"เสวี่ยอวี๋แล้วเจ้าจะไม่มาแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันกับข้ารึ?"
จู่ ๆ ฉินหยางก็เอ่ยประโยคดังกล่าวออกมา ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดไปในทันที เขาเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดบางอย่างผิดไปจึงได้เอ่ยแก้ตัวด้วยความรนลานว่า
"เอ่อ..ข้า..ข้าหมายถึงไปอาบน้ำกันน่ะ"
เสวี่ยอวี๋ตอนแรกมีสีหน้าตกใจไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเป็นปกติเเล้วตอบกลับฉินหยางว่า
"เด็กน้อย ข้าเป็นร่างจิตไม่จำเป็นต้องกินต้องดื่มแล้วข้าจะต้องอาบน้ำไปหาอะไร"
เสวี่ยอวี๋ตอบกลับด้วยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
"เจ้าอย่าพึ่งเข้าใจผิดข้าหมายถึงไปอาบน้ำเป็นเพื่อนข้าสร้างความสนิทสนมกันยังไงเล่า นอกจากชื่อเจ้าแล้วจริง ๆ ข้าเองก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเจ้าเลยสักอย่างจริงหรือไม่"
ฉินหยางเหมือนจะหาข้อแก้ตัวได้จึงกล่าวอธิบายให้เสวี่ยอวี๋ฟังด้วยสีหน้าจริงจัง
"เช่นนั้นงั้นรึ?"
เสวี่ยอวี๋จ้องเข้าไปในดวงตาฉินหยางก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"นะ...แน่นอนอีกอย่างหากข้ากำลังอาบน้ำอยู่แล้วเกิดพวกชายชุดคลุมดำมันบุกเข้ามาข้าจะทำอย่างไร ข้าเองยังอ่อนแอและยังไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ อย่างไรซะถ้าอยู่ใกล้กันไว้ก็ดีที่สุดแล้วจริงหรือไม่"
ฉินหยางกล่าวเหตุผลเสริมขึ้น
เสวี่ยอวี๋ครุ่นคิดตามคำพูดของฉินหยางอยู่สักพักก็ก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบว่า
"เอาเถอะที่เจ้าพูดมาก็พอฟังขึ้น ข้าจะเข้าไปเฝ้าเจ้าด้านในก็แล้วกัน"
ไม่รู้ทำไมแต่ใบหน้าของฉินหยางในตอนนี้แสดงถึงความดีอกดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่ฉินหยางแต่เป็นจิตสำนึกส่วนลึกในจิตใจของเข้าที่เคยปรากฏออกมาเมื่อครั้งได้พบเข้ากับเสวี่ยอวี๋ครั้งแรก
"จริงรึ งั้นดีเลยเราไปอาบน้ำด้วยกันเถอะ"
ฉินหยางยิ้มขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะเปิดประตูเดินลงไปยังชั้นล่าง เสวี่ยอวี๋เห็นดังนั้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไรร่างโปร่งใสของเขาก้าวเท้าเดินตาข้างหลังของฉินหยางอย่างช้า ๆ
ตอนนี้เป็นเวลา ยามโฉ่ว (01:00-02:59) สถานที่รับรองแขกด้านล่างจึงค่อนข้างเงียบสงัดฉินหยางที่เดินลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพเปียกโชคไปด้วยเหงื่อจึงเป็นที่สะดุดตา เสี่ยวเอ้อที่คอยดูแลฉินหยางเห็นฉินหยางเดินลงมาก็เตรียมตัวลุกขึ้นไปต้อนรับ
เมื่อฉินหยางมาถึงชั้นล่างเสี่ยวเอ้อคนเดิมก็เดินเข้ามาโค้งคารวะก่อนถามคำถามด้วยความสุภาพว่า
"คุณชายมีอะไรให้ข้ารับใช้อีกหรือขอรับ"
"เอ่อ...คือข้าอยากอาบน้ำน่ะ ที่นี่มีห้องอาบน้ำหรือไม่
ฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงอายเล็กน้อย
"ห้องอาบน้ำ? เอ่อ...ถ้าเช่นนั้นคุณชายโปรดรอสักครู่ทางเราจะจัดเตรียมห้องน้ำพิเศษให้"
กล่าวจบเสี่ยวเอ้อก็โค้งคาราวะก่อนจะหายไปราว 1 ก้านธูป หลังจากนั้นเสี่ยวเอ้อคนดังกล่าวก็กลับมาก่อนจะเรียกให้ฉินหยางเกินตามตนไปยังห้องน้ำที่ตนจัดเตรียมไว้
"ถึงแล้ว คุณชายเชิญทางนี้ขอรับ ข้าได้เตรียมน้ำร้อนไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วหากมีอะไรขาดเหลือเชิญเรียกใช้ข้าได้"
เสี่ยวเอ้อพููดขึ้นพร้อมผายมือไปทางด้านหลังของตน
ฉินหยางมองไปตามมือของเสี่ยวเอ้อพบว่ามีห้อง ๆ หนึ่งที่สร้างยื่นออกไปจากตัวอาคาร หลังจากนั้นฉินหยางก็หันหน้าไปกล่าวขอบคุณเสี่ยวเอ้อคนดังกล่าวก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปในห้องน้ำ พบว่าภายในห้องน้ำเป็นห้องที่มีขนาดราว 4-5 เมตร รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมทางเข้าข้างประตูมีโต๊ะเล็ก ๆ โต๊ะหนึ่งมีตะเกียงไฟดวงหนึ่งวางตั้งประดับเพื่อให้แสงสว่างอยู่ เดินเข้าไปจากประตูทางเข้าพบว่าพื้นห้องน้ำถูกปูด้วยหินกรวดขนาดน้อยใหญ่แตกต่างกัน เพดานห้องน้ำเปิดโล่งมีเพียงกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ที่ยื่นมาบดบังบางส่วนแต่ก็ยังคงสามารถมองเห็นทิวทัศน์บนท้องฟ้าที่ตอนนี้มีดวงจันทร์กำลังเปล่งแสงสว่างส่องลอดกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ลงมา เป็นภาพที่งดงามยิ่ง
"ว้าว นี่มันสุดยอดไปเลย ห้องน้ำนี่มันอะไรกัน มันงดงามกว่าห้องที่ข้าเคยอยู่ที่หมู่บ้านหนานกู่เสียอีกเจ้าว่างั้นมั้ยเสวี่ยอวี๋"
ฉินหยางเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาที่เป็นเด็กหนุ่มที่เติบโตมาในป่าเขา บรรยากาศเช่นนี้ถือว่าวิเศษยิ่งสำหรับเขา แต่หลังจากเอ่ยถามเสวี่ยอวี๋แล้วแต่ยังไม่มีเสียงตอบกลับมาจึงหันกลับไปมองก็ไม่พบผู้ใดอยู่
"เสวี่ยอวี๋เจ้าอยู่ไหนเหตุใดไม่เข้ามาข้างในด้วยกันเล่า"
ฉินหยางส่งกระแสเสียงเอ่ยถามเสวี่ยอวี๋
"ข้าจะคอยเฝ้าระวังให้ด้านนอกเจ้ารีบอาบซะ"
เสวี่ยอวี๋ส่งกระเเสเสียงตอบกลับ
"เจ้าจะไปยืนรอด้านนอกทำไมกัน ไหนว่าเราจะทำความรู้จักสร้างความสนิทสนมกันมากขึ้นยังไงเล่า?"
ฉินหยางส่งกระแสเสียงถามอีกครั้ง
"เรื่องนั้น..."
เสวี่ยอวี๋เงียบไปสักพักก็เหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างได้จึงยกยิ้มมุมปากก่อนจะตอบกลับว่า
"ก็ได้งั้นข้าจะเข้าไปอาบน้ำเป็นเพื่อนเจ้าเอง"
หลังพูดจบไม่นานร่างโปร่งแสงของเสวี่ยอวี๋ก็หายไปจากจุดเดิมก่อนจะไปปรากฏตัวอีกครั้งด้านหน้าของฉินหยาง
เฮ้ย!!
ฉินหยางที่เห็นว่าจู่ ๆ ก็มีบางสิ่งโผ่ลมาปรากฏตัวตรงหน้าก็สะดุ้งตกใจก้นกระเเทกพื้น
"โอ้ยย!!! เจ็บ ๆ ๆ "
"เสวี่ยอวี๋เจ้าทำอะไรของเจ้ากัน"
ฉินหยางถามด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองเล็กน้อย
"เจ้าเรียกให้ข้ามาอาบน้ำด้วยไม่ใช่รึ ข้าก็มาแล้วนี่ไง"
เสวี่ยอวี๋ตอบกลับด้วยรอยยิ้มราวกับเป็นผู้ชนะ
ฉินหยางได้ยินคำตอบของเสวี่ยอวี๋ก็ได้แต่ทำหน้ามุ้ยไม่รู้จะโต้ตอบยังไงจึงเปลี่ยนประเด็นพูดขึ้นว่า
"นั่นสินะ ถ้าเช่นก็มาอาบน้ำกันเถอะข้าเหนียวตัวไปหมดแล้ว"
พูดจบฉินหยางก็เริ่มถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นเพื่อเตรียมจะอาบน้ำ เสวี่ยอวี๋ที่มองเห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็รีบร้องห้ามออกมาทันที
"เด็กน้อยจะ เจ้า จะทำอะไร"
เสวี่ยอวี๋เอ่ยขึ้นเสียงติด ๆ ขัด ๆ
"ทำอะไร ข้าก็จะแก้ผ้าอาบน้ำยังไงล่ะ หรือจะให้ข้าอาบน้ำทั้งที่ใส่เสื้อผ้าอยู่อย่างนี้งั้นรึ"
ฉินหยางทำสีหน้าจริงจังก่อนเอ่ยตอบ
"ข้ารู้แต่เจ้าจะมาถอดตรงหน้าข้างั้นรึ ไปหาที่ถอดมุมอื่นไม่ได้หรืออย่างไร"
เสวี่ยอวี๋เอามือปิดตาข้างหนึ่งแล้วเอ่ยตอบ
"ไม่เห็นจะเป็นอะไร เจ้ากับข้าก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ยังจะมีอะไรต้องอายกันอีกรึ"
พูดจบฉินหยางก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้า เผยให้เห็นแผงอกแน่นสมบูรณ์ กล้ามแขนที่ไม่มากไม่น้อย หน้าท้องเป็นลอนเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงาม ฉินหยางยังคงค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละน้อยจนเผยร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้เเสงจากตะเกียงและแสงจันทร์ที่ลอดผ่านกิ่งก้านและใบไม้ของต้นไม้ใหญ่ลงมาทำให้สามารถมองเห็นมังกรน้อยที่ยังคงหลับไหลไม่รู้สึกตัวอยู่ได้อย่างเลือนลางแต่ยังคงพอจะคาดเดาขนาดได้ว่ามีขนาดพอตัว ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอันสมบูรณ์และสง่างามพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาราวเทพสร้างสอดรับแสงและเงาอย่างลงตัวเป็นภาพที่งดงามยิ่ง แม้ผิวจะดูหยาบกร้านจากการผ่านอะไรมามากมายแต่นั่นก็ยิ่งเผยให้เห็นถึงความเป็นชายที่มีเสน่ห์น่าดึงดูด
หลังจากที่ฉินหยางปลดเสื้อผ้าออกจนหมดก็ยกยิ้มให้เสวี่ยอวี๋บาง ๆ ก่อน จะเดินลงไปแช่ในอ่างน้ำอย่างไม่รีบร้อน
"อ้าาาา สบายตัวจริง ๆ "
ฉินหยางนั่งลงในอ่างอาบน้ำที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวประมาณ 2 เมตร ก่อนจะครางเบา ๆ ออกมาด้วยความสบายตัวแล้วพูดขึ้นว่า
"เสวี่ยอวี๋ เจ้าไม่ลงมาแช่น้ำด้วยกันงั้นรึ"
เสวี่ยอวี๋ได้ยินก็กรอกตามองบนก่อนจะเอ่ยตอบว่า
ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าเป็นจิตวิญญาณเจ้าจะให้ข้าลงไปแช่ในน้ำธรรมดา ๆ เพื่อสิ่งใด หากว่าเป็นน้ำจากบ่อน้ำบำรุงวิญญาณ หรือบ่อน้ำพุปราณ ข้าคงไม่ปฏิเสธเจ้า"
เสวี่ยอวี๋กล่าวอธิบาย
"บ่อน้ำบำรุงวิญญาณ? บ่อน้ำพุปราณ? มันคือสิ่งใดกัน
ฉินหยางกล่าวถาม
"ความหมายก็ตามชื่อ บ่อบำรุงวิญญาณคือบ่อน้ำที่สามารถบำรุงและเพิ่มพูนพลังของจิตวิญญาณได้ ส่วนบ่อน้ำพุปราณคือตาน้ำผุดที่เต็มไปด้วยปราณฟ้าดินเข้มข้นช่วยให้การยกระดับและสามารถบำรุงจิตวิญญาณได้ยังไงล่ะ"
"เช่นนั้นรึ งั้นไว้ข้ามีโอกาสจะตามหาให้เจ้าแล้วกันแต่ก่อนอื่น เจ้ามาแช่น้ำเป็นเพื่อนข้าก่อนได้หรือไม่ ถือว่าสร้างบรรยากาศในการสนทนาเจ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นคุยกับข้าแบบนี้มันดูแปลก ๆ อย่างไรก็ไม่รู้"
"สร้างบรรยากาศในการพูดคุย? เหอะเด็กน้อยเจ้านี่ช่างเรื่องเยอะเสียจริง...แต่ก็เอาเถอะอยากให้ข้าสร้างบรรยากาศในการสนทนางั้นรึเช่นนั้น"
ร่างโปร่งใสของเสวี่ยอวี๋ลอยไปหยุดอยู่ที่ปลายอ่างอาบน้ำก่อนจะค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้น
"จะ เจ้า เจ้าทำ อะไร?"
ฉินหยางที่มองเห็นการกระทำของเสวี่ยอวี๋ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความแตกตื่น?
"ทำอะไรก็สร้างบรรยากาศในการสนทนาแย่างที่เจ้าว่ายังไง หรือเจ้าจะให้ข้าลงไปแช่น้ำทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่งั้นรึ?"
เสวี่ยอวี๋กล่าวย้อนคำของฉินหยางที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้
เสวี่ยอวี๋เริ่มปลดเสื้อผ้าออกทีละน้อยเริ่มเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่เรียวบาง ค่อย ๆ เลื่อนลงมาทีละนิดเผยให้เห็นอกที่แสดงความเป็นชายแต่มีผิวที่ขาวเนียนละเอียดราวกับหยกเนื้อดี หน้าท้องที่แบนราบ เอวบางที่น่าทนุถนอมแต่ส่วนสำคัญที่ต่ำลงไปกว่านั้นกลับถูกหมอกแห่งศีลธรรมบดบังไว้ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้
หลังจากเสวี่ยอวี๋ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกหมดแล้วร่างโปร่งใสของเสวี่ยอวี๋ก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศถูกแสงจันทร์สาดส่องกระทบทำให้เขาดูราวกับเทพผู้สง่างามลงมาจุติ เสวี่ยอวี๋ค่อย ๆ ร่อนลงในอ้างอาบน้ำด้านตรงข้ามกับฉินหยางทีละน้อย
ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน ฉินหยางที่นั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำเริ่มหัวใจเต้นเเรงใบหน้าของเขาแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยแต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือภายใต้น้ำอุ่นในอ้างน้ำ มังกรตัวน้อยที่นอนอยู่กลับตื่นขึ้นจากการหลับไหลชูหัวขึ้นชี้ชันอยู่ใต้น้ำ
เกิดความสับสนและว้าวุ่นอยู่ภายในจิตใจของฉินหยาง เกิดคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขาซ้ำ ๆ ว่าความรู้สึกของในตอนนี้มันคือสิ่งใด เหตุใดความรู้สึกของของในตอนนี้ถึงเกิดมาจากชายตรงหน้า เขาไม่เข้าใจและพยายามข่มกลั้นอารมณ์ความรู้สึกเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตสำนึก
"เอาละ เท่านี้คงสร้างบรรยากาศการพูดคุยได้แล้วสินะ เจ้าอยากคุยกับข้าเรื่องอะไรละว่ามาสิ เอ๊ะ!! สีหน้าเจ้าดูไม่ดีนะ น้ำร้อนเกินไปงั้นรึ"
เสวี่ยอวี๋กล่าวถามขึ้น
"เอ่อ อ๋อ ใช่น้ำมันร้อนไปนิดหน่อยน่ะ"
ฉินหยางตอบกลับพร้อมอารมณ์ฝืนกลั้น
"จริงสิเจ้าอยากสนทนาทำความสนิทสนมกันไม่ใช่รึ? แล้ว...เจ้าอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ"
เสวี่ยอวี๋กล่าวถาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
นะนั่นสินะ..ถ้าเช่นนั้นเอาอย่างนี้เป็นอย่างไรในเมื่อเจ้าเองรู้เรื่องราวในอดีตของข้าไปแล้วเช่นนั้น เจ้าเล่าเรื่องราวในอดีตของเจ้าที่คิดว่าข้าควรรู้ให้ข้าฟังเป็นอย่างไร
ฉินหยางพูดเสนอความคิดเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจโดยการดึงบทสนทนาเพื่อให้หลุดจากความคิดที่อยู่ในหัวสมองของเขาด้วยความอดทนอดกลั้น
"อดีตของข้างั้นรึ?"
จู่ ๆ เสวี่ยอวี๋ที่มีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเมื่อครู่ก็กลับกลายเป็นสีหน้าเคร่งขรึมในทันที
"ชะ ใช่ อดีตของเจ้า"
"ถ้าหากเจ้าอยากรู้ เช่นนั้นข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง"
เสวี่ยอวี๋เงียบไปสักพักก็จะทำหน้าจริงจังและกล่าวขึ้นว่า
อดีตของข้าเมื่อนานมาแล้วเรื่องราวมันมีอยู่ว่า ...
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments