอบคุณขอรับ"
มือน้อยยื่นออกไปรับมีดสั้นพร้อมพลิกดูอีกนิดหน่อยก่อนที่จะเก็บไว้ในอกเสื้อ
"ถ้างั้นข้าไปก่อนนะขอรับ ศิษย์พี่ อาจารย์ปู่"
เด็กชายโบกมือลาทั้งคู่ก่อนจะเดินเท้าลงเขาไป เออทำมั้ยไม่ใช้วิชาตัวเบานะ
สามวันหลังเดินทางตอนนี้เด็กชายเดินทางมาถึงเมืองเป่ยแล้ว เมืองนี้เป็นเมืองท่าทางตอนใต้ ทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตาที่มาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อนำไปขายยังพื้นที่ต่างๆ เป็นสถานที่น่าสนใจมากตนจึงหมายมั่นว่าจะซื้อของไปฝากทุกคนให้จงได้สักชิ้นสองชิ้น
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
Comments
ก้อนเมฆสีดำ
ขอบคุณค่ะ ถ้ารอไม่ไหวอ่านได้ในช่องทางอื่นก่อนได้น่ะ..
2023-09-12
0
Duane
แอดคนเราอยากอ่านต่อเลย!
2023-09-12
0