ณ หุบเหวลึกลงไปในสถานที่ที่มืดสลัวมีเด็กหนุ่ม สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ เปื้อนคราบเลือดกำลังยืนพูดคุยบางอย่างกับอากาศว่างเปล่าตรงหน้า
"ข้ามีข้อเสนออยากทำข้อตกลงกับเจ้าสนใจหรือไม่ "
เสียงของชายลึกลับนามว่าไป่ เสวี่ยอวี๋ดังขึ้นในโสตประสาของฉินหยางอีกครั้ง เขายกยิ้มบาง ๆ ดูเหมือนจะมีแผนการณ์บางอย่าง
"ข้อเสนอ? ข้อเสนออันใด ข้าไม่สนใจอย่าคิดจะมาหลอกข้าเชียว"
ฉินหยางตอบกลับทันทีโดยไม่หยุดคิดทำเอา ไป่ เสวี่ยอวี๋ ที่เดิมยกยิ้มอย่างมั่นใจราวกับมีแผนการณ์ต้องหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดในทันที
"เด็กเปรตนี้อย่าให้ข้าออกไปจากผนึกได้เชียว"
ไป่ เสวี่ยอวี๋กัดฟันกรอดและแอบสบถด่าในใจแต่ไม่นานเขาก็หายใจเข้าลึกควบคุมสติก่อนจะแสยะยิ้มพูดขึ้นว่า
"เจ้าหมายความว่าต่อให้ข้าจะบอกว่าข้าสามารถรักษาอาการป่วยของแม่เจ้าได้เจ้าก็ไม่สนใจงั้นรึ"
"รักษาแม่ข้า? เจ้าพูดจริงงั้นรึ"
ฉินหยางที่เดิมที ไม่มีท่าทีจะสนใจคำพูดของชายลึกลับที่ชื่อไป่ เสวี่ยอวี๋ ตรงหน้าแต่เมื่อได้ยินว่าเขาสามารถรักษาอาการป่วยของแม่ตนได้ก็มีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงไปในทันที
ไป่ เสวี่ยอวี๋ที่เห็นปฏิกิริยาของฉินหยางเปลี่ยนไปก็แอบเผยรอยยิ้มบาง ๆ รางกับผู้ชนะออกมาก่อนเอ่ยว่า
"แน่นอนเจ้าฟังไม่ผิด ข้าพูดว่าข้าสามารถรักษาอาการป่วยของแม่เจ้าได้ หากเจ้าไม่ไว้ใจ ข้ายินดีเอ่ยคำสาบานต่อฟ้าดินเพื่อเป็นการยืนยัน
เจ้าอาจจะยังไม่รู้ในโลกของผู้เศษ การเอ่ยคำสัตย์สาบานต่อว่สดินนั้นไม่สามารถบิดพลิ้วได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกทัณฑ์สวรรค์ลงทัณฑ์ สิ่งนี้พอจะทำให้เจ้ามั่นใจได้หรือยัง'
ฉินหยางครุ่นคิดกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ว่าหากคำพูดของไป่ เสวี่ยอวี๋เป็นจริงที่เขาสามารถรักษาอาการป่วยของแม่ตนได้ การเดินทางของเขาในครั้งนี้ก็จะไม่เสียเปล่า ฉินหยางใช้เวลาครุ่นคิดอยู่อีกสักพักก่อนเอ่ยว่า
"เจ้าจะให้ข้าทำสิ่งใด? หากว่าเจ้าสามารถรักษาแม่ของข้าได้จริง ไม่ว่าเจ้าจะให้ข้าทำอะไรขอเพียงบอกข้าจะไม่ปฏิเสธแน่นอน"
"แน่นอน ถ้าเช่นนั้นข้าจะไม่พูดอ้อมค้อมก็แล้วกัน ข้าจะช่วยรักษาอาการป่วยของแม่เจ้าแต่ข้ามีข้อเเลกเปลี่ยนอยู่ 3 ข้อ"
"ข้อแรกก็คือช่วยข้าออกจากผนึกที่กักขังข้าอยู่ตอนนี้"
"ข้อ2 หลังจากที่เจ้าช่วยข้าออกจากผนึก เจ้าต้องช่วยตามหา ดวงจิตส่วนที่เหลือของข้าให้ครบเรื่องนี้หลังจากเจ้าช่วยข้าออกจากผนึกได้แล้วข้าจะคุยกับเจ้าอีกที"
"ส่วนข้อสุดท้ายข้าจะบอกเจ้าอีกครั้งเมื่อถึงเวลา"
ไป่ เสวี่ยอวี๋พูดถึงตรงนี้ก็เงียบไปสักพักก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอีกครั้งและพูดต่อว่า
"และแน่นอนข้าเองก็ไม่ใช่คนเอาเปรียบผู้ใด นอกจากข้าจะช่วยรักษาอาการป่วยของแม่เจ้าแล้ว เจ้ายังสามารถขอสิ่งใดจากข้าก็ได้อีก 2 ข้อที่เจ้าคิดว่าสมเหตุสมผลกับเรื่องที่ข้าเสนอไป เจ้าคิดเห็นว่าเช่นไร"
ฉินหยางได้ฟังก็คิดว่าสมเหตุสมผลจึงไม่มีสิ่งใดจะคัดคาด เขาไม่ได้ใช้เวลาคิดนานนักและพยักหน้าตอบตกลงในทันที
"ได้ ข้าตกลง แต่ก่อนที่ข้าจะช่วยปลดเจ้าออกจากผนึกข้ามีเรื่องอยากจะถามเพื่อยืนยันให้มั่นใจก่อนสัก1-2เรื่อง"
"เจ้าอยากถามอะไรเชิญว่ามาได้เลยข้ายินดีตอบทุกคำถาม"
ไป่ เสวี่ยอวี๋ กล่าวตอบรับโดยไม่ได้ขัดข้องอะไร
"เช่นนั้นข้อแรกที่ข้าจะถามคือเหตุใดเจ้าถึงมั่นใจว่าข้าจะสามารถช่วยเจ้าออกมาจากผนึกได้ ข้ามั่นใจว่าข้าคงไม่ใช่คนแรกที่ลงมาที่นี่ ซึ่งให้ข้าพูดตามตรงข้าเองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้วิเศษอย่างพวกเจ้าที่จะมีพลังวิเศษที่จะมีพลังที่จะสามารถช่วยเจ้าออกมาได้"
"ฮ่า ๆ ๆ แน่นอนเจ้าไม่ใช่มนุษย์คนแรกที่ข้าพบเจอในที่แห่งนี้ แต่คนก่อนหน้าที่ข้าได้พบมีแต่มนุษย์อ่อนแอแม้จะมีผู้ที่ถือว่าเป็นผู้วิเศษแต่ก็ไม่นับว่าเป็นอันใด ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมต้องเป็นเจ้าเรื่องนั้นง่ายมากเพราะว่าเจ้าเป็นผู้วิเศษและเป็นผู้วิเศษที่วิเศษกว่าใคร ๆ เป็นตัวตนเพียงหยิบมือบนโลกใบนี้ที่มีตัวตนอยู่เหนือกฏแห่งฟ้าดินนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงเลือกเจ้า"
"ข้าเป็นผู้วิเศษ?และเป็นผู้วิเศษที่อยู่เหนือกฏฟ้าดิน? ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร?"
"เรื่องนี้ไว้เจ้าช่วยข้าออกจากผนึกได้เมื่อไหร่ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังอีกที"
เสวี่ยอวี๋ตอบ
ฉินหยางทำหน้าไม่สบอารมณ์กับคำตอบของเสวี่ยอวี๋แต่ก็ไม่ได้กล่าวโต้ตอบสิ่งใดและถามคำถามต่อไปว่า
"เช่นนั้นอีกข้อ ข้าต้องการให้เจ้าเอ่ยคำสาบานต่อฟ้าดินอย่างที่เจ้าว่าเเสียก่อนเพื่อเป็นหลักประกันว่าเจ้าจะไม่ทำอะไรข้าหลังจากออกจากผนึกได้แล้ว"
ไป่ เสวี่ยอวี๋แอบสบถด่าในใจเพราะก่อนหน้านี้เขาพูดไปงั้นเพื่อให้ฉินหยางไว้ใจแต่ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะความจำดีขนาดนี้ ไป่ เสวี่ยอวี๋กระเเอมไอก่อนจะปั่นเสียงขรึมตอบกลับว่า
"แน่นอน นั่นเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลเท่านี้เจ้าจะวางใจได้หรือยัง แล้วยังมีสิ่งใดอยากถามอีกหรือไม่"
"ดี..ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองเชื่อใจเจ้า แล้วตอนนี้เจ้าถูกผนึกอยู่ที่ใดแล้วข้าจะช่วยเจ้าออกจากผนึกได้อย่างไร"
ฉินหยางมองไปรอบ ๆ บริเวณพยายามคาดเดาสถานที่อยู่ของผนึกแต่ก็ไม่พบสิ่งใด
"เปล่าประโยชน์ข้าไม่ได้ถูกผนึกอยู่ที่แห่งนี้ ข้าถูกผนึกอยู่ในสถานที่ที่ไกลจากที่นี่พอสมควรเพราะเช่นนั้นแค่เดินไปตามทางที่ข้าบอกก็พอ ส่วนวิธีปลดผนึกเมื่อถึงสถานที่ผนึกแล้วข้าจะบอกเจ้าอีกที เอาละ เจ้าเห็นช่องแคบนั่นหรือไม่ เดินไปตามทางตรงนั้น"
ฉินหยางพยักหน้าเป็นการตอบรับโดยไม่เอ่ยสิ่งใดเขาเดินเข้าไปตามทางที่ไป่ เสวี่ยอวี๋ บอกฉินหยางเดินผ่านพื้นที่ช่องแคบและพบเข้ากับที่โล่งกว้างที่มีเพียงก้อนหินกระจายเกลื่อนกลาด เขายังคงเดินลึกเข้าไปจนพบปากทางเข้าถ้ำเล็ก ๆ อยู่แห่งหนึ่ง
ฉินหยาง ก้าวเดินเข้าไปในถ้ำตามที่ ไป่ เสวี่ยอวี๋บอกเส้นทางภายในถ้ำค่อนข้างกว้างสามารถเดินเรียงหน้ากระดาน 4 คนได้อย่างไม่แออัด ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ฉินหยางยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณรอบข้างที่เขาเดินผ่านมาเต็มไปด้วยพืชสมุนไพรนานาชนิด งอกเงยอุดมสมบูรณ์ตลอดทางราวกับเป็นสวนดอกไม้ ตามพื้นผนังของถ้ำเองก็มีคริสตัลเรืองแสงรูปทรงต่าง ๆ งอกเงยคอยให้แสงสว่างจาง ๆ อยู่ตลอดทางราวกับเป็นโคมไฟหรูหราช่างเป็นภาพที่ชวนให้จดจำยิ่ง
ฉินหย่างเดินไปตามทางที่ไป่ เสวี่ยอวี๋ บอกจนสุดปลายทางอุโมงค์เป็นพื้นที่โล่งกว้างทรงกลมพื้นที่ดังกล่าวเป็นเพียงลานหินโล่ง ๆ ไม่มีสิ่งใดประดับตกแต่ง ฉินหยางเดินมาหยุดอยู่ใจกลางพื้นที่วงกลมเเละเงยหน้ามองขึ้นไปด้วนบนพบเป็นเหมือนปากพร่องภูเขาไฟทำให้สามารถมองเห็นท้องฟ้าข้างนอกที่ดวงจันทร์เต็มดวงกำลังส่องแสงสว่างอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวดร่างพราวบนท้องบ่งบอกว่ายามนี้เป็นยามราตรีแล้ว
"ถึงแล้ว..ที่นี่แหละ"
เสียงของไป่ เสวี่ยอวี๋ดังขึ้นในโสตประสาทอีกครั้ง
"เปิดประตูบานใหญ่นั่นแล้วเจ้าจะพบที่ตั้งของผนึกที่ผนึกข้าอยู่"
ฉินหยางมองตรงไปยังประตูหินบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ประตูมีเศษฝุ่นและหยักไย่แมงมุมเกาะปกคลุมจนหนาทึบบ่งบอกว่าเป็นประตูที่ผ่านเวลามาอย่างยาวนานและไม่มีการใช้งานฉินหยางใช้มือปัดเศษฝุุ่นบริเวณหนึ่งของประตูพบว่ามีสัญลักษณ์บางอย่างสลักไว้บนประตูบานยักษ์ ฉินหยางรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเเปลก ๆ จึงตัดสินใจปัดเศษฝุ่นบริเวณอื่นของประตูทำให้ปรากฏเห็นรูปสลักของดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งที่ใจกลางดวงอาทิตย์มีตัวอักษรที่สลักคำว่า "หยาง" ปรากฏอยู่ ฉินหยางรู้สึกถึงบางอย่างที่คุ้นเคยและสนิทสนมซึ่งเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
" เปิดประตูนั่นเข้ามา.."
"นี่ เด็กน้อย..เจ้าได้ยินข้าหรือไม่.. ไอ่เด็กเวรนี่"
อุ๊บ!!! ไป่ เสวี่ยอวี๋รีบเอามืออุดปากเพราะรู้ว่าตัวเผลอหลุดปากพูดออกไปและกลัวฉินหยางจะเปลี่ยนใจไม่ช่วยเหลือตน แต่ผิดคาดฉินหยางในตอนนี้กลับยังคงดำดิ่งอยู่กับความรู้สึกที่สัมผัสได้จากบานประตูไม่รับรู้เรื่องราวใด จนไป่ เสวี่ยอวี๋พูดขึ้นอีกครั้ง
"เด็กน้อย!! เจ้ามัวเหม่ออะไรกัน"
ไป่ เสวี่ยอวี๋ เน้นเสียวหนักขึ้น ฉินหยางที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ก็สนุกตัวในทันที
"เอ่อ ข้าขอโทษทีเมื่อกี้ยังว่าไงนะ"
"ข้าถามว่าเจ้าเหม่ออะไรกัน ทำไมไม่รีบเปิดประตูเข้ามา"
" อ๋อ เปล่าไม่มีอะไร แล้วข้าจะเปิดประตูนี้ได้ยังไง ดูแล้วข้าคนเดียวคงไม่สามารถเปิดมันออกได้"
ฉินหยางพยายามเปลี่ยนบทสนทนาเพื่อหันเหความสนใจไปเรื่องอื่น ไป่ เสวี่ยอวี๋อยู่ในสถานที่มืดสลัวแอบหลี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนจะรับรู้บางอย่างแต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อก่อนจะตอบคำถามว่า
"ประตูเเห่งนี้มีกลไขการทำงานอยู่ มองไปทางขวามือเจ้าสิ เห็นรูปสลักดวงอาทิตย์ตรงเเท่นหินนั่นหรือไม่ หมุนมันซะแล้วประตูจะเปิดเอง"
ไป่ เสวี่ยอวี๋ เอ่ยบอกฉินหยางกันมองไปถามที่ไป่ เสวี่ยอวี๋บอกก็พบเข้ากับแท่นหินที่มีรูปสลักขิงพระอาทิตย์อยู่ห่างจากเขาไปไม่ไกล เขาเดินเอื้อมมือบิดรูปสลักดังกล้าวตามที่ไป่ เสวี่ยอวี๋บอก ไม่นานจู่ ๆ พื้นเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนดังสนั่นหวั่นไหว
ครื้น!! ครื้น!! ครื้น!!
ผนังถ้ำสั่นไหวอย่างหนักเศษหินเศษดินร่วงกราวเกลื่อนกลาดทำให้เกิดฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณหลังจากสั่นสะเทือนอยู่ราว 5 ลมหายใจประตูบานใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนไหว
ครื้นนน!!! แกร็ก แกร็ก แกร็ก
เสียงกลไกบางอย่างทำงานขึ้นประตูบานใหญ่ตรงหน้าของฉินหยางเริ่มสั่นสะเทือนและค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ
แกร็ก แกร็ก แกร็ก ตึ้ง!!!
ฉินหยางก้าวเท้าเดินผ่านประตูเข้าไปในห้องโถงอย่างช้า ๆ เขาหันมองสำรวจไปรอบ ๆ บริเวณพบว่า ห้องโถงดังกล่าวมีขนาดราว ๆ 50 จั้ง เพดานของห้องโถงเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยขนาดแตกต่างกันไปชวนให้ดูลึกลับยิ่ง ภายในห้องโถงว่างเปล่าปราศจากสิ่งใดมีเพียงโต๊ะหินเเปดเหลี่ยมเก่า ๆ ขนาด 4-5 จั้ง ตั้งอยู่ใจกลางห้องและเหนือขึ้นไปบนโต๊ะหินแปดเหลี่ยมมีลูกแก้วลูกหนึ่งลอยเคว้งอยู่กลางอากาศถ้าหากสังเกตุดี ๆ จะพบว่าบนผิวของลูกแก้วถูกด้ายแสงสีทองรัดตรึงไว้ทั้งแปดทิศไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้
"ดีมาก เด็กน้อยข้าอยู่นี่รีบมาปลดผนึกข้าออกไปเร็วเข้า"
ในครั้งนี้เสียงของไป่ เสวี่ยอวี๋ไม่ได้ดังขึ้นในโสตประสาทของฉินหยางแต่ดังก้องออกมาจากลูกแล้วลูกนั้นโดยตรง น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด
ฉินหยางมองไปตามที่มาของเสียงก็พบเข้ากับโต๊ะหินแปดเหลี่ยมและลูกเเล้วลูกนั้นก่อนจะเดินเข้าไปอย่างไม่รีบร้อนจนมาถึงบริเวณด้านหน้าของแท่นหิน
"ดีมากเอาล่ะทีนี้ก็ทำตามวิธีที่ข้าบอก หากข้าออกไปแล้วข้าจะช่วยรักษาแม่ของเจ้าอยากแน่นอน"
ไป่ เสวี่ยอวี๋เอ่ยด้วยความตื่นเต้นและร้อนรน
"ช้าก่อน…"
ฉินหยางเอ่ยขัดขึ้น ไป่ เสวี่ยอวี๋ที่กำลังดีใจต้องหน้ามืดทะมึนลงอีกครั้งเขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"เด็กน้อย เจ้ามีอะไรงั้นรึเหตุใดเจ้าไม่รีบช่วยข้าปลดผนึกข้าจะได้รีบไปรักษาอาการป่วยแม่ของเจ้ายังไงเล่าหรือเจ้าไม่พอใจข้อตกลงใดข้ายินดีเพิ่มให้เจ้าขออะไรข้าก็ได้อีกหนึ่งข้อเลยเป็นไง"
"เปล่า ข้าแค่จะบอกว่าเจ้าต้องสาบานต่อฟ้าดินอย่างที่พูดก่อนข้าจึงจะช่วยเจ้าปลดผนึก"
ฉินหยางขึ้นเขายังจำได้ว่าตอนที่ทำข้อตกลงไปท่าเสวี่ยอวี๋ว่าจะสายานต่อฟ้าดินเพื่อเป็นหลักประกะนความปลอดภัยของตนแม้ว่าเขาจะอยากรีบช่วยไป่ เสวี่ยอวี๋ออกจากผนึกแล้วรีบกลับไปรักษาอาการแม่ของเขา แต่ถ้าหากเขาช่วยไป่ เสวี่ยอวี๋ออกจากผนึกแล้วเกิดเขาคิดทำไรขึ้นมาก็ไม่มีใครช่วยเหลือเขาได้
ไป่ เสวี่ยอวี๋ที่ได้ยินก็ทำหน้าอ่อขึ้นมา อารมณ์ขุ่นเคืองก่อนหน้าหายวั๊บไปในพริบตา
"โถ่ว..ข้าก็นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิจ้าจะสาบานต่อฟ้าดินเดี๋ยวนี้"
"ข้าในนามไป่ เสวี่ยอวี๋ ขอให้สัตย์สาบาน หากข้าผิดข้อตกลงที่ทำไว้ขอให้ฟ้าดินลงโทษจิตสลายกายดับสูญไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด"
ครึ้มมม!!!เพรี้ยง!!!
หลังจากที่ไป่ เสวี่ยอวี๋กล่าวคำสาบานคำสุดท้ายจบก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ราวกับเป็นเสียงตอบรับจากสวรรค์ ฉินหยางเห็นดังนั้นก็เบาใจลงก่อนเอ่ยว่า
"เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้น เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรบอกข้ามาได้เลย"
"ดี งั้นก่อนอื่นข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง ผนึกที่กักขังข้าอยู่มีนามเรียกว่า "ผนึกไหมทองคำสวรรค์แปดทิศ" เป็นผนึกธาตุหยางที่ทรงพลังมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังข้าโดยเฉพาะ แต่สำหรับเจ้าข้าคิดว่าการจะทำลายมันคงไม่ใช่เรื่องยากเนื่องจากเจ้ามีพลังธาตุหยางที่บริสุทธิ์ยิ่งอยู่ในตัวเจ้า เพียงแค่เจ้าใช้เลือดของเจ้าหลอมรวมเข้ากับผนึกแล้วบังคับให้ปลดผนึกแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ"
ไป่ เสวี่ยอวี๋พูดจบก็เงียบไปสักพัก ในสถานที่มืดสลัวภายในลูกแก้วเขานั่งขัดสมาธิในท่าทางนิ่งเงียบดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลทอประกายครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะกลับมาเป็นปกติและพูดขึ้นว่า
"เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นเจ้าเริ่มได้เลยหากมีอะไรผิดพลาดข้าจะเป็นคนช่วยเจ้าเอง
ฉินหยางพนักหน้าเป็นการตอบตกลง เขาทำตามที่ไป่ เสวี่ยอวี๋บอกโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เขาหยิบมีดที่เหน็บจ้างเอวขึ้นมากรีดที่นิ้วมือทันที สีหน้าของเขาปิดเบี้ยวเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขาเก็บมีดเข้าฝักก่อนจะยื่นมือไปข้างหน้าแล้วดีดนิ้วเพื่อให้เลือดกระเด็นไปโดนผนึก หลังจากนั้นฉินหนางก็หลับตาลงตั้งสมาธิโคจรพลังตามที่ไป่ เสวี่ยอวี๋ ไม่นานเขาก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังหมุนวนอยู่ภายในร่างกายของเขา ฉินหยางพยายามตั้งเพื่อให้พลังดังกล่าวไหลเวียนไปตามความนึกคิดของเขาฉินหยางขับเคลื่อนพลังไหลไปตามเเขนเข้าสู่เลือดที่ติดอยู่กับผนึกได้อย่างราบรื่น ไม่นานเลือดของเขาก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผนึกได้อย่างสมบูรณ์ฉินหยางรับรู้ได้อย่างเเจ่มชัดในห้วงความคิด ราวกับผนึกและเขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ย่างไรอย่างนั้น ฉินหยางเห็นว่าทุกอย่างราบรื่นก็เริ่มเพ่งความคิดเพื่อปลดผนึก
"ได้แล้ว อีกแค่นิดเดียว"
ฉินหยางตะโกนขึ้นในใจด้วยความตื่นเต้น
ด้าน ไป่ เสวี่ยอวี๋ ตอนนี้เขานั่งใจจดจ่อจ้องมองฉินหยางตาไม่กระพริบและระหว่างนั้นเองผนึกไหมทองคำสวรรค์ตำแหน่งเป่ย (ทิศเหนือ) ก็พังทลายลงส่งผลให้พลังของผนึกอ่อนแอลงอยากมาก ชั้วอึดใจต่อมา ตำแหน่งหนานและซีหนาน ก็พังทลายลงตามลำดับ
"นี่มันหรือว่าจะ…"
ไป่ เสวี่ยอวี๋ผุดลุกจากที่นั่งทันทีด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะคาดหวังว่าฉินหยางจะสามารถทำลายผนึกได้แต่ก็ไม่คิดว่าจะง่ายดายเช่นนี้ ทันใดนั้นใบหน้าของเขาเผยความยินดี
ทางด้านของฉินหยางตอนนี้เขายังคงมุ่งสมาธิไปกับการปลดผนึก หน้าผากของเขาเริ่มมีเหงื่อไหลซึมเล็กน้อยเนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาใช้พลังในฐานะผู้วิเศษ สามลมหายใจต่อมาผนึกตำแหน่งหนานและซีหนานก็พังทลายลงทำให้ผนึกที่เหลือๆม่สามารถรักษาเสถียรภาพเอาไว้ได้จนในที่สุดผนึกทั้งหมดก็ถูกทำลายลง
"สำเร็จ"
ฉินหยางลืมตาตื่นจากสมาธิด้วยความตื่นเต้นยินดี ลูกแก้วที่ถูกผนึกไว้ในเวลานี้หลังจากหลุดพ้นจากเป็นอิสระมันก็เคลื่อนที่หมุนวนไปรอบ ๆ แท่นหิน
ทันใดนั้น จู่ ๆ ลูกแก้วที่ลอยไปมากลางอากาศก็เรืองแสงสีขาวสว่างวาบทั่วทั้งห้องโถงปรากฏเป็นชายหนุ่มอายุราว ๆ 24-25 ปี ร่างกายโปร่งแสงราวกับภูติ วิญญาณ สวมเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลา รูปหน้าเรียวงามสมบูรณ์แบบ ผมสีขาวยาวเลยกลางหลังพลิ้วไสวไปกับสายลมราวกับปุยเมฆ ปักเครื่องประดับสีเงินน้อยชิ้นดูสูงส่งหาใครเปรียบ
นิ้วมือเรียวงาม ผิวขาวเนียนละเอียดดั่งหยกมาพร้อมกับดวงตาสีฟ้าคู่งามดุจดั่งอัญมณีล้ำค่าที่สามารถดึงดูดผู้คนที่พบเจอให้หลงไหล
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 29
Comments
Sterling
อยู่ในโลกนิยายของแอดแล้วไม่อยากออกเลย 😍📚
2023-08-04
1
Girl lạnh lùng
น่าอ่านมาก ชอบมากๆๆ!
2023-08-04
1