หลังจากที่เฟยหลินโดนปิศาจราคะข่มเหงทั้งคืน วันนี้ร่างบางก็นอนซมจับไข้ ใบหน้างามซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ปากอิ่มแตกมีคราบเลือดแห้งติดอยู่ ลำคอระหงและบนผิวนิ่มเต็มไปด้วยรอยรักมากมาย ร่างสูงค่อยเช็ดทำความสะอาดให้อย่างเบามือ เมื่อคืนเพราะความขาดสติทำให้ร่างสูงทำร้ายอีกฝ่าย เพียงแค่คิดว่าเฟยหลินจะเกลียดชังตนเอง ก็พลันรู้สึกเจ็บปวดในอกไปหมด
"ไปตามหมอหลวงมาดูอาการของหวงไท่จื่อเฟย เดี๋ยวนี้" สิ้นคำสั่งของหวงไท่จื่อ อู๋อี้ฟานถึงกับตะลึงงันพระองค์ทรงเลือกพระชายาแล้วนะ นอกจากพ่อบ้านอู๋แล้วก็ยังมีเหล่านางกำนัลที่คอยรับใช้ได้ยินเช่นกัน เพียงไม่นานเรื่องหวงไท่จื่อเลือกพระชายาแล้วก็เลื่องลือไปทั่ววังหลวง หลายฝ่ายเริ่มจับตามองมาที่เฟยหลิน ยิ่งไท่เฮามีการเคลื่อนไหวเร็วขึ้น
"สิ่งสำคัญมากกว่าแต่งตั้งหวงไท่จื่อเฟยก็คือ การที่มันจะมีจะมีมารหัวขนออกมา ไม่เช่นนั้นการใหญ่ของเราก็คงยากลำบากเป็นแน่" พระนางกล่าวออกมาอ่างฉุนเฉียว ตอนนี้ทุกอย่างได้ถูกวางแผนไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว เหลือแค่เริ่มเทศกาลล่าสัตว์ล่าสัตว์เท่านั้น
"เรื่องจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันหมายถึงหัวของพวกเราทุกคน จำไว้องค์ไท่จื่อจะต้องตายเท่านั้น"
"เสด็จย่า หลานจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังโดยเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ"ชายหนุ่มพูดอย่างเอาใจผู้เป็นย่าู้เป็นย่า พระนางยิ้มให้หลานชายอย่างอ่อนโยน
"เด็กดี ทุกอย่างที่มันควรจะเป็นของๆเจ้ายังไงมันก็เป็นของๆเจ้า ย่าจะทวงทุกอย่างกลับคืนมาให้เจ้าเอง" พระนางพูดกับหลานชายอย่างอ่อนโยน หลานชายผู้นี่เป็นโอรสที่เกิดจากบุตรของพระนาง ในรัชสมัยของฮ่องเต้หนานเหยี่ยน ทั้งที่นางเป็นฮองเฮา เพียงเพราะบุตรของนางเกิดช้ากว่า เกิดทีหลังอย่างนั้นหรือถึงขึ้นครองบัลลังก์ไม่ได้ มันคือความเจ็บแค้น ทั้งแค้นและรักในตัวสวามี นางรู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายมิเคยรักพระนางเลย สิ่งที่นางรั้งได้ในตอนนั้นก็มีเพียงแค่ตำแหน่งมารดาของแผ่นดิน แต่รั้งพระทัยของพระสวามีมิได้เลย
"วันนี้มีคณะทูตจากแคว้นจินมาที่แคว้นฉีของพวกเรา เจ้าในฐานะชายาของข้าจะต้องไปด้วย ประเดี๋ยวข้าจะให้นางกำนัลมาแต่งกายให้เจ้า" เฟยหลินได้แต่พยักหน้ารับ เพราะรู้ว่ายังไงก็สู้คนผู้นี่ไม่ได้อยู่ดี ร่างบางถูกจับอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ ผิวที่แลดูผุดผ่องอยู่แล้วกับแลดูกระจ่างใสมากขึ้นกว่าเก่า ใบหน้างามถูกแต่งแต้มบางๆไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ปากอิ่มถูกทาด้วยชาดสีอ่อนแลดูงดงามยิ่งนัก แต่งกายด้วยชุดที่สมฐานะหวงไท่จื่อเฟย เหล่านางกำนัลต่างพูดปากต่อปากว่าพระชายาช่างงามยิ่งนัก
"เสร็จแล้วเพค่ะหวงไท่จื่อเฟย" พวกนางหมอบกายพร้อมกับถอยออกจากร่างบางเล็กน้อย
"อืม..ขอบใจพวกเจ้ามาก" ร่างบางลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินไปหาร่างสูงที่ยืนรอยื่นมือมารับอยู่ เฟยหลินวางมือตัวเองบนมือหนานั้นก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเคียงข้างกัน ผู้คนที่เห็นก็บอกนี่มันหงส์เคียงข้างมังกรที่เหมาะสมคู่ควรยิ่งนัก
"องค์ไท่จื่อ กับหวงไท่จื่อเฟยเสด็จแล้ว" เหล่าเสนาอำมาตต่างพากันลุกขึ้น ถวายการเคารพทั้งคู่ เฟยหลินรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก มือบางบีบมือของร่างสูงเอาไว้แน่น แม้ดูว่าภายนอกร่างบางจะไม่เป็นอะไร แต่ภายในคือตื่นเต้นและตกใจมาก จนร่างสูงพาเข้าไปนั่งที่ประจำตำแหน่งของตน สายตาคมมองร่างบางอย่างเอ็นดู และบอกเป็นนัยว่าอย่าได้กังวลในสิ่งใด
"อย่าได้กังวลไป มีข้าอยู่เจ้าไม่ต้องกลัวสิ่งใด" เฟยหลินพยักหน้ารับอย่างคลายความกังวล เพียงไม่นานฮองเต้และฮองเฮาก็เสด็จมาถึง ฮวงกุ้ยเฟยก้ตามเข้ามา ร่างบางได้มีโอกาสได้พบหน้ามารดาของร่างสูงเป็นครั้งแรก พระนางมีใบหน้าที่งดงามไม่แพ้ฮองเฮา แต่มีใบหน้าที่มีควมอ่อนโยนกว่ามาก พระนางหันมายิ้มให้บุตรชายก่อนจะไปนั่งประจำตำแหน่งของตนเอง เหล่าเชื้อพระวงศ์ก็มากันจนครบแล้ว เสียงพูดคุยได้ยินมาเป็นระยะๆ
"ขอบใจพวกท่านทั้งหลายที่มาร่วมงานในวันนี้ วันนี้ตัวแทนจากแคว้นจินจะมาสานสัมธไมตรีกับแคว้นฉีของเรา องค์ไท่จื่อจินจื่อเชวี่ยน เป็นตัวแทนจากแคว้นจิน เพื่อความสัมพันธ์อันดี อีกไม่นานระหว่างสองแคว้นจะมีงานมงคลระหว่าง องค์ไท่จื่อจินจื่อเชวี่ยและองค์หญิงจ้าวลี่จู เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างแคว้นฉีกับแคว้นจิน" เสียงผู้คนต่างแสดงความยินดี องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นจินเดินออกมากลางท้องพระโรง พร้อมกับทำความเคารพฮองเต้แห่งแคว้นฉี
"ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี หม่อมฉันทราบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ แคว้นจินของเรามีความยินดีที่จะได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับแคว้นฉี หม่อมจะให้เกียรติองค์หญิงจ้าวลี่จูเหนือผู้ใดในแผ่นดิน ขอบพระทัยฝ่าบาทและฮองเฮาที่ทรงไว้พระทัยหม่อมฉันพ่ะย่ะค่ะ" ร่างสูงขยับออกเพื่อหลีกทางให้เหล่าขันทีนำเครื่องบรรณาการขึ้นถวาย ของทุกอย่างที่นำมาล้วนเป็นของที่หาค่ามิได้ทั้งนั้น ฮองเต้ห่าวอู๋มองด้วยความพึงพอพระทัย
"การอภิเษกระหว่างองค์ไท่จื่อแห่งแคว้นจินกับองค์หญิงจ้าวลี่จูจะถูกจัดขึ้นโดยเร็วที่สุด เอาละเริ่มงานเลี้ยงฉลองในคืนนี้ได้" หลังจากสิ้นคำพูดของฮองเต้ เหล่านางรำก็ออกมาร่ายรำกันอย่างงดงาม เสียงดนตรีสนุกสนานสร้างความเพลิดเพลินให้เหล่าผู้คนเป็นอย่างมาก แต่ผิดกับองค์หญิงใหญ่ที่มีสีหน้านิ่งเฉย แต่ข้างนั้นแทบจะอาสัญลงตรงนั้น นางอยากจะร่ำไห้ออกมาเพื่อระบายทุกความรู้สึกออกมา ตอนนี้นางอยากเห็นหน้าชายในดวงใจที่นางคะนึงหาทุกวันคืน
"ที่ผู้คนเล่าลือว่าองค์หญิงจ้าวลี่จู งดงามดั่งนางอัปสร หม่อมฉันคิดว่าไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย" ลี่จูฝืนยิ้มให้อาคันตุกะออกไป พลางรับจอกสุรามาดื่ม
"คำพูดเล่าลือของผู้คน ก็ใช่ว่าจะเชื่อได้นะเพค่ะ" พระนางตรัสกลับไปด้วยรอยยิ้ม จินจื่อเชวี่ยนยิ้มรับรอยยิ้มหวานนั้นอย่างพอพระทัย ที่นั่งของทั้งสองพระองค์ถูกจัดให้อยู่เคียงกัน หนิงหลงมองดูพี่สาวอย่างเฉยชาก็จริง แต่ข้างในนั้นก็ห่วงไม่ได้ เมื่อฝ่าบาทตรัสออกไปแล้วย่อมไม่คืนคำพูดเป็นแน่ ส่วนเขาก็มองคนตัวเล็กที่กำลังหยิบคำขนมทานจนแก้มตุ่ยอย่างเอ็นดู
"หนิงหลง หวงไท่จื่อเฟยขอมารดาผู้นี่คุยกับพวกเจ้าสักประเดี๋ยวได้หรือไม่" เสียงอ่อนโยนถามทั้งคู่ ซึ่งร่างสูงก็พยักหน้ารับอย่างเต็มใจ ก่อนจะขอตัวออกจากงานเลี้ยงไปก่อน ซึ่งแน่นอนว่าฮองเฮาก็ได้ไปด้วย
"ลูกมั่นใจแล้วใช่หรือไม่ว่าคนผู้นี่จะอยู่เคียงข้างลูก ลูกรู้ใช่หรือไม่ว่าอนาคตของชายาเจ้าจะต้องพบเจอกับสิ่งใด"
"ลูกมั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ และลูกก็จะมีแค่เพียงชายาเดียวเท่านั้น" ร่างสูงตอบกลับไปอย่างมั่นใจ ตอนนี้เขาไม่รักแล้วอย่างไร แต่เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้เฟยหลินไปเป็นของผู้อื่นได้เช่นกัน
"หวงไท่จื่อเฟย พรุ่งนี้เจ้ามาที่ตำหนักคุนหนิง ในอนาคตตำหนักแห่งนั้นจะเป็นของเจ้า ข้ากับหวงกุ้ยเฟยจะสั่งสอนมารยาทในวังของเจ้า แน่นอนบุตรของเสนาบดีใหญ่แห่งแคว้นฉินยังไง เจ้ก็ย่อมรู้เรื่องมารยาทพวกนี้อยู่แล้ว ภายภาคหน้าจ้าจะต้องขึ้นเป็นมารดาของแผ่นดิน เจ้าต้องรู้จักมารยาทตรงนี้ให้มากกว่าผู้อื่น เข้าใจหรือไม่" ฮองเฮาพูดด้วยน้ำเสียงกดดัน จนเฟยหลินไม่กล้าแม้แต่จะโต้แย้ง
"พ่ะย่ะค่ะ พรุ่งนี้หม่อมฉันจะไปที่ตำหนักคุนหนิง" เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจแล้ว ทั้งหมดก็นั่งกินลมชมวิวต่อไป
ทางด้านองค์หญิงใหญ่หลังจากพูดคุยกับองค์ไท่จื่อแห่งแคว้นจินจบ ก็ขอตัวกลับตำหนักเพื่อพักผ่อน ระหว่างทางก็ได้พบองครักษ์อู๋อี้ฟานกำลังยืนทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ไม่ไกลจากที่ ฮองเฮา หวงกุ้ยเฟยและองค์ไท่จื่อกับพระชายาอยู่ นางเดินเข้าไปมองหน้าชายหนุ่มเพื่อถามอะไรบางอย่างให้แน่ใจ
"อี้ฟาน ข้ามีเรื่องที่บัดนี้ก็ไม่เคยเข้าใจ และจะไม่มีวันเข้าใจเจ้าด้วย ตอบคำถามข้าเพียงคำถามเดียว ความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อข้าที่ผ่านมามันคืออะไร" พระนางรอคำตอบจากชายหนุ่มด้วยพระพักตร์หมองเศร้า
"พระองค์คือนายเหนือหัว กระหม่อมเป็นเพียงองครักษ์ที่ต้องทำตามหน้าที่ มันคือหน้าที่ของกระหม่อมไม่มีอะไรมากเกินไปกว่านั้นพ่ะย่ะค่ะ" ร่างสูงตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่แสนจะเย็นชา
"ไม่มีสักครั้งที่เจ้าจะคิดมากกว่านั้นกับข้าเลยหรือ ที่ผ่านมาคงเป็นข้าที่เฝ้าเพ้อฝันเพียงฝ่ายเดียว เจ้าช่างใจร้ายนัก" พระนางพยายามฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมาเพื่อแสดงความอ่อนแอ ต่อหน้าบุรุษใจร้ายผู้นี่อีก
"ข้าเข้าใจแล้ว ขอโทษที่คอยรบกวนใจเจ้า" ร่างระหงเดินจากไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในขณะที่อู๋อี้ฟานก็เจ็บปวดไม่ต่างกันเลย
"เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้เราทั้งคู่อย่าได้เวียนว่ายตายเกิดมาพบเจอกันอีกเลย ขอให้เจ้าเจอคนที่เจ้ารักด้วยใจจริง และเขาผู้นั้นก็รักเจ้าไม่ต่างกับที่ข้ารักเจ้า ชาตินี้วาสนาของข้ากับเจ้าไม่อาจจะเคียงข้างกันได้ ก็ขอให้มันสิ้นสุดเพียงชาติภพนี้เถิด" คำอธิษฐานที่ดังอยู่ในใจของพระนางดังก้องออกมา พร้อมกับน้ำตาหยดสุดท้าย
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 52
Comments