ทางเลือกจองคุณหมอ

มันเป็นรถบรรทุกขนาดกลางสีดำเงาที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นรถกันกระสุน และปรับเปลี่ยนตู้บรรมุกให้กลายเป็นเบาะนั่งสองแถวหันหน้าเข้าหากัน โดยมีประตูเข้าออกทางเดียวคือทางท้ายรถ บนผนังด้านหน้าติดจอมอนิเตอร์ขนาดสามสิบนิ้วพร้อมแผงควบคุมอิเลคโทรนิคส์พร้อมสรรพ นี่ถ้าพวกเขาเปิดแอร์เย็นฉ่ำนี่ในองศาที่ต่ำกว่านี้อีกนิดลล่ะก็ มันก็จะมีสภาพเดียวกันกับรถห้องเย็นขนศพแล้วล่ะ มันคงถูกปรับแต่งช่วงล่างมาเป็นอย่างดีพิเศษใส่ไข่เลยทีเดียว เพราะตั้งแต่นั่งมานี้ หมอทินแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามันกำลังวื่งอยู่บนถนนที่จะพาพวกเขาย้อนกลับยังศูนย์วิจัยชื่อยาวเฟื้อยนั่น เอาจริงๆ เขาแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลยเสียด้วยซ้ำ มันจะสมูทแอสซิลค์เกินปุยมุ้ย เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นรถคันเดียวกับที่ห้อตะบึงเข้าไปจับซอมบี้รปภข้างใต้ตึกสถาบันวิจัยปรสิตวิทยาของด็อกเตอร์รำมะนาเมื่อคืนก่อนนั่นแหละ ถึงมันจะให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรถสองแถวไปตลาดสดแถวบ้านอยู่บ้างก็เถอะ แต่หมอทินก็ต้องยอมรับเลยว่าเบาะนั่งบุนวมนุ่มก้นนี่มันก็นั่งสบายกว่ากันเยอะเลย

สารวัตรสิทธานั่งกอดอกพิงพนักเบาะยกเท้าขึ้นวางไขว้กันบนเบาะฝั่งตรงข้ามและสัปหงกหลับนกอย่างสงบเสงี่ยมและมีสไตล์มาตลอดทาง ต่างกับไอ้หนุ่มรปภลิบลับราวฟ้ากับเหว หมอนั่นลงทุนนอนราบแผ่หรากางขาและแขนลงกับพื้นแบบเต็มพื้นที่ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไอ้หนุ่มแกส่งเสียงกรนครืดคราดตั้งแต่รถออกตัวได้ไม่ถึงสิบนาทีที่แล้ว และดูเหมือนว่าจะเมามันส์ในอารมณ์กับการกรนเอามากๆ ยิ่งกรนก็ยิ่งดังขนาดที่ว่าเงี่ยหูฟังจากดาวอังคารก็ยังได้ยินเลย ในที่สุดหมอทินหมดสิ้นความอดทนลงจนได้ "นี่นายกินลำโพงพร้อมไมโครโฟนเข้าไปรึไงวะเนี่ย" หมอทินบ่นอุบพลางขยับเข้าไปงัดร่างรปภหนุ่มให้พลิกนอนตะแคงได้อย่างยากลำบาก เพราะเจ้าตัวต้นเสียงไม่ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี ชายหนุ่มต้องใช้แรงและเวลาอยู่หลายอึดใจกว่าจะพลิกตะแคงรปภได้เป็นผลสำเร็จ เสียงกรนระดับร้อยล้านเดซิเบลหายวับดับลงทันตาเห็น มันให้ความรู้สึกโล่งสบายหูจนเขาเผลอถอนใจดังเฮือก

สำหรับหมอทินแล้ว ถึงเขาจะอ่อนล้าโรยแรงสักเพียงไหน เขาก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เลย เพราะในใจของเขาคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องของไอริณแทบจะทุกลมหายใจ ภาพที่เธอกลายร่างเป็นกระสือยังติดตาตรึงใจเขาและคงจะไม่มีวันจะลบเลือนมันออกไปได้เลยตลอดชีวิตของเขา เขาไม่รู้ว่าพวกนั้นจะพาเธอไปไหน แล้วจะทำอะไรกับเธอ เขาจะเชื่อคำพูดของศาสตราจารย์คงเดชได้แค่สักแค่ไหน แม้ว่าชายสูงวัยจะใช้ชีวิตตัวเองเป็นหลักประกันความปลอดภัยของเธอก็เถอะ จะอย่างไรเขาก็เป็นห่วงเธออยู่ดี หมอหนุ่มดึงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา มันบอกว่าอีกสิบห้านาทีจะตีสามแล้ว ทำไมค่ำที่แสนจะตื่นระทึกนี้มันถึงได้ยาวนานปานฉะนี้นักนะ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าการเผชิญหน้ากับความน่ากลัวของกองกอย กระสือและซอมบี้โพงพวกนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปได้อย่างยากเย็นแสนเข็ญอะไรอย่างนี้ เกือบสามชั่วโมงที่เขาและสารวัตรสิทธาต้องกระเสือกกระสนหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต หวิดๆ จะตุยไปก็หลายครั้ง แต่มันก็ยังไม่นานมากพอที่จะทำให้เขาพ้นไปเสียจากคืนอันบ้าคลั่งนี้ได้เสียที

มารู้ตัวอีกที ชายหนุ่มก็พบว่าเขามาเดินอยู่ในสถานที่อันแปลกประหลาดนี่เสียแล้ว ที่ที่สองข้างทางมืดสลัวและเต็มไปด้วยซากศพอันเปลือยเปล่าจำนวนร้อยๆ ของมนุษย์เพศหญิงที่ไม่มีหัว นอนกองก่ายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นตามทางเดินที่มีแต่น้ำสีแดงคล้ำอย่างกับเลือดสดๆ เนืองนองเต็มไปหมด มันท่วมสูงเลยข้อเท้าของเขาขึ้นมาเกือบถึงกลางหน้าแข้งเลยทีเดียว สัมผัสของน้ำนั้นมันเหนียวๆ หนืดๆ ยังไงพิกล และมันก็ทำให้การเดินของเขาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเหมือนกับเท้าถูกดูดดึงรั้งเอาไว้ตลอดเวลา หมอทินก้มลงมองเท้าของตัวเองก็พบว่ามันจุ่มอยู่ในบึงเจลลี่สีแดงเข้มข้นที่เต็มไปด้วยอวัยวะภายในของมนุษย์เต็มไปหมด ปอดมนุษย์คุ่หนึ่งลอยตุ๊บป่องมาค้างอยู่กับหน้าเข้งของเขา และขยับเขยื้อนในลักษณะโป่งแฟ่บๆ วนๆ ไป หมอทินใจหายวาบและอเลิร์ตสุดขีด "เชี่ยไรวะเนี่ย!" เขาร้องอย่างตื่นตระหนกพร้อมกับใช้เท้าเตะมันให้ออกห่างจากตัว ก่อนจะหันมองรอบๆ ตัว แล้วก็เจอเข้ากับสิ่งที่ยิ่งทำให้อะดรีนาลีนพุ่งพล่านหนักยิ่งกว่าเดิม

อยู่ๆ ก็เกิดมีกำแพงขนาดใหญ่ปรากฏขขึ้นมาล้อมรอบตัวเขาไว้ ที่ผนังของกำแพงนั้นมีร่างเปลือยเปล่าและขาวซีดของมนุษย์เพศชายจำนวนนับพันคนแปะติดอยู่เต็มผนัง แต่ดูแล้วพวกเขาคงจะยังไม่ตาย ที่ใบหน้าของคนพวกนั้นมีแสงวูบวาบสีแดงสีเขียวกะพริบเป็นจังหวะช้าๆ เนิบๆ นาบๆ เป็นจังหวะสอดรับกับมือที่ยื่นออกมาไขว่คว้าไปมาในอากาศแบบสโลว์โมชั่น ทำให้เกิดความพรึงสุดบรรยายเหมือนหลุดเข้ามาในหนังสยองขวัญเป๊ะ ทันใดนั้นแสงสีเขียวสลับแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าก็กะพริบวูบวาบมาจากความมืดด้านหลังของเขา เมื่อชายหนุ่มหมุนตัวกลับไปมองเต็มสองตาเขาก็ต้องสะดุ้งเฮือก ผงะถอยหลังจนสะดุดขาตัวเองล้มลงไปในน้ำสีแดงที่เหนียวหนืดนั่น ปากอ้าตาค้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง

โครงร่างหัวของผู้หญิงลอยคว้างโดดเดี่ยวอยู่กลางอากาศโดยที่ใบหน้าเป็นสีดำสนิท แบบนี้ละมั้งที่เขาเรียกว่าหน้ามืดน่ะ...เขาคิด ส่วนที่อยู่ใต้ลำคอลงมือนั้นมีเพียงพวงไส้ที่ถูกโอบอุ้มด้วยกระดูกสันหลังที่ส่วนปลายงองุ้มมาข้างหน้า มีเส้นประสาทสีแดงจำนวนมากมายเคลื่อนไหวยุ่บยั่บไปมาอยู่รอบหัวนั้นอย่างน่าขนลุก อยู่ๆ ก็มีเสียงอ้อแอ้ของเด็กทารกดังขึ้นมาจากพื้นตรงหน้าของเขา หมอทินตาเบิกโพลงแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า เมื่อเห็นทารกน้อยตัวแดงๆ คนหนึ่งถูกเส้นสายระโยงระยางนั้นพันรอบตัวแล้วยกลอยขึ้นไปในอากาศ แสงสีเขียวสลับแดงนั้นกะพริบถี่รัวยิ่งขึ้นเมื่อร่างของเด็กน้อยคนนั้นถูกยกขึ้นไปใกล้ใบหน้ามืดๆ นั่น ชายหนุ่มเกิดอาการขยักขย้อนขึ้นมาทันทีที่คิดไปว่าเด็กคนนั้นกำลังจะถูกหัวหน้ามืดนั่นกัดกิน เป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหน้าของหัวนั่นลอยพุ่งออกมาจากความมืด ตรงเข้าใส่หน้าเขาอย่างเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว มันเป็นใบหน้าของไอริณ!

เสียงประตูตู้บรรทุกที่เปืดออกพร้อมกับแสงสว่างที่สาดเข้ามาแยงตา ปลุกหมอทินให้ตื้นขึ้นจากความฝันอันแสนประหลาดและน่าสะพรึงนั้นได้ทันท่วงที ก่อนที่เขาจะเผลอแหกปากร้องออกมาในให้ต้องขายขี้หน้าประชาชี "หนุ่มๆ ตื่นกันได้แล้วครับ เรามาถึงศูนย์วิจัยกันแล้ว" เป็นเสียงของหัวหน้าเดชานั่นเอง เมื่อสายตาปรับเข้ากับแสงสว่างแล้ว หมอทินก็เห็นว่าชายหน้าโหดกำลังยืนหน้าเหี้ยมยิ้มอวดฟันขาววาววับอย่่วกับเป็นพรีเซ้นเตอร์ยาสีฟันอยู่นอกประตูท้ายที่ถูกดึงเปิดอ้ากว้างเอาไว้ "กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย...ฮ้าวววว" ไอ้หนุ่มรปภขยับลุกขึ้นมานั่งงัวเงียพูดพลางบิดตัวไปมาอย่างขี้เกียจสุดฤทธิ์ ทำตาหยีสู้แสงและอ้าปากหาวหวอดๆ "เกือบจะเจ็ดโมงเช้าแล้วพ่อคุณ เป็นยามประสาอะไรวะเนี่ย ขี้เซาชะมัดเลย" สารวัตรสิทธาส่งเสียงจิกกัดพลางส่ายหน้ายิ้มๆ นายตำรวจหนุ่มหดขาดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรงแล้วบิดซ้ายบิดขวาขับไล่คนเมื่อยขบเสียงดังกร๊อบแกร๊บอย่างกระฉับกระเฉง

หมอทินกระโดดลงจากรถมายืนสูดอากาศเย็นยามเช้าพลางมองไปรอบๆ แสงอาทิตย์ฤดูร้อนเริ่มสาดแสงลงมาเตรียมสูบความชุ่มชื้นอันน้อยนิดที่หลงเหลือมาจากราตรีที่หดสั้นให้แห้งเหือดไปในอีกไม่กี่นาทีขเางหน้า แต่เขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าอากาศของที่นี่มันกลับเย็นเกือบจะพอๆ กับช่วงสายๆ ของฤดูหนาวเลยทีเดียว และที่น่าแปลกไปกว่านั้น เขาเห็นหมอกขาวบางๆ ลอยอ้อยอิ๋งอยู่บนแนวเขาที่อยู่ไกลออกไปทางทิศตะวันตกอีกด้วย "นี่เรายังอยู่ในกลางเดือนเมษากันอยู่ไหมเนี่ย" สารวัตรสิทธาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมายืนข้างๆ หมอทิน "ที่นี่มันอยู่กลางป่ากลางเขา อากาศตอนเช้าๆ มันก็จะเป็นอย่างนี้แหละ คนที่อยู่แต่ในเมืองคงไม่รู้หรอก" หัวหน้าเดชาพูดแทรกขึ้น และเขาก็เดินมายืนขนาบหมอทินไว้ตรงกลาง "ที่นี่ไม่มีถนนคอนกรีตมากมายที่ดูดซับกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ตลอดวันและคายมันออกมาในตอนกลางคืน จนทำให้คนเมืองต้องเผชิญหน้ากับความร้อนทั้งปีทั้งชาติ" ชายหน้าเหี้ยมพูดพลางหลับตาพริ้มทำท่าดื่มด่ำกับธรรมชาติเสียเหลือเกิน หมอทินยื่นหน้ายุ่งๆ ไปหาสารวัตรสิทธาแล้วทำปากโอเว่อร์แอคติ้งพูดไม่มีเสียงว่า "หมอนี่มันเป็นอะไรมากไหมเนี่ย" และนายตำรวจหนุ่มก็ทำกิริยาแบบเดียวกันตอบกลับมาว่า "บ้าชัวร์!"

"ศาตราจารย์รอพบคุณทั้งสองคนอยู่ครับ"อยู่ๆ หัวหน้าหัวเหม่งก็พูดเปลี่ยนเรื่องไปแบบปุบปับ จนหมอทินเปลี่ยนหน้าแทบไม่ทัน "อ้าว... แค่เขาสองคนเองเหรอ แล้วผมล่ะ...อะไรว๊าาาา มาด้วยกันแท้ๆ" รปภพจน์โวยประท้วงสอดขึ้นมาจากทางด้านหลัว พร้อมกับยื่นหน้าทะเล้นเข้ามาหาเสนอตรงช่องว่าระหว่างดขากับสารวัตรหนุ่ม หมอทินแหล่ตามองหน้าเป็นนั้นอย่างเซ็งๆ นึกฉุนกับความสาระแนนั้นเข้าเต็มจมูก "ไม่ต้องมีส่วนร่วมไปซะทุกเรื่องก็ได้นะพจน์" เขาเหน็บเข้าให้หนึ่งดอก ไอ้หนุ่มรปภถึงกับหน้าม่อยจ่อยแดกและหดหัวกลับไปในจณะทีสารวัตรสิทธายิ้มขำๆ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเขาจะคิดมากไปหรือเปล่าที่เห็นว่าชายหน้าเหี้ยมกำลังมองไปที่ไอ้หนุ่มรปภด้วยสายตาแปลกๆ เกินจะคาดเดาได้ "ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลเขาให้เองครับหมอ" ชายหน้าเหี้ยมพูดพร้อมกับยิ้มแบบกรุ่มกริ่ม และนั่นก็เป็นรอยยิ้มที่หมอทินอดคิดไม่ได้ว่ามีเลศนัยบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่ๆ

"ทุกคน...ช่วยขยับออกจากเส้นสีเหลืองด้วยครับ" เสียงของชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นลูกน้องของหัวหน้าเดชาที่โผล่มาจากไหนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับเมื่อหมอทินและสารวัตรสิทธาขยับออกนอกกรอบเส้นสีเหลืองที่รถทั้งคันจอดนิ่งอยู่กันแล้ว "ขอบใจมากสุริยา เดี๋ยวเจอกันข้างล่างนะ" ชายหัวเหม่งตะโกนบอกพลางโบกมือให้กับชายคนนั้นซึ่งก็ยื่นมือออกจากหน้าต่างมาทรัมพ์อัพส่งให้แทนคำตอบ เกิดเสียงหึ่งๆ แผ่วเบาขึ้นใต้ฝ่าเท้าของหมอทินแล้วทันใดนั้นเองพื้นในกรอบสีเหลืองรอบๆ รถก็ยุบตัวลงต่ำจากระดับพื้นคอนกรีตอย่างรวดเร็ว พาทั้งรถทั้งคนจมหายลงไปในอุโมงค์ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีแผ่นคอนกรีตอีกแผ่นพลิกตัวเลื่อนออกมาจากด้านข้างขึ้นมาปิดแทนที่แผ่นเดิมในระนาบเดียวกับพื้น และกลายเป็นพื้นคอนกรีตตามเดิมไปในเวลาไม่ถึงห้าวินาที "เขาก็แค่เอารถลงไปเก็บในโรงจอดน่ะ ไม่ มีอะไรหรอก...ไปกันเถอะ" หัวหน้าเดชาพูดเมื่อเห็นหน้าหมอทิน สารวัตรสิทธาและไอ้หนุ่มรปภ หันมองหน้าเขาเป็นตาเดียวอย่างมีคำถามคนละล้านข้ออยู่บนใบหน้า "สุโก้ย!" ชายหนุ่มหันไปอุทานพร้อมกับนายตำรวจด้วยความทึ่งจัด

"นายเป็นรปภใช่มั้ย" หัวหน้าเดชาถามขณะเดินนำพวกเขาจากลานจอดรถหน้าอาคารทรงฮวงซุ้ยตรงไปยังประตูทางเข้าลิฟต์ แล้วเขาก็จัดการดึงตัวรปภหนุ่มขึ้นไปเดินตีคู่ด้วยกันกับเขา หมอทินแอบจับสังเกตสายตาแปลกๆ ที่ชายหน้าเหี้ยมใช้มองรปภหนุ่มได้อีกแล้ว ทำให้เขาเกิดขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ พจน์พยักหน้าตอบรับคำถามนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รับรู้อะไรเลยสักนิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง "ใช่พี่ แต่ผมเพิ่งทำได้ไม่ถึงปีเลย นี่คงต้องตกงานเพราะมีกระสือกับซอมบี้ถล่มเมืองซะแล้วล่ะมั้ง" ไอ้หนุ่มรปภตอบซื่อๆ ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ หัวหน้าเดชาโอบไหล่ไอ้หนุ่มรปภเขย่าเบาๆ เป็นทำนองปลอบใจ "เห่ย...มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกน่า ไอ้น้อง...เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเองแหละ เชื่อพี่" พูดจบก็หัวเราะร่าอารมณ์ดี "หมอ...คิดอย่างที่ผมคิดไหม" สารวัตรสิทธาเอียงหน้ามากระซิบถามข้างหูแต่ตาเหลือบมองไปที่ชายสองคนที่เดินนำหน้า "ไม่รู้สิ ไม่แน่ใจว่ะ..." หมอทินตอบเลี่ยงๆ ทั้งที่เขาก็ออกจะแน่ใจว่าสารวัตรหนุ่มคิดถูก ไม่ถึงหมื่นนาทีต่อมาหมอทินก็เดินเข้ามาสู่ห้องทรงกลมสีขาวเว่อรฺที่เต็มไปด้วยแผงหลอดไฟอีกครั้ง

"สิรินยาที่รัก ช่วยพาพวกเราลงไปหน่อย เรามีนัดกับด็อกเตอร์คงเดชนะ" หัวหน้าเดชาเอ๋ยขึ้นเมื่อพวกเขาทุกคนเข้ามาอยู่ภายในเส้นวงกลมสีเขียวเรียบร้อยแล้ว "ยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะหัวหน้าเดชา" ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์สาวโต้ตอบราวกับเธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง "กรุณายืนอยู่ในขอบเขตเส้นสีเขียวด้วยค่ะ ขอบคุณ" สิรินยาประกาศเตือน ก่อนที่พื้นจะเลื่อนลงต่ำ "เห้ย! นี่มันเจ๋งกว่าลานจอดรถอีกว่ะพี่!" รปภพจน์อุทานอย่างตื่นเต้น แล้วคุณหมอกับคุณตำรวจก็ยืนกันเงียบๆ เมื่อลิฟต์ยักษ์เริ่มเลื่อนลงข้างล่าง ผิดกับหนุ่มรปภและหัวหน้าทีมปฏิบัติการที่พูดคุยกันอย่างถูกคอไม่หยุดปากราวกับสนิทสนมกันมาตั้งแต่ยุคทองของละโว้เรืองอำนาจ จนน่าจะลืมไปแล้วว่ายังมีอีกสองคนยืนหัวโด่มองอยู่ตรงนี้ด้วย "แน่นอนสิ ยังมีทีเด็ดยิ่งกว่านี้อีกนะ อยากเห็นป่ะล่ะ" ชายหน้าเหี้ยมยืดอกพูดพลางกอดคอไอ้หนุ่มพจน์ ถึงเนื้อถึงตัวกันชนิดที่ว่าเกินกว่าคนปกติที่เพิ่งจะรู้จักจะทำกัน

"ยังมีเจ๋งกว่านี้อีกเหรอ อะไรอ่ะพี่" "เอาเหอะน่า เดี๋ยวพี่จะพาไปดูเอง บางทีนายอาจจะติดใจจนอยากจะอยู่ที่นี่เลยก็ได้ ถ้านายต้องการและแฟนนายไม่ว่าอะไรน่ะนะ" "โอ้ย แฟนเฟินอะไรกันพี่ ผมยังโสด" "จริงดิ หล่อๆ อย่างนายเนี่ยนะยังโสดอยู่ สาวติดตรึมสิไม่ว่า" "โธ่พี่ก็พูดไป ผมเนี่ยโสดร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ" หมอทินชำเลืองมองสารวัตรสิทธาก็เห็นว่าทำหน้าปูเลี่ยนๆ กับสิ่งที่สองหนุ่มนั่นคุยกัน "ดูสายตาหมอนั่นนั่นดิ...หยาดเยิ้มจนมดจะขึ้นตาอยู่แล้ว...เห็นมั้ยน่ะ" นายตำรวจหนุ่มยื่นหน้ามากระซิบอีก "เพิ่งจะเจอกันแท้ๆ แล้วมันไปทันสนิทกันตอนไหนวะ" "เอาเหอะน่าสารวัตร ของอย่างนี้มันตบมือข้างเดียวให้ดังได้ที่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าพจน์มันแหละว่าจะยอมเป็นคู่ตบด้วยรึเปล่า" หมอทินกระซิบตอบ พร้อมกับทำขนลุกเมื่อเห็นมือของชายหน้าเหี้ยมวางแหมะะลงที่ก้นของไอ้หนุ่มรปภ "จะรอดมั้ยวะเนี่ย พจน์เอํย" เขารำพึงเบาๆ

นาทีต่อมาพวกเขาก็เดินอยู่ในโถงทางเดินที่ไม่ใช่เส้นทางเดิมที่เคยผ่านในตอนที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ เส้นทางนี้มันใกล้และใช้เวลาน้อยกว่าแต่ก็ลดเลี้ยวเคี้ยวคดยิ่งกว่าเช่นกัน หมอมินเลิกพยายามจำเส้นทางตั้งแต่โผล่ออกจากแอร์ล็อคบานที่เจ็ดเพื่อจะตรงไปเข้าประตูแอร์ล็อคบานต่อไปแล้ว ทันทีที่เขาปล่อยวางลงได้ เขาก็มาโผล่ที่หน้าห้องทำงานของศาสตราจารย์คงเดชพอดิบพอดีอย่างน่าอัศจรรย์ ดูเหมือนว่าประตูห้องนี้จะเปิดค้างเอาไว้เพื่อรอต้อนรับพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ชายสูงวัยคนนั้นนั่งหลับนกอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา และตื่นขึ้นทันทีที่หมอทินกับสารวัตรสิทธาเดินมาถึงธรณีประตู "เชิญครับ...ศาตราจารย์รออยู่" ชายหน้าเหี้ยมหัวเหม่งพูดอย่างสุภาพก่อนจะหันไปหาไอ้หนุ่มรปภ "ส่วนนายตามพี่มาทางนี้เถอะ มีอะไรจะให้ดู" เขาพูดพลางโอบเอวรปภพจน์แล้วพาออกเดินต่อไปอีกทาง หมอทินมองตาสารวัตรสิทธาแล้วพากันทำหน้าเจื่อนๆ และยิ้มแปลกๆ ให้กัน "ท่าทางจะรอดยากซะแล้วล่ะว่ะพจน์!" หมอทินพึมพำตามหลังเป็นการไว้อาลัยแด่ไอ้หนุ่มรปภ "ไปดีมา ดีเถอะนะไอ้หนุ่มเอ๊ย" สารวัตรสิทธาพึมพำส่งคำอำนวยอวยพร "ยินดีต้อนรับการกลับมา ท่านสุภาพบุรุษ" เสียงศาตราจารย์คงเดชกล่าวต้อนรับดังออกมาจากข้างในห้อง

"ภรรยาผมอยู่ไหนครับ ศาตราจารย์" หมอทินยิงคำถามทันทีที่เห็นสีหน้าอิดโรยชายของสูงวัยที่ยืนขึ้นเพื่อรอต้อนรับพวกเขาอยู่ "ใจเย็นๆ พ่อหนุ่ม...เธออยู่ในขั้นตอนของการรักษาแล้วล่ะ...คุณหมอ ดีใจนะที่คุณทั้งสองคนปลอดภัย" ศาตราจารย์เฒ่ามาตอบน้ำเสียงแช่มชื่นผิดกับสีหน้า "อะไรกัน เป็นกระสือนี่รักษากันได้ด้วยเหรอ!?" สารวัตรสิทธาโพล่งถามออกมาแบบไม่ยั้งคิด สมกับฉายาที่ด็อกเตอร์รำมะนาตั้งให้ว่า 'สารวัตรมะเขือเปราะ' เปี๊ยบ นั่นทำให้ความฉุนพุ่งปรี้ดขึ้นเสียดรูจมูกหมอทินเข้าอย่างแรง เขาหันขวับไปมองหน้านายตำรวจหนุ่มอย่างเคืองๆ และรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนั้น สารวัตรหนุ่มเองก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งจะพูดอะไรออกมา จึงรีบหันมามองหน้าเขาแล้วทำตาละห้อยอย่างสำนึกผิด "โอ๊ะ...โทษทีหมอ" "อย่าห่วงไปเลยคุณหมอ การติดเชื้อกระสือมันก็เหมือนกับการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีนั่นแหละ ถึงจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในตอนนี้ แต่เราสามารถควบคุมมันได้ด้วยการฉีดเซรุ่มต้านการเปลี่ยนร่างนะ" ศาตราจารบ์เฒ่าพูดน้ำเสียงนุ่มนวล

"แล้วมันจะใช้ได้ผลจริงหรือครับ" ชายหนุ่มถามอย่างคลางแคลงใจ ศาตราจารย์เฒ่ายิ้มละไมให้กับคำถามของเขา "เชื่อผมเถอะว่ามันจะได้ผลอย่างแน่นอน เรามีเคสคนที่ติดเชื้อเคอคูมาเนียอยู่เป็นร้อยๆ เคสที่ได้รับเซรุ่มแอนตี้เชนจิ้งเอ็กซ์วันของเรา ผมขอพูดย้ำอีกครั้งว่าพวกเขาไม่เคยมีใครเปลี่ยนร่างอีกเลย ตราบใดที่ยังได้รับเซรุ่มเป็นประจำ ผมรับประกันเลยว่าเธอก็จะเป็นเช่นนั้น และ..." ชายสูงวัยหยุดชั่วครู่ ทำท่าเหมือนจะลังเลกับสิ่งที่เขาจะพูด หมอทินเห็นแววตาของชายสูงวัยสลดลง "ภรรยาของคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่นะคุณหมอ" คำบอกเล่านั้นทำให้หัวใจหมอทินพองฟูด้วยความตื่นเต้นขึ้นมาในทันที "ว่าไงนะ! ริณท้องงั้นเหรอ!" เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด "ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว" ชายสูงวัยตอบ ทันใดนั้นความสุขทั้งหมดมั้งมวลที่มีอยู่ในจักรวาลก็หลั่งไหลเข้าสู่หัวใจของชายหนุ่ม จนทำให้โลกทั้งใบสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น หมอทินกระโดดตัวลอยเข้ากอดและเขย่าตัวสารวัตรสิทธาอย่างลืมตัว "ได้ยินมั้ยสารวัตร! ผมจะเป็นพ่อคนแล้ว! ได้ยินมั้ย!" เขาร้องและยิ้มกว้างขวางอย่างมีความสุข

ทว่าความสุขที่น่าตื่นเต้นดีใจของหมแทินช่างมีอายุสั้นนัก เมื่อเขาเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นโหมดเคร่งเครียดของศาสตราจารย์คงเดช ความสุขที่เพิ่งจะเบ่งบานเมื่อครู่กลับหยุดชะงักค้างเติ่งและนิ่งงันอยู่อย่างนั้น "มะ...มีอะไร! ศาตราจารย์!" เขาถาม ศาตราจารย์เฒ่าขยับแว่นตาแล้วถอนใจเบาๆ ก่อนตอบ "ผมยินดีกับคุณด้วยจริงๆ นะคุณหมอ แต่เนื่องจากสถานการณ์ของเธอในตอนนี้ ผมเกรงว่าเด็กในท้องมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อไปด้วย" เหมือนฟ้าถล่มแผ่นดินทะลายใส่หน้าหมอทิน หัวใจของเขาหนักอึ้งและดิ่งวูบลงไปอยู่ในส่วนที่ลึกล้ำที่สุดขอความมืดมน รู้สึกเหมือนถูกเหล็กแหลมอันใหญ่ทิ่มแทงจนเป็นรูเบ้อเร่อ ความสุขที่ท่วมท้นเมื่อครู่รั่วไหลออกไปทางแผลนั้นจนหมดสิ้น ก่อนที่มันจะกลับหดเหี่ยวร่วงหล่นลงสู่ความสบสนที่เกิดขึ้นในใจ "วะ...ว่าไงนะ!?!" เขาเผลอส่งเสียงแหบพร่าออกมาแผ่วเบา

"มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จะมีการส่งผ่านเชื้อเคอคูมาเนียจากแม่สู่ลูก ที่ผ่านมาผมเคยเจอเคสลักษณะนี้เพียงเคสเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าเคสนั้นจะไม่เกิดการส่งผ่านเชื้อไปสู่ทารกแต่อย่างใด กระนั้นผมก็ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะบอกให้แน่ชัดลงไปได้ว่ามันจะมีผลต่อเด็กหรือไม่อย่างไรในเคสของภรรยาของคุณ แต่ถ้ามันเป็นไปตามที่พวกเรากังวลกันอยู่ตอนนี้ล่ะก็ ไม่ว่าลูกของคุณจะเป็นเพศไหน เขาก็จะต้องเติบโตไปพร้อมกับการได้รับเซรุ่มตลอดชีวิต หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเราจะค้นพบวิธีการกำจัดเชื้อออกจากร่างกายอย่างถาวรได้ แต่ตอนนี้คุณต้องตัดสินใจแล้วล่ะคุณหมอ" ชายสูงวัยมีทีท่าอึดอัดใจกับคำพูดของตัวเองไม่น้อย "ตัด...ตัดสินใจอะไร!" หมอทินถามอย่างระมัดระวังตัวขั้นสุด "ตัดสินใจว่าคุณจะปล่อยให้ลูกของคุณเติบโตต่อไปเพื่อเผชิญชะตากรรมของเขา หรือจะยุติการตั้งครรภ์เสียแต่ตอนนี้"

คำพูดทุกคำของชายสูงวัยเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อขึ้นมาปริ่มขอบตา ร่ำๆ จะล้นและร่วงออกมาเสียให้ได้ ชายหนุ่มถึงกับเข่าอ่อนทำท่าเหมือนจะทรุดลงกับพื้น ดีแต่วันสารวัตรสิทธาช่วยพยุงตัวเขาไว้ได้ทัน "ทำใจดีๆ ไว้นะหมอ!" นายตำรวจหนุ่มปลอบเบาๆ "ผมกับริณ เรารอเขามานานหลายปีแล้วนะศาตราจารย์ คุณจะใช้ผมทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองงั้นหรือ ไม่...ผมทำไม่ได้หรอก และริณก็จะไม่มีวันยอมให้มันเป็นอย่างนั้นแน่นอน" ชายหนุ่มพูดด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปกันยุ่งเหยิงไปหมด "ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่ทางเดียวก็คือ ปล่อยให้ลูกของคุณเติบโตขึ้นมาพร้อมกับเชื้อเคอคูมาเนีย และเราก็ค่อยว่ากันไปตามกระบวนการควบคุมเชื้อแล้วล่ะนะ" ศาตราจารย์คงเดชพูด หมอทินสะอึกกับคำพูดนั้น เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกอย่างไหนที่แย่กว่ากันระหว่าง ความเศร้าโศก ความผิดหวังและความทุกข์ระทม เขารู้เพียงแค่ว่ามันรวมตัวกันกลายเป็นความเจ็บปวดที่ทรมานอย่างแสนสาหัสเข้ากัดกร่อนหัวใจของเขาอยู่ในตอนนี้ "บ้าเอ๊ย!" เขาสบถด้วยความอัดอั้นตันใจแล้วน้ำตาก็ไหลลงอาบแก้ม สารวัตรสิทธาตบบ่าเขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ ในขณะที่ศาตราจารย์เฒ่าทอดถอนใจ "ผมเข้าใจคุณดีนะหมอ เอาเถอะ...ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกนิดหน่อย และคุณสมควรที่จะได้ใช้มันในการคิดทบหวนและตัดสินใจ" ชายสูงวัยกล่าวเรียบๆ "สารวัตร!" เสียงเจื้อยแจ้วที่คุ้นหูดังขึ้นจากประตูแอร์ล็อค

เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!