S.O.S

หญิงสาวร่างเล็กใบหน้ารูปหัวใจ ไว้ผมยาวและมัดรวบเป็นหางม้า แววตาฉลาดปราดเปรื่องเดิมเข้ามาในห้องด้วยท่าทีประหม่า สองมือของเธอประสานกันอยู่ข้างหน้า และคอยแต่จะบิดกันไปมาเหมือนกำลังเกิดการต่อสู้กันขึ้นภายในใจระหว่างความกล้ากับความกลัว ก็แน่ล่ะสิ ใครเจอสายตาโหดจัดปลัดบอกอย่างนั้น ถ้าไม่รู้สึกรู้สมอะไรสักอย่างก็ยอดมนุษย์หรือไม่ก็อมนุษย์แล้วล่ะ...ด็อกเตอร์รำมะนาคิดเมื่อเธอเหลือบไปเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของศาสตราจารย์เฒ่าเข้าโดยไม่ตั้งใจ ด็อกเตอร์ปริมลดาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา พลางมองชายสูงวัยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ยังไงพิกล

"มีอะไรรึ ด็อกเตอร์ปริมลดา" ศาตราจารย์คงเดชเอ่ยถามเสียงนุ่มนวลแต่ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก ทำหน้าตาจริงจังจ้องมองที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ จนหญิงสาวต้องหลบตาวูบ เธออ้ำอึ้งอึมครึมอยู่ชั่วครู่ก่อนจะอ้อมแอ้มพูดออกมา "ฉันพยายามห้ามพวกเขาแล้วนะคะศาตราจารย์ แต่ว่า..." เธออึกอักเหมือนคิดหาคำพูดไม่ทัน แวบหนึ่งที่หญิงสาวคิดว่าเธอเห็นความประหลาดใจฉายวูบของในดวงตาของชายสูงวัย "คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ตั้งใจจะบอกอะไรกับผมงั้นหรือด็อกเตอร์" เขาถามพลางมองหน้าหญิงสาวอย่างสงสัย "คือ...ด็อกเตอร์ธานินทร์น่ะค่ะ... เอ่อ" ดูเหมือนชื่อนี้จะทำให้ชายสูงวัยเข้าใจอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งทันที โดยที่แทบจะไม่ต้องถามอะไรต่อ "ทำไมรึ เขาทำอะไรงั้นหรือ" เขาตั้งคำถามอย่างมุ่งประเด็น หญิงสาวอึกอักอยู่อีกชั่วครู่ก็จะหลับตาสูดลมเข้าปอดเฮือกใหญ่ "ด็อกเตอร์ธานินทร์ยืนกรานที่จะเดินหน้าโครงการวิจัยกองกอยวอริเออร์โมเดลต่อไป และฉันเพิ่งจะรู้ว่าเขาส่งพวกมันลงพื้นที่จริงเพื่อไปทดสอบประสิทธิภาพแล้วค่ะศาตาจารย์" นั่นเป็นข้อมูลที่ทำให้ด็อกเตอร์รำมะนาได้เห็นความฉงนระคนตื่นตระหนกเบอร์แรงส์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายสูงวัย "คุณว่าไงนะ!" เขาอุทานพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืน "ตั้งแต่เมื่อไหร่! ที่ไหน!" เป็นคำถามที่ให้ความรู้สึกร้อนรนที่สุดเท่าที่หญิงสาวเคยได้ยินมา

"ฉันไม่รู้เวลาที่แน่นอนหรอกนะคะ เพราะเขาก็ไม่ได้บอกฉันกับด็อกเตอร์ชัชชัยในเรื่องนี้เลยสักคำ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเมื่อช่วงหัวค่ำของวันนี้ และ..." เธอหยุดพูดเหมือนกับลังเลในสิ่งที่จะพูดต่อไป แต่ก็ตัดสินใจที่จะพูดออกมาจนได้ "เขาบอกว่ามีคนหลงเข้าไปในพื้นที่ทดสอบด้วยค่ะ ฉันไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่เขาบอกกับพวกเราว่าเขาจะเป็นคนจัดการเอง ไม่รู้ว่าฉันจะคิดมากไปรึเปล่านะคะ ฉันคิดว่าเขาพูดเหมือนกับจะรู้ว่าใครที่หลงเข้าไปในนั้นอย่างนั้นแหละค่ะ" ชายสูงวัยเหลือบมองมาที่ด็อกเตอร์รำมะนาเป็นเชิงขอการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงบอกว่านั่นมันตรงกับที่เธอออได้ยินมาเป๊ะ แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวและสร้างความตื่นตระหนกขึ้นมาตัวเบ้อเร่อ "หวังว่าใครที่ว่านั่นจะไม่ใช่..." เธอทำตาโตหลุดคำพูดออกมา "สารวัตรกับหมอทินรึเปล่าคะ!" สกุณาเป็นคนต่อประโยคให้สมบูรณ์แบบด้วยน้ำเสียงร้นรนจนเต็มคาราเบล

ศาตราจารย์เฒ่าไม่พูดอะไรสักคำ เขาทำหน้าเครียดระดับสิบนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานแล้วก้มหน้าลงไปเขี่ยๆ จิัมๆ ยุ่งวุ่นวายอยู่กับคีย์บอร์ดและจอมอนิเตอร์ ท่ามกลางความเงียบที่ทำให้เกิดความอึดอัดกำลังแรงขึ้นมาครอบคลุมพื้นที่ภายในห้อง อึดใจต่อมาเขาก็พูดขึ้นกับอากาศ "สิรินยา ระบุตำแหน่งย้อนหลังหนึ่งชั่วโมงก่อนของรถคุ้มกันด้วย" มันคือคำสั่งงานของเขา "ระบุตำแหน่งรถคุ้มกันย้อนหลังหนึ่งชั่วโมงแล้วค่ะศาตราจารย์" ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์สาวตอบรับอย่างทันอกทันใจ หญิงสาวหันไปที่แผนที่ดิจิตอลในจอใหญ่ ก็เห็นว่าแผนที่บนผนังเปลี่ยนไปเป็นมอนิเตอร์สำหรับเล่นภาพไทม์ไลน์จากจีพีเอสย้อนหลังไปเมื่อประมาณชั่วโมงก่อน จุดสีเขียวสดเล็กๆ สองจุดเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ดูเหมือนจะตรงเข้าเมือง แต่แล้วจุดนั้นก็เลี้ยวออกจากถนนหลักเข้าไปในถนนเส้นเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทางลัดไปไหนสักที่

"คุณสกุณา ผมขอรบกวนเวลาของคุณสักนิดเถอะนะ คุณจะช่วยโทรหาสารวัตรสิทธาให้ผมหน่อยได้ไหม" แม้จะอยู่ในสถานการณ์ตรึงเครียดอย่างนี้ แต่ชายสูงวัยก็ยังคงความสุภาพในคำพูดเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ผู้ช่วยนักวิจัยสาวรีบยกมือถือขึ้นสไลด์หาเบอร์โทรด้วยท่าทางงกๆ เงิ่นๆ และมือสั่นน้อยๆ "ใจเย็นๆ ยัยนก" ด็อกเตอร์รำมะนาอดที่จะเตือนไม่ได้ เป็นเวลาเกือบสามสิบวินาทีที่พวกเขาอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่สกุณาเป็นตาเดียว ด็อกเตอร์รำมะนาแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของทุกคนในห้องเต้นระส่ำด้วยความลุ้นระทึก

"เป็นไง โทรติดมั้ย?" ด็อกเตอร์สาวถาม สกุณาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ กวาดสายตามองไปจนครบทุกหน้าก่อนจะตอบ "เขาไม่รับสายฉันค่ะ" เธอพูดอย่างไม่สบายใจ ส่วนด็อกเตอร์ปริมลดายืนบิดนิ้วไปมาเงียบๆ แต่ดูเป็นกังวลเอามากๆ แถมยังทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ไปด้วยอีกคน "เอาล่ะ...ขอบคุณสำหรับความกรุณานะคุณผู้หญิง แต่การที่เขาไม่รับสายก็อาจจะด้วยเหตุผลเพียงเพระเขากำลังขับรถอยู่ หรือบางทีอาจจะแวะเข้าห้องน้ำแล้วลืมโทรศัพท์ไว้บนรถก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ผมขอแนะนำให้คุณรอสักพักแฃ้วค่อยโทรดูอีกครั้ง และได้โปรดอย่าเพิ่งคิดเลยเถิดไปไกลเลยนะคุณผู้หญิง" ชายสูงวัยกล่าวปลอบใจยาวเหยียด แต่สีหน้าของเขาไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับคำพูดเลยสักนิด และด็อกเตอร์สาวเองก็มองว่านั่นเป็นคำปลอบใจที่ไม่เมคเซ้นท์เอาเสียเลย

ด็อกเตอร์รำมะนาเห็นศาตราจารย์คงเดชกำลังขยับปากจะพูดอะไรต่อ แต่เขาก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน "ขอโทษค่ะศาตราจารย์คงเดช มีสายจากหน่วยปฏิบัติการภาคสนามค่ะ" เสียงก้องกังวาลใสของวิรินยาดังขึ้น "ได้...ต่อสายเข้ามาได้เลย" ชาติสูงวัยพูดตอบรีบสัันๆ "ด็อกฯ" สกุณาสะกิดสีข้างของเธอ ทำให้ต้องสะดุ้งนิดๆ เพราะดันสะกิดโดนจุดกระตุกเส้นบ้าจี้เข้าพอดิบพอดี "อะไรของเธออีก!" นักวิจัยสาวกระซิบถามด้วยความหงุดหงิดปนรำไยนืดๆ

"ดูตรงนั้นสิ" ผู้ช่วยสาวพยักพะเยิดไปทางประตูแอร์ล็อก ด็อกเตอร์สาวหันไปมองก็ทันเห็นร่างของคนใส่เสื้อกาวด์สีขาวของนักวิทยาศาสตร์หลบฉากหายวับไป "ใครน่ะ!" เธอเอียงตัวไปกระซิบถามสกุณา แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือการทำหน้าซื่อตากลมใสมองหน้าและส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก หญิงสาวเหลือบมองด็อกเตอร์ปริมลดาที่ก็หันมองไปมองเช่นกัน แล้วก็เห็นว่าสีหน้าของเธอมีแต่ความวิตกกังวลที่เด่นชัดหนักมากยิ่งกว่าเดิมปรกฏอยู่ "มีอะไรหรือเปล่าคะด็อกเตอร์ปริมลดา" นักวิจัยสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "มะ...ไม่ ไม่มีอะไรค่ะ"'ด็อกเตอร์ปริมลดาส่ายหน้าปฏิเสธแล้วกลับไปก้มหน้ามองพื้นเงียบๆ คนเดียวตามเดิม หญิงสาวหันไปสบตากับผู้ช่วยของเธอ จากนี้สองสาวก็ยักไหล่ให้กันอย่างไม่เข้าใจ

"รายงานสถานการณ์ครับ ศาตราจารย์" เสียงหนักแน่นแต่อู้อี้ดังขึ้นมากจากทุกทิศทาง "ดีใจที่ได้ยินเสียงนะ คุณเดชา เอ้า...ว่ามาเลย" ศาตราจารย์เฒ่าพูดขรึมๆ "ตอนนี้พวกเราจำกัดพื้นที่แพร่กระจายได้แล้ว แต่กองทัพปฏิเสธคำขอของเราและมีคำสั่งยิงมาแล้ว ผมก็เลยจำเป็นต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกทหารนำกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ใจกลางเมืองครับ ตอนนี้ทีมของผมแยกออกมาแล้ว และเพิ่งจะกระจายกำลังตรวจสอบจุดต่างๆ บนถนนสายเลี่ยงเมืองครับ ศาตราจารย์" ชายคนนั้นรายงานเร็วปรืํอแทบไม่มีช่องว่าง ราวกับเขาหายใจทางเหงือกแทนที่จะเป็นจมูก "ยอดเยี่ยมมากคุณเดชา" ชายสูงวัยกล่าวชื่นชม "และ...เอ่อ ผมคิดว่าเราพบแหล่งที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นจุดต้นเรื่องของการกลายพันธุ์นี้แล้วครับ" ด็อกเตอร์รำมะนาเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดของชายสูงวัย ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้น

"ว่ามาเลย!" เขาพูดเพียงสั้นๆ อย่างกระตือรือร้นเช่นเดียวกับใบหน้าที่ตื่นตัวขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นล้นทะลักล้นออกมาจากน้ำเสียงของเขา "เราตรวจพบคลื่นความเย็นแผ่ออกมาจากบ้านร้างย่านชานเมืองครับ เป็นคลื่นขนาดใหญ่มากเสียด้วย และผมคิดว่าโกดังสินค้าที่อยู่ใกล้กันน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยครับศาตราจารย์ เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีคนเห็นกลุ่มคนสวมชุดกาวน์เข้าไปในบริเวณด้านหลังของโกดังเก็บสินค้าด้วยนะครับ" "คุณคิดว่าเป็นเขารึเปล่า...คุณเดชา" ศาตราจารย์คงเดชถามเสียงต่ำท่าทางเปลี่ยนเข้าโหมดเคร่งเครียด

"สิรินยา ขอแผนที่เขตถนนเลี่ยงเมืองด้วย" เขาออกคำสั่งอีกครั้ง "แผนที่ถนนเลี่ยงเมืองค่ะศาตราจารย์" ศิริญญาตอบกลับฉับไวอีกครา ก่อนที่ชายสูงวัยจะหันมองไปยังแผนที่บนผนัง ด็อกเตอร์สาวมองตามไปก็พบว่ามันได้เปลี่ยนกลับมาเป็นแผนที่แบบเรียลไทม์เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่ถูกขยายใหญ่ขึ้นเพื่อตีกรอบพื้นที่ให้แคบลงในส่วนพื้นที่ที่ต้องการ มีจุดสีเขียวน่าจะเกินยี่สิบจุดปรากฏเป็นกลุ่มเป็นก้อนเหนือข้อความ 'โกดังสินค้า บมจ.เทอเทิลแอนด์สเนลชิปปิ้ง' แหม่...ช่างเป็นชื่อที่น่าใช้บริการอะไรอย่างนั้นนะ...ด็อกเตอร์รำมะนาคิดกระแหนะกระแหนในใจ และอีกสองจุดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกันเหนือข้อความที่เขียนว่า 'หมู่บ้านชลัดดาวิลล์'

ขณะเดียวกันนั้น เสียงเรียกเข้ามือถือของสกุณาก็ดังขึ้นเสียงค่อนข้างจะดังจนนักวิจัยสาวต้องหันไปเอ็ด "นี่เธอหูตึงรึไง เปิดเสียงซะดังไปถึงดาวอังคารแล้วมั้ง!" เธอว่า สกุณายิ้มแหยๆ ทำหน้าเจีํยมเจี้ยมพลางดึงออกมาดูก่อนจะอุทานอย่างดีใจเบาๆ ในลำคอแต่ดังพอที่ด็อกเตอร์รำมะนาจะได้ยินด้วย "สารวัตร!" หญิงสาวมองตามผู้ช่วยของเธอที่ถอยออกไปรับสายแถวหน้าประตูแอร์ล็อค เธอส่ายหน้าอย่างปลงๆ "ห่างกันสักวันจะดิ้นตายมั้ยเนี่ย" เธอค่อนแคะแล้วหันกลับมาสนใจการสนทนาของชายสูงวัยต่อ

"จากรูปพรรณสัณฐานที่ผมได้ข้อมูลมา ผมคิดว่าใช่นะครับ...ศาตราจารย์ เขานั่นแหละ เพราะนอกจากเขาแล้ว ผมก็ยังไม่เคยเห็นใครในศูนย์ตัวโตอย่างกับเป็นลูกครึ่งยักษ์ แถมมีผมยุ่งฟูชี้โด่เด่เหมือนเป็นคนเป็นโรคกลัวหวีแบบนั้นเลยสักคน" ฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าคนที่เขาพูดถึงสักเท่าไหร่ "อืม...คุณตั้งข้อสังเกตได้เฉียบมากเลย...คุณเดชา แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ ตอนนี้ผมขอเวลารวบรวมหลักฐานและพยานเพิ่มอีกนิดหน่อยก่อน ต่อจากนี้ผมอยากให้คุณจับตามองพวกเขาเอาไว้ และตรวจสอบพื้นที่นั้นโดยละเอียดด้วยนะ" ที่ชายสูงวัยสั่งงาน "ได้ครับศาตราจารย์"

ทันใดนั้นสกุณาก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา "ด็อกฯ! ศาตราจารย์คะ!" น้ำเสียงของเธอตื่นตระหนกยิ่งกว่าใบหน้าสักสิบเท่า "อะไร...เกิดอะไรขึ้นยัยนก!" ด็อกเตอร์รำมะนาพลอยแตกตื่นตามไปด้วย สกุณาไม่ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์มาข้างหน้าแล้วแตะเปิดสปีกเกอร์โฟน "คุณนก! ยังอยู่มั้ยครับ!" เสียงร้อนรนของสารวัตรสิทธาดังออกมา "เกิดอะไรขึ้น สารวัตร!" ศาตราจารย์คงเดชถาม หน้าตาของเขาบอกว่าตกใจไม่แพ้ใครในห้องกับน้ำเสียงนั้น "นั่นศาตราจารย์เหรอ! เยี่ยมเลย... ช่วยพวกเราด้วย! รถของคุณน้ำมันเกลี้ยงถังกลางดงซอมบี้เลยเนี่ย!" "ริณ! อย่า! ผมไม่ให้คุณไปหรอก!" เสียงหมอทินแทรกขึ้นมา "พวกเขาว่าไงสารวัตร พวกมันแห่กันมาเรื่อยๆ แล้วนะ!" เสียงผู้ชายอีกคนที่ไม่มีใครในห้องรู้จักโวยวาย แต่ไม่ยักกะได้ยินเสียงผู้หญิงที่ชื่อริณอะไรนั่นพูดอะไรมาเลยสักแอะ แต่ฟังดูแล้วด็อกเตอร์รำมะนาก็พอจะมองภาพออกว่าสถานการณ์ของพวกเขากำลังอยู่ในขั้นวิกฤตสุดขีดแดงแจํอย่างแหง๋แซะ

"คุณเดชา! ผมมีเรื่องด่วนขอให้คุณช่วย เดี๋ยวนี้เลย!" ศาตราจารย์คงเดชพูดกับอากาศตรงหน้าอย่างร้อนรน "หมู่บ้านใกล้ๆ กับจุดที่คุณอยู่ ชลัดดาวิลล์ มีคนต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เป้าหมายหลักคือหมอทินและสารวัตรสิทธา!" "รับทราบครับศาตราจารย์!" เป็นเสียงตอบรับอย่างแข็งขันจากคู่สายก่อนจะตัดสายไป "สิ้นสุดการติดต่อ" สิรินยารายงาน "สารวัตร! ยังอยู่มั้ยคะ ได้ยินรึเปล่า พวกเขากำลังไปช่วยพวกคุณแล้ว คุณโอเคนะคะ!" สกุณาละล่ำละลักพูดใส่โทรศัพท์ "ผมก็ไม่อยากจะโอเคหรอกนะ แต่ถ้านั่นเป็นทางเดียวที่มีอยู่ล่ะก็ ผมโอเคให้ก็ได้!" สารวัตรสิทธิตอบกลับมา จากนั้นสายก็ถูกตัดไปเช่นกัน "พวกเขาน่าจะไปถึงคุณภายในสิบนาทีนะ สารวัตร!" ศาตราจารย์เฒ่าพูดขึ้น สกุณาเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมสายตาที่บอกว่าเธอเสียใจด้วย "ไม่ทันแล้วล่ะค่ะ ศาตราจารย์ เขาวางสายไปแล้ว" เธอบอก

"ด็อกฯ สารวัตรจะเป็นไรมั้ยอ่ะ" สกุณาหันมาถามด็อกเตอร์สาวด้วยท่าทีร้อนใจ "นี่ใจคอหล่อนจะถามหาแต่สารวัตรคนเดียวทุกลมหายใจที่มีเลยรึไง เท่าที่ฉันได้ยินก็ยังมีหมอทินกับใครก็ไม่รู้อีกสองคนอยู่ในนั้นด้วยนะ จำได้บ้างมั้ยเนี่ย!" ด็อกเตอร์สาวอดจะแซะด้วยความหมั่นไส้ไม้ได้ "เอ่อ...แหม๋ มันก็มัดรวมๆ กันอยู่ในนั้นแหละน่าด็อกฯก็" ผู้ช่วยสาวเขวี้ยงค้อนใส่เธอพร้อมทำตาปะหลับปะเหลือกอีกชุดใหญ่ "วางใจเถอะคุณผู้หญิง ผมเชื่อว่าพวกเขาจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน ทีมปฏิบัติการของเรามีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับหน่วยซีลเลยทีเดียวล่ะ" ศาตราจารย์คงเดชพูดน้ำเสียงมาดมั่นและเจือปนด้วยความภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน แล้วท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อเขาหันไปหาด็อกเตอร์ปริมลดาที่ยืนทำตัวลีบเล็กกระสับกระส่ายอยู่นอกวงสนทนา "แต่ตอนนี้เรากลับมาที่เรื่องค้างคาของเราต่อกันดีกว่า" เขาพูด

"นอกจากเรื่องโปรเจคกองกอยแล้ว ผมหวังว่าคุณจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการกลายพันธุ์ของเชื้อเคอคูมาเนียหรอกนะด็อกเตอร์" ด็อกเตอร์รำมะนารู้สึกว่าชายสูงวัยกำลังใช้สายตาจับผิดสแกนอากัปกิริยาของด็อกเตอร์ปริมลดาอย่างจริงจัง "ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย!" ด็อกเตอร์สาวปฏิเสธทันควัน สีหน้าของเธอดูเป็นกังวลยิ่งกว่าตอนที่เห็นใครตรงประตูนั่นเสียอีก ศาตราจารย์คงเดชหรี่ตามองเธออย่างประเมิน ถ้าจะพิรุธเบอร์แรงจนมองมาจากดาวอังคารก็เห็นขนาดนี้ล่ะก็ สารภาพมาเลยจะดีกว่ามั้ย ร้อนตัวขนาดนั้นเป็นฉันก็ต้องเอ๊ะเหมือนกันแหละ...ด็อกเตอร์รำมะนาคิด "ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุวิศวกรรมระดับรางวัลโนวเวย์อย่างคุณ จะไม่รู้เรื่องนี้เลยงั้นรึ แน่ใจนะ...ด็อกเตอร์" ศาตราจารย์เฒ่าคาดคั้น และคราวนี้เขาเพิ่มแรงกดดันด้วยการก้มหน้าน้อยๆ เหลือกตาขึ้นลิดผ่ากรอบแว่นตาจ้องด็อกเตอร์ปริมลดาเขม็ง สีหน้าของเขาทำให้ด็อกเตอร์รำมะนาเผลอนึกไปถึงฆาตกรโรคจิตในหนังที่เธอเคยหลวมตัวตีตัํวเข้าไปดูโดยไม่ตั้งใจ จนทำให้ติดตาและกลายเป็นภาพจำมาจนถึงทุกวันนี้

"ฉะ...ฉันก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าที่ด็อกเตอร์ธานินทร์บอกหรอกนะคะ ขะ...เขาแค่ขอข้อมูลเลขระหัสพันธุกรรมของเคอคูมาเนียจากฉันเท่านั้นเอง" มันได้ผลแฮะ!...นักวิจัยสาวคิดอย่างฉงนสนเท่ห์ เมื่อด็อกเตอร์ปริมลดายอมเปิดปากตอบแบบตะกุกตะกัก ศาตราจารย์เฒ่ายังคงใช้สายตาประเมินสีหน้าท่าทางของเธออยู่อีกเป็นครู่ "เมื่อไหร่" เขาถามสั้นๆ ด้วยเสียงปกติ แต่กลับทำให้ด็อกเตอร์ปริมลดาสะดุ้งราวกับตกใจเสียงฟ้าผ่า "มะ...เมื่อต้นเดือนที่แล้วค่ะ ศะ...ศาตราจารย์ เขาบอกแค่ว่าจะใช้เปรียบเทียบกับเชื้อที่เขาเพิ่งได้รับมา แต่ไม่ได้บอกว่าเชื้ออะไรค่ะ" เธอตอบโดยที่สายตาปักติดแน่นอยู่กับพื้นห้องและเอานิ้วชี้ข้างขวสแคะเขี่ยหลังมือซ้ายที่สักลายธงสีรุ้งของเธอตลอดเวลา ราวกับว่ามันสร้างความรำคาญให้กับเธอ

"แล้วทำไมคุณถึงมาบอกผมเรื่องโปรเจคกองกอยล่ะ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงนิดหน่อย "อันที่จริงฉันก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเขาหรอกนะคะ ฉันคิดว่ามันเร็วเกินไปที่จะทำการทดสอบประสิทธิภาพในพื้นที่เปิด มันอันตรายเกินไป เรายังควบคุมมันได้ไม่ดีพอและพวกมันอาจจะหลุดออกไปได้ตลอดเวลา แต่เขากับด็อกเตอร์ชัชชัยก็ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มาเป็นข้ออ้าง พวกเขาคิดว่าพวกกองกอยจะช่วยเราควบคุมพวกกระสือได้ แต่กลับไม่คิดว่าเราอาจจะควบคุมพวกกองกอยไม่ได้และ..." ด็อกเตอร์ปริมลดาหยุดพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายสูงวัยเป็นครั้งแรก

"พอเขาบอกว่ามีคนอื่นหลุดดข้าไปในพื้นที่ทดสอบ ฉันก็รู้สึกผิดที่ปล่อยให้พวกเขาทำอะไรอย่างนั้นลงไป โดยที่ฉันห้ามอะไรพวกเขาไม่ได้เลย ฉันขอโทษค่ะ... ศาตราจารย์" หญิงสาวพูดจบก็ก้มหน้ามองพื้นอย่างคนสำนึกผิด ด็อกเตอร์รำมะนาเหลือบมองชายสูงวัย เห็นเขาจ้องมองด็อกเตอร์ปริมลดานิ่ง เธอคิดว่าเขาคงจะกำลังคิดหนักว่าจะเชื่อคำพูดของด็อกเตอร์สาวคนนี้ดีหรือไม่อยู่แน่ๆ เลย บางทีเรื่องนี้มันอาจจะร้ายแรงมากเสียจนไม่มีคำพูดใดๆ ที่จะสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ตัวให้ฟังขึ้นได้อีกแล้ว เธออาจจะถูกลงโทษในฐานเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และถูกตัดสินให้สิ้นสภาพการเป็นนักวิจัยของศูนย์ไปตลอดชีวิต หนักกว่านั้นเธออาจจะถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาทเลยก็เป็นได้ แล้วความคิดเวิ่นเว้อที่เหมือนจะไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับของด็อกเตอร์รำมะนาก็สะดุดลง

"โอเค...ผมเชื่อคุณ" ศาตราจารย์คงเดชตัดสินในที่สุด "ห๊ะ! ได้ไง...ง่ายๆ เงี้ยเหรอ..." ด็อกเตอร์รำมะนาคงจะเผลอคิดเสียงดังไปนิดส์นุง จนทุกคนที่อยู่ในห้องต้องหันมามองเธอเป็นตาเดียว "ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลอันมีค่าของคุณนะ ด็อกเตอร์ปริมลดา" ชายสูงวัยเปลี่ยนกลับมาใช้น้ำเสียงนุ่มนวลแบบคุณตาใจดีเสียอีกแล้ว ด็อกเตอร์สาวรู้สึกงุนงงกับการแปรผันทางอารมณ์ของคนพวกนี้เสียเหลือเกิน ด็อกเตอร์ปริมลดาเงยหน้าขึ้นมองชายสูงวัยอีกครั้ง สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น "ศาตราจารย์คะ" เธอเอ่ยขึ้น "ฉันคิดว่าด็อกเตอร์ชัชชัยคงจะออกไปข้างนอกเพื่อสมทบกับด็อกเตอร์ธานินทร์แล้วล่ะค่ะ" เธอพูดเพียงแค่นั้นก็หันกลับแล้วเดินดุ่มๆ ก้มหน้าก้มตาออกไปจากห้อง

สีหน้าของศาสตราจารย์เฒ่าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกและเผื่อแผ่ความไม่สบายใจมาให้คนที่อยู่ด้วยกันถ้วนหน้า เขาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะถอดแว่นตาออกมาเช็ดกับเสื้อกาวน์ "แล้วนี่เราจะเอายังไงต่อไปคะศาตราจารย์" สกุณาเอ่ยถาม ชายสูงวัยสวมแว่นเข้าที่เดิมของมัน "คงต้องรอจนกว่าคุณเดชาจะพาหมอทินและสารวัตรสิทธิกลับมาก่อน แล้วค่อยหารือกับเขาอีกที แต่ในระหว่างทางรอนี้ อาจจะมีเวลาสักสองสามชั่วโมงสำหรับการพักผ่อนเอาแรงนะคุณผู้หญิงทั้งสอง สิรินยา...ช่วยเรียกศาตราจารย์ชบาแก้วให้ที" ประโยคท้ายเขาหันไปพูดกับอากาศ "ศาตราจารย์ชบาแก้วค่ะศาสตราจารย์คงเดช" สิรินยาตอบกลับแทบจะในทันที "ค่ะศาสตราจารย์" เสียงเปลี่ยนไปเป็นของผู้หญิงอีกคนพูดขึ้น "รบกวนคุณช่วยพาเธอไปพักผ่อนทีเถอะนะ ศาตราจารย์ชบาแก้ว" จากนั้นเขาก็หันกลับมสมองด็อกเตอร์สาวด้วยแววตาอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม ทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ กับแววตาแบบนั้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"แล้วจะเกิดอะไรกับด็อกเตอร์ธานินทร์คะ ศาตราจารย์" ด็อกเตอร์สาวยังมูฟออนไม่ได้จึงไม่วายจะเอ่ยถามความที่ค้างคาใจ ชายสูงวัยเคาะไล่นิ้วลงบนโต๊ะทำงาน "เราทุกคนจำเป็นต้องรับผลของทุกการกระทำของตัวเองโดยไม่มีทางให้หลีกหนีหรือหลบเลี่ยงไปได้หรอก คุณผู้หญิง" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบเฉียบขาดและอำนาจเต็ม "เชิญตามฉันมาทางนี้เลยนะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลของหญิงสูงวัยดังขึ้น ด็อกเตอร์รำมะนาหันไปก็พบกับรอยยิ้มแป้นแล้นบนใบหน้าของศาสตราจารย์ชบาแก้วที่เดินเข้าประตูมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังของสกุณา ราวกับว่าเธอแอบยืนรออยู่ที่นอกประตูคอยให้ถูกเรียกตัวอยู่ก่อนแล้ว อะไรจะไปไวมาไวได้ปานฉะนั้น...หญิงสาวคิด และกับสายตาที่มองมานั้นทำให้นักวิจัยสาวต้องย่นคิ้วดข้าหากันด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เพิ่งจะเคยเจอกันเป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้มองเธออย่างกับว่ารู้จักกันมานานปสนนานแล้วงั้นแหละ "ทางนี้เลยค่ะ" ศาตราจารย์ชบาแก้วพูด

เลือกตอน
1 งานเลี้ยงวันเกิด
2 เก็บตัวอย่าง
3 ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4 ผู้ติดเชื้อ
5 เทียบเชึ
6 ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7 งานวิจัย
8 รายงานข่าวด่วน
9 ทางลัด
10 การกระจายพันธุ์
11 ความลับที่ถูกเปิดเผย
12 กองกอย
13 หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14 ไอริณ
15 S.O.S
16 กระสือและซอมบี้
17 เก็บกวาด
18 ทางเลือกจองคุณหมอ
19 การสอบสวน
20 ความแตกต่าง
21 องค์กรคู่ปรปักษ์
22 เทอเทิลแอนด์สเนล
23 สะกดรอยตาม
24 ปฏิบัติการปริศนา
25 ฐานวิจัยลับ
26 ทะลายรัง
27 โคตรว่านโพง
28 พ่อ แม่ ลูก
29 การลักพาตัว
30 ด็อกเตอร์ธานินทร์
31 คนทรยศ
32 คลังแสง
33 กองกอยวอริเออร์
34 พี่น้องเคลียร์ใจ
35 ล่าถอย
36 ปั๊มน้ำมัน
37 ด่านทหาร
38 หอพักหญิง
39 อุโมงค์ซิตี้
40 บันไดหนีไฟ
41 จตุรัสกลางเมือง
42 ทหารรับจ้าง
43 อุโมงค์ระบายน้ำ
44 ตึกใบหนาด
45 บนดาดฟ้า
เลือกตอน

อัพเดทถึงตอนที่ 45

1
งานเลี้ยงวันเกิด
2
เก็บตัวอย่าง
3
ห้องปฏิบัติการปรสิตวิทยา
4
ผู้ติดเชื้อ
5
เทียบเชึ
6
ศูนย์วิจัยอาร์ซีเอฟเอช
7
งานวิจัย
8
รายงานข่าวด่วน
9
ทางลัด
10
การกระจายพันธุ์
11
ความลับที่ถูกเปิดเผย
12
กองกอย
13
หมู่บ้านชลัดดาวิลล์
14
ไอริณ
15
S.O.S
16
กระสือและซอมบี้
17
เก็บกวาด
18
ทางเลือกจองคุณหมอ
19
การสอบสวน
20
ความแตกต่าง
21
องค์กรคู่ปรปักษ์
22
เทอเทิลแอนด์สเนล
23
สะกดรอยตาม
24
ปฏิบัติการปริศนา
25
ฐานวิจัยลับ
26
ทะลายรัง
27
โคตรว่านโพง
28
พ่อ แม่ ลูก
29
การลักพาตัว
30
ด็อกเตอร์ธานินทร์
31
คนทรยศ
32
คลังแสง
33
กองกอยวอริเออร์
34
พี่น้องเคลียร์ใจ
35
ล่าถอย
36
ปั๊มน้ำมัน
37
ด่านทหาร
38
หอพักหญิง
39
อุโมงค์ซิตี้
40
บันไดหนีไฟ
41
จตุรัสกลางเมือง
42
ทหารรับจ้าง
43
อุโมงค์ระบายน้ำ
44
ตึกใบหนาด
45
บนดาดฟ้า

กกาวน์โหลดทันที

ชอบผลงานนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอพ บันทึกการอ่านของคุณจะไม่สูญหาย
กกาวน์โหลดทันที

โบนัส

ผู้ใช้ใหม่ที่ดาวน์โหลดแอพสามารถปลดล็อค 10 ตอนได้ฟรี

รับ
NovelToon
เปิดประตูต่างภพ
เพื่อวิธีการเล่นเพิ่มโปรดดาวน์โหลดMangatoon APP!