"พวกเจ้าทั้งสอง หยุดเดี๋ยวนี้"
เสียงชายคนหนึ่งตะโกนก้องขึ้นเสียงขรึม เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาวฟ้า อายุราว ๆ 14 ปี หน้าตาหล่อเหล่า ริมฝีปากอมชมพูสุขภาพดีเรียวบางเป็นกระจับ ไว้ผมยาวสีดำ บนศีรษะมีเครื่องประดับรูปพยักษ์สีเงินขนาดเล็กปักอยู่ ดูราวกับเป็นคุณชายของตระกูลร่ำรวย
ชายร่างกำยำทั้งสองได้ยินเสียงดังกล่าวก็สะดุ้งตัวตื่นตกใจ รีบหยุดการกระทำดังกล่าวในทันที ก่อนที่ชายร่างกำยำที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า.
"นะ..นะ..นายน้อย หลงอี้เทียน ทะ..ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือขอรับ?"
ชายร่างกำยำใบหน้ามีรอยแผลเป็นกล่าวถาม
"ข้ามาทำอะไร? ก็มาดูสิ่งที่พวกเจ้ากำลังทำอยู่นี่ยังไงเล่า รีบไสหัวไปซะ พวกเจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหลงเสื่อมเสีย"
เด็กหนุ่มนามหลงอี้เทียนตะหวาดเสียงดังด้วยความขุ่นเคือง
ชายร่างกำยำได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าซีดเผือดปนหวาดกลัว เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้แม้จะยังเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุเพียง 14 ปีแต่เขาคือ หลงอี้เทียน บุตรชายคนเล็กของท่านเจ้าเมืองหลงห่าวและเป็นบุตรของภรรยารองนามว่าไป่ หลิง
และถึงแม้หลงอี้เทียนจะเป็นบุตรที่เกิดจากภรรยารองแต่เขากลับได้รับความโปรดปรานจากหลงห่าวบิดาของเขาอย่างมาก เนื่องจากเขาเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรง มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบที่ดี มีความเป็นผู้นำ เขาจึงถูกรับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของตระกูลหลง
ขัดกับหลงอี้พี่ชายของเขาที่เป็นคนไม่เอาไหนชอบก่อเรื่อง สร้างปัญหาให้ปวดหัวไม่เว้นวัน จนทำให้บิดาของเขาไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง มีอยู่วันหนึ่งที่เขาไปเล่นการพนันและเมามายสุรานอนแก้ผ้าไม่ได้สติอยู่กลางถนนสร้างความอับอายให้ตระกูลเป็นอย่างมาก หลังจากที่บิดาจองเขารู้เรื่องเข้าก็สั่งโทษกักบริเวณนานหลายเดือนแต่หลังจาก ถูกปล่อยจากการกักบริเวณได้ไม่นานก็ไท่คิเว่าจะมาก่อเรื่องก่อราวอีก
"ขะ ขอรับนายน้อยพวกข้าจะรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้"
ชายร่างกำยำตอบกลับด้วยน้ำเสียงติด ๆ ขัด ๆ ก่อนจะหันหลังรีบวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน
"อี้เทียนเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งคนของข้า หรือเจ้าคิดว่าแค่เป็นผู้สืบทอดก็คิดว่าจะสามารถออกคำสั่งกับใครก็ได้งั้นรึ"
หลงอี้กัดฟันกรอดก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงออิจฉาและเคียดแค้น
"ท่านพี่อี้ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงต้องการรักษาชื่อเสียงของตระกูลหลงของเราไว้ก็เท่านั้น สิ่งที่ท่านพี่ทำในครั้งนี้หากท่านพ่อรู้เข้าละก็ท่านคงไม่พอใจเป็นอย่างมาก ท่านพี่อาจจะถูกทำโทษอีกก็เป็นได้"
หลงอี้เทียนกล่าวด้วยท่าทีใจเย็น
"นะ นี่เจ้า..หึ!!..ฝากไว้ก่อนเถอะ"
หลงอี้เหมือนจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ได้กล่าวออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและเดินออกไป
"พี่ชายท่านนี้ ข้าต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่งที่ท่านพี่ของข้าทำเรื่องเสียมารยาทกับท่านไป"
หลงอี้เทียนหันมาโค้งคำนับฉินหยางอย่างสุภาพก่อนจะเอ่ยคำขอโทษเเทนพี่ชายตน
"ไม่จำเป็นต้องสุภาพเช่นนั้นข้าเองยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร"
ฉินหยางกล่าวตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน
"ถึงอย่างนั้นท่านพี่ของข้าก็ได้ทำเรื่องเสียมารยาทกับพี่ชายไปแล้ว เช่นนั้นขอให้ข้าได้ไถ่โทษแทนสักเล็กน้อยได้หรือไม่?"
"ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนี้ข้าเองก็ไม่ขอปฏิเสธ"
"เช่นนั้นดีเลย ว่าแต่...พี่ชายมีชื่อว่าอะไรงั้นรึ?"
"ข้าชื่อ ฉินหยาง"
ฉินหยางตอบกลับสั้น ๆ
"ฉินหยาง? เช่นนั้นดีเลยข้ามีนามว่า หลงอี้เทียนยินดีที่ได้รู้จัก ว่าแต่พี่ฉินหยางพึ่งมาที่เมืองเเห่งนี้ครั้งแรกงั้นรึ"
หลงอี้เทียนถามขึ้นอีกครั้ง
"หืมมม เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าพึ่งเคยมาที่เมืองเเห่งนี้เป็นครั้งแรก"
ฉินหยางทำสีหน้าสงสัยก่อนเอ่ยถามกลับ
"เรื่องนั้นเดาได้ไม่ยาก พอดีข้ากำลังเดินเล่นอยู่ใกล้ ๆ ประตูทางเข้าเมือง ข้าบังเอิญสังเกตเห็นว่าพี่ฉินหยางเดินดูสิ่งของต่าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น ข้าจึงเดาว่าพี่ฉินหยางพึ่งเคยมาที่เมืองนี้เป็นครั้งแรก"
หลงอี้เทียนกล่าวอธิบายกับฉินหยาง
"เช่นนี้นี่เอง เจ้าช่างเป็นคนช่างสังเกตดีจริง ๆ "
"พี่ฉินหยางกล่าวชมเกินไปแล้วข้าแค่บังเอิญเดินเล่นอยู่แถวนั้นก็เท่านั้น"
หลงอี้เทียนตอบกลับด้วยท่าทีเขินอาย
"จริงสิพี่ฉินหยางพึ่งมาที่นี่คงยังไม่มีที่พักงั้นสินะ"
หลงอี้เทียนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
"อื้ม!!" ข้าพึ่งเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ได้ไม่นานข้าเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะพักที่ไหนดี
ฉินหยางพยักหน้าพร้อมกล่าวอธิบาย
"เช่นนั้นแบบนี้เป็นอย่างไร ข้าขอเชิญพี่ฉินหยางไปพักที่โรงเตี้ยมของตระกูลข้า แม้จะเป็นโรงเตี้ยม เล็ก ๆ แต่ที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องอาหารและการบริการหวังว่าพี่ฉินหยางจะไม่ปฏิเสธ"
ฉินหยางยืนกอดอกครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็ตอบตกลงที่จะไปพักผ่อนที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ชั่วคราว หลังจากพูดคุยกันอีกสักพัก หลิงอี้เทียนก็อาสาเดินนำทางพาฉินหยางไปยังโรงเตี้ยมของตระกูลตนโดยระหว่างทางทั้งสองได้มีการสนทนากันเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่นานก็มาถึงหน้าโรงเตี้ยมที่หลิงอี้เทียนกล่าวถึง
โรงเตี้ยมเเห่งนี้ตั้งอยู่ถนนเส้นหลักหรือจะเรียกว่าใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ ตัวโรงเตี้ยมสร้างจากไม้สีน้ำตาลเข้มเป็นตึกสูง 5 มุงด้วยหลังคาสีแดง มีประดับด้วยโคมไม้กระดาษ หน้าทางเข้าเขียนด้วยตัวหนังสือสีทองขนาดใหญ่ว่า โรงเตี้ยมสำราญสุข ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่ง
"ถึงแล้ว ที่นี่แหละ เชิญพี่ฉินหยางเดิมข้าเข้าไปด้านใน"
หลิงอี้เทียนกล่าวเชิญ ด้านของฉินหยางเขากำลังมองสำรวจโรงเตี้ยมด้วยประกายตาเเวววาวระยิบระยับ หลังจากได้ยินคำเชิญของหลงอี้เทียนเขาพยายามระงับความตื่นเต้นก่อนจะพยักหน้าตอบรับเบา ๆ แล้วเดินตามหลังหลงอี้เทียนไป
หลังจากเข้ามาในตัวอาคารแล้วพบว่าพื้นที่ห้องรับรองเป็นพื้นที่กว้างเพดานของห้องนี้สูงไปจนถึงชั้นที่ 3 ทำให้รู้สึกโล่งสบายดูไม่อึดอัด แต่บริเวณโต๊ะรับรองด้านหน้าค่อนข้างมีเสียงดังจอเเจเนื่องจากมีผู้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก
หลังจากทั้งสองเดินเข้ามาไม่นานก็มีเสี่ยวเอ้อ (พนักงานบริการ) อายุราว ๆ 20 ต้น ๆ เดินออกมาตอนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"คาราวะนายน้อยอี้เทียน วันนี้มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ"
เสี่ยวเอ้อที่ออกมาตอนรับกล่าวถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ข้ามีแขกคนสำคัญ เจ้าช่วยจัดหาห้องที่ดีที่สุดให้ที แล้วก็หากคุณชายท่านนี้ต้องการอะไรจงจัดหามาให้อย่าทำให้เขาขุ่นเคือง"
หลงอี้เทียนเอ่ยกำชับ
หลังจากหลงอี้เทียนกล่าวเสี่ยวเอ้อก็มองสำรวจฉินหยางที่กำลังมองไปโดยรอบด้วยท่าทีตื่นเต้นราวกับเป็นคนป่าที่พึ่งเข้าเมืองครั้งแรกตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะทำหน้ายิ้มแย้มและพูดว่า
"ขอรับนายน้อยอี้เทียนข้าจะรับรองคุณชายท่านนี้เป็นอย่างดี"
"ดีมาก.."
หลังจากกำชับเสี่ยวเอ้อเสร็จ เขาก็หันหน้ามา กล่าวกับฉินหยางว่า
"พี่ชายฉินหยาง หากท่านต้องการสิ่งใดอย่าได้เกรงใจท่านสามารถเรียกใช้เสี่ยวเอ้อได้ตลอดเวลา"
"อะแฮ่ม..น้องหลงไม่จำเป็นต้องลำบากถึงขั้นนั้น แค่นี้ก็มากพอแล้ว"
ฉินหยางละจากความสนใจรอบข้างก่อนจะกระแอมไอและตอบกลับอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
"เอาล่ะ เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน ข้ามีธุระต้องไปจัดการต่อ ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมเยียนพี่ฉินหยางใหม่"
พูดจบเขาก็หันไปกับชับกับเสี่ยวเอ้ออีกสองสามประโยคก่อนจะเดินออกจากโรงเตี้ยมไป
"คุณชายเชิญตามข้ามาทางนี้ขอรับ"
หลังจากหลงอี้เทียนจากไปเสี่ยวเอ้อก็เอ่ยกับฉินหยางด้วยความสุภาพ ฉินหยางเดินตามพยักหน้าตอบรับและเดินตามหลังเสี่ยวเอ้อไปโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ทั้งสองเดินขึ้นบันไดมาจนถึงชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโรงเตี้ยมแห่งนี้ โดยชั้นนี้มีบรรยากาศเงียบสงบเนื่องจากมีห้องพักเพียง 3 ห้องเอาไว้รับรองแขกคนสำคัญเท่านั้น และชั้นบนสุดแห่งนี้สามารถออกไปที่ระเบียงเพื่อมองทิวทัศน์โดยรอบของเมืองได้
"คุณชายเชิญทางนี้ขอรับ"
เสี่ยวเอ้อเดินไปเปิดประตูห้องที่อยู่มุมสุดด้านขวามือและเอ่ยเรียกฉินหยาง หลังจากนั้นก็กล่าวขึ้นอีกครั้งว่า
"เชิญคุณชายพักผ่อนได้ตามสบายขอรับ หากมีเรื่องอันใดให้รับใช้ ท่านสามารถเรียกใช้ข้าได้ตลอดเวลา...เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ"
พูดจบเสี่ยวเอ้อก็โค้งคำนับก่อนจะปิดประตูแล้วเดินจากไป ฉินหยางที่เห็นว่าเสี่ยงเอ้อจากไปเเล้วก็ถอนลมหายใจดัง ๆ
"ฟู้ววว เหนื่อยชะมัด คนรวยนี่ต้องทำอะไรยุ่งยากเช่นนี้ด้วยรึ"
ฉินหยางเป่าลมหายใจออกมายาว ๆ หลังพยายามไม่แสดงกริยาอะไรที่เสียมารยาทออกมา หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปบริเวณต้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีเเต่งนอนที่ปูด้วยผ้าสีขาวดูนุ่มสบาย หัวเตียงมีความไฟสีเหลืองดวงเล็กและเเจกันดอกไม้ประดับตกแต่งดูเรียบง่ายแต่สวยงามยิ่ง
ฉินหยางเดินไปที่ปลายเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างผ่อนคลาย ทันใดนั้นหน้าอกของฉินหยางก็เรืองเเสงสีขาวขึ้นอีกครั้ง ก่อนร่างอันงดงามของเราสวี่ยอวี๋จพปรากฏตัวขึ้น
"เป็นห้องที่ไม่เลว เจ้าเด็กหลงอี้เทียนนั่นช่างรู้จักประจบเอาใจเสียจริง"
เสวี่ยอวี๋กล่าวขึ้นพร้อมหันมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความพึงพอใจ
"นั่นสินะ หลงอี้เทียนคนนี้เป็นคนดีเลยทีเดียว" หลังจากนี้คงต้องหาอะไรตอบแทนกลับสักหน่อย"
ฉินหยางกล่าวขึ้นด้วยความพึงพอใจในการกระทำของหลงอี๋เทียน
แต่จู่ ๆ เหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้จึงเอ่ยต่อว่า
"จริงสิ!! เสวี่ยอวี๋เจ้าคิดว่าชายชุดคลุมดำพวกนั้นมันเป็นใครกัน เหตุใดมันถึงต้องตามล่าข้า"
ฉินหยางเอ่ยถามขึ้นเขาตั้งใจจะพูดคุยเรื่องนี้กับเสี่ยอีซี่ตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านหนานกู้มาแต่ด้วยสถานการณ์ไม่อำนวย จึงเก็บมาพูดในวันนี้
"เด็กน้อย..เจ้าลืมเรื่องที่มารดาเจ้าเล่าให้ฟังไปเเล้วงั้นรึ พวกมันก็คงจะเป็นกลุ่มชายชุดคลุมดำกลุ่มเดียวกับที่ หยาง....อะไรนั่นที่เป็นลุงของเจ้าเป็นคนจ้างวานให้สังหารเจ้ายังไงล่ะ
เสวี่ยอวี๋กล่าวความคิดของตนออกมา
"เป็นเช่นนั้น...แล้วเหตุใดลุงของข้าถึงต้องทำถึงขนาดนี้กัน ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยไปทำอะไรให้เลยด้วยซ้ำ "
ฉินหยางครุ่นคิดว่าเป็นไปอย่างที่เสี่ยอวี๋และเอ่ยออกมาด้วความเคียดแค้น
"บนโลกใบนี้จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยังถึง เด็กน้อยอย่างเจ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าคนที่กระหายในตำแหน่งและอำนาจน่ะสามารถทำอะไรได้บ้าง"
"อำนาจ? เหอะกะอีเรื่องพวกนี้ถึงขั้นต้องสังหารหลานแท้ ๆ ของตนเลยเชียวรึ? บ้าบอสิ้นดี
ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ ข้าจะต้องแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้ เร็วกว่านี้ ข้าคิดว่าในไม่ช้านี้กลุ่มชายชุดคลุมดำพวกนั้นต้องออกตามล่าข้าอีกแน่"
ฉินหยางขมวดคิ้วพร้อมกล่าวขึ้น
"ถูกต้องสิ่งที่เจ้าต้องทำในตอนนี้คือการรีบเพิ่มพูนระดับพลัง หากเจ้ายังคงอยู่เช่นนี้ต่อไป เจ้าต้องถูกชายชุดคลุมดำสังหารอย่างแน่นอน"
เสวี่ยอวี๋กล่าว
"เช่นนั่น ข้าต้องรีบหาวิธีเพิ่มพูนพลังโดยเร็ว แม่ว่ากายศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะดูซับปราณฟ้าดินด้วยตนเองแต่มันยังคงช้าไปสำหรับข้าในตอนนี้"
ฉินหยางกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าหนักใจ
หากผู้วิเศษคนอื่นมาได้ยินเข้าคงสาปเเช่งให้ฉินหยางให้ตายเสียตรงนั้น เพราะกายาศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นร่างกายที่สุดแสนวิเศษที่สามารถเลื่อนพลังบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็วที่สุดแล้ว"
"เรื่องนั้นข้ามีวิธี มันเกี่ยวข้องกับความลับของพลังที่เจ้าครอบครองอยู่"
จู่ ๆ เสวี่ยอวี๋ก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยและยกยิ้มมุมปากขึ้นบาง ๆ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments