หลังจากฉินหยางเก็บความรู้สึกจากความฝันเหล่านั้นไว้ยังส่วนลึกในใจก็นั่งลงหลับตาดำดิ่งเข้าสู่จิตสมาธิ
ฉินหยางเริ่มต้นจากการศึกษาวิธีการปรุงโอสถขั้นพื้นฐานที่ได้รับจากเสวี่ยอวี๋ โดยเขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเข้าใจขั้นตอนคร่าว ๆ โดยจากที่เขาได้ทำการศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนการปรุงยาสามารถแบ่งออกได้ 3 อย่างหลัก ๆ คือ
การหลอม การกลั่น และ การขึ้นรูป
การหลอม คือ การนำสมุนไพรลงไปในเตาปรุงยาและใช้ไฟในการหลอมหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการกลั่น คือ การกลั่นเอาเพียงส่วนที่สมบูรณ์ของตัวสมุนไพรแต่ละชนิดเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนจะนำมาบีบอัดขึ้นรูปเป็นเม็ดยา โดยทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ มีความสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เม็ดยาที่ปรุงขึ้นมามีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
กระบวนการหลอม หากนักปรุงยาไม่สามารถควบคุมเปลวเพลิงให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมตามสมุนไพรแต่ละชนิด อาจทำให้สมุนไพรถูกเผาไหม้มากเกินกว่าที่จำเป็นหรือหากเปลวเพลิงไม่ร้อนมากพอก็จะไม่สามารถหลอมสมุนไพรให้กลายเป็นผงได้
กระบวนการกลั่น หากนักปรุงยาไม่สามารถกลั่นให้สมุนไพรมีความบริสุทธิ์มากเพียงพอแล้วเม็ดยาที่จะได้ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพที่ไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับการขึ้นรูปเม็ดยาเนื่องจากสมุนไพรวิเศษมีพลังงานที่สะสมไว้ในตัวแตกต่างกันซึ่งในระหว่างการขึ้นรูปเม็ดยาอาจเกิดการผลักดันกันของตัวสมุนไพรบางชนิดจนไม่สามารถขึ้นรูปได้หรืออาจต้องยอมเสียปราณสมุนไพรไปบางส่วนเพื่อลดแรงต้านระหว่างตัวสมุนไพรแต่นั่นก็จะทำให้สมุนไพรมีประสิทธิภาพที่น้อยลงเช่นกัน ดังนั้นในขั้นตอนนี้จึงมีสิ่งนึงที่สำคัญมาก ๆ ไม่เเพ้กันนั่นก็คือ "จิตสัมผัส"
เมื่อเข้าใจได้ดังนั้นฉินหยางก็อ่านทวนขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจหลังจากตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ต่อมาเขาก็เริ่มศึกษาคำภีร์แปลงจิตสัมผัสต่อในทันที ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับนักปรุงยา หากจิตสัมผัสไม่เเข็งแกร่งหรือไม่มั่นคงพออาจไม่สามารถประคองการปรุงยาจนจบกระบวนการได้
ฉินหยางเริ่มดำดิ่งเข้าไปในคำภีร์แปลงจิตสัมผัสผ่านไปอีกราว 2 ชั่วยามก็สามารถสรุปออกมาได้ว่าจิตสัมผัสคือพลังงานรูปแบบจิตที่ไม่สามารถมองเห็น ไม่มีรูป ลักษณ์ กลิ่น หรือ เสียง
จิตสัมผัส คือ พลังงานจิตที่สามารถแปลงเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ร้องการ สามารถใช้โจมตีจิตวิญญาณโดยตรงหรือขยายจิตสัมผัสสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวอย่างที่เสวี่ยอวี๋เคยทำที่ผ่าน ๆ มา หรือแม้กระทั่งนำมาป้องกันตัวจากการโจมตีรูปแบบจิตหรือการโจมตีทางกายภาพได้หากมีพลังจิตที่แข็งแกร่งมากพอขึ้นอยู่กับมานำมาใช้
ส่วนนักปรุงยาจะใช่จิตสัมผัสเพื่อควบคุม ประคอง เพลิงและส่วนประสมของสมุนไพรในเตาปรุงยาเพื่อให้เสถียรตลอดเวลา ฉินหยางได้ศึกษาและทดลองปล่อยจิตสัมผัสของเขาออกมาตามที่ได้ทำความเข้าใจในคำภีร์ ปรากฏว่าทันใดนั้น
"ตู้มมมมมม"
เสียงจิตสัมผัสของฉินหยางระเบิดทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งราวเขื่อนแตก เขาสามารถกวาดจิตสัมผัสออกไปไกลได้หลายสิบลี้ในครั้งแรก และรับรู้ทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีของเขา
"นะ..นี่มันอะไรกันจิตสัมผัสของข้ามันเกิดอะไรขึ้นกัน"
ฉินหยางพูดขึ้นกับตัวเองด้วยความสงสัยเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจิตสัมผัสของเขาจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ซึ่งเกือบจะแข็งแกร่งเท่าจิตสัมผัสของเสวี่ยอวี๋ในตอนนี้เลยก็ว่าได้
เสวี่ยอวี๋ที่นั่งสมาธิอยู่ในไข่มุกจิตวิญญาณสามารถรับรู้ได้ถึงจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งกวาดผ่านไปก็ลืมตาตื่นขึ้นด้วยความสงสัย แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นและพบว่าจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งนั้นเป็นของฉินหยางที่ปลดปล่อยออกมาก็อุทานขึ้นมา
"นะ..นี่มัน..ของเจ้าเด็กน้อยฉิหยางงั้นรึ? นี่มันเป็นไปได้อย่างไรจิตสัมผัสนี้แข็งแกร่งเทียบเท่าข้าที่มีตัวตนมาเป็นพันปีเลยงัั้นรึ ถึงแม้ร่างจิตนี้จะเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของข้าแต่การที่เด็กน้อยอายุ 15 ปี จะสามารถปล่อยจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งออกมาได้เช่นนี้มันแปลกเกินไปแล้วหรือไม่? หรือว่าเด็กนี่นอกจากกายยาศักดิ์สิทธิ์แล้วจะมีอะไรซ่อนอยู่อีกกันนะ"
เสวี่ยอวี๋นั่งครุ่นคิดกับตัวเองอยู่ในสถานที่มืดสลัวภายในไข่มุกจิตวิญญาณอย่างเงียบ ๆ โดยที่ทั้งฉินหยางและเสวี่ยอวี๋ไม่รู้เลยว่าจิตสัมผัสที่ฉินหยางปล่อยออกมานั้นมีอีกจิตหนึ่งปะปนอยู่
..............................................................
หลังจากที่ฉินหยางเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับจิตสัมผัสในสามารถนำมาปรับใช้ได้แล้ว ฉินหยางก็หายใจเข้าลึกก่อนจะฉายภาพของชายชราเคราขาวที่เขาเห็นในตอนแรกรากฏขึ้นมาในหัวสมองของเขา
โดยภาพที่เขาในตอนนี้ คือ ชายชราเคราขาว อายุราว ๆ 60 กลาง ๆ กำลังนั่งปรุงยาอยู่ด้วยสีหน้าสงบ ชายชราคนดังกล่าวจัดเรียงสมุนไพร 7-8 ชนิดไว้อย่างเป็นระเบียบและชำนาญก่อนจะหยิบสมุนไพรใส่ลงไปในเตาปรุงยาทีละชนิด และเริ่มทำการเรียกเปลวเพลิงขึ้นที่ฝ่ามือและสบัดมือเบา ๆ ให้เปลวเพลิงดวงนั้นลอยไปอยู่ข้างล่างเตาปรุงยา
เพลิงที่ชายชราเรียกออกมาเปล่งแสงสีเหลืองส้มดูราวกับเป็นเพลิงธรรมดา ๆ ดวงหนึ่ง แต่ความร้อนที่เปลวเพลิงดังกล่าวแผ่ออกมาไม่ใช่สิ่งที่เปลวเพลิงธรรมดา ๆ ทั่วไปจะสามารถเทียบเคียงได้
หลังจากที่ชายชราจุดเปลวไฟใต้เตาปรุงยาเสร็จเรียบร้อยเขาก็ประสานนิ้วเข้าหากัน คอยเพิ่มและลดอุณภูมิของเตาปรุงยาในแต่ละช่วง เนื่องจากการหลอมสมุนไพรแต่ละชนิดจะใช้ความร้อนในการหลอมที่แตกต่างกัน หากไม่ระวังเรื่องเหล่านี้ให้ดีการปรุงยาอาจล้มเหลวได้เมื่อชายชราหลอมสมุนไพรจนกลายเป็นผงตามข้อมูลความรู้ที่ฉินหยางได้รับมาจากเสวี่ยอวี๋และศึกษาไปเมื่อครู่และชายชราเคราขาวก็เร่งเปลวเพลิงขึ้นอีกครั้งเพื่อกลั่นให้สมุนไพรที่หลอมมีความบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูป
หลังจากสมุนไพรทุกชนิดถูกกลั่นจนเหลือเพียงความบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้วนั้นชายชราเคราขาวก็กล่าวออกมาเสียงเบา ๆ ในลำคอว่า
ขึ้นรูป!!
ชายชราเอ่ยสองคำนี้ขึ้นมาได้ไม่นานเตาปรุงยาที่อยู่ตรงหน้าชายชราก็เริ่มมีอาการสั่นเล็กน้อยแต่ 3 ลมหายใจต่อมาทุกอย่างก็สงบลง สีหน้าของชายชรายังคงนิ่งสงบไม่ได้แตกตื่นใด ๆ ไม่นานชายชราก็เอื้อมมือเปิดฝาเตาขึ้นทีละน้อยเผยให้เห็นแสงสว่างสีเหลืองเปล่งแสงออกมาจากเตาปรุงยา และหลังจากชายชราเปิดเตาจนหมดก็พบเม็ดยาปราณแท้ทั้งหมด 5 เม็ด กำลังลอยอยู่กลางอากาศพร้อมเรืองเเสงสีเหลืองสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ หลังจากนั้นภาพดังกล่าวก็จบลง
หลังจากที่ฉินหยางมองภาพในความคิดของเขาจบลงไปแล้วเขาก็นั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะฉายภาพที่ชายชราเคราขาวนั่งปรุงยาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความคิด จนเวลาผ่านไปราว 1 ชั่วยาม เขาก็ลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิดและกล่าวขึ้นกับตัวเองว่า
"เช่นนี้นี่เอง ส่วนสำคัญที่สุดของการปรุงยาคือเปลวเพลิงที่ใช้หลอมวัตถุดิบ หากอุณหภูมิที่ใช้ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้การปรุงยาเกิดการผิดพลาดได้ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นข้าคงต้องลองทดสอบเพลิงของข้าดูก่อนที่จะทำการปรุงยา"
แต่ก่อนที่ฉินหยางจะเริ่มทำการทดลองเขาก็นึกขึ้นได้ว่าสมุนไพรที่ใช้อาจจะไม่เพียงพอ จึงได้ทำการจดชื่อรายการสมุนไพรที่จะใช้ปรุงยาปราณแท้ส่งมอบให้เสี่ยวเอ้อจัดหามาให้ และเนื่องจากความจริงแล้วสมุนไพรที่จะนำมาใช้ปรุงยาปราณแท้เป็นสมุนไพรทั่วไปเพียงแต่ว่าต้แงมีอายุเป็นร้อยปีขึ้นไปก็เท่านั้น ในส่วนนี้ฉินหยางวางแผนไว้แล้วว่าหลังจากได้สมุนไพรมาเขาจะใช้หยาดน้ำสุริยันในการเร่งการเจริญเติบโตก่อนจะนำมาทำการทดลองปรุงยา
หลังจากที่ฉินหยางให้เสี่ยวเอ้อไปจัดหาสมุนไพรมาให้แล้วเขาก็เข้าห้องเก็บตัวเพื่อใช้หยาดน้ำสุริยันเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรทันที จนเวลาผ่านไป 2 วัน หลังจากที่ฉินหยางเก็บตัวอยู่แต่ในห้องฉินหยางก็ได้สมุนไพรอายุร้อยปีขึ้นไปจนคิดว่าน่าจะเพียงพอต่อการทำการทดลองแล้ว เขาก็เริ่มจัดแจงสิ่งของต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนจะนั่งลงกับพื้นโดยมีเตาปรุงยาวางอยู่ด้านหน้า ฉินหยางสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งก่อนจะนำสมุนไพรชนิดแรกใส่เข้าไปในเตาปรุงยาและเรียกใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ออกมา
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเรียกมาในตอนนี้มีสีเหลืองปนส้มเล็กน้อยดูไม่ค่อยต่างจากเพลิงธรรมดา ๆ มากนักแต่ยังคงสัมผัสกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ได้เนื่องมาจากว่าเขายังคงมีพลังไม่มากพอที่จะเรียกใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพได้ในตอนนี้
ฉินหยางค่อย ๆ สะบัดแขนส่งเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไปยังเตาปรุงยาอย่าง ช้า ๆ หลังจากที่ฉินหยางจุดเพลิงใต้เตาเผาได้แล้วก็ดูเหมือนจะไปได้ดี แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะดีใจอยู่นั้นจู่ ๆ เตาปรุงยาก็เกิดการสั่นสะเทือนก่อนจะมีเสียง"ตู้ม" ดังออกมาเบา ๆ ตามด้วยควันสีดำลอยคนละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง
"แค็ก แค็ก แค็ก"
ฉินหยางสูดดมควันเข้าไปเต็ม ๆ จนสำลักออกมา สภาพหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยเขม่าควันเปื้อนมอมแมมทั่วทั้งหน้า
"แค็ก แค็ก นี่มันอะไรกันข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ ๆ เหตุใดมันถึงระเบิดได้กันเล่า"
ฉินหยางสบถขึ้นกับตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะตั้งสติครุ่นคิดถึงความผิดพลาดก่อนหน้านี้ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเปลวเพลิงที่ใช้ก่อนหน้านี้อาจมีความรุนแรงเกินไปจึงเริ่มทำการทดลองใหม่อีกครั้ง
ในครั้งนี้เขาใส่สมุนไพรลงไปในเตาปรุงยาก่อนจะเรียกใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีกครั้งแต่ในครั้งนี้เขาพยายามกดพลังของเพลิงให้อยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มอุณหภูมิขึ้นอย่างช้า ๆ จนในที่สุดเมื่อความร้อนที่ปล่อยออกมาถึงจุด ๆ หนึ่งสมุนไพรก็ส่งเสียง "ฟู้ววว" ออกมาก่อนก่อนจะถูกหลอมละลายกลายเป็นผง
"สะ..สำเร็จ...สำเร็จแล้ว ข้าทำสำเร็จแล้ว"
ฉินหยางตะโกนขึ้นด้วยความดีใจหลังจากสามารถหลอมสมุนไพรให้กลายเป็นผงได้เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นเขาก็นำกระดาษมาห่อผงของสมุนไพรที่หลอมได้เอาไว้ ก่อนจะเริ่มนำสมุนไพรชนิดอื่นมาทดลองหลอมเช่นเดียวกับที่เคยทำ ฉินหยางทดลองหลอมสมุนไพรที่เหลืออยู่หลายครั้งมีทั้งที่หลอมสำเร็จในครั้งเดียวและหลอมล้มเหลวไปมากกว่าสิบครั้งแต่สุดท้ายก็สามารถหลอมมันออกมาเป็นผงได้ ในกระบวนการนี้ ฉินหยางใช้เวลาไปเกือบ 1 วันเต็ม
หลังจากสมุนไพรชนิดสุดท้ายถูกหลอมจนสำเร็จฉินหยางก็ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการฝึกหลอมอีกครั้งในทันที แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้หลอมสมุนไพรทีละชนิดอย่างที่เคยทำมา ฉินหยางใส่สมุนไพรทั้งหมดที่จะใช้ในการปรุงยาปราณแท้ ก่อนจะใช้จิตสำผัสที่พึ่งเรียนรู้มาแบ่งออกเป็น 8 สายห่อหุ้มสมุนไพรแต่ละชนิดเอาไว้ก่อนจุดเปลวเพลิงขึ้นใต้เตาและคอยใช้จิตสัมผัสควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับสมุนไพรแต่ละชนิด จนเวลาผ่านไป 1 ก้านธูป ในที่สุดเขาก็หลอมสมุนไพรทั้งหมดให้กลายเป็นผงจนสำเร็จ
ต่อมาฉินหยางตัดสินใจดำเนินการต่อไปในทันทีกระบวนการถัดไปคือการกลั่น เขาเร่งเปลวเพลงขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะเผาไหม้สิ่งเจือปนที่ยังหลงเหลืออยู่ในผงสมุนไพรออกจนหมด เขายังคงทำทุกอย่าง อย่าง ระมัดระวัง แต่กระบวนการเหล่านี้ราบรื่นกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้โดยเขาใช้เวลาเพียงครึ่งก้านธูปก็สามารถกลั่นจนสมุนไพรทั้งหมดเหลือเพียงความบริสุทธิ์และเปล่งแสงเรืองรองอยู่ในเตาปรุงยา หลังจากนั้นฉินหยางไม่รอช้าเขาเตรียมตัวขึ้นรูปเม็ดยาในทันที เขาเค้นจิตสัมผัสออกมามากกว่าเดิมเท่าตัว ก่อนจะตะโกนก้องในใจว่า
"ขึ้นรูป"
หลังจากนั้นเขาก็หลอมรวมจิตสัมผัสทั้ง 8 สายเป็นหนึ่งเดียวก่อนจะใช้จิตสัมผัสเพื่อบีบอัดผงสมุนไพรทั้งหมดขึ้นรูปเป็นเม็ดยา กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลาไม่นาน ทันใดนั้นผงสมุนไพรทั้ง 8 ชนิด ในเตาปรุงยา ก็หมุนวนแบ่งออก เป็น 5 กลุ่ม นั่นหมายความว่าฉินหยางสามารถปรุงยาออกมาได้ทั้งหมด 5 เม็ด ซึ่งเรียกได้ว่าท้าทายสวรรค์อย่างยิ่งสำหรับการปรุงยาในครั้งแรก หากมีนักปรุงยาคนอื่นมาเห็นเข้าเบ้าตาของเขาต้องถลนออกมาด้วยความตกใจเป็นแน่
แต่ว่า..เรื่องราวความน่าตกตะลึงไม่ได้จบแค่ตรงนี้ ฉินหยางตั้งสมาธิเพื่อเตรียมจะบีบอัดขึ้นรูปเม็ดยา อยู่นั้นเตาปรุงยาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการผลักดันกันของปราณสมุนไพรที่ปลดปล่อยออกมา ปราณสมุนไพรผลักดันกันอย่างรุนแรงจนทำให้เตาปรุงยาเริ่มมีรอยร้าวเกิดขึ้นทีละน้อย
"แคร็ก แคร๊ก แคร๊กก...เสียงเตาปรุงยาค่อย ๆ ปริแตกทีละน้อยและค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่เตาปรุงยาจะเริ่มระเบิดออกมาเพียงเสี้ยววินั้น ฉินหยางตัดสินใจระเบิดจิตสัมผัสออกมาอย่างล้นทะลัก ซึ่งมากกว่าเดิน 3-4 เท่า ห่อหุ่มผงสมุนไพรทั้งหมดเอาไว้ก่อนจะบีบอัดขึ้นรูปภายในชั่วพริบตา และในตอนนั้นเอง
"ตู้มมมมมม"
เสียงเตาปรุงยาระเบิดออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหวฝุ่นกระจายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้อง
"แค็ก แค็ก แค็ก"
เสียงฉินหยางสำลักฝุ่นควัน เขาใช้มือโบกไปมาพยายามไล่ควันออกก่อนจะเริ่มตั้งสติได้เขามองไปยังที่ที่เคยเป็นเตาปรุงยาแต่ก็พบเพียงเม็ดยาปราณแท้ 5 เม็ด ที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศพร้อมเรืองแสงสีเหลืองสาดส่องออกมาดูไม่ต่างจากเม็ดยาที่ชายชราเคราขาวปรุงออกมาเลยแม้แต่น้อย
เสวี่ยอวี๋ที่ดูสถานการณ์อยู่ภายในไข่มุกจิตวิญญาณเห็นดังนั้นก็เบิกตาโพรงด้วยความตะลึงลานก่อนร่างกายจะเปล่งแสงสีขาวสว่างวาบแล้วไปปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าของยาปราณแท้ทั้ง 5 เม็ดที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะอุทานออกมาด้วยเสียงไม่อยสกจะเชื่อว่า
"นะ..นี่ .มัน..!!!"
"เม็ดยาปราณแท้ระดับสุดยอด"
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments