อู๋อี้ฟานหลังจากออกจากห้องทรงงานขององค์ไท่จื่อ เขาก็วางกำลังดูแลจวนให้นายเหนือหัวจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะรวบรวมองครักษ์เงาฝีมือดีได้จำนวนสิบคน ทั้งหมดซ่อนเร้นกายหายไปในเงามืด แม้นจะเห็นว่ามีคนของไทเฮาอยู่ไม่ห่าง เขาก็จัดการเก็บกวาดพวกมันจนหมดสิ้น แต่ก็ไม่ประมาทเด็ดขาด เพราะความปลอดภัยขององค์ไท่จื่อสำคัญที่สุด
"พวกข้าจัดการพวกมันหมดแล้วขอรับ" หนึ่งในองครักษ์เงาเข้ามารายงานชายหนุ่ม ซึ่งตอนนี้เผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงของตัวเองออกมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วหนาคมเข้มจมูกโด่งสันได้รูป รูปร่างงดงามไม่แพ้ผู้เป็นนายเลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่วางเอาไว้
"พวกมันเริ่มมาตั้งฐานทัพกันแล้วสินะ นั้นมันเสนาบดีกรมการคลังนี่ ทำไมถึงมาพัวพันกับพวกแมงป่องดำได้" อู๋อี้ฟานมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ ข่าวลือที่ว่าคนผู้นี้เป็นคนของไทเฮาก็คงจะเป็นเรื่องจริงสินะ
"เอาอย่างไรดีขอรับท่าอู๋อี้ฟาน" หนึ่งองครักษ์เงาถามออกมา
"จับตาดูเอาไว้ก่อน ห้ามลงมือโดยเด็ดขาดหาทางแฝงเข้าไปในนั้นให้ได้ เพียงไม่นานฝ่ายขององครักษ์เงาก็จัดการทหารยามไปได้ พวกมันส่วนมากจะเป็นทหารรับจ้างมาจากต่างที่ต่างแดนกัน จุดหมายของพวกมันก็เพียงเงินเท่านั้น ทหารที่ถูกจับก็จะถูกส่งตัวไปยังคุกใต้ดินทันที เมื่อเห็นว่าคนของตนแฝงเข้าไปได้แล้ว อู๋อี้ฟานก็ถอนกำลังกลับ พร้อมกับคนของแมงป่องดำอีกสามคน ซึ่งพวกมันตอนนี้อยู่ในอาการหมดสติทั้งหมด
หลังจากคุมตัวพวกมันทั้งหมดลงไปยังห้องใต้ดินแล้ว พวกเขาก็จัดเวรยามให้มันเหนียวแน่น เข้มงวดเพิ่มมากขึ้น พรุ่งนี้ชะตาของพวกมันจะอยู่หรือตายก็ขึ้นอยู่ที่องค์ไท่จื่อจะตัดสินแล้ว
"คืนข้าขอฝากพวกเจ้าด้วย ข้าไปล่ะ" องครักษ์ต่างก้มหัวเคารพอู๋อี้ฟาน เมื่อร่างสูงกลมาถึงห้องก็ถอดชุดออกเผยให้เห็นรูปร่างกำยำ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร วิชาตัวเบาของก็พุ่งทะยานไปถึงเตียงนอนของเขาเอง มือหนาจับมีดพกกดไปที่ลำคอระหงของอีกฝ่าย จนร่างงามนั้นตกใจกลัวอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านไม่ควรมาที่นี่นะพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงใหญ่"
"แล้วทำไมข้าจะมาหาเจ้าไม่ได้ ข้าแค่เพียงคิดถึงเจ้าไม่ได้หรือ ทำไมเจ้าถึงใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้" พระนางน้ำตาคลอไปด้วยความน้อยใจ ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เปลี่ยนไปกลายเป็นคนเย็นชา เป็นใครที่พระนางไม่รู้จัก
"บุรุษและสตรีไม่ควรอยู่ในที่แบบนี้ตามลำพัง หม่อมฉันจะส่งพระองค์กลับวังเองพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่ต้องข้าวิ่งเร่มาหาเจ้าได้ ข้าก็กลับเองได้ไม่ลำบากท่านอู๋อี้ฟานให้ไปส่งหรอก" พูดจบพระนางก็ใช้วิชาตัวเบาหลบออกไป อู่อี้ฟานยกมือหนาขึ้นลูบหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนใจ เขารู้ดีว่าเรื่องของเขากับองค์หญิงจ้าวลี่จูเป็นไปไม่ได้เลย ทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งไม่มีทางเทียบเคียงได้เลย เขาไม่อยากให้องค์หญิงต้องโดนนินทาหรือมีข้อครหาได้
"เป็นอย่างไรบ้างเพค่ะองค์หญิง" นางกำนัลที่ติดตามถามองค์หญิงของนางอย่างตื่นเต้น
"กลับเถอะ ข้าพอแล้วข้าคงเป็นหญิงหน้าด้านไร้ยางอายมากเลยสินะ วิ่งมาหาบุรุษถึงเรือนก็ยังถูกเขาปฏิเสธ ช่างน่าสมเพชเสียจริงๆ" พระนางตรัสออกมาไม่บ่งบอกถึงอารมณ์อันใด แต่นัยน์ตากลับคลอไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะหลั่งไหลได้ทุกเมื่อ ในระหว่างที่กลับวังหลวง ร่างสูงก็แอบตามมาส่งไม่ห่าง โดยที่พระนางไม่ได้รับรู้เลย
เมื่อตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่เฟยหลอนเห็นจนชินก็คืออีตาบ้านี่แหละ ห้องตัวเองมีไม่ยอมไปนอน มาเบียดเขาอยู่ได้ ร่างบางก็ลุกขึ้นทำกิจวัดประจำเหมือนเดิม เมื่อทานมื้อเช้าเสร็จแล้ว ร่างสูงก็บอกว่ามีเรื่องจะบอกเขา
"วันนี้เจ้าจะต้องเข้าไปรอข้าที่ตำหนักบูรพา ที่นั่นจะไม่มีใครรบกวนเจ้าได้"
"แล้วทำไมข้าจะต้องเข้าวังด้วยละขอรับ" รางบางถามอย่างไม่เข้าใจ
"ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าเข้าใจ หน้าที่ของเจ้าก็คือทำตามคำสั่งของเข้าท่านั้น" เฟยหลินเมื่อได้ยินดังนั้นก็หุบปากตัวเองเสียสนิท นั้นสินะเขามีสิทธิ์ไปสงสัยอันใดได้ ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงแค่เชลยเท่านั้น
"ขอรับข้าเข้าใจแล้ว" ตาหวานมองซูเหมยที่กำลังเก็บข้าวขอบางส่วนขึ้นรถม้าไป มีทั้งของเขาและร่างสูงด้วย เพียงไม่นานก็เก็บของเสร็จ จนพ่อบ้านมาตามเขาเพื่อให้นำหน้าไปวังหลวงก่อน
"ตอนนี้กระหม่อมจับคนจากเคหาสน์แมงป่องดำมาได้พ่ะย่ะค่ะ พระองค์จะจัดการพวกมันอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ"
"เจ้าพาคนของข้าไปส่งให้ถึงวังบูรพา ห้ามมิให้ผู้ใดรบกวนเขาโดยเด็ดขาด ส่วนพวกมันข้าจะจัดการเอง" เมื่อได้รับคำสั่งแล้ว พ่อบ้านอู๋ก็ถอยออกมาพร้อมกับเคลื่อนขบวนรถม้ามุ่งหน้าสู่วังหลวง
เมื่อมาถึงวังหลวงทุกอย่างก็ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เฟยหลินได้พักห้องบรรทมขององค์ไท่จื่อ และแน่นอนว่าเมื่อมาอยู่ที่นี่เขาจะใช้คำพูดมั่วซั่วกับอีกฝ่ายเหมือนอยู่ด้านนอกไม่ได้แล้ว
"เฮ้อวังก็งดงามกว้างใหญ่อยู่หรอก แต่กลับไม่ได้น่าอยู่สักนิด ไม่แปลกใจทำไมเขาถึงไม่อยากอยู่ที่นี่ ถึงออกไปอยู่ด้านนอกนั้นแทนที่จะอยู่ตำหนักของไท่จื่อ" วังหลวงที่เต็มไปด้วยอันตรายที่พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว เฟยหลินเริ่มช่วยซูเหมยจัดเก็บข้าวของเหมือนเคย จนซูเหมยเองก็ไม่อาจจะห้ามปรามได้ เพราะคุณชายของนางไม่เคยอยู่นิ่งเฉยเลยสักครั้ง ส่วนอาหารการกินก็ยังต้องเป็นเขาที่ยังคงทำหน้าที่ต่อไป
"คุณชายเจ้าค่ะ หีบผ้าพวกนี้เอาไว้ตรงไหนดี" ซูเหมยถามความเห็นจากผู้เป็นนาย
"เอาไว้ตรงนู่นเลย ตรงนั้นน่าจะเป็นที่เก็บของใช้ส่วนพระองค์ อย่าเอาของข้าไปปนกันล่ะ ที่นี่คือวังบูรพาจะทำแบบตามใจเหมือนจวนแม่ทัพใหญ่ไม่ได้แล้ว" ร่างบางเมื่อเห็นว่าจัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ก็เตรียมเข้าครัวต่อเพราะตั้งแต่เช้าเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
"เราไปทำอะไรกินดีกว่า ตอนนี้ข้าหิวมากเลย" เมื่อซูเหมยได้ยินดังนั้นก็รีบเข้าครัวเพื่อก่อไฟให้ผู้เป็นนายทันที นางลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกันนะ มัวแต่กังวลจนลืมนึกถึงคุณชายของนางไปได้
"เรามาทำอะไรง่ายทานกันดีกว่านะซูเหมย" เฟยหลินมองดูวัตถุดิบที่จะทำวันนี้ ของในครัวครบครันทุกอย่างข้าวของเครื่องใช้สมฐานะเจ้าของ ร่างบางเริ่มหุงข้าวและทำอาหารอย่างรวดเร็ว โดยมีซูเหมยคอยเป็นลูกมืออยู่ใกล้ๆไม่ห่าง
"เรานั่งทานในครัวนี่แหละ เจ้าก็ไปตักข้าวมากินได้เลยพร้อมข้า"
"แต่ว่าคุณชายเจ้าค่ะ บ่าวว่ามันไม่สมควรเจ้าค่ะ บ่าวเป็นบ่าวไม่ควรตีตนเสมอนาย" เฟยหลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ข้าบอกก็ทำตาม เดี๋ยวนี้" เขาไม่อยากจะใช้โหมดเผด็จการหรอกนะ แต่มัวแต่เกรงใจวันนี้ก็คงไม่ต้องกินข้าวแล้ว ซูเหมยจึงลุกขึ้นไปตักข้าวมาทานกับคุณชายน้อยอย่างจำใจ เธอไม่อยากให้ใครมองคุณชายไม่ดี
"ไม่ต้องไปสนใจใครทั้งนั้น ในเมื่อตัวข้ายังไม่สนใจ" เมื่อผู้เป็นนายว่าแบบนั้นแล้ว นางก็ไม่อาจจะโต้แย้งอันใดได้อีกต่อไป
ทางด้านจวนแม่ทัพใหญ่ที่ตนนี้คุกใต้ดินมีแต่เสียงกรีดร้อง โหยหวนของชายสามคนที่กำลังถูกทรมานอย่างหนัก ร่างสูงมองสภาพของพวกมันอย่างเย็นชา เล็บมือและเล็บเท้าของมันถูกถอดออกจนหมดสิ้น หนึ่งในสามของพวกมันโดนตัดลิ้นเลือดไหลทะลักออกจากปาก เนื้อจากทำให้ร่างสูงอารมณ์เสียอย่างหนัก
"ชีวิตของพวกเจ้าก็ใช่จะมีค่าอันใดกับข้า จะฆ่าพวกเจ้าทิ้งทันทีมันก็ง่ายไปเจ้าว่าไหม" พวกมันต่างมองตาแทบถลน พร้อมกลืนน้ำลายอย่างยกลำบาก ส่วนคนที่โดนตัดล้นก็ครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด ลมหายใจของมันรวยริน โรยแรงลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก
"เจ้าคงอยากจะทดลองมันจนใจจะขาดเลยสินะ เจ้าคนไหนอยากทดลองก่อนละ" พวกมันทั้งคู่ต่างส่ายหน้าด้วยน้ำตานองหน้า ถ้าพวกมันต้องไปอยู่ในหีบนั้น ถ้าที่พวกมันจะตายก็ทรมานอย่างแสนสาหัสเป็นแน่
"พวกข้าบอกแล้ว พวกข้ายอมบอกแล้ว" พวกมันต่างแย่งกันพูด จนหนิงหลงต้องยกมือขึ้นห้าม และให้พวกมันพูดทีละคน จนเมื่อได้ข้อมูลจนเป็นที่พอใจ ร่างสูงก็ให้องครักษ์เงาจัดการพวกมันให้จากไป โดยไม่ต้องทรมานเพื่อเป็นของรางวัลตอบแทน
"พวกเจ้าจงดูแลที่นี่ต่อไป ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามายุ่มย่ามที่นี่โดยเด็ดขาด"
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่มีผู้ใดมาเข้ามาโดยเด็ดขาด" เมื่อหนิงหลงได้ข้อมมูลของแมงป่องดำแล้ว เขาก็เดินทางกลับวังหลวงทันที ทางด้านวังหลวงตอนนี้ก็มีคนพยายามบุกเข้าไปในวังบูรพา แต่อู๋อี้ฟานก็ไม่ปล่อยให้ผู้ใดผ่านเข้าไปได้สักคน
"คิดว่าเป็นคนขององค์ไท่จื่อ เจ้าจะกำแหงได้นะอู๋อี้ฟาน" เสียงแหลมแสบแก้วหูแผดเสียงใส่พ่อบ้าอู๋อย่างโกรธเคือง
"องค์ไท่จื่อห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปด้านในโดยมิได้รับอนุญาตจากพระองค์ กูกูจิ้งโปรดเข้าใจด้วย"
"บังอาจแม้แต่คำสั่งของไทเฮาเจ้าก็บังอาจขัดพระประสงค์อย่างนั้นหรือ" กูกูจิ้งกล่าวอย่างไม่พอใจ
"ดี ดีจริงๆเป็นแค่บ่าวไพร่แต่ขัดคำสั่งผู้เป็นนาย ชะรอยเงาบนหัวของเจ้าคงจะไม่เสียแล้ว"
"เจ้าหมายถึงเงาหัวตัวเองใช่หรือไม่ เงาบนหัวของเจ้านั่นนะ" แรงกดดันมหาศาลบที่ถูกปล่อยออกมาฉับพลันทำเอาหญิงชราขาสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
"ดีเสียจริงที่มาข่มขู่คนของข้า ชะรอยคำสั่งคนเข้าตำหนักของข้าคงไม่เข้าหูบ่าวไพร่อย่างเจ้าสินะ" กูกูจิ้งทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง ตามององค์ไท่จื่ออย่างหวาดกลัว
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 52
Comments