"ความลับของพลังที่ข้าครอบครอง?"
ฉินหยางทวนคำที่เสวี่ยอวี๋พูดด้วยสีหน้างุนงงสงสัย
"ถูกต้องพลังที่เจ้าครอบครองอยู่ในตอนนี้ ซึ่งก็คือกายาศักดิ์สิทธิ์และพลังเพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างของเจ้ายังไงล่ะ'
กายาศักดิ์สิทธิ์? เพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้าง?
ฉินหยางเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ถูกต้อง...ความจริงแล้วพลังที่เจ้าครอบครองอยู่ในตอนนี้นอกจากจะสามารถใช้กายาศักดิ์สิทธิ์ดูดซับปราณฟ้าดินและยกระดับพลังของผู้ครอบครองได้ด้วยตนเองและเพลิงที่สามารถชำระล้างสิ่งชั่วร้ายและปราณทมิฬที่เรียกได้ว่าเป็นความสามารถที่ท้าทายฟ้าดินแล้วแต่ว่า...
พอพูดมาถึงตรงนี้เสวี่ยอวี๋ก็หยุดไปชั่วขณะก่อนจะยกยิ้มมุมปากและพูดต่อว่า
"นอกจากความสามารถเหล่านั้นแล้วกายาศักดิ์สิทธิ์และเพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างมันยังมีความสามารถที่ท้าทายฟ้าดินยิ่งกว่าซ่อนอยู่ยังไงล่ะ!!"
เสวี่ยอวี๋ขึ้นด้วยน้ำเสียงลึกลับ
"อะไรนะ..ท้าทายฟ้าดินยิ่งกว่างั้นรึ!!!"
ฉินหยางลุกพรวดขึ้นจากเตียงก่อนจะอุทานขึ้น
อุ๊บ!!!! ฉินหยางเอามืออุดปากไว้ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตนลืมตัวเผลอพูดเสียงดังออกไป
"ทะ...โทษทีเมื่อสักครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ ความสามารถที่ท้าทายฟ้าดินยิ่งกว่า งั้นรึ"
ฉินหยางเอ่ยขอโทษก่อนจะกล่าวซ้ำด้วยเสียงกระซิบ
เสวี่ยอวี๋เห็นปฏิกิริยาของฉินหยางที่มีท่าท่าแตกตื่นตกใจก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะแน่นอนว่าหากใครรู้เรื่องนี้เข้าอาการก็คงไม่ต่างไปจากฉินหยางในตอนนี้มากนัก
"ถูกต้อง ข้าจะเป็นคนอธิบายให้เจ้าฟังแต่เจ้าต้องเก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้เป็นความลับ จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่ใช่แค่ชายชุดคลุมดำเท่านั้นที่ตามล่าเจ้า แม้แต่ผู้วิเศษสำนักน้อยใหญ่ ไม่สิแม้แต่ผู้วิเศษทั้งหมดบนโลกใบนี้หากรู้เรื่องนี้เข้าเจ้าต้องถูกพวกเขาเหล่านี้ตามล่าตัวเป็นแน่ไปจนสุดขอบโลกอย่างเเน่นอน"
เสวี่ยอวี๋พูดขึ้นก่อนจะกล่าวเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง ฉินหยางได้ยินก็กลืนน้ำลายดังอึก ก่อนเอ่ยคำมั่นว่าจะไม่บอกเรื่องเล่านี้แก่ใครเเละถามขึ้นว่า
"แล้วความสามารถที่ว่านั่นมันคืออะไรกัน"
ฉินหยางถามด้วยความอยากรู้
เสวี่ยอวี๋ได้ยินก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาทำหน้าขรึมก่อนจะประสานมือเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดก่อนจะสะบัดเเขนแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"ผนึก"
หลังจากเสวี่ยอวี๋พูดคำว่าผนึกออกมาจากปากบริเวณโดยรอบของห้องก็มีม้านพลังบาง ๆ และมีลักษณะโปร่งใสปกคลุมห้องนี้เอาไว้ไม่ให้เสียงสนทนาสามาเล็ดลอดออกไปได้
"เอาละเท่านี้ก็เรียบร้อย"
เสวี่ยอวี๋ผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันไปจ้องมองใบหน้าของฉินหยางด้วยใบหน้าจริงจังและพูดว่า
"เอาล่ะ ข้าจะเริ่มอธิบายเรื่องของกายาศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าครอบครองอยู่ก่อนแล้วกัน....กายาศักดิ์สิทธิ์นอกจากจะสามารถดูดซับปราณฟ้าดินและยกระดับการฝึกตนได้ด้วยตัวเองแล้ว ยังมีความสามารถอีกอย่างคือมันสามารถกลั่นหยาดน้ำสุริยันและน้ำอมฤตสุริยันออกมาได้"
"หยาดน้ำสุริยัน? น้ำอมฤตสุริยัน? มันคือสิ่งใดกัน?
ฉินหยางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"หยาดน้ำสุริยันคือหยาดน้ำที่เกิดจากการกลั่นรวมของเพลิงศักดิ์สิทธิ์และพลังปราณของผู้ครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์โดยความสามารถของหยาดน้ำสุริยันจะสามารถใช้ในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้"
เสวี่ยอวี๋กล่าวตอบด้วยเสียงเรียบ
"อะไรนะ?? เร่งการเติบโตของพืชงั้นรึ? แล้วมันเป็นความสามารถที่ท้าทายสวรรค์อย่างไรกัน"
ฉินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
"หึ!! เด็กน้อย..เจ้าช่างอ่อนหัดเสียจริง ในโลกของผู้วิเศษสมุนไพรที่จะนำมาใช้ปรุงโอสถนั้นต้องมีอายุหลายร้อย หลายพันหรือแม้แต่หลายหมื่นปี เจ้าคิดว่าสมุนไพรวิเศษพวกนี้มันหาได้ง่ายตามท้องตลาดงั้นรึ? แล้วถ้าหากว่าเจ้ามีหยาดน้ำสุริยันที่คอยเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรให้กลายเป็นสมุนไพรอายุร้อยปี พันปี หรือแม้แต่หมื่นปีเล่า เจ้าคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเจ้าหลังจากนี้"
เสวี่ยอวี๋กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและกล่าวต่อว่า
"แล้วหากข้าบอกว่าหยาดน้ำสุริยันเพียงหนึ่งหยด สามารถเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรได้เป็นร้อยปีล่ะ เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไรสิ่งนี้ท้าทายสวรรค์พอหรือยัง"
เสวี่ยอวี๋กล่าวถามฉินหยางด้วยสายตาดูแคลน
"อะ อะไรนะ นะ หนึ่งหยดสามารถทำให้สมุนไพรเติบโตเป็นร้อยปีงั้นรึ"
ฉินหยางพูดเสียง ติด ๆ ขัด ๆ ด้วยความตกตะลึง
"หึหึ เจ้าจะมาตกใจตอนนี้ยังเร็วเกินไป นอกจากหยาดน้ำสุริยันแล้ว เจ้าอย่าลืมว่ากายาศักดิ์สิทธิ์ยังสามารถสร้างน้ำอมฤตสุริยันซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้วิเศษทั่วทั้งโลกใบนี้ไฝ่ฝันอยากจะได้มันไว้ครอบครอง
นั่นก็เพราะความสามารถของน้ำอมฤตสุริยันที่สามารถฟื้นฟูบาดแผลและอาการเจ็บป่วยได้ทุกชนิด ไม่ว่าเจ้าจะถูกพิษร้าย ถูกคำสาป หรือเจ็บป่วยใด ๆ ขอแค่เพียงเจ้ามีลมหายใจอยู่แม้เพียงเล็กน้อยก็ตามถ้าเจ้าได้ดื่มน้ำอมฤตสุริยันเข้าไปมันจะทำให้ทุกบาดแผลและทุกการบาดเจ็บที่เจ้าได้รับสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติในทันทีและที่ท้าทายสวรรค์ยิ่งกว่านั้นคือแค่เพียงหนึ่งหยดของน้ำอมฤตสุริยันที่มีคุณภาพเต็ม 10 ส่วน จะสามารถเพิ่มอายุขัยให้ผู้ที่ดื่มมันมีอายุขัยเพิ่มมากขึ้นเป็นพันปี"
เสวี่ยอวี๋กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ฉินหยางที่ได้ยินดังนั้นก็ยืนตะลึงอ้าปากค้างอพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
"พะ...พันปี? นี่มัน มันจะท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว"
เสวี่ยอวี๋มองปฏิกิริยาการของฉินหยางต่อการได้ทราบเรื่องเหล่านี้ด้วยสายตาเข้าใจได้ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
แต่ว่า..การจะกลั่นน้ำอมฤตสุริยันได้นั้นเจ้าต้องบรรลุขั้นราชันย์มนุษย์เสียก่อน ระดับความเข้มข้นแลบริสุทธิของน้ำอมฤตสุริยันเองก็มีผลในการแสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นน้ำอมฤตสุริยันก็ยังถือเป็นสิ่งท้าทายฟ้าดินที่ผู้วิเศษทั่วทั้งโลกใบนี้ต่างพากันตามหาเพื่อที่จะได้ไปครอบครอง"
เสวี่ยอวี๋พูดจบก็เงียบไปอีกครั้งก่อนพูดต่อว่า
"แต่เหนือสิ่งอื่นใด หากเจ้าไม่มีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างเจ้าก็ไม่สามารถที่จะกลั่นหยาดน้ำสุริยันและน้ำอมฤตสุริยันออกมาได้"
"นอกเหนือจากนี้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างที่เจ้าถือครองนอกจากจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการกลั่นน้ำวิเศษทั้งสองแล้ว หากเจ้านำเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไปใช้ในการปรุงโอสถก็จะทำให้โอสถที่เจ้าปรุงออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งโอสถที่ปรุงออกมาเองก็จะมีปราณศักดิ์สิทธิ์เจือปนอยู่ในโอสถนั้น ๆ "
"ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นเจ้าเองก็พอจะเดาได้ว่าหากผู้ฝึกตนกินเข้าไปเขาก็จะเริ่มสะสมปราณศักดิ์เหล่านี่ไว้ในร่างกายทีละน้อย หากปราณีศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายมีมากพอคนผู้นั้นก็สามารถเรียนรู้ที่จะนำปราณศักดิ์สิทธิ์มาใช้ได้ แต่ถึงแม้ผู้ได้รับปราณศักดิ์สิทธิ์ผ่านโอสถจะสามารถใช้ปราณศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ก็เป็นพลังที่ใช้เเล้วหมดไปไม่เหมือนผู้ที่ครอบครองกายาศักดิ์สิทธิ์เช่นเจ้าที่สามารถดูดซับปราณฟ้าดินมาเปลี่ยนแปลงเป็นปราณศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยตนเอง"
พอกล่าวถึงตรงนี้เสวี่ยอวี๋ก็เงียบไปอีกครั้งก่อนพูดขึ้นว่า
"ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พลังของเจ้าสามารถทำได้ยังไงล่ะ หลังจากนี้เจ้าจงเรียนรู้ที่จะใช้คุณสมบัติเหล่านี้ของพลังเจ้าให้ดีซะ เจ้าจะต้องรีบแข็งแกร่งให้เร็วกว่านี้เพื่อข้าและเพื่อตัวเจ้าเอง"
ฉินหยางนิ่งเงียบไปสักพักเขาคิดวิเคราะห์ตามสิ่งที่เสวี่ยอวี๋กล่าวมา ผ่านไปราว 5 ลมหายใจใบหน้าเขาเริ่มเผยความมุ่งมั่นและความกระหายในพลัง พลังที่จะสามารถปกป้องตัวเอง ปกป้องคนที่ตนรักและครอบครัวของตน
หลังจากคิดได้ดังนั้นฉินหยางก็พยักหน้าตอบกลับเสวี่ยอวี๋แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"ข้าตกลง เช่นนั้นข้าจะเริ่มศึกษาตั้งแต่คืนนี้เลย...เอ่อว่าแต่แล้วข้าควรเริ่มศึกษาจากอะไรดี"
ฉินหยางกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอายเล็กน้อย
"เฮ้อ เด็กน้อยเจ้านี่ทำตัวไม่สมเป็นผู้วิเศษเสียจริง ถ้าเจ้าจะฝึกฝนข้าแนะนำให้เจ้าเริ่มจากการทดลองกลั่นหยาดน้ำสุริยันและทดลองกับสมุนไพรทั่วไปดู ส่วนเรื่องการปรุงโอสถหากเจ้ากลั่นหยาดน้ำสุริยันเเละเพิ่มอายุของสมุนไพรได้สำเร็จข้าจะถ่ายทอดวิธีการปรุงโอสถให้เจ้าอีกที"
"เช่นนั้นก็ดี ว่าแต่ข้าจะหาสมุนไพรจากที่ไหนกัน สมุนไพรที่ข้าเก็บได้ตั้งแต่ที่หุบเหวข้าก็ไม่ได้นำติดตัวมาด้วย"
"เรื่องนั้นจะไปยากอะไรเจ้าก็เรียกให้เสี่ยวเอ้อจัดหามาให้สิ เจ้าเด็กหลงอี้เทียนนั่นกำชับไว้เองว่าหากเจ้าต้องการอะไรก็เรียกใช้ได้เลย"
เสวี่ยอวี๋กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหนาย
หลังจากนั้นฉินหยางก็ทำตามคำแนะนำของเสวี่ยอวี๋โดยเขาเรียกให้เสี่ยวเอ้อ ไปหาสมุนไพรและดินที่จะใช้ปลูกมาให้
เสี่ยวเอ้อที่ได้ฟังคำขอของฉินหยางก็มีสีหน้าแปลกประหลาด แต่ก็ไม่กล้าขัดอะไร ได้แต่พยักหน้าตกลงเเละเดินออกไปด้วยความงุนงง
ผ่านไปราว ๆ 2 ก้านธูปต่อมาเสี่ยวเอ้อคนดังกล่าวก็เดินมาเคาะประตูและนำสมุนไพรและดินปลูกมาส่งตามที่ฉินหยางร้องขอ
หลังจากฉินหยางได้สมุนไพรและดินมาแล้วเขาก็นำถาดรองใบหนึ่งที่มีขนาดเท่าฝ่ามือนำดินปลูกที่ได้มาใส่ลงไปและนำสมุนไพรต้นหนึ่งมาปักลงก่อนเขาจะนั่งขัดสมาธิลง
"เอาล่ะจากนี้จงโคจรพลังตามที่ข้าบอก"
เสียงของเสวี่ยกลัวดังขึ้น
ฉินหยางพยักหน้ารับคำก่อนจะเริ่มดำดิ่งเข้าสู่สมาธิ
พรึ่บ!!!
เสียงของเปลวไฟถูกจุดขึ้นที่ผ่ามือของฉินหยางเปลวไฟดังมีสีเหลืองอ่อนจาง ๆ มีขนาดไม่ใหญ่มาก และมีเเสงสว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเนื่องจากฉินหยางยังไม่มีพลังปราณมากพอที่จะเรียกใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ฉินหยางบีบอัดเพลิงศักดิ์สิทธิ์และโคจรพลังไปตามที่เสวี่ยอวี๋บอกหลังจากนั่นเขาก็ทำการหลอมรวมเพลิงศักดิ์
เสวี่ยอวี๋กล่าวแนะนำฉินหยาง เขาเริ่มปล่อยให้พลังเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณส่วนต่าง ๆ ก่อนจะหมุนวนโคจรกลับมาที่จัดเดิมอีกครั้ง
ฉินหยางใช้นิ้วชี้ ชี้วางไว้ด้านบนของสมุนไพรก่อนจะดำดิ่งสู่เข้าสู่ห้วงสมาธิอีกครั้ง ต่อมาไม่นานปลายนิ้วของเขาก็เริ่มมีของเหลวใสสีทองก่อตัวขึ้นทีละนิด
แปะ!!
เสียงหยดของเหลวใสสีทองไหลออกมาจากปลายนิ้วของฉินหยางหยดกระทบสมุนไพรที่อยู่ในถาดและในวินาทีที่หยดของเหลวใสสีทองหยดกระทบลงโดนตัวสมุนไพรนั้นจู่ ๆ สมุนไพรดังกล่าวก็เรืองแสงสีทองออกมาจาง ๆ ก่อนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนสูงขึ้นจากเดิมราว 20 ชุ่น และลำต้นของสมุนไพรต้นนั้นก็เรืองแสงสีเหลืองออกมาจาง ๆ
"อื้ม..ไม่เลว ต้นนี้มีอายุ 50 กว่าปี"
เสียงของเสวี่ยอวี๋เอ่ยชมขึ้นก่อนจะกล่างแนะนำว่า เจ้าต้องบีบอัดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ให้ได้มากกว่านี้ก่อนจะนำไปรวมกับพลังปราณที่ใช่กายาศักดิ์สิทธิ์ดูดซับเข้ามา และเจ้าสามารถสังเกตอายุของสมุนไพรได้จากสีของพลังงานที่สมุนไพรแผ่ออกมา ตัวอย่างเช่นต้นนี้มีอายุ 50 กว่าปี พลังงานที่แผ่ออกมาของสมุนไพรต้นนี้มีสีเหลืองค่อนไปทางเข้ม หากสมุนไพรเรืองแสงสีทองสว่างสดใสนั่นหมายความว่าสมุนไพรมีอายุได้ร้อยมี สีแดงพันปี สีม่วงหมื่นปี และสีดำแสนปี"
"เอาล่ะ ลองอีกรอบอย่าลืมลืมบีบคั้นเพลิงศักดิ์ออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนจะทำการหลอมรวมและกลั่นมันออกมา"
ฉินหยางนำสมุนไพรอีกต้นออกมาและทำตามที่เสวี่ยอวี๋กล่าวอีกครั้ง เขาทำอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แปะ!!
เสียงหยดน้ำสีใสไหลหยดลงกระทบสมุนไพรดังขึ้นครั้งที่ 10 หลังจากสมุนไพรกระทบโดนน้ำสีใสแล้วลำต้นก็งอกเงยบลิใบออกมาอย่างรวดเร็ว สมุนไพรดังกล่าวเปล่งแสงสีเหลืองเข้มออกมาสาดแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งห้องพัก
"90 ปี ลองอีกครั้ง"
เสียงของเสวี่ยอวี๋ดังขึ้นอีกครั้ง
ฉินหยางไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบกลับ เขากระทำสิ่งเดิม ๆ อีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำอีกจนผ่านไป 1 กาน้ำชา
แปะ!!
เสียงของหยดของเหลวสีทองใสหยดลงกระทบสมุนไพรอีกครั้ง สมุนไพรดังกล่าวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนสูงขึ้นราว 50 ชุ่น ทุกอย่างก็หยุดลง สมุนไพรดังกล่าวสาดแสงสีทองสว่างจ้า ไปทั่วห้องโถง หลังจากแสงสว่างลดลงก็พบว่าสมุนไพรต้นดังกล่าวกำลังแผ่พลังงานสีทองสว่างไสวออกมาอย่างชัดเจน
100 ปี!!! สำเร็จ!!! ข้าทำสำเร็จแล้ว
เสียงของฉินหยางตะโกนขึ้นด้วยความดีใจก่อนเขาผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"ถือว่าทำได้ไม่เลว"
หลังจากนี้ข้าจะถ่ายทอดกระบวนการปรุงโอสถให้แก่เจ้า
"ตกลง!!!" แต่ว่า...
เอ่อ...แต่ว่าข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนได้หรือไม่ ตอนนี้เสื้อผ้าของข้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหมดแล้ว"
ฉินหยางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคอะเขินป่นอิดโรยเล็กน้อย
"เฮ้อ เจ้าเด็กน้อยนี่....จะไปทำอะไรก็รีบทำ"
เสวี่ยอวี๋กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเอือมระอา
ฉินหยางได้ยินก็เตรียมตัวลุกขึ้นจะเดินไปเปิดประตูห้องลงไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำชั้นล่างที่ทางโรงเตี้ยมมีไว้ให้บริการแต่จู่ ๆ ก่อนที่เขาจะก้าวขาออกจากประตู ดูเหมือนเขาจะนึกบางอย่างได้เขาจึงหันหลังกลับมาแล้วเอ่ยกับเสวี่ยอวี๋ด้วยน้ำเสียงซุกซนว่า
"เสวี่ยอวี๋แล้วเจ้าจะไม่มาแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันกับข้ารึ?"
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments