คนทั้งสี่รีบย่องออกมาจากบ้าน เพื่อตรงไปยังรถปิกอัพที่จอดขวางประตูอยู่ ห่างจากตัวรถไปราวห้าสิบเมตร มีแสงไฟกระสือสองสามดวงลอยวูบวาบไปมารอบๆ บ้านหลังที่อยู่เยื้องไปทางท้ายซอย ราวกับว่าพวกมันกำลังหาทางที่จะเข้าไปข้างในให้ได้ เมื่อหมอทินจูงมือเมียรักย่องตามออกมาถึงสนามหฐ้าหน้าบ้าน เขาก็เห็นว่าสารวัตรสิทธาไปถึงตัวรถแล้ว "ไปเร็วเข้า...ริณ!" ชายหนุ่มหันไปกระซิบบอกภรรยาสาวที่เขาจับมือเธอไว้แน่นแต่สายตาชำเลืองมองไปยังแสงวูบวาบนั่นด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่ไอริณกลับหยุดเดินและขืนตัวไว้พร้อมกับพยายามดึงมือออก
"ทินคะ" ไอริณเอ่ย เธอดูมีท่าทีอิดออดไม่อยากจะตามเขามาตั้งแต่แรกแล้ว "คุณไปเถอะค่ะ ฉันไปกับคุณไม่ได้หรอก อันที่จริงฉันไม่ควรโทรหาคุณเลยด้วยซ้ำ ฉันขอโทษนะคะ" เธอพูดเสียงสั่นเครืออย่างพยายามสกัดกั้นน้ำตา หมอทินตกใจกับคำพูดของเธอมาก "พูดอะไรของคุณน่ะ" เขาหันกลับมามองหน้าเธอ และมองเห็นความเศร้าสร้อยอยู่ในดวงตาคู่นั้น "ไม่ได้นะริณ คุณต้องไปกับผม...คุณก็รู้ว่าผมไม่มีวันปล่อยคุณไว้คนเดียวที่นี่ มาเร็วเข้าเถอะ!" ชายหนุ่มพูดพร้อมกระชับมือฉุดให้เธอเดินตาม แต่หญิงสาวไม่ยอมขยับตัวตาม "ไม่ค่ะทิน ตอนนี้ฉันเป็นกระสือไปแล้ว...คุณก็เห็นแล้วนี่คะ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้อีกต่อไปแล้วค่ะทิน" "ไม่...ริณ" ชายหนุ่มเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากบางของเธอ มองตาเธอด้วยความรักและรู้สึกสงสารผู้หญิงของเขาขึ้นมาจับใจ "ผมไม่สนว่าคุณจะเป็นอะไร...ริณ ผมรักคุณและผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน คุณต้องไปกับผม...เดี๋ยวนี้ริณ!" เขายืนกรานอย่างหนักแน่น จากนั้นก็ฉุดให้เธอก้าวเท้าเดินตามจนได้
หมอทินพาไอริณมาถึงรถแล้วก็พบว่าชายทั้งสองได้เข้าไปนั่งในรถเป็ที่เรียบร้อย เพียงแต่ไอ้หนุ่มรปภย้ายตูดไปนั่งคู่สารวัตรสิทธาแทนที่เขาไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเขาเปิดประตูให้ไอริณมุดเข้าที่นั่ง ท่าทางของพจน์ก็เกิดอาการตื่นผวาจนตาเหลือกลานเหลียวมองหญิงสาวด้วยสีหน้าหวาดกลัว ส่วนนายตำรวจหนุ่มนั้นถึงแม้ว่าภายนอกจะทำเป็นนิ่งเพื่อรักษามาดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เอาไว้อย่างเหนียวแน่นก็ตาม แต่หมอทินก็แอบเห็นแววตาที่มองดูภรรยาของเขาว่าเต็มไปด้วยความหวาดระแวงไม่น้อยไปกว่ากันเลย "ผมรู้ว่าพวกคุณคิดยังไง แต่เชื่อผมเถอะว่าเธอไม่ได้เป็นเหมือนกับพวกมันแน่ๆ" หมอทินพูดเรียบๆ แต่เฉียบขาด "ละ...แล้วเราจะแน่ใจได้ไงล่ะครับ..." รปภหนุ่มถามเสียงสั่น หมอทินต้องสะกดอารมณ์พลุ่งพล่านเอาไว้อย่างยากเย็นเพื่อไม่ให้ตวาดใส่ไอ้หนุ่มจอมปอดแหกคนนั้น เขาขบริมฝีปากแน่นก่อนจะพูด "ฟังนะพจน์...ริณเพิ่งจะช่วยพวกเราจากกระสือตัวนั้น...จำได้มั้ย!?" เขาเน้นคำช้าๆ อย่างอดทนถึงขั้นสุด แต่มันก็ได้ผลที่น่าพอใจ พจน์มีท่าทีผ่อนคลายความกลัวลงได้นิดหน่อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด "กู้ดุ้ยคุบ" ไอ้หนุ่มหน้าเป็นขบกรามทำปากจูํพูดแบบไม่ขยับปาก เหลือบมองไอริณอย่างหวาดระแวงแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปก้มหน้าอยู่ในที่นั่งของตัวเอง
ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับแสงไฟแอลอีดีหน้ารถสว่างจ้า แสงไฟกระสือทั้งสามดวงก็ชะงักกิจกรรมของพวกมันลง ก่อนที่จะเบนเป้าหมายมามาทางพวกเขาแทน "โธ่เว้ย! ทำไมไม่รู้จักใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันวะเนี่น!" สารวัตรสิทธาสบถลั่นรถ พลางกระชากเกียร์ถอยหลังแล้วเหยียบคันเร่งทันที ล้อปัดพื้นถนนคอนกรีตดังพรืด กับเสียงเครื่องยนต์แผดคำรามลั่นสนั่นซอย หมอทินหันกลับไปมองผ่านกระจกหลังออกไป หวังจะช่วยนายตำรวจหนุ่มมองทาง ถึงแม้จะมองอะไรแทบจะไม่เลยเห็นนักก็ตาม "ซ้ายสารวัตร! เห้ยๆๆ! ขวาหน่อย อึ้ย! ซ้าย! ซ้ายสิวะ!" แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดนอกจากจะกลายเป็นตัวเพิ่มภาระที่ทำให้สารวัตรสิทธาหัวร้อนยิ่งๆ ขึ้นไปอีกเท่านั้น "หมอครับ...นั่นบอกทางหรือเชียร์มวยอยู่กันแน่ครับ!?" ไอ้หนุ่มรปภหันมาถาม "เงียบเถอะหมอ! บอกทางมั่วไปหมดแล้ว!" นายตำรวจหนุ่มตวาดพร้อมกับที่ตัวรถกระเทือนอย่างแรงจนคนทั้งสี่เด้งขึ้นเด้งลงหัวสั่นหัวคลอนกันทั่วหน้า เพราะล้อรถด้านขวาไปเหยียบอะไรก็ไม่รู้ที่ขวางทางอยู่ "เกะกะจริงโว้ย...ศพพวกนี้!" สารวัตรสิทธาสำรากอย่างหยาบคาย มือหมุนบังคับทิศทางไปด้วย ส่วนไอ้เจ้าหนุ่มรปภนั้นนั่งตัวเกร็งหุบปากเงียบแต่หันกลับหลังมาเป็นพักๆ เพื่อช่วยกันลุ้นด้วยสีหน้าตื่นระทึก จะว่าไปแล้ว...หมอทินก็อดที่จะทึ่งไม่ได้กับสกิลเทพขับรถถอยหลังโดยอาศัยเพียงการมองกระจกหูช้างและกระจกมองหลังเท่านั้นของนายตำรวจหนุ่ม ส่วนไอ้เจ้าหนุ่มรปภนั้นหันกลัยไปนั่งก้มหนหลับตาปีํตัวเกร็งและหุบปากเงียบไปซะอีกแล้ว ไม่รู้ว่าขี้แตกซะแล้วรึเปล่า
ถึงแม้หมอทินจะยอมหุบปากลงง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้หลับตา เขามองไปที่หน้ารถ เห็นกระสือทั้งสามตัวพุ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีสิ่งที่ทำให้เขาต้องตาเหลือกซ้ำซ้อนปรากฏตัวขึ้มมาอีกด้วย แสงวูบๆ สลับเขียวแดงเกือบๆยี่สิบดวงโผล่ออกมาจากมุมมืดของบ้านทั้งสองข้างทาง ทั้งบนพื้นถนนและในอากาศ ทุกดวงเคลื่อนตรงเข้าหารถของพวกเขาอย่างรวดเร็ว โดย เฉพาะพวกที่อยู่ในอากาศ "เชี่ยแล้ว! ฝูงกระสือกับพวกซอมบี้กลับมาอีกแล้ว!" หมอทินร้องอย่างตื่นตระหนก สารวัตรสิทธาและพจน์หันกลับไปมองแล้วพวกเขาก็ต้องพลอยร้องออกมาตามๆ กัน "เชี่ยจริงด้วยเว้ย!" "เปิดไฟสีน้ำเงินนั่นกันเถอะสารวัตร!" รปภหนุ่มอ้อนวอนปากคอสั่น "ไม่ได้! เราจะไม่เปิดระบบยูวีตอนนี้นะพจน์ เราจะเสี่ยงให้น้ำมันหมดไม่ได้ ไม่งั้นพวกเราต้องตุยก่อนจะได้ออกไปพ้นหมูบ้านแน่ๆ" สารวัตรสิทธาพูด
อีกเพียงไม่ถึงห้าสิบเมตรก็จะพ้นซอยบ้าๆ นี้แล้ว ทันใดนั้นทุกคนในรถก็ถูกแรงปะทะจากด้านหลังถีบร่างให้กระแทกเขากับพนักพิงอย่างแรง เมื่อท้ายรถชนเข้ากับอะไรบางอย่าง 'โครม!' "โอ๊ย! อะไรอีกวะเนี่ย!" หมอทินร้องด้วยความเจ็บและมึนงง เพราะหัวของเขากระแทกเข้ากับกระจกหลังค่อนข้างแรงดังโป๊กเบ้อเร่อ ทำเอาแทบสลบเหมือด "เชี่ยแล้วมั้ยล่ะ!" สารวัตรสิทธาแหกปากอย่างตื่นตระหนกเมื่อหันกลับไปมองข้างหลัง "รถนั่นมาจอดทำบ้าอะไรตรงนี้วะ!" เขากระแทกเสียงอย่างขัดเคืองใจ หมอทินรีบหันมองตามเพื่อจะดูว่าถอยมาชนเข้ากับอะไรเข้า "อะไรอี..." คำพูดของเขาพลันหายวับลงคอไป เมื่อเห็นภาพจากทางด้านหลังเข้าเต็มตา
แสงวูบวาบสีเขียวสลับแดงกะพริบถี่รัวของพวกซอมบี้โพงนับสิบเคลื่อนที่เข้ามาเกือบจะถึงท้ายกระบะแล้ว กลางอากาศเบี้องหลังของพวกมันมีแสงกระสือเกินสิบตัวบินโฉมไปมาคุมเชิงและข่มขวัญพวกเขาอยู่ "ฉิบหาย! เล่นทั้งหน้าทั้งหลังกันเลยหรือวะเนี่ย!" พจน์ครางเบาๆ ในลำคอ "พวกมันคงจะตามเสียงรถมาจากซอยตรงข้ามล่ะสิ...ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!" สารวัตรทุบพวงมาลัยโครมใหญ่เป็นการระบายอารมณ์ ทันใดนั้นหมอทินก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อกระสือตัวแรกจากทางด้านหน้าพุ่งเข้าชนกระจกหน้ารถเข้าอย่างรุนแรง ถึงขนาดที่ว่าทำให้เกิดรอยใยแมงมุมใหม่เพิ่มขึ้นอีกรอย จากนั้นพวกกระสือจากทั้งสองด้านก็กระจายตัวกันบินวูบวาบชะแว๊บไปชะว๊าบมาอยู่รอบตัวรถ ราวกับจะรอให้พวกซอมบี้เดินเหมือนทำกายภาพบำบัดฉึกฉักยักยึกเข้ามาสมทบ "เอาไงดีวะสารวัตร!" หมอทินถามด้วยความแพนิค "เปิดไฟกันเถอะนะสารวัตร!" รปภหนุ่มอ้อนวอนเสียงสั่น แต่นายตำรวจหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกับใครเลย เขาตบเกียร์เดินหน้าแล้วเหยียบคันเร่งจนเสียงเครื่องยนต์ดังคับซอยจนล้อหมุนฟรี พยายามให้รถขยับออกไปให้ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะติดแหง็กอยู่กับอะไรบางอย่าง ไม่สามารถจะออกตัวได้ไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง "บ้าเอ๊ย!" สารวัตรหนุ่มสบถดังลั่นพร้อมทุบกำปั้นลงบนพวงมาลัยผู้น่าสงสารโครมใหญ่อีกครั้งอย่างคนหัวเสีย
พวกกระสือเริ่มการโจมตีทางอากาศทันทีที่พวกซอทบี้โพงเดินมาใกล้จะถึงตัวรถด้วยการพุ่งเข้าชนกระจก แถมยังมีพวกมันทะยอยโผล่เพิ่มขึ้นมาอีกจากรอบทิศทาง ตรงเข้ามาร่วมวงด้วย พวกมันพุ่งดิ่งเข้าใส่ยังกับเครื่องบินคามิกาเซะถล่มเรือยูเอสเอสเซ็นต์โลไม่มีผิด การชนแต่ละครั้งสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ตัวรถโยกไหว โดยเฉพาะกระจกหน้าที่เสียหายอยู่ก่อนแล้วจากการโจมตีของพวกกองกอยก็ยิ่งขยายใยแมงมุมแผ่กว้างขึ้นไปอีก "ไม่ไหวแล้วมั้งสารวัตร!" ไอ้หนุ่มรปภแหกปากอย่างสติแตก "กระจกใกล้จะแตกแล้ว! เปิดไฟนั่นก่อนเถอะ ไม่งั้นเราตุยแน่!" หมอทินตะโกนแข่ง "เออ! รู้แล้วน่า!" สารวัตรสิทธาตะคอกก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มสีน้ำเงิน 'พรึ่บ" แสงสีน้ำเงินสว่างเจิดจ้าขึ้นรอบตัวรถ กระสือสองสามตัวที่กำลังพุ่งเข้ามาถึงกับเบรคเอี้ยดกลางอากาศ ควันสีม่วงพวยพุ่งออกมาจากดวงตาของพวกมัน พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนดังไปทั่ว มันเป็นเสียงที่บาดลึกลงไปในแก้วหูจนไม่มีใครทนฟังได้ หมอทินต้องเอามือปิดหูทำหน้าเบี้ยวเพราะเสียวหู แต่ก็เป็นแต่ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงกรีดร้องนั้นก็ลอยห่างออกไปอย่างรวดเร็วและเงียบหายไปในที่สุด หมอทินมองออกไปในอากาศเหนือถนน ก็พบกับว่าไร้ซึ่งเงาของกระสือแม้แต่ตัวเดียว พวกมันเผ่นหนีกันไปกันหมดแล้ว ส่วนพวกซอมบี้โพงก็พากันกลับหลังหันเดินยึกๆ ยักๆ หนีออกจากรัศมีแสงอย่างเร็วเท่าที่จะเร็วได้ โดยมีควันสีม่วงพุพุ่งฟุ้งออกมาห่มคลุมรอบตัวตรงเข้าหาเงามืดอย่างเร่งด่วน
"เฮ้อ! ค่อยยังชั่ว!" รปภหนุ่มพ่นลมออกจมูกพลางทิ้งแผ่นหลังกระแทกพนักพิง "อย่าเพิ่งดีใจไปหน่อยเลย" สารวัตรสิทธาพูด "ตราบใดที่ยังไม่ได้ออกไปจากที่นี่ ก็ไม่มีอะไรจะการันตีได้ว่าพวกเราจะปลอดภัยหรอก" เขาจับพวงมาลัยเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งและเคาะนิ้วรัวใส่แสดงอาการกระวนกระวายใจ ส่วนมืออีกข้างคว้าโทรศัพท์ที่อยู่ในเก๊ะข้างเกียร์ขึ้นมาเปิดดู "เอ๊ะนี่มัน!" นายตำรวจ หนุ่มร้องขึ้นน้ำเสียงฟังดูแปลกใจ "มีอะไรรึเปล่าสารวัตร" หมอทินถามเมื่อเขาสังเกตเห็นอากัปกิริยาของนายตำรวจหนุ่ม "คุณนกโทรมาน่ะ" สารวัตรสิทธาตอบ แต่แล้วก็ร้องออกมาอีกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย "เชี่ยครั้งที่เท่าไหร่แล้ววะเนี่ย!" "อะไรอีกล่ะ!" หมอทินพลอยตกใจไปด้วย คราวนี้สารวัตรสิทธาหันมามองหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก "ไม่มีอะไรมากหรอกหมอ...ก็แค่น้ำมันที่ผมเอามาใส่มันกำลังจะหมดลงภายใน สาม...สอง...หนึ่งและ..." 'พรึ่บ!' สิ้นเสียงของสารวัตรหนุ่ม ทุกแสงสว่างที่มีอยู่ภายในและรอบตัวรถก็ดับวูบลงพร้อมกัน ปล่อยให้ชายสามหญิงหนึ่งตกอยู่ในความมืดสลัวอย่างฉับพลัน! แล้วความโกลาหลก็บังเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ "เชี่ย!" หมอทินรัองลั่นประสานเสียงแข่งกันกับไอ้หนุ่มรปภ
"คุณเติมไปแค่ไหนเนี่ย ทำไมถึงหมดไวนัก!" หมอทินยื่นหน้าไปถามด้วยความตื่นตระหนก "ผมหิ้วมาได้แค่แกลลอนเดียวเท่านั้นแหละ กะแค่ว่าพอจะพาพวกเราออกไปจากที่นี่ได้ แต่ไม่คิดว่าจะต้องเปิดใช้แสงยูวีด้วยนี่หว่า...โทษทีว่ะ!" นายตำรวจหนุ่มกระแทกเสียงตบท้ายก่อนจะเอาหัวโขกพวงมาลัยระบายอารมณ์ "แล้วเราจะทำไงกันล่ะครับ เดี๋ยวพวกมันต้องแห่ขบวนกลองยาวกลับมาเล่นเราอีกแน่ๆ เลย!" พจน์พูดอย่างหวาดกลัวพลางเหลียวมองไปรอบๆ เท่าที่คอของเขาจะหมุนไปได้ ในขณะที่หมอทินถึงกับอึ้งไป เขาหดหน้ากลับมานั่งพิงเบาะรู้สึกตัวลีบเล็กลงถนัดใจ แต่ก็ยังคงอุ่นใจอยู่หน่อยที่มีมือของหญิงผู้เป็นภรรยามาจับมือเขาไว้และบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีปากมีเสียงเลยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ขึ้นรถมา และเธอก็ไม่มีทีท่าจะตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่นี้เลยสักนิด หญิงสาวเอาแต่นั่งอึมครึมก้มหน้าก้มตาอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมจะมองสบตากับเขาเลยสักครั้ง "ฮัลโหล...คุณนก นี่ผมเองนะครับ..." สารวัตรสิทธาพูดขึ้น หมอทินหันไปมองก็เห็นว่านายตำรวจหนุ่มเอาโทรศัพท์แนบหูอยู่ แล้วหมอทินก็เห็นแสงสีเขียวสลับแดงลอยออกมาจากมุมมืดของสองข้างทางอีกแล้ว หัวใจหมอทินหล่นไปกลิ้งเล่นมอญซ่อนผ้ารอบข้อเท้าทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าพวกมันกำลังทะยอยกลับเข้ามาบนถนนอีกครั้ง!
"เชี่ยสารวัตร! พวกมันกลับมาอีกแล้ว!" ไอ้หนุ่มรปภแหกปากโหวกเหวกเสัยงดัง ดีดตัวขึ้นหลังตรงชี้มือไปข้างหน้า "จะเชี่ยก็เชี่ยให้มันเว้นวรรคหน่อยได้มั้ยวะไอ้หนุ่ม!" สารวัตรหนุ่มหันไปเอ็ดตะโรใส่รปภพจน์ หมอทินนึกบางอย่างขึันไดัจึงรีบหันไปมองผ่านกระจกหลังออกไปก็เห็นว่าพวกซอมบี้โพงจากซอยตรวข้ามก็กำลังเดินกลับมาแล้วเช่นกัน "แย่แล้ว! พวกเราโดนล้อมไว้อีกแล้ว!" เขาพูดเร็วปรื๋อจนลิ้นแทบจะพันกันตายเพราะความตื่นตระหนก "ให้ฉันจัดการพวกนั้นเถอะค่ะทิน แล้วคุณก็รีบหนีไปเถอะ" อย่างไม่ทันตั้งตัว ไอริณยื่นหน้ามากระซิบข้างหูเขา หมอทินหันขวับไปมองหน้าเธอแล้วส่ายหน้าดิก "ไม่...ริณ ไม่!" เขาพูดเสียงแผ่วปฏิเสธข้อเสนอของเธอ
"คุณนก! ยังอยู่มั้ยครับ!" เสียงสารวัตรสิทธากรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความร้อนรนดึงความสนใจของเขาไปจากใบหน้าซีดเซียวของเธอ แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้นกลับไม่ใช่เสียงเจื้อยแจ้วของสกุนา "เกิดอะไรขึ้น สารวัตร!" เสียงของศาสตราจารย์คงเดชดังมา มีความตระหนกตกใจอยู่ในน้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมจนล้นออกมาทางสปีกเกอร์โฟน "ศาตราจารย์เหรอ! เยี่ยมเลย...ช่วยพวกเราด้วย! รถของคุณน้ำมันเกลี้ยงถังกลางดงซอมบี้เลยเนี่ย!" สารวัตรหนุ่มละล่ำละลักพูด พร้อมกับที่ไอริณขยับตัวเปิดประตูรถแล้วทำท่าจะผลุนผลันออกไป "ริณ! อย่า! ผมไม่ให้คุณไปหรอก!" หมอทินสวมวิญญานผู้ชายมือไวใจเร็วร้องห้ามพร้อมคว้าแขนเธอไว้ก่อนจะเอี้ยวตัวไปดึงประตูรถปิดกลับตามเดิม จากนั้นก็ดึงตังเธอมากอดไว้แน่น "พวกเขาว่าไงสารวัตร พวกมันแห่กันมาเรื่อยๆ แล้วนะ!" รปภหนุ่มเร่งเร้าเสียงสั่นตาเหลือกลานมองหน้าทีหลังทีด้วยความตื่นกลัวสุดขีด แต่สารวัตรสิทธากลับหยุมนิ้วมือข้างที่ว่างใส่ปากพจน์พร้อมขยับปากพูดไม่มีเสียงว่า 'หุบปาก!'
ฝูงซอมบี้โพงเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ คราวนี้ดูเหมือนว่าคราวนี้พวกมันจะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นอย่างน่าประหลาด ไม่ถึงหนึ่งนาทีพวกมันก็เข้ามาล้อมกรอบรถเอาไว้เสียแล้ว แสงสีเดี๋ยวก็แดงเดี๋ยวก็เขียวจากดั้งจมูกของพวกมันทำให้หมอทินรู้สึกเหมือนเปิดไฟดิสโก้เธคในรถ ทำเอาเขาตาลายพาลคลื่นเหียนอาเจียนจวนจะอ้วกได้ง่ายๆ ตัวรถเริ่มโยกโยนไปมาเมื่อพวกมันเริ่มต้นตะกายกระจกอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่พวกที่มาจากทางด้านหลังป่ายปีนขึ้นมาบนกระบะหลังเพื่อจะเอาหน้ามาแนบกระจกและอ้าปากกัดลมอยู่ง่ำๆ เขย่าขวัญพวกเขาเล่น โดยเฉพาะไอ้หนุ่มรปภที่กลัวลานลนจนถึงกับยกขาขึ้นมาคู้ตัวฝังหน้าลงไปบนเข่า ตัวสั่นงันงกส่งเสียงครางฮือๆ เป็นนกถืดทือขวัญกระเจิงอยู่ในเบาะนั่งของตัวเอง พวกซอมบี้ที่มาจากด้านหน้า มีสามตัวกำลังแย่งกันตะกายขึ้นฝากระโปรงหน้า ส่วนที่เหลือก็มายืนตะกายอยู่ที่หน้าต่างทั้งสองด้าน ดวงตาขาวขุ่นนับสิบคู่จ้องมองเข้ามาที่พวกเขาอย่างมุ่งร้าย
"สารวัตร! ทำไงดี ผมกลัวชิบหายแล้วนะโว้ย ฮือๆ!" ไอ้หนุ่มรปภถึงกับร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กชายตัวโข่งๆ ที่ตกใจกลัว แต่สารวัตรหนุ่มก็ยังเอาโทรศัพท์แนบหูอยู่ "ผมก็ไม่อยากจะโอเคหรอกนะ แต่ถ้านั่นเป็นทางเดียวที่มีอยู่ล่ะก็ ผมโอเคให้ก็ได้" สารวัตรสิทธาพูดจบก็ลดโทรศัพท์ลงแล้วหันหน้าปั้นยากมามองหมอทิน "พวกเขากำลังมาช่วยเรา" เขาพูด ฟังดูก็รู้ว่านายตำรวจหนุ่มกำลังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะบังคับน้ำเสียงของตัวเองให้มั่นคงเข้าไว้ แต่มันก็คงจะยากเย็นแสนเข็ญเป็นยิ่งนัก "ใจเย็นไว้พจน์ ไม่เป็นไร ซอมบี้พวกนี้มันเข้ามาทำอะไรเราไม่ได้หรอก" หมอทินเอื้อมมือไปบีบไหล่พจน์ด้วยหวังจะปลอบโยนให้ผ่อนคลาย แต่กลับพบว่าเสียงที่พูดออกไปนั้นมันสั่นไหวและน่่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลงไปอีกเสียมากกว่า เมื่อรปภหนุ่มเงยหน้าขึ้นก่อนจะปล่อยโฮออกมาเต็มคาราเบลพร้แมกับชี้นิ้วที่สั่นเทาไปข้างหน้า "พวกซอมบี้เข้ามาไม่ได้...แล้วถ้าเป็นไอ้พวกนั้นล่ะหมอ!? งืัอออออ..." หมอทินมองตามมือรปภพจน์ที่ชี้นิ้วข้ามหัวซอมบี้หน้ากระโปรงรถไปที่ฝูงแสงกะพริบวูบๆ ถี่ยิบที่แถวๆ กลางซอย กำลังพุ่งรี่ตรงมาทางพวกเขาด้วยความเร็วสูง!
"เขี่ยยกกำลังสองซะแล้ว!" หมอทินพูดอย่างผวาและใจหายวาบ อาดรีนาลีนฉีดพล่านไปทั่วร่างกายเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ในคืนอันแสนจะบ้าคลั่งนี้ กับพวกซอมบี้โพงพวกนี้เขาไม่ค่อยจะกังวลอะไรนัก เพราะเท่าที่เห็น พวกมันทำได้อย่างมากก็แค่ตะกายกระจกและโยกรถให้พวกเขาหัวสั่นหัวคลอนเล่นก็เท่านั้น ตราบใดที่พวกเขาอยู่แต่ในรถก็ไม่น่ามีอะไรให้ห่วงและคงจะปลอดภัยดีอยู่ แต่กับพวกกระสือพวกนั้นมันดูอันตรายกว่ามากนัก โดยเฉพาะเมื่อมันทำตัวเป็นเครื่องบินพลีชีพพุ่งเข้าใส่กระจกอย่างไม่ห่วงสวยเลยสักนิดแบบที่มันเพิ่งทำไปเมื่อครู่ เขาไม่แน่ใจว่าถ้ามันทำอย่างนั้นอีกครั้งหรือหลายๆ ครั้ง กระจกหน้ารถที่น่าสงสารจะทนทานแรงกระแทกจากพวกมันได้หรือเปล่า
แล้วสิ่งที่หมอทินกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ ฝูงแสงไฟกระสือที่ย้อนกลับมาในครั้งนี้ไม่รู้ว่ามันไปเรียกพรรคพวกมาจากไหนอีกตั้งเกือบยี่สิบตัว ตัวที่อยู่ข้างหน้าสุดพุ่งอย่างเร็วปานจรวดมิสไซส์นำวิถีเข้าชนกระจกหน้าอย่างแรงเสียงดัง 'ปั่ก!' อย่างแน่น แล้วแฉลบออกไปทางด้านข้าง แรงปะทะทำให้รอยใยแมงมุมขยายตัวเพิ่มขึ้นจนเกือบจะทั่วทุกตารางนิ้วของแผ่นกระจก มันยุบตัวยวบจนกระเพื่อมไปทั้งแผ่นแต่ก็ยังคงเกาะตัวกันไว้เหนียวแน่นไม่แตกร่วงลงมาง่ายๆ ลายใยแมงมุมที่ดูคล้ายเกล็ดน้ำแข็งนั้นทำให้หมอทินมองอะไรข้างหน้าแทบจะไม่เห็นอยู่แล้ว "หลวงพ่อหลวงแม่หลวงพี่หลวงน้อง...ช่วยลูกช้างพจน์ด้วยเถอะค้าบบบบบ!" รปภหนุ่มยกมือไหว้ท่วมหัวปะหลกๆ ลากเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งกรุขึ้นมาอาราธนาปากคอสั่น "พวกแม่งทำเชี่ยไรอยู่วะ!" สารวัตรสิทธาสบถลั่น "เชี่ยแล้ว! ระวัง!" หมอทินร้องเสียงหลงเมื่อเห็นแสงสีแดงสลับเขียวสะท้อนวูบๆ อยู่ในใยแมงมุมเบื้องหน้าขยายวงกว้างขึ้น ก่อนที่จะเกิดแรงปะทะอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็กลายเป็นอวสานกระจกวิเศษ แผ่นกระจกหน้ารถทั้งแผ่นเปลี่ยนสภาพเป็นรังแมงมุมสีขาวโพลน ยุบตัวลงก่อนจะสลายตัวแตกออกจากกันกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงใส่สารวัตรสิทธาและรปภพจน์ทันที!
อากาศอุ่นๆ จากภายนอกทะลักเข้ามาในรถ กระสือตัวต้นเหตุของความบรรลัยบินโฉบออกไปด้านข้าง หมอทินตาเบิกค้างด้วยความตื่นตะลึงที่เห็นพวกกระสือที่บินตามมาเป็นพรวนพวกนั้นชะลอความเร็วลงกะทันหัน แล้วลอยยวบยาบเรียงหน้ากระดานอยู่ในอากาศตรงหน้าพวกเขา เหมือนกับจะหยุดชื่นชมผลงานเพื่อนของพวกมัน หรือไม่ก็กำลังประชุมแบ่งเค้กกันอยู่เสียก็ไม่รู้ว่าใครจะเล่นใครดี แต่ที่แน่ๆ มือของซอมบี้โพงสองตัวยื่นมือเข้ามาไขว่คว้าหารักแท้จากสองหนุ่มข้างหน้าด้วยท่วงท่าน่าขนหัวลุก "หลวงพ่อหลวงแม่โกยแนบไปไหนแล้ววะ ทำไมไม่อยู่ช่วยลูกพจน์ก่อนล่ะเนี่ย!" พจน์ร้องครางปากคอลั่นเมื่อมือขาวซีดยื่นเข้ามาหาเขา "เอาหน้าของแกไปให้พ้นนะโว้ย! ไอ้เหม่งปากเหม็น!" สารวัตรสิทธาตะคอกใส่หน้าซอมบี้หัวเหม่งที่ยื่นตามเข้ามาแยกเขี้ยวใส่พร้อมกับทุบกำปั้นลงบนหน้าของมันรัวๆ
"เชี่ย! ปล่อยนะโว้ย!" พจน์ร้องลั่นเสียงหลง เขาพยายามสะบัดแขนออกจากมือซอมบี้เด็กหนุ่มหน้าสิวอย่างสุดชีวิตแต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากอยู่ในพื้นที่แคบเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้ จนต้องแหกปากร้องขอความช่วยเหลือ "หมอ! ช่วยด้วย!" หมอทินที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็พลันได้สติกลับคืน เขาตัดสินใจช่วยพจน์ก่อนด้วยการสอดมือลงไปที่ซอกเบาะข้างประตูคลำหาคันโยกเบาะจนเจอ แล้วดึงมันขึ้นพร้อมกับกระชากพนักพิงให้เอนลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ขยับตัวได้สะดวกขึ้น รปภหนุ่มหงายหลังลงบนพนักที่เอนลงโดยที่ยังมีมือซอมบี้นั่นฉุดแขนไว้อยู่ ทำให้พจน์ต้องยกเท้าขึ้นยันหน้าซอมบี้โดยอัตโนมัติ กลายเป็นท่าสุดแสนจะพิสดารสำหรับหมอทิน "ยันมันไว้พจน์! อย่าให้มันกัดคอนะ" เขาตะโกนสั่ง ในขณะที่ขยับไปช่วยทำอย่างเดียวกันนี้ให้สารวัตรสิทธาที่กำลังพยายามป้องกันต้นคอของตัวเองอย่างสุดชีวิต อย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงกระจกด้านหลังที่นั่งของเขาแตกดังเปรื่อง แล้วก็มีมืออันเย็นเยียบคว้าไหล่ของเขากระชากถอยหลัง หัวใจหมอทินแทบจะหยุดเต้นเมื่อรู้ตัวว่าเขาตกอยู่ในเงื้อมือของซอมบี้โพงเสียแล้ว!
***ดาวน์โหลด NovelToon เพื่อเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น!***
อัพเดทถึงตอนที่ 45
Comments