องค์หญิงใหญ่จ้าวลี่จู พระธิดาที่ประสูติจากฮองเฮาเพียงพระองค์เดียว พระนางมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับองค์ไท่จื่อเป็นอย่างมาก พระมารดาของระองค์ก็ทรงรักน้องชายต่างมารดาผู้นี้ไม่แพ้กัน ถึงฮองเฮาจะดูเหมือนเย็นชากับหนิงหลง แต่ไม่มีเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับหนิงหลงที่พระนางไม่รู้จัก โดยเฉพาะเชลยศึกผู้นั้นที่ทรงสนพระทัยเป็นอย่างมาก จนต้องขอร้องให้นางมาดูด้วยตาตนเอง คนที่ทำให้หนิงหลงแทบจะบุกไปเผาจวนทิ้งเพียงเพราะไปแตะต้อง ของที่ไม่ควรจะแตะเข้า
"แม่ได้ยินข่าวลือมาว่าคนผู้นั้นเป็นบุตรชายเกอของเสนาบดีฝ่ายซ้ายจากแคว้นฉิน มีความงามที่เป็นที่ร่ำลือคุณชายน้อยเจินเฟยหลิง แม่อยากจะรู้นักมันใช้กลอันใดที่ทำให้น้องชายเจ้า คลั่งจนเกือบจะสังหารตระกูลที่นั่นจนเกือบสิ้น"พระนางกล่าวอย่างขับข้องใจ แต่ข่าวลือที่ว่าจากหมู่ทหารที่ตามองค์ไท่จื่อไปออกรบกับแคว้นฉี ก็ทำเอาฮองเฮาอย่างนางสนใจไม่น้อย
"เห็นที่คงต้องไปเยือนจวนแม่ทัพบูรพา สักหน่อยแล้วละเพค่ะเสด็จแม่" องค์หญิงจ้าวลี่จูเอ่ยออกมาอย่ามีความนัยแฝงอยู่ ฮองเฮาก็มองตาพระธิดาของตนอย่างรู้ความนัย
"มีรายงานเพิ่มนะเพค่ะว่า สำรับขององค์ไท่จื่อก็เป็นคุณชายผู้นี่เป็นคนจัดการเองทั้งหมด โดยเป็นคำสั่งโดยตรงจากองค์ไท่จื่อเพค่ะ" กูกูข้างกายของฮองเฮารายงานในสิ่งที่คนในจวนไทจื่อบอกกับนางมาอีกที
"น่าสนใจจริงๆ หนิงเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะสามารถทำอาหารให้เขากินเข้าไปได้ แต่เกอผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ"
"เห็นพ่อบ้านอู๋กล่าวมาอีกว่า คุณชายเจินเฟยหลินเป็นเกอที่มีคุณลักษณะ ตรงตามตำราทุกประการเพค่ะ คุณชายผู้นี้มีปานแดงแห่งดาวราชันย์ "เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวังหลังถึงกลับมองหน้าองค์หญิงลี่จู่ทันที
"เรื่องนี่จะให้องค์ไทเฮารับรู้ไม่ได้ พวกเจ้าห้ามแพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นนอกจากหนิงเอ๋อร์จะมีอันตรายแล้ว เด็กคนนั้นก็จะโดนหมายหัวไปด้วย กูกูจงนำเรื่องนี้ไปบอกกับกุ้ยเฟยให้รู้ตัวไว้ด้วยละ"
"เพค่ะฮองเฮา หม่อมฉันจะรีบไปแจ้งให้กุ้ยเฟยทราบเลย" พูดจบนางก็ปลีกตัวออกไปทันที การกระทำในพระตำแหน่งฮองเฮาก็ได้ล่วงรู้ไปยังพระกรรณของไทเฮาแล้ว แค่ยังไม่ทราบรายละเอียดดี นอกจากนี้องค์ไทเฮาก็ให้คนจับตามองตำหนักคุนหนิงต่อไป รวมถึงจวนที่อยู่นอกวังขององค์ไทจื่อด้วย
ทางด้านจวนแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉีเริ่มมีคนแอบแฝงเข้ามา และแน่นอนก็ไม่อาจที่จะรอดพ้นสายตาอันเฉียบแหลมของพ่อบ้านอู่ และเหล่าองครักษ์เงาที่ดูแลจวนแห่งนี้อยู่ เห็นทีเขาคงจะต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ไทจื่อแบบจริงจังสักที
"ฝ่าบาทหม่อมฉันมีเรื่องที่จะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ" เมื่อเห็นพ่อบ้านอู๋จริงจังแบบนั้น หนิงหลงที่กลับมาจากเข้าวังและไปค่ายทหารก็พยักหน้ารับ น้อยนักที่พ่อบ้านอู๋จะใช้คำพูดจริงจังและเป็นทางการแบบนี้ ตั้งแต่ออกจากวังมาอยู่ที่นี่ พ่อบ้านอู๋ก็ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ร่างสูงเดินนำไปยังห้องทรงงาน โดยมีพ่อบ้านอู๋เดินตามมาติด ความจริงแล้วพ่อบ้านอู๋ หรือ อู๋อี้ฟานเป็นหัวหน่วยองครักษ์เงาที่ขึ้นตรงต่อองค์ไท่จื่อ มีหน้าที่รับคำสั่งโดยตรงจากรัชทายาท ซึ่งต่างจากหน่วยองครักษ์เสื้อแพรที่ขึ้นตรงกับฮองเต้โดยตรง
"ว่ามามีอะไรจะพูดมา" เมื่อร่างสูงนั่งลงแล้ว พร้อมกับเปิดอ่านฎีกาต่างๆไปด้วย
"วันนี้องค์ไทเฮาและฮองเฮาส่งคนมาแฝงในจวนพ่ะย่ะค่ะ รวมถึงคุณชายจินหลิงหลานชายของผู้ตรวจการ ก็เข้ามาก่อความวุ่นวายและลงมือทำร้ายบ่าวรับใช้ของคุณชายเฟยลิง อันนี้ฝ่าบาทก็คงจะทราบแล้ว" พ่อบ้านอู๋รายงานตามความเป็นจริงทุกอย่าง
"เจ้าก็จัดการทุกอย่างแล้วนี่ แล้วยังมีอะไรอีกที่เปิ่นหวางไม่รู้"
"พระองค์ทรงทราบหรือไม่ขอรับว่าคุณชายเฟยหลิน มีดวงค้ำดาวราชันย์" พ่อบ้านอู่ถามนายเหนือหัวเพื่อความมั่นใจ
"เจ้าว่าอย่างไร หมายความอย่างไร" ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย
"หม่อมกำลังกราบทูลว่า คุณชายเฟยหลินมีสัญลักษณ์ของดาวราชันย์ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ย่อมเป็นภัยต่อตัวคุณชายและพระองค์เป็นแน่ หม่อมฉันไม่แน่ใจว่าทั้งองค์ฮองเฮาและองค์ไทเฮารู้เรื่องนี้มากเพียงใด ถึงกลับส่งคนมาแฝงในจวนแบบนี้ เป้าหมายก็คงจะเพื่อจับตาดูคุณชายเฟยหลินเป็นแน่" พ่อบ้านอู๋พูดต่อไป ซึ่งร่างสูงก็ได้แต่คิดตาม
"เจ้าทำตัวให้ปกติ จัดการทุกอย่างให้แนบเนียนหาคนมาแทนที่คนของฮองเฮา ให้พูดในสิ่งที่ควรพูด ยกเว้นเรื่องของเฟยหลิงเท่านั้น ดูท่าทีของทั้งสองฝ่ายเอาไว้" ร่างสูงสั่งงานพ่อบ้านอู๋ก่อนจะเตรียมไปทานมื้อเย็นกับเฟยหลิงต่อไป
"สาวใช้ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ชายหนุ่มถามทันทีที่เห็นหน้าร่างบาง
"นางดีขึ้นมากแล้วขอรับ ต้องขอบคุณพ่อบ้านอู๋ที่ให้ยาอย่างดีมาให้นาง ขอบคุณขอรับ" ร่างสูงไม่ได้สนใจคำพูดของคนตัวเล็ก แต่มือหน้าจับใบหน้าเนียน สายตาคมมองรอยตบบนใบหน้าอย่างขุ่นเคือง น่าจะตัดมือมันให้ขาดจริงๆ
"อย่าให้ใครทำเจ้าเจ็บ นอกจากข้าไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามแตะต้อง" ร่างบางเมมปากแน่นแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกไป ทั้งคู่จึงทานข้าวไปเงียบๆ โดยมีร่างสูงคอยคีบอาหารให้คนตัวเล็กไม่ขาด
"กินเข้าไปเยอะๆผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก ข้าไม่ชอบ" เฟยหลิงอยากจะแย้งเหลือเกิน ตั้งแต่เดินทางมาที่นี่ มีคืนไหนบ้างที่เจ้าปิศาจราคะนี้ไม่นอนกอดเขาบ้างเถอะ กอดเขาเองแล้วก็บ่นเอง แต่ก็ไม่เคยให้เฟยหลินห่างกายเลยสักครั้งในยามค่ำคืน จนเดินทางกลับมาถึงที่นี่
"เอาละข้าจะไปจะห้องทรงงานสักหน่อย คืนนี้เจ้าก็พักผ่อนให้เต็มที่ ที่ข้าปล่อยเจ้าคืนนี้ก็เพราะข้ามีงานสำคัญรออยู่ อย่าสำคัญตัวผิดล่ะ" พูดจบก็เดินจากไปทันที ท่ามกลางความโล่งใจของเฟยหลิง ที่อย่างน้อยคืนนี้เขาก็รอดพ้นเงื้อมมือไอ้ปิศาจนั้น
"ขอให้ยุ่งทุกวัน ทุกๆวันเลยเถอะ" แม้เฟยหลิงจะพูดเบามากแค่ไหน แต่สำหรับผู้ที่ฝึกวรยุทย์มาอย่างดี เสียงเบาเพียงใดเขาก็ได้ยินหมด ร่างสูงอยากจะกลับไปลงโทษเด็กดื้อนั้นให้สมใจอยาก แต่งานนี้มันสำคัญต่อบ้านเมืองร่างสูงจึงตัดใจเดินเข้าห้องทรงงานต่อไป
คืนนี้มีกลุ่มลับต่างๆคอยจับตาดูจวนแม่ทัพอยู่ย่างเงียบๆ แต่ทุกอย่างกลับอยู่ในสายตาของอู๋อี้ฟานและกลุ่มองครักษ์เงาทั้งหมด แม้กระทั่งกลุ่มองครักษ์เสื้อแพรก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแปลก ทุกอย่างถูกรายงานไปยังองค์ไท่จื่อโดยตรง
"อย่าพึ่งลงมือเสด็จพ่อก็คงจะเห็นมีความเคลื่อนไหวแปลก ถึงได้ส่งพวกองครักษ์เสื้อแพรออกมาเคลื่อนไหว ยิ่งมีข่าวว่าองค์ชายสองร่วมมือกับเคหาสน์แมงป่องดำ ข้าคิดว่าอีกไม่นานเสด็จพ่อก็คงจะจัดการพวกที่คิดก่อกบฏในไม่ช้านี่เป็นแน่"
"กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ" พ่อบ้านอู๋จึงกลับออกไป พร้อมกับให้คนดูแลคุณชายเฟยหลิงเพิ่มเติม ตลอดทั้งคืนมีคนพยายามเข้ามาในจวน และแน่นอนพวกมันไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าเข้ามา แม้แต่ก้าวเดียว
หลังจากที่ถูกก่อกวนทั้งคืนร่างสูงก็กลับเข้ามานอนกอดคนตัวเล็กก็เกือบรุ่งสาง เฟยหลิงตื่นขึ้นมาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าหนิงหลงกำลังกอดเขาอยู่ ร่างบางพิจารณาใบหน้าที่หล่อนั้น ใบหน้ายามหลับดูสงบและดูอ่อนโยนมากกว่าปกติ เหอะหลับขนาดนี้เอาหมอนปิดจมูกให้ตายๆไปเลยดีไหม แต่เขามาคิดอีกที ไม่เสี่ยงดีกว่าเผลอยังไม่ได้ทำอะไร คนที่จะต้องตายก็คงเป็นตัวเขาเองนะแหละ เฟยหลิงค่อยๆลุกขึ้นเบาๆก่อนจะไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะไปเข้าครัวเพื่อเตรียมมื้อเช้าให้ร่างสูงทันที
"วันนี้ทำอะไรให้อีตานั่นกินดีนะ คงไม่พ้นโจ๊กอีกแล้ว เปลี่ยนเป็นข้าวต้มดีกว่าถ้าอย่างนั้น" ร่างบางเริ่มลงมือทำข้าวต้มหมูสับพร้อมกับผัดผักเพิ่มอีกสองอย่าง เมื่อวานพ่อบ้านอู๋ได้ปลาสดๆมา ทอดเพิ่มอีกอย่างก็แล้วกัน เมื่อคนตัวเล็กเตรียมอาหารเสร็จซูเหมยก็มาพอดี
"ขออภัยนะเจ้าค่ะคุณชาย ที่ข้าน้อยมาช้า"
"ไม่เป็นไร อย่างไรเสียงานนี้ข้าก็ต้องเป็นคนทำเองทั้งหมดอยู่แล้ว" ร่างบางตอบกลับไป พลางมองดูหน้าของซูเหมยที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนี้แล้ว
"เจ้าดีขึ้นแล้วหรือ ถึงได้รีบออกมาแบบนี้" เฟยหลิงถามด้วยความเป็นห่วง
"ข้าดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณ คุณชายที่เป็นห่วง" เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะช่วยกันกับซูเหมยเพื่อจัดสำรับอาหาร เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของจวนจะตื่นแล้ว
"ข้าจะให้พ่อบ้านอู๋เพิ่มยาสมุนไพรให้เจ้า เอาไปต้มทานเสีย" พ่อบ้านอู๋หยิบห่อสมุนไพรให้กับสาวใช้ของร่างบาง ซูเหมยกล่าวขอบคุณก่อนจะถอยออกไปยืนอยู่ห่างๆ หนิงหลงเสวยอาหารมื้อเช้าอย่างพึงพอใจ พร้อมกับขอเติมข้าวต้มหมูสับอีกชาม เมื่อรับมื้อเช้าเสร็จร่างสูงพร้อมกับทหารอีกจำนวนหนึ่งก็ออกจากจวนไป โดยบังคับคนตัวเล็กออกไปส่งตนเองหน้าจวนด้วย เพียงไม่นานข่าวลือเรื่องเกอข้างกายแม่ทัพใหญ่ก็กระจายไปทั่วเมือง รวมถึงความงามเฟยหลิงที่ทำเอาชายหนุ่มที่ได้เพียงเห็นหน้า เกิดอาการตกหลุมรักได้ไม่ยาก
"หึ ข่าวของเด็กคนนั้นเป็นที่สนใจของผู้คน ดียิ่งนักที่ข้ามาเยือนจวนขององค์ไท่จื่อในวันนี้" องค์หญิงใหญ่ลี่จูกล่าวออกมาอย่างพอใจ ยิ่งรู้ว่าน้องชายไม่อยู่แล้ว นางยิ่งอยากจะเร่งไปให้ถึงที่นั่นโดยเร็วที่สุดด้วยซ้ำ
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 52
Comments