ตอนที่ 14 อาหารอันโอชะ

ข้าบอกว่าข้าอาจจะสามารถรักษาอาการป่วยของบิดาของเจ้าได้ เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่..."

ฉินหยางกล่าวพรางจ้องใบหน้าของหลงอี้เทียนด้วยสีหน้าจริงจัง หลงอี้เทียนที่ได้ยินตอนแรกก็คิดว่าตนอาจจะหูฝาด เด็กหนุ่มที่อายุุรุ่นราวคราวเดียวกับเขากลับบอกว่าสามารถรักษาอาการของบิดาตน ที่ไม่ว่าเขาจะเชิญหมอคนไหนมารักษาก็หมดหนทางรักษาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

หลงอี้เทียนตั้งสติก่อนจะยิ้มแหย่ ๆ ออกมาก่อนจะกล่าวว่า

"ขอบคุณพี่ชายฉินหยางที่หวังดีแต่อาการของท่านพ่อข้านั้นแย่มาก ข้าได้ลองพยายามทุกวิถีทางแล้วแต่ว่าไม่ใช่บอกว่าจะรักษาก็รักษาได้"

หลงอี้เทียนพยายามบอกปฏิเสธอ้อม ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาคนนี้มีบางอย่างที่ลึกลับ แต่ตนจะเอาชีวิตของบิดามาเสี่ยงกับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นานได้อย่างไร

ฉินหยางเองก็รู้ว่าหลงอี้เทียนกำลังคิดสิ่งใดอยู่เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมอีกครั้งแล้วพูดว่า

"ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังกังวลสิ่งใด ถ้าเป็นข้า ข้าก็จะทำเช่นเดียวกับที่เจ้าทำในตอนนี้  แต่ว่า..ครั้งนี้ข้าอยากให้เจ้าลองเชื่อใจข้าดูสักครั้ง  หากเจ้าเชื่อในตัวข้า ข้าก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาอาการป่วยของบิดาเจ้าให้หายเป็นปกติให้ได้"

ฉินหยางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังและในระหว่างที่ฉินหยางกล่าวคำเหล่านี้ออกมารอบ ๆ ตัวของเขาก็แผ่พลังงานบางอย่างที่ทำให้คนเชื่อมั่นในตัวเขาออกมาจาง ๆ 

หลงอี้เทียนทีหลังจากได้ยินคำพูดของฉินหยางภายในส่วนลึกในจิตใจของเขาก็ร่ำร้องบอกให้เขาเชื่อใจในตัวฉินหยาง เขาลังเลกับคำพูดของฉินหยางอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจที่จะยอมเชื่อในตัวของฉินหยางดูสักครั้งหลังจากตัดสินใจได้แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า

"หากพี่ชายฉินหยางพูดเช่นนั้นข้าคงต้องขอรบกวนพี่ชายแล้ว ถ้าหากพี่ชายสามารถช่วยบิดาของข้าให้หายจากอาการป่วยได้จริง ๆ ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้ไปชั่วชีวิต"

หลงอี้เทียนกล่าวขึ้นน้ำเสียงจริงจัง

"เจ้าไม่จำเป็นต้องถือเป็นบุญคุณอันใด ข้าก็เพียงเเค่อยากตอบแทนเจ้าที่ช่วยเหลือข้าที่ผ่านมาก็เท่านั้น"

ฉินหยางบอกปัดหลงอี้เทียนไปเพราะตนไม่อยากให้ถือเป็นบุญคุณอะไรพูดจบฉินหยางก็บอกให้หลงอี้เทียนนำทางตนไปยังบ้านตระกลูหลงเพื่อตรวจดูอาการของหลงห่าวบิดาของหลงอี้เทียน

หลงอี้เทียนพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินนำฉินหยางออกไปจากโรงเตี้ยม หลังจากทั้งสองเดินมาจนถึงด้านหน้าของโรงเตี้ยมพบว่ามีรถม้าคันหนึ่งจอดรออยู่

รถม้าคันดังกล่าวถูกประดับตกแต่งด้วยสีดำแวววาว ข้าง ๆ รถม้าเขียนอักษรสีทองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไว้ว่า "ตระกูลหลง" ซึ่งแน่นอนรถม้าคันดังกล่าวก็คือรถม้าของตระกูลหลงที่ หลงอี้เทียนใช้เดินทางมายังที่นี่

หลงอี้เทียนเชิญให้ฉินหยางขึ้นรถม้าไปกับตนก่อนทั้งสองจะออกเดินทางไปยังตระกูลหลงด้วยกัน ทั้งสองเดินทางโดยรถม้าโดยใช้เวลาเดินทางไม่นานราว ๆ ครึ่งก้านธูปก็มาถึงบริเวณด้านหน้าของคฤหาสน์ของตระกูลหลง

คฤหาสน์ตระกูลหลงตั้งห่างออกมาจากใจกลางเมืองไม่ไกลมากนัก ตัวอาคารทั้งหมดของคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกสร้างขึ้นจากไม้เก่าแก่ทั้งหลัง พื้นที่ทั้งหมดของคฤหาสน์กินพื้นที่กว้างขวางราว 1 ใน 10 ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ ตัวคฤหาสน์ประดับตกแต่งด้วยรูปปั้นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มากมายหลังคาและผนังมีภาพวาดแกะสลักและโคมไฟแบบจีนประดับเป็นจุดอยู่ทั่วทั้งตัวคฤหาสน์ ด้านหน้าสุดของคฤหาสน์สลักตัวหนังสือสีทองขนาดใหญ่ไว้ว่า

"ตำหนักตระกูลหลง"

หลังจากที่ทั้งสองนั่งรถม้าจนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหลง ทั้งสองก็เดินลงจากรถม้าก่อนจะมีคนรับใช้ของตระกูหลงมายืนรอต้อนรับ  หลงอี้เทียนกล่าวกำชับกับคนรับใช้อยู่ 2-3 อย่าง ก็เดินนำทางพาฉินหยางเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อไปรักษาบิดาของตน

แต่ในระหว่างที่หลงอี้เทียนกำลังเดินนำฉินหยางเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูล หลงอี้พี่ชายของหลงอี้เทียนกลับบังเอิญเดินผ่านมาเห็นพอดี จึงวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความรีบร้อนก่อนจะมายืนขวางอยู่ทางด้านหน้าของทั้งสองและตะโกนขึ้นว่า

"หยุดอยู่ตรงนั้น..เจ้ากล้าดีอย่างไรบุกรุกเข้ามาในตระกูลหลง...ทหารมีคนบุกรุกมาจับตัวมันโยนออกไปเดี๋ยวนี้"

หลงอี้ที่เห็นฉินหยางกำลังเดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์ก็ตะโกนด่าท้อออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายังคงโกรธแค้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ถนนหลักใจกลางเมืองวันนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาคิดว่าเขาโดนหยามเกียรติถึงขนาดนั้น

ทหารรับจ้างที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินเสียงของหลงอี้ก็รีบวิ่งกรูเข้าไปล้อมฉินหยางไว้ในทันที

หลงอี้เทียนที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตะโกนก้องออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ว่า

"พวกเจ้าทั้งหมดหยุดเดี๋ยวนี้...พี่ชายฉินหยางเป็นแขกคนสำคัญของข้า กล้าดีอย่างไรมากระทำการเสียมารยาทเช่นนี้ รีบเปิดทางซะไม่เช่นนั้นพวกเจ้าทุกคนจะถูกลงโทษ"

เสียงของหลงอี้เทียนตะโกนก้องขึ้นเสียงดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งห้องโถง ทหารรับจ้างที่ยืนล้อมฉินหยางอยู่ได้ยินดังนั้นก็หน้าถอดสีก่อนจะรีบพากันถอยห่างออกไปในทันที

"อี้เทียนนี่เจ้าคิดจะทำอะไร เจ้าคิดว่าเป็นผู้สืบทอดแล้วจะพาใครที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาในตระกูลของเราได้งั้นรึ?"

หลงอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองและไม่สบอารมณ์

"พี่อี้ พี่ชายท่านนี้คือพี่ฉินหยางเขาเป็นแขกคนสำคัญที่ข้าเชิญมาเพื่อรักษาอาการป่วยของท่านพ่อการที่ท่านทำเช่นนี้นั่นก็หมายความว่าท่านไม่คิดจะไว้หน้าข้าเช่นนั้นรึ"

หลงอี้เทียนพูดขึ้นเสียงขรึมและน้ำเสียงแฝงความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย แม้ว่าเขาจะรู้ว่าพี่ชายของตนเป็นคนนิสัยอย่างไร แต่ยังคงไม่พอใจที่พี่ชายของเขาคนนี้ทำตัวเสียงมารยาทกับฉินหยางเช่นนี้

ส่วนของฉินหยางเองตอนนี้เขากลับยืนนิ่งมองเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่กับที่และไม่ได้เอ่ยสิ่งใดราวกับเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีอะไรเกี่ยวของกับตน

แต่ในด้านของหลงอี้หลังจากที่ได้ยินว่าหลงอี้เทียนพาเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนมาเพื่อมารักษาบิดาก็หัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันก่อนพูดว่า

"อี้เทียนนี่เจ้าเป็นบ้าไปแล้วงั้นรึ เจ้าจะให้เด็กที่ดูแล้วอายุไม่ต่างจากเจ้ากับข้ามารักษาท่านพ่อเช่นนั้นจริง ๆ งั้นรึ เจ้ารู้จักเด็กหนุ่มคนนี้ดีพอหรือยัง เจ้าคิดว่านี่มันเป็นการเล่นขายของหรืออย่างไร?"

ประโยคสุดท้ายหลงอี้จงใจพูดกระแทกเสียงและหันหน้ามามองทางฉินหยางพร้อมทำสีหน้าเย้ยหยัน

หลงอี้เทียนที่ได้ยินคำพูดของพี่ชายตนก็ได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร เพราะตนเองก็ไม่มั่นใจว่าฉินหยางจะสามารถรักษาท่านพ่อของตนได้จริงหรือไม่ 

"แล้วถ้าหากข้าทำได้ละเจ้าจะว่าอย่างไร"

จู่ ๆ ฉินหยางที่เงียบมาตลอดก็เปิดปากเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเฉย

"จะว่าอย่างไร? เหอะ เจ้าคิดจะมาท้าทายข้างั้นรึ เช่นก็ได้ ถ้าหากเจ้าสามารถรักษาได้จริง ๆ ข้าจะก้มกราบแล้วคาราวะเจ้าเป็นอาจารย์เลยเป็นอย่างไร"

หลงอี้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเขามั่นใจอย่างยิ่งว่ายังไงเสียฉินหยางก็ไม่มีทางทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน แม้ว่าในใจลึก ๆ เขาเองก็อยากจะให้บิดาของตนหายจากการป่วยก็ตาม

"เจ้าไม่จำเป็นต้องมาคาราวะข้าเป็นอาจารย์ แต่ว่าถ้าหากข้าสามารถรักษาอาการของบิดาเจ้าได้สำเร็จเจ้าต้องยอมรับในตัวหลงอี้เทียนให้เป็นผู้นำตระกูลเจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร"

ฉินหยางยังคงกล่าวทุกคำออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย หลงอี้ได้ยินดังนั้นก็ใช้เวลาครุ่นคิดไม่นานเขาก็ตอบตกลงในทันทีว่า

"ย่อมได้!! ข้าตกลง แต่ว่า...ถ้าหากเจ้าทำไม่สำเร็จเจ้าจะต้องให้ข้าตัดเเขนเจ้าข้าหนึ่ง"

หลงอี้กล่าวขึ้นพร้อมแสยะยิ้มชั่วร้าย

"พี่อี้!!! มันจะมากเกินไปแล้ว..พี่ชายฉินหยางเป็นแขกคนสำคัญที่ข้าเชิญมา จะพูดสิ่งใดโปรดระวังด้วย"

หลงอี้เทียนได้ยินสิ่งที่พี่ชายตนพูดก็หมดความอดทนเขาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะทันที

แต่ในระหว่างที่หลงอี้เทียนกำลังจะกล่าวบางอย่างต่ออีกนั้น จู่ ๆ ฉินหยางก็ยกมือขึ้นมาห้ามปรามไว้ก่อนจะพูดว่า

"ข้าตกลง หากข้ารักษาไม่สำเร็จข้ายินดีให้เจ้าตัดเเขนไปข้างหนึ่งและจะไม่ปริปากด่าท่อเจ้าแม้แต่คำเดียว"

ฉินหยางยังคงกล่าวตอบด้วยเสียงเรียบเฉยราวกับว่าแขนที่อาจจะถูกตัดไม่ใช่เเขนของตน

"พี่ชายฉินหยางนี่ท่าน..."

หลงอี้เทียนดูราวกับจะอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกฉินหยางยกมือขึ้นห้ามปรามไว้

"เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่"

ฉินหยางตอบกลับด้วยเสียงนิ่งสงบ

หลงอี้เทียนได้ยินฉินหยางพูดดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินนำทางพาฉินหยางขึ้นไปรักษาบิดาของตน

​​​​​หลงอี้เทียนพาฉินหยางมาหยุดอยู่หน้าห้อง ๆ หนึ่ง ก่อนจะเคาะประตูและยืนรออยู่ด้านหน้า ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้และเปิดประตูเป็นหญิงวัยกลางคน อายุราว ๆ 35-40 ปี แต่รูปร่างหน้าตายังคงดูเยาว์วัยมีใบหน้าคล้ายหลงอี้เทียนอยู่ 6-7ส่วน สวมชุดสีขาวมองออกมาด้วยใบหน้าสงสัย หญิงวัยกลางคนผู้นี้ก็คือ ไป่ หลิงภรรยารองของเจ้าเมืองหลงห่าวและเป็นมารดาของหลงอี้เทียน

หลังจากที่นางเปิดประตูออกมาและเห็นว่าด้านหน้าประตูมีบุตรชายของตน หลงอี้ และเด็กหนุ่มแปลกหน้าซึ่งก็คือฉินหยางจึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย 

"อี้เทียนเจ้ามีอะไรงั้นรึ? แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันเหตุใดถึงพาขึ้นมาถึงที่นี่ได้?"

น้ำเสียงของไป่ หลิงดูมีความสงสัยและไม่พอใจอยู่เล็ก ๆ 

"ท่านแม่พี่ชายท่านนี้ชื่อว่าฉินหยางเป็นคนที่ข้าเชิญมาเพื่อรักษาอาการป่วยของท่านพ่อขอรับ"

หลงอี้เทียนกล่าวตอบพร้อมอธิบาย

"รักษาอาการป่วยของบิดดาเจ้า? อี้เทียนนี่เจ้ากำลังพูดเรื่องตลกอันใดกัน? เจ้าคิดจะให้เด็กที่ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้ามารักษาท่าพ่อของเจ้า นี่เจ้ารู้หรือมั้ยว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงเพียงใด"

ไป่ หลิงกล่าวตำหนิหลงอี้เทียนทำนองเดียวกับที่หลงอี้ได้พูดไป แน่นอนหากเป็นคนสติดีคงไม่มีใครจะคิดว่าจะมีเด็ก อายุเพียง 15 ปี จะมีความสามารถรักษาใครได้

หลงอี้ที่เห็นว่าอี้เทียนโดนตำหนิก็แอบยิ้มเยาะอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ อยู่ทางด้านหลัง

​​​​​​"ท่านแม่โปรดใจเย็นลงก่อน ข้าเชื่อว่าพี่ชายฉินหยางต้องรักษาอาการป่วยของท่านพ่อได้อย่างแน่นอน ท่านเเม่โปรดให้โอกาสให้พี่ชายฉินหยางได้ลองรักษาด้วยขอรับ"

​​​หลงอี้เทียนโค้งคาราวะอ้อนวอนต่อมารดาของตน

"เช่นนั้นเจ้าบอกแม่ได้หรือไม่ว่าเหตุใดเจ้าถึงคิดว่าเด็กคนนี้จะสามารถรักษาบิดาของเจ้าได้"

ไป่ หลิงเอ่ยถามพร้อมจ้องมองไปยังหลงอี้เทียน บุตรชายของตนอย่างไม่วางตา หลงอี้เทียนก็ไม่ได้หลบสายตาแต่อย่างใดเขาจ้องเข้าไปในดวงตาของมารดาตนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"สัญชาตญาณขอรับ"

หลงอี้เทียนกล่าวเพียงคำสั้น ๆ ออกมาทำให้ไป่ หลิงเผยสีหน้าตกตะลึงและประหลาดใจ แน่นอนว่าเขาไม่เคยปฏิเสธว่าบุตรชายของเขาคนนี้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและอีกสิ่งหนึ่งที่เขามี คือ การมองนิสัยและความสามารถของคน ๆ นั้นออกอาจจะด้วยสัญชาตญาณหรือการประเมินเเต่ตนก็ไม่เคยกังขาในการตัดสินใจของบุตรชายตนเลย และการที่บุตรชายได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดผู้นำตระกูลคนต่อไปทั้ง ๆ ที่ตนเป็นบุตรของภรรยารองนั่นก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เพียงพอแล้ว

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลงอี้เทียนนางก็เงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า 

"เช่นนั้นก็ย่อมได้ แม่จะยอมเชื่อในการตัดสินใจของเจ้าอีกสักครั้ง แต่ว่า...หากเจ้าทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับสามีของข้าละก็เจ้าคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

ประโยคสุดท้ายนางหันไปพูดกับฉินหยางและเอ่ยเตือนขึ้น

"ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล อี้เทียนเองก็เปรียบเหมือนน้องชายข้า ข้าไม่คิดที่จะทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อบิดาของน้องชายตนอย่างแน่นอน"

ฉินหยางที่ตอนแรกเองก็ตกตะลึงไม่คิดว่าหลงอี้เทียนจะยอมให้ตนรักษาบิดาของเขาเพียงเพราะเชื่อในสัญชาตญาณแต่หลังจากที่ได้ยินเสียงของไป่ หลิงมารดาของหลงอี้เทียนพูดกระเเทกเสียงมาที่ตนจึงได้ตอบเสียงเรียบราว ๆ กับไม่มีความกังวลใด 

"ดี เช่นนั้นเชิญเจ้าเข้ามาสิ"

มารดาของหลงอี้เทียนพูดจบก็เปิดทางให้ฉินหยางเข้าไปข้างในได้

ฉินหยางก้าวเท้าเข้าไปอย่างสงบเขามองรอบ ๆ ห้องพบว่าภายในห้องมีขนาด 5-6 จั้ง ซึ่งค่อนข้างกว้างขวาง ทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยสิ่งของเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับหรูหราอะไร แต่เป็นห้องที่ให้ความรู้สึกโล่งสบาย ตรงกลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่อยู่ตัวหนึ่งบนเตียงมีชายอายุราว ๆ 45-50 ปี ใบหน้าหมองคล้ำกำลังนอนอยู่ด้วยสีหน้าเจ็บปวด ซึ่งเขาก็คือหลงห่าวบิดาของหลงอี้เทียน ผู้นำตระกูลหลงคนปัจจุบันแต่สภาพของเขาในตอนนี้ดูทรุดโทรมโรยลาราวกับพร้อมที่จะจากโลกนี้ไปได้ตลอดเวลา

ฉินหยางค่อย ๆ เดินไปที่เตียงอย่างช้า ๆ จนมาหยุดอยู่ที่ปลายเตียงส่วนคนอื่น ๆ ก็เดินตามหลังมาติด ๆ เมื่อฉินหยางเห็นสภาพของบิดาของหลงอี้เทียนแล้วก็ไม่รอช้าเขารีบส่งกระแสเสียงถามเสวี่ยอวี๋ทันทีว่า

"เสวี่ยอวี๋เจ้าเห็นอะไรบ้าง"

เสวี่ยอวี๋ได้ยินเสียงเอ่ยถามของฉินหยางก็ไม่ได้รีบเอ่ยตอบสิ่งใด ร่างกายของเขาเรืองแสงสว่างวาบก่อนจะปรากฏตัวออกมายืนอยู่ข้าง ๆ ฉินหยาง หลังจากนั้นเขาก็ไม่พูดพร่ำ  เขาเริ่มวาดมือทำสัญลักษณ์แปลก ๆ ก่อนจะนำนิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่หว่างคิ้วแล้วร้องขึ้นว่า

"เนตรเหมันต์จุติ" 

ทันใดนั้นก็มีสัญลักษณ์คล้ายดวงตาปรากฏขึ้นที่กลางหว่างคิ้วของเสวี่ยอวี๋ หลังจากนั้นสัญลักษณ์ที่ดูคล้ายดวงตากลางหว่างคิ้วของเสวี่ยอวี๋ก็เรืองแสงสว่างวาบ ก่อนจะฉายสำรวจร่างกายของบิดาของหลงอี้เทียน

ไม่นานหลังจากนั้นสัญลักษณ์รูปดวงตากลางหว่างคิ้วของเสวี่ยอวี๋ก็หายลับไป ก่อนเอ่ยกับฉินหยางขึ้นเสียงเรียบว่า

"เขาถูกปราณทมิฬกัดกร่อนดูแล้วน่าจะถูกกัดกร่อนมานานพอสมควร เนื่องจากตอนนี้ปราณทมิฬได้แทรกซึมเข้าไปกัดกร่อนจนเกือบจะถึงจิตวิญญาณของเขาแล้ว"

"เสวี่ยอวี๋เจ้าหมายความว่า..."

​​​​ไม่ผิด...ชายคนนี้เป็นผู้วิเศษแต่มีพลังอยู่แค่ระดับดูดซับลมปราณขั้นที่ 7หรือ 8 เท่านั้น การที่เขามีสภาพเช่นนี้อาจจะเพราะเผลอไปสัมผัสกับปราณทมิฬเข้าจากที่ไหนสักแห่งโดยไม่รู้ตัว"

เสวี่ยอวี๋กล่าวอธิบายให้ฉิหยางฟังอย่างช้า ๆ 

"ปราณทมิฬ? ถ้าเช่นนั้นเราจะรักษาเขาได้อย่างไร?"

ฉินหยางเอ่ยถามความคิดเห็นจากเสวี่ยอวี๋

"เรื่องนั้น...ถือว่าชายคนนี้โชคดีที่พบกับเจ้าหากปล่อยไว้นานกว่านี้อีก 2-3 วัน อาจจะไม่มีทางรอดก็เป็นได้"

"ร้ายแรงถึงขั้นนั้น?? แล้วที่ว่าโชคดีที่เจอข้าเจ้าก็มายความว่าอย่างไรกัน"

ฉินหยางส่งกระแสเสียงเอ่ยถาม คนอื่นที่ยืนอยู่ในห้องมองเห็นเพียงแค่ว่าฉินหยางกำลังยืนหลับตาทำอะไรบางอย่างแค่นั้น

นั้นก็เพราะว่าเจ้ามีเพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างไรล่ะ และจริง ๆ แล้วอาจจะบอกว่าเป็นโชคดีของเจ้าด้วยเช่นกันเพราะปราณทมิฬนั่นก็เปรียบเหมือนอาหารอันโอชะสำหรับเพลิงศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะช่วยบำรุงให้เพลิงของเจ้าทรงพลังขึ้นไปอีก"

เสวี่ยอวี๋กล่าวอธิบายพร้อมยกยิ้มขึ้น

"บำรุงเพลิงศักดิ์สิทธิ์ให้ทรงพลังขึ้นได้เช่นนั้นรึ?"

ฉินหยางเอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

"ถูกต้อง..เอาล่ะเจ้าอย่าพึ่งถามอะไรข้าในตอนนี้เริ่มทำการรักษาได้แล้วหากปล่อยไว้นานจะยิ่งยากจะแก้ไขสิ่งที่เจ้าต้องทำก็แค่ใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างกลืนกินปราณทมิฬที่อยู่จากภายในร่างกายให้สิ้น เพลิงศักดิ์สิทธิ์นอกจากจะกำจัดปราณทมิฬแล้ว เพลิงศักดิ์สิทธิ์ยังช่วยฟื้นฟูพละกำลังและร่างกายของชายคนนี้ได้อีกด้วย"

ฉินหยางพยักหน้าเป็นการตอบว่าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปข้างหน้าและเรียกเพลิงศักดิ์สิทธิ์ออกมา

หลงอี้เทียนและคนอื่น ๆ ที่เห็นการกระทำของฉินหยางก็ต่างพากันประหลาดใจ โดยเฉพาะหลงอี้เทียนที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่เขาไม่ได้สงสัยในการกระทำของฉินหยาง สิ่งที่เขาสงสัยคือในตอนนี้เขาสังเกตเห็นเงาเลือนลางของเสวี่ยอวี๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉินหยาง เขาพยายามเพ่งมองแต่ก็สามารถมองเห็นได้เพียงเงาเลือนลางเท่านั้น

เสวี่ยอวี๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉินหยางสังเกตเห็นปฏิกิริยาของหลงอี้เทียนเขาหรี่ตาลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา

ส่วนฉินหยางในตอนนี้เขานำฝ่ามือทาบไปที่หน้าอกของหลงห่าวบิดาของหลงอี้เทียนก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยเพลิงศักดิ์สิทธิ์เเทรกซึมเข้าไปตามเส้นลมปราณในร่างกายอย่างช้า ๆ  เพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกายหลังจากสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณทมิฬก็พากันลุกโซนขึ้นด้วยความดีใจราวกับเห็นอาหารอันโอชะ เพลิงศักดิ์สิทธิ์เข้ากลืนกินปราณทมิฬอย่างบ้าคลั่ง มันวิ่งพร่านกลืนกินปราณทมิฬทั่วทั้งร่ายกายของบิดาของหลงอี้เทียน จนหายวับไปในเวลาไม่นาน ฉินหยางที่เห็นปฏิกิริยาของเพลิงศักดิ์สิทธิ์ก็รู้สึกตกตะลึงไประยะหนึ่งก่อนจะตั้งสติได้ เขาก็เรียกเพลิงศักดิ์สิทธิ์กลับเข้าไปในร่างกายของตนเองก่อนจะถอนฝ่ามือออกจากหลังของบิดาของหลงอี้เทียนก่อนจะพูดขึ้นว่า

"เท่านี้ก็เรียบร้อย"

ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างงุนงงกับคำพูดของฉินหยาง ตั้งแต่เข้ามาพวกเขาเห็นเพียงว่าฉินหยางยืนอยู่เฉย ๆ แล้วหลับตาหลังจากนั้นก็ยื่นไปด้านหน้าก่อนจะผละมือออกมาเพียงเท่านั้น

หลงอี้ที่เห็นดังนั้นก็กำลังจะเอ่ยปากโวยวายขึ้นมาแต่ในขณะนั้นเองหลงห่าวบิดาของเขาที่นอนแน่นิ่งมานานหลายเดือนก็ขยับตัวขึ้น

"ท่านพ่อ...ท่านฟื้นแล้ว ท่านฟื้นแล้วจริง ๆ"

เสียงของหลงอี้เทียนร้องดังขึ้นเมื่อเขาเห็นบิดาของเขาค่อย ๆ ได้สติฟื้นคืนมา

ฮอต

Comments

ฟิวแห่งแสงจันทรายามค่ำคืน☆

ฟิวแห่งแสงจันทรายามค่ำคืน☆

อ้พอีก

2023-08-10

1

ทั้งหมด
เลือกตอน
1 ตอนที่ 1 กำเนิดอัจฉริยะเหนือสวรรค์
2 ตอนที่ 2 การพบพานแห่งโชคชะตา
3 ตอนที่ 3 กายาศักดิ์สิทธิ์และเพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้าง
4 ตอนที่ 4 เคล็ดวิชาลับต้องห้าม
5 ตอนที่ 5 เรื่องราวในอดีต
6 ตอนที่ 6 การต่อสู้ระดับบรรพชนมนุษย์
7 ตอนที่ 7 เมืองเฉินตู่
8 ตอนที่ 8 หลงอี้เทียน
9 ตอนที่ 9 ความลับของพลังที่ซ่อนอยู่
10 ตอนที่ 10 คำคืนสองต่อสองภายในห้องน้ำใต้แสงจันทร์
11 ตอนที่ 11 ฝันเปียก (NC)
12 ตอนที่ 12 เม็ดยาปราณแท้ระดับสุดยอด
13 ตอนที่ 13 พลังของเม็ดยาปราณแท้ระดับสุดยอด
14 ตอนที่ 14 อาหารอันโอชะ
15 ตอนที่ 15 ป่ามรณะ
16 ตอนที่ 16 กิ้งก่ายักษ์อำพราง
17 ตอนที่ 17 งูเหลือมเขาเดียว
18 ตอนที่ 18 การต่อสู้
19 ตอนที่ 19 ตัวตนที่ตื่นขึ้น
20 ตอนที่ 20 เรื่องราวเมื่อ 1,200 ปีก่อน (การต่อสู้)
21 ตอนที่ 21 อดีตเมื่อ 1,200 ปีก่อน (รักแรกพบ)
22 ตอนที่ 22 อดีตเมื่อ 1,200 ปี (เรื่องราวก่อนจากกัน 1,200 ปี)
23 ตอนที่ 23 เริ่มการฝึกฝน ปะทะ หมีพสุธา
24 ตอนที่ 24 บ่อน้ำบำรุงวิญญาณและหมอกปราณลวงตา 1
25 บ่อบำรุงวิญญาณและหมอกปราณลวงตา (จบ)
26 ตอนที่ 25 ปะทะแมงมุมปีศาจ (1)
27 ตอนที่ 25 ปะทะแมงมุมปีศาจ (จบ)
28 ตอนที่ 26 หนทางใหม่ที่ต้องก้าวเดิน (1)
29 ตอนที่ 26 หนทางใหม่ที่ต้องก้าวเดิน (จบ)
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 29

1
ตอนที่ 1 กำเนิดอัจฉริยะเหนือสวรรค์
2
ตอนที่ 2 การพบพานแห่งโชคชะตา
3
ตอนที่ 3 กายาศักดิ์สิทธิ์และเพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้าง
4
ตอนที่ 4 เคล็ดวิชาลับต้องห้าม
5
ตอนที่ 5 เรื่องราวในอดีต
6
ตอนที่ 6 การต่อสู้ระดับบรรพชนมนุษย์
7
ตอนที่ 7 เมืองเฉินตู่
8
ตอนที่ 8 หลงอี้เทียน
9
ตอนที่ 9 ความลับของพลังที่ซ่อนอยู่
10
ตอนที่ 10 คำคืนสองต่อสองภายในห้องน้ำใต้แสงจันทร์
11
ตอนที่ 11 ฝันเปียก (NC)
12
ตอนที่ 12 เม็ดยาปราณแท้ระดับสุดยอด
13
ตอนที่ 13 พลังของเม็ดยาปราณแท้ระดับสุดยอด
14
ตอนที่ 14 อาหารอันโอชะ
15
ตอนที่ 15 ป่ามรณะ
16
ตอนที่ 16 กิ้งก่ายักษ์อำพราง
17
ตอนที่ 17 งูเหลือมเขาเดียว
18
ตอนที่ 18 การต่อสู้
19
ตอนที่ 19 ตัวตนที่ตื่นขึ้น
20
ตอนที่ 20 เรื่องราวเมื่อ 1,200 ปีก่อน (การต่อสู้)
21
ตอนที่ 21 อดีตเมื่อ 1,200 ปีก่อน (รักแรกพบ)
22
ตอนที่ 22 อดีตเมื่อ 1,200 ปี (เรื่องราวก่อนจากกัน 1,200 ปี)
23
ตอนที่ 23 เริ่มการฝึกฝน ปะทะ หมีพสุธา
24
ตอนที่ 24 บ่อน้ำบำรุงวิญญาณและหมอกปราณลวงตา 1
25
บ่อบำรุงวิญญาณและหมอกปราณลวงตา (จบ)
26
ตอนที่ 25 ปะทะแมงมุมปีศาจ (1)
27
ตอนที่ 25 ปะทะแมงมุมปีศาจ (จบ)
28
ตอนที่ 26 หนทางใหม่ที่ต้องก้าวเดิน (1)
29
ตอนที่ 26 หนทางใหม่ที่ต้องก้าวเดิน (จบ)

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!