ตอนที่ 10

"เฮ้อ..เสร็จเสียที"เสียงถอนหายใจแผ่วเบาดังขึ้นภายในศาลาหลังน้อย ก่อนตัวคนจะลุกไปที่ริมศาลา

สายลมพัดพากลิ่นละอองฝนในช่วงนี้ ทำให้รู้ว่าใกล้เข้าช่วงฤดูฝนแล้ว เยว่อวี้หลงชอบช่วงเวลานี้ที่สุด นั่นเพราะตัวเองจะได้ใช้เวลานี้แต่งนิยายที่ค้างคาไว้ร่วมเดือนให้จบเสียทีหลังจากที่เสียเวลาทำอย่างอื่นอยู่นาน อย่าถามว่ามีอะไรบ้าง เยอะแยะมากมายเชียวล่ะ

เวลาล่วงผ่านมาก็สองปีแล้วที่เยว่อวี้หลงกลับมาหาครอบครัวปีนี้ก็อายุสิบสองขวบปีแล้วเพิ่งฉลองวันเกิดไปเมื่อเดือนก่อน ตอนแรกว่าจะกลับไปที่หุบเขาประหลาดในสองเดือนหลังกลับมาเยี่ยม ไปๆมาๆสุดท้ายก็ยังไม่ได้กลับ ถึงยังไงอยู่ที่นี่ก็ยังสามารถฝึกวิชาได้เหมือนกันนั่นแหละ

"นายน้อย...ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้วขอรับ ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านต้องการรับประทานที่ไหนขอรับ"น้ำเสียงของฉู่โม่ที่เยว่อวี้หลงรับเข้ามาให้เป็นคนสนิทดังขึ้น เรียกสติของคนที่นั่งคิดล่องลอยไปไกลให้กลับมาอยู่ที่ปัจจุบัน ก่อนจะหันไปมองคนเรียก

ฉู่โม่คนนี้สามารถเรียกว่าหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งได้เลย เยว่อวี้หลงไปเจอเขาโดยบังเอิญเมื่อสองปีก่อน เรียกได้ว่าดวง(ซวย)ล้วนๆที่บังเอิญได้ช่วยชีวิตฉู่โม่เอาไว้และให้คนที่ตามมาเก็บกลับบ้านมาด้วย ตอนนั้นเพราะต้องการไปสำรวจตลาดร้านค้านิดหน่อยไม่คิดว่าระหว่างทางนั้นจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้ากลายเป็นว่ามีคนผู้หนึ่งนอนไม่ได้สติที่ตรอกมืดคับแคบแทน ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าไปดู ด้านหลังยังมีผู้ติดตามที่ท่านพ่อให้ติดตามมาด้วยไม่ห่าง ก่อนจะก้มดูสภาพของคนไม่ได้สติเรียกได้ว่าตอนนั้นดูไม่ได้เลยไม่คิดว่าผ่านมาสองปีเขาจะได้ผู้ติดตามที่หล่อเหลาเช่นนี้ และยังเรียนรู้ได้รวดเร็วอีกด้วย

"ทานที่นี่เถอะ"เยว่อวี้หลงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก่อนจะหันมองที่ท้องฟ้า

ซึ่งเวลานี้เข้าช่วงบ่ายของวันเสียแล้ว เพราะใช้สมาธิกับการเร่งแต่งนิยายให้จบ นิยายที่ปีหนึ่งร่างบางจะแต่งแค่เรื่องเดียวนั่นยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนหนุ่มสาว

หลังจากที่ฉู่โม่ยกสำรับอาหารมาให้แล้ว ร่างเล็กจึงกวักมือเรียกให้คนสนิทขึ้นมาทานด้วยกัน เพราะปกติแล้วถ้าไม่ได้ทานข้าวพร้อมกับครอบครัวเยว่อวี้หลงมักจะเรียกฉู่โม่ให้อยู่ทานด้วยตลอด ซึ่งคนสนิทของเขาผู้นี้ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อยู่แล้วเพราะตอนที่บอกให้มาทานด้วยแรกๆเยว่อวี้หลงใช้คำพูดให้ดูเหมือนข่มขู่บังขับเพื่อให้มาทานด้วยกันแต่ความจริงคือฉู่โม่ไม่สามารถปฏิเสธใบหน้าน่ารักของคนเป็นนายได้ต่างหาก

"วันนี้ข้าจะไปที่โรงเตี๋ยมแสงจันทร์เสียหน่อย" หลังจากที่จิบน้ำเปล่าล้างปาก เยว่อวี้หลงชอบดื่มน้ำเปล่ามากว่าน้ำชาเพราะเคยทานแล้วตอนแรกๆหลังทานข้าวแล้วเหมือนไม่อิ่มเลย ไม่เหมือนทานชาหลังยามว่างสักนิดที่ทานคู่กับขนมต่างๆได้อรรถรสมากกว่า

"ขอรับ" ฉู่โม่รับคำก่อนจะยกสำรับไปเก็บ

เยว่อวี้หลงที่สัปดาห์หนึ่งจะไปที่โรงเตี๊ยมแสงจันทร์เพียงวันเดียว โรงเตี๊ยมนี้เป็นแบบกึ่งโรงน้ำชาไปในตัวเพราะร่างเล็กตั้งใจจะทำเป็นแหล่งหาข่าวเอาไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน และมันก็ดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีเสียด้วยแม้จะไม่ใหญ่โตก็ตาม

ตอนนี้ทั้งสองเดินมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมสามชั้นที่อวี้หลงเป็นคนออกแบบเองรวมทั้งปรึกษาท่านพ่อว่าควรปรับปรุงตรงไหนบ้าง จากนั้นก็ยืมเงินท่านพ่อบวกกับเงินเก็บของตัวเองจากการแต่งนิยายขายเพื่อนำมาทำการจัดสร้างและตกแต่งภายในรวมถึงของใช้อื่นๆตอนนี้กิจการดำเนินการไปได้ด้วยดี

"เชิญขอรับนายน้อย" คนต้อนรับด้านหน้าที่บริการอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมจำบุตรชายของเจ้าของโรงเตี๊ยมได้ จึงรับมาบริการนายน้อยเยว่อย่างนอบน้อม เพื่อพาทั้งสองไปยังที่ห้องพิเศษด้านบนชั้นสามทันที

หลังจากเข้ามาที่ห้องเถ้าแก่แซ่หานนามกวนก็ตามหลังเข้ามาพร้อมกับชาหลันฮวาและของว่างมาให้หลังจากที่คนงานชั้นล่างขึ้นมารายงานว่านายน้อยเยว่มาถึงแล้ว

"นี่ขอรับนายน้อย เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนขอรับ" เยว่อวี้หลงพยักหน้าพร้อมรับสมุดบัญชีรวมถึงรายงานอื่น(ข่าวต่างๆ)มาจากฉู่โม่ที่รับของจากเถ้าแก่หานนำมาให้

"อืม..ขอบคุณท่านมาก"เยว่อวี้หลงตอบรับพร้อมหยิบขนมเข้าปากไปด้วย ฉู่โม่มองนายน้อยที่ตนเคารพด้วยความเอ็นดูพร้อมทั้งคอยรินชาให้เพราะกลัวขนมติดคอนายน้อย หลังจากเถ้าแก่หานออกไปทั้งสองก็อ่านรายงานต่างๆอยู่ในห้องร่วมครึ่งชั่วยามก่อนจะกลับ

"เจ้าว่าอันนี้เหมาะกับน้องสาวข้าหรือไม่"เยว่อวี้หลงยกผ้าผูกผมสีชมพูอ่อนให้ฉู่โม่ดู ตอนนี้ทั้งสองกำลังเดินผ่านตลาดระหว่างทางกลับบ้าน แต่เย่อวี้หลงดันหันไปเห็นผ้าผูกผมลายน่ารักๆจึงคิดถึงน้องน้อยที่บ้านขึ้นมาก็เลยถือโอกาสแวะดู

"ขอรับ แต่คุณหนูอวี่หลิน...."ฉู่โม่ตอบเสียงเบา พรางคิดในใจว่าคุณหนูคนเล็กผมยังไม่ยาวเลยนะขอรับนายน้อยท่านจะรีบซื้อไปทำไม

อวี้หลงชะงักก่อนจะคิดได้ว่าน้องเล็กผมยังไม่ค่อยมี ตนก็หัวเหราะเสียงแห้งในใจแต่ข้างนอกหน้ากลับนิ่งสนิท

"นั่นสิ แต่ข้าเอาชิ้นนี้ขอรับท่านป้า"อวี้หลงยื่นผ้าผูกผมให้แม่ค้าก่อนจะจ่ายเงิน แล้วเดินออกมา เสียเงินไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้ใครบางคนเคยบอกไว้

....................

ท้องฟ้าวันนี้ช่างดีจริงๆ อากาศก็ดีมากอีกด้วยเหมาะแก่การนอนอยู่บนที่นอนนุ่มๆนิ่งๆยิ่งนัก แต่แล้วความคิดของเยว่อวี้หลงก็ต้องดับลงอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ตัวของเด็กชายและครอบครัวอยู่บนยอดเขาของวัดแห่งหนึ่งที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ผู้คนเดินไปมากับกลิ่นไหม้ธูป

"หลงเอ๋อ..มานี้สิลูก"ร่างบางของเด็กชายชุดฟ้าเดินตามเสียงเรียกของมารดาเข้าไปหา ที่ตอนนี้กำลังกราบพระขอพรให้แก่เด็กชายรวมถึงคุณหนูฝาแฝดทั้งสองที่ตอนนี้เจ้าเด็กแฝดกำลังนั่งไหว้พระตามมารดาอย่างน่ารัก ตอนที่อวี้หลงเหลือบไปเห็นทั้งสองนั่งอยู่นั่นตนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่กับความน่ารักน่าเอ็นดู

หลังเยว่อวี้หลงนั่งลงรับธูปจากมือเรียวของคนเป็นมารดามาไหว้เรียบร้อยตามความตั้งใจของฮูหยินเยว่ เพราะเนื่องด้วยอาทิตย์หน้าตัวเยว่อวี้หลงจะเดินทางกลับไปที่หุบเขาประหลาดแล้ว นางจึงให้สามีพามาไหว้พระขอพรให้แก่บุตรชายเพราะกลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน

"ท่านแม่ๆ หิวหนมๆขอรับ/หิวๆเจ้าค่ะ" เสียงเล็กๆดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ก่อนทั้งคู่จะส่งสายตาออดอ้อนมาให้คนเป็นแม่

"เด็กแสบ ใครสอนเนี่ย"ฉีเหมยหัวเราะด้วยความเอ็นดู ส่วนคนที่สอนนั้นก็ทำเป็นชมนกชมไม้ทำเป็นว่าตนไม่เกี่ยว(เยว่อวี้หลงเป็นคนสอนเพราะตนเคยทำมาก่อนนั่นเอง)

หลังจากที่ทั้งหมดไหว้พระขอพรเสร็จเรียบร้อย จึงพากับเตรียบเดินทางกลับเพราะเด็กน้อยฝาแฝดเริ่มงอแงขึ้นมาว่าอยากกลับไปกินขนมที่บ้านเสียแล้ว

ถึงระหว่างกลับจะมีอุปสรรคนิดหน่อย ซึ่งอุปสรรคที่ว่าก็นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาภายในรถม้านี่แหละ ไม่รู้ท่านพ่อเกิดใจดีอะไรขึ้นมาถึงให้คนแปลกหน้าเข้ามานั่งกับบุตรชายตนได้เช่นนี้

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!